โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
30 ตอน · 881 คำ
ความเงียบอันหนักอึ้งปกคลุมยานอวกาศ "เอ็กโซดัส" ยานสำรวจข้ามกาแล็กซีลำมหึมาที่ล่องลอยอยู่ท่ามกลางห้วงอวกาศอันมืดมิดไร้ที่สิ้นสุด เสียงเครื่องยนต์ที่ทำงานมาหลายทศวรรษได้ถูกลดทอนลงจนแทบไม่ได้ยิน เหลือเพียงเสียงลมหายใจอันแผ่วเบาของลูกเรือแต่ละคน ซึ่งสะท้อนก้องอยู่ในโถงทางเดินอันกว้างขวางราวกับเสียงเพรียกจากห้วงลึกของจักรวาล
อัครา ชายหนุ่มผู้มีแววตาฉายประกายความมุ่งมั่นราวกับดาวฤกษ์ กำลังยืนนิ่งอยู่หน้าจอภาพโฮโลแกรมขนาดใหญ่ที่ฉายภาพของดาวเคราะห์ที่เขาและลูกเรืออีกสามคนได้เดินทางมาถึง ดาวเคราะห์ดวงนี้มีชื่อในบันทึกการสำรวจว่า "ซีเรียส-7" แต่สำหรับอัครา มันคือปริศนาอันยิ่งใหญ่ที่รอการไข
"ความผิดปกติของสนามพลังงานยังคงมีอยู่ อัครา" เสียงทุ้มของ ร้อยโท อติรุจ ผู้บัญชาการของภารกิจ ดังขึ้นผ่านระบบสื่อสารภายใน "แต่ระดับความเข้มข้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เราสามารถลงจอดได้"
อัคราพยักหน้าช้าๆ ดวงตาของเขาสบเข้ากับภาพของซีเรียส-7 ซึ่งมีชั้นบรรยากาศสีม่วงเข้มปกคลุมหนาทึบ ราวกับผ้าห่มแห่งกาลเวลาที่ถูกทอดทิ้งไว้เบื้องหลัง "ผมเห็นครับท่านผู้การ ผมเชื่อว่านี่คือสิ่งที่เรารอคอย"
ซีเรียส-7 เป็นดาวเคราะห์ที่ถูกค้นพบโดยบังเอิญจากการสำรวจระยะไกลเมื่อหลายสิบปีก่อน สิ่งที่ทำให้มันโดดเด่นและดึงดูดความสนใจของนักวิทยาศาสตร์และนักสำรวจคือสัญญาณพลังงานประหลาดที่แผ่ออกมาจากพื้นผิว ซึ่งไม่สามารถอธิบายได้ด้วยหลักการทางฟิสิกส์ที่มนุษยชาติรู้จัก บันทึกโบราณระบุว่ามันอาจเป็นร่องรอยของอารยธรรมที่สูญหายไปนานแสนนาน อารยธรรมที่อาจก้าวล้ำจนสามารถควบคุมพลังงานของดวงดาวได้
"เราจะเข้าสู่ชั้นบรรยากาศภายในอีกสิบห้านาที" อติรุจกล่าวต่อ "เตรียมพร้อมสำหรับการลงจอด"
อัคราเดินออกจากห้องควบคุมไปยังส่วนของยานที่จัดเตรียมไว้สำหรับปฏิบัติการภาคพื้นดิน เขาคว้าหมวกนิรภัยของตนเองที่วางอยู่บนชั้นวาง แสงสีฟ้าอ่อนจากแผงไฟบนผนังสะท้อนเงาบนใบหน้าของเขาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังระคนความกังวล
"นายดูตื่นเต้นเป็นพิเศษนะ อัครา" เสียงใสของผู้หมวด วิราวรรณ นักโบราณคดีอวกาศดังขึ้นจากด้านหลัง เธอกำลังจัดเก็บอุปกรณ์สำรวจชิ้นเล็กๆ ลงในกระเป๋าผ้าแคนวาส "นี่อาจเป็นวันสำคัญของวงการเราเลยนะ"
"ผมแค่รู้สึกว่าเรากำลังจะได้เห็นบางสิ่งที่เหนือกว่าที่เคยจินตนาการไว้น่ะครับ คุณวิราวรรณ" อัคราตอบพลางหันมายิ้มให้เธอ "คุณเองก็คงจะเหมือนกัน"
วิราวรรณหัวเราะเบาๆ "แน่นอน! การได้สัมผัสซากปรักหักพังของอารยธรรมโบราณที่อาจจะก้าวหน้ากว่าเราหลายพันปี มันเป็นความฝันของนักโบราณคดีทุกคนเลยนะ"
ยานสำรวจขนาดเล็ก "ไลท์นิ่ง" ถูกเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางลงสู่พื้นผิวซีเรียส-7 นักบินประจำยาน ซีค นักวิทยาศาสตร์ผู้มีบุคลิกเงียบขรึม กำลังตรวจสอบระบบนำทางอย่างละเอียด
"ทุกอย่างพร้อมครับผู้การ" ซีครายงานเสียงเรียบ
"ดี" อติรุจตอบ "อัครา วิราวรรณ พวกคุณสองคนจะเป็นชุดสำรวจชุดแรก ลงไปเก็บข้อมูลเบื้องต้น ส่วนผมและซีคจะรออยู่ที่ยานหลัก หากมีอะไรผิดปกติให้รีบแจ้งกลับทันที"
"รับทราบครับ" อัคราและวิราวรรณตอบพร้อมกัน
"ไลท์นิ่ง" พุ่งทะยานออกจากยาน "เอ็กโซดัส" ดิ่งลงสู่ชั้นบรรยากาศสีม่วงของซีเรียส-7 ท้องฟ้าเบื้องล่างเต็มไปด้วยกลุ่มเมฆหนาทึบที่ก่อตัวเป็นรูปทรงประหลาด ราวกับผืนผ้าใบที่ถูกแต่งแต้มด้วยพู่กันแห่งธรรมชาติที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน
เมื่อเข้าใกล้พื้นผิว ภาพที่ปรากฏตรงหน้ายิ่งสร้างความตะลึงให้กับพวกเขา ซีเรียส-7 ไม่ใช่ดาวเคราะห์ที่แห้งแล้งและว่างเปล่าอย่างที่คาดการณ์ไว้ แต่มันคือผืนดินที่เต็มไปด้วยโครงสร้างอันมหึมา ซากปรักหักพังของเมืองโบราณที่ถูกกลืนกินโดยกาลเวลา กำแพงหินสีดำสนิทสูงเสียดฟ้าที่บิดเบี้ยวผิดรูป ราวกับถูกพลังงานมหาศาลกระแทกจนบิดเบี้ยว ก่อให้เกิดรูปทรงที่ชวนให้ขนลุก
"เหลือเชื่อ..." วิราวรรณพึมพำ ดวงตาของเธอเบิกกว้างขณะมองผ่านกระจกหน้าของ "ไลท์นิ่ง" "นี่มัน...ยิ่งกว่าที่บันทึกใดๆ กล่าวไว้เสียอีก"
"ระวังการลงจอดนะซีค" อัคราเตือน "พื้นผิวดูไม่มั่นคงนัก"
ซีคบังคับ "ไลท์นิ่ง" ลงจอดอย่างนุ่มนวลบนลานหินกว้างที่ดูเหมือนจะเป็นจัตุรัสกลางเมืองโบราณแห่งหนึ่ง เสียงเครื่องยนต์ของยานดับลง ความเงียบที่เคยปกคลุมยาน "เอ็กโซดัส" ถูกแทนที่ด้วยเสียงลมพัดหวิวอันเย็นเยียบที่พัดผ่านซากปรักหักพัง สร้างเสียงโหยหวนราวกับเสียงร่ำไห้ของวิญญาณ
อัคราและวิราวรรณสวมชุดอวกาศเต็มยศ ตรวจสอบระบบสื่อสารเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเปิดประตูยานออกไป
"อากาศภายนอก... มีความหนาแน่นกว่าที่คาดการณ์ไว้เล็กน้อย แต่ไม่เป็นอันตรายต่อชุดอวกาศ" อัครากล่าวขณะที่ตนเองก้าวลงสู่พื้นผิว "แรงโน้มถ่วงประมาณ 0.8 ของโลก"
"น่าทึ่งจริงๆ" วิราวรรณกล่าวพร้อมกับหยิบเครื่องสแกนมือถือขึ้นมา "องค์ประกอบของพื้นผิวนี่... เป็นแร่ชนิดใหม่ที่ผมไม่เคยพบมาก่อนเลย"
พวกเขาเริ่มออกสำรวจอย่างระมัดระวัง ซากอารยธรรมที่อยู่เบื้องหน้าเต็มไปด้วยรูปทรงเรขาคณิตที่ซับซ้อน ลวดลายที่แกะสลักอยู่บนผนังบ่งบอกถึงความเชี่ยวชาญทางศิลปะและวิศวกรรมที่เหนือจินตนาการ
"ดูนี่สิ อัครา!" วิราวรรณร้องเรียก พลางชี้ไปยังแท่งหินขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางลาน "มันมีสัญลักษณ์แปลกๆ สลักอยู่เต็มไปหมด"
อัคราเดินเข้าไปใกล้ สัญลักษณ์เหล่านั้นดูเหมือนภาษาโบราณที่ไม่เคยปรากฏในฐานข้อมูลใดๆ ของมนุษยชาติ แต่ในขณะเดียวกัน เขากลับรู้สึกถึงความคุ้นเคยบางอย่าง ราวกับมันถูกสลักลงไปในจิตสำนึกของเขาตั้งแต่ชาติปางก่อน
"ผมรู้สึกเหมือนเคยเห็นสัญลักษณ์พวกนี้มาก่อน" อัครากล่าวด้วยความสงสัย "เหมือน... ความทรงจำที่เลือนราง"
"ความทรงจำ?" วิราวรรณเลิกคิ้ว "คุณหมายความว่าอย่างไร"
"ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ" อัคราตอบพลางยกมือขึ้นสัมผัสพื้นผิวของแท่งหิน "มันเป็นความรู้สึกแปลกๆ เหมือนกับว่า... เราไม่ได้มาที่นี่เป็นครั้งแรก"
ทันใดนั้น แสงสีแดงฉานก็สว่างวาบขึ้นมาจากขอบฟ้าเบื้องหน้า เป็นแสงที่สว่างจ้าจนทำให้ทั้งคู่ต้องยกมือขึ้นบังตา
"นั่นมันอะไรกัน!" วิราวรรณอุทาน
"สัญญาณพลังงาน!" อัคราตะโกน "มันกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว!"
เขาหันกลับไปมองที่ "ไลท์นิ่ง" แล้วมองไปยังทิศทางของแสง ยิ่งมองเข้าไปใกล้ แสงสีแดงนั้นก็ยิ่งเข้มข้นขึ้น จนมองเห็นเป็นลักษณะของวัตถุขนาดใหญ่บางอย่างที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามา
"ผู้การ! เราเจออะไรบางอย่าง!" อัคราตะโกนผ่านระบบสื่อสาร "มีวัตถุประหลาดกำลังเคลื่อนเข้ามาจากทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ! ปล่อยพลังงานสีแดงออกมา!"
เสียงอติรุจดังขึ้นอย่างร้อนรน "เข้าใจแล้ว! รีบกลับมาที่ยานทันที!"
แต่ก็สายเกินไป วัตถุนั้นเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ มันไม่ใช่ยานอวกาศที่มนุษย์รู้จัก แต่เป็นสิ่งที่ดูราวกับ... ดวงดาวที่กำลังแตกสลาย
แสงสีเลือดสาดส่องไปทั่วพื้นผิวของซีเรียส-7 เงาของซากปรักหักพังบิดเบี้ยวไปตามแสงที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ อัคราและวิราวรรณยืนตะลึงงัน ภาพที่เห็นตรงหน้ามันเกินกว่าที่จินตนาการจะรับได้
"มันคืออะไรกันแน่?" วิราวรรณถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"ผมไม่รู้" อัคราตอบ พลางหยิบปืนพลังงานคู่ใจขึ้นมา "แต่เราต้องเตรียมตัวรับมือ"
วัตถุสีแดงเลือดนั้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ มันไม่ได้มีรูปร่างที่แน่นอน แต่ดูเหมือนกลุ่มก๊าซและฝุ่นที่หมุนวนอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับเปล่งแสงสีแดงฉานอันเป็นอันตราย มันกำลังจะมาถึง
ความสงสัยใคร่รู้ที่เคยเติมเต็มจิตใจของอัครา บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกหวาดหวั่น และความตระหนักว่าพวกเขาอาจได้ค้นพบสิ่งที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะรับมือได้.

ดวงดาวสีเลือด: รอยอดีตที่สะกดดาว
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก