เปลวเพลิงสีฟ้าอมม่วงจากหัวขับของยานเอ็กโซดัสยังคงปะทุต่อเนื่อง เป็นดั่งสายธารแห่งพลังงานที่ฉีกผ่านม่านแห่งห้วงอวกาศอันมืดมิด แรงสั่นสะเทือนที่เคยรุนแรงได้แปรเปลี่ยนเป็นความราบรื่นมากขึ้น ราวกับว่ายานอวกาศลำมหึมาที่เคยหลับใหลมานานแสนนาน บัดนี้ได้ตื่นขึ้นมาอย่างเต็มภาคภูมิ อัคราในชุดนักบินสีดำสนิท ยืนกุมบังเหียนของยานอยู่อย่างมั่นคง สายตาคมกริบของเขากวาดมองแผงควบคุมที่สว่างไสวไปด้วยตัวอักษรและสัญลักษณ์ดิจิทัลที่เรียงรายอย่างเป็นระเบียบ
"ความเร็วคงที่ ระบบนำร่องทำงานปกติ" เสียงสังเคราะห์ของระบบคอมพิวเตอร์ของยานดังขึ้นอย่างราบเรียบ เป็นเสียงเดียวที่ดังอยู่ภายในห้องนักบิน สะท้อนความเงียบสงัดของอวกาศภายนอก
"รายงานสถานะพลังงาน" อัคราเอ่ยถาม เสียงของเขาฟังดูเข้มข้น แต่แฝงไว้ด้วยความผ่อนคลายที่เพิ่งค้นพบ
"พลังงานหลัก ณ ขณะนี้อยู่ที่เก้าสิบสองเปอร์เซ็นต์ ระบบขับเคลื่อนรองทำงานเต็มประสิทธิภาพ แบตเตอรี่สำรองชาร์จเต็มหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์"
"ดี" อัคราพยักหน้าให้ตัวเอง เขายังคงจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างบังคับการ ภาพของกลุ่มดาวที่พร่างพราวและเนบิวลาที่ทอประกายอยู่เบื้องหน้า ยังคงเป็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจเสมอ แม้จะเห็นมานับครั้งไม่ถ้วนตลอดการเดินทางที่ยาวนานหลายทศวรรษ
"เราใกล้จะถึงขอบเขตของระบบสุริยะเป้าหมายแล้วใช่ไหม?" เขาถามต่อ
"ยืนยัน กำลังเข้าสู่ระยะโคจรของดาวเคราะห์ดวงที่สาม ตามแผนที่ดวงดาวที่บันทึกไว้"
ดาวเคราะห์ดวงที่สาม... ชื่อรหัส "อีออน" ดาวเคราะห์ร้างที่เคยถูกบันทึกว่าเป็นแหล่งอารยธรรมโบราณอันยิ่งใหญ่ ก่อนที่จะล่มสลายไปอย่างไร้ร่องรอยกว่าหลายพันปี เป็นเป้าหมายหลักของการสำรวจครั้งนี้
"เตรียมการเข้าสู่โหมดสำรวจระยะใกล้" อัคราออกคำสั่ง "ลดความเร็วลง ห้าสิบเปอร์เซ็นต์ สแกนคลื่นพลังงานทุกรูปแบบโดยละเอียด"
"รับทราบ"
ความรู้สึกตื่นเต้นเริ่มก่อตัวขึ้นในอกของอัครา นี่คือช่วงเวลาที่เขาเฝ้ารอคอยมานานแสนนาน ช่วงเวลาที่ทุกอย่างจะถูกเปิดเผย ข้อมูลที่รวบรวมมาตลอดการเดินทางอันยาวนาน จะถูกนำมาใช้ ณ บัดนี้
"อัครา" เสียงของดร.เอรินดังขึ้นผ่านระบบสื่อสารภายในยาน "ฉันได้ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นจากดาวเทียมสำรวจที่ส่งไปล่วงหน้าแล้ว สัญญาณพลังงานที่แปลกประหลาดกำลังปรากฏขึ้นบริเวณขั้วเหนือของอีออน"
"แปลกประหลาดอย่างไร?" อัคราถาม พลางหันหน้าไปมองจอมอนิเตอร์ที่ฉายภาพของดาวเคราะห์อีออนอยู่เบื้องหน้า
"เป็นรูปแบบพลังงานที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน ไม่ตรงกับข้อมูลที่เรารู้จักเกี่ยวกับแหล่งพลังงานตามธรรมชาติ หรือเทคโนโลยีที่มนุษย์เคยสร้างขึ้น" ดร.เอรินอธิบาย เสียงของเธอเต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ "และที่น่าเป็นห่วงคือ สัญญาณนี้กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว"
อัคราขมวดคิ้ว เขากำลังรู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่ผิดปกติ ความเงียบสงัดที่เคยมี บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกประหวั่นพรั่นพรึงที่คืบคลานเข้ามาอย่างช้าๆ
"เร่งการสแกนดวงดาวอีออนให้ละเอียดที่สุด" อัคราออกคำสั่ง "ฉันต้องการทราบทุกรายละเอียดเกี่ยวกับพลังงานนั้น"
"รับทราบ"
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า จอมอนิเตอร์ฉายภาพของดาวเคราะห์อีออนที่ค่อยๆ ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ผิวของมันปกคลุมไปด้วยทะเลทรายสีแดงเข้มและแนวเทือกเขาที่สูงเสียดฟ้า สภาพอากาศดูเหมือนจะสงบ แต่เบื้องลึกกลับเต็มไปด้วยปริศนา
"อัครา! เกิดอะไรขึ้น!" เสียงของนาวาเอกเจมส์ดังขึ้นอย่างฉุกละหุก "เซ็นเซอร์ตรวจจับวัตถุขนาดใหญ่กำลังมุ่งหน้ามาที่เรา! ความเร็วสูงมาก!"
อัคราหันไปมองจอเรดาร์ ภาพของจุดสีแดงขนาดใหญ่กำลังพุ่งตรงมายังยานเอ็กโซดัสอย่างรวดเร็ว จนน่าใจหาย
"มันคืออะไร?" เขาถาม
"ไม่ทราบ! ไม่เคยมีข้อมูลบันทึกไว้เลย! ขนาดของมัน... ใหญ่กว่ายานของเราหลายเท่า!" นาวาเอกเจมส์ตอบ เสียงของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
"เตรียมระบบป้องกัน!" อัคราตะโกนสั่ง "เปิดเกราะพลังงานสูงสุด! เตรียมอาวุธ!"
แต่ก็สายเกินไป วัตถุขนาดมหึมานั้นพุ่งเข้ามาประชิดยานเอ็กโซดัสด้วยความเร็วที่เหนือจินตนาการ มันไม่ใช่ยานอวกาศที่มนุษย์เคยรู้จัก ไม่มีรูปทรงที่ชัดเจน เป็นเพียงมวลสารสีแดงเข้มที่กำลังบิดเบี้ยว หมุนวนอย่างบ้าคลั่ง ราวกับว่ามันกำลังหายใจ
"มัน... มันคืออะไรกันแน่!" เสียงของลูกเรือคนอื่นๆ ดังผสมปนเปกันด้วยความตกใจ
ทันใดนั้นเอง แสงสว่างวาบขนาดมหึมาก็สาดส่องไปทั่วห้องนักบิน เป็นแสงสีแดงฉานราวกับเลือดที่กำลังเดือดพล่าน ดวงดาวดวงนั้น... หากจะเรียกมันว่าดวงดาว... มันคือปรากฏการณ์ที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดเท่าที่อัคราเคยพบเห็นมา
"มันไม่ใช่ดาว... มันคือ... พลังงาน!" ดร.เอรินอุทาน "มันคือแหล่งพลังงานที่กำลังก่อตัวขึ้น!"
"แต่ทำไมมันถึง... เคลื่อนที่ได้?" นาวาเอกเจมส์ถามด้วยความไม่เชื่อสายตา
"ฉันไม่รู้! แต่เรากำลังถูกดูดเข้าไป! แรงโน้มถ่วงของมันมหาศาล!"
อัคราสัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดอันมหาศาลที่กำลังฉุดกระชากยานเอ็กโซดัสให้เข้าไปหาวัตถุสีเลือดนั้น เครื่องยนต์ที่เคยทรงพลังบัดนี้กลับไร้ประโยชน์ เขาพยายามควบคุมยานอย่างเต็มที่ แต่ก็เหมือนกับเศษใบไม้ที่ถูกพายุพัด
"เครื่องยนต์หลัก... ขัดข้อง!" เสียงของระบบคอมพิวเตอร์ดังขึ้นอย่างกระทันหัน
"อะไรนะ!" อัคราอุทาน
"พลังงานที่แผ่ออกมาจากวัตถุนั้น... มันกำลังรบกวนระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดของเรา! เรากำลังเสียการควบคุม!"
ยานเอ็กโซดัสที่เคยเป็นความภาคภูมิใจของมนุษยชาติ บัดนี้กำลังถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ แรงสั่นสะเทือนรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เสียงโลหะบิดเบี้ยวเสียดสีกันดังระงมไปทั่วทั้งยาน
"อัครา! เราต้องสละยาน!" นาวาเอกเจมส์ตะโกน
"ไม่ได้! เราต้องหาทางออกไปให้ได้!" อัคราตะโกนกลับ เขาพยายามบังคับยานด้วยมือที่สั่นเทา แต่ก็ไม่เป็นผล
ภาพนอกหน้าต่างบังคับการเต็มไปด้วยแสงสีแดงฉานที่กำลังบิดเบี้ยว ยานเอ็กโซดัสค่อยๆ ถูกดูดเข้าไปในใจกลางของมวลสารสีเลือดนั้น เหมือนกับแมลงที่ถูกจับกินโดยอสูรกายแห่งห้วงอวกาศ
"ทุกคน... เตรียมตัวให้พร้อม..." อัคราเอ่ยเสียงแผ่วเบา เขารู้ดีว่านี่อาจจะเป็นจุดจบของการเดินทางอันยาวนานของเขาและลูกเรือทุกคน
แต่ในเสี้ยววินาทีสุดท้าย ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดมิดลง อัคราเห็นบางสิ่งบางอย่าง... แสงสว่างสีทองอร่ามที่ส่องประกายออกมาจากใจกลางของมวลสารสีเลือดนั้น เป็นแสงที่บริสุทธิ์และทรงพลัง ราวกับว่ามันกำลังจะนำพาเขาไปสู่บางสิ่งบางอย่างที่เหนือกว่าความเข้าใจ
แล้วทุกอย่างก็ดับวูบลง...
...
"อัครา... อัครา... ได้ยินฉันไหม?"
เสียงแผ่วเบาดังขึ้นปลุกอัคราจากความมืดมิด เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้น ภาพแรกที่เห็นคือเพดานโลหะสีเงินของยานที่คุ้นเคย
"ฉัน... ฉันอยู่ที่ไหน?" เขาเอ่ยถาม เสียงของเขาแหบพร่า
"ที่นี่คือยานเอ็กโซดัส... แต่... แต่เราไม่ได้อยู่ที่นี่"
อัคราขยับตัว เขาพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงนอนทางการแพทย์ที่เรียบง่าย ร่างกายของเขาปวดเมื่อยไปทั่ว แต่ก็ไม่ได้บาดเจ็บสาหัส
"นี่มัน... เกิดอะไรขึ้น?" เขาถาม
"ฉันไม่รู้แน่ชัด... หลังจากที่เราถูกดึงเข้าไปใน... 'สิ่งนั้น' พวกเราทุกคนก็หมดสติไป" ดร.เอรินตอบ เธอเองก็ดูอ่อนเพลีย แต่แววตาเต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ "เมื่อฉันฟื้นขึ้นมา... เราก็อยู่ที่นี่แล้ว"
อัคราลุกขึ้นนั่ง เขากวาดตามองไปรอบๆ ห้อง เขาจำได้ว่านี่คือห้องพยาบาลบนยานเอ็กโซดัส แต่ทุกอย่างดูเก่าแก่กว่าที่เขาจำได้มาก แสงไฟสลัวๆ และฝุ่นที่จับอยู่ตามซอกมุมต่างๆ บ่งบอกว่าห้องนี้ไม่ได้ถูกใช้งานมานานแล้ว
"เราอยู่ที่ไหน? ยานยังทำงานได้ปกติไหม?" เขาถาม
"นั่นแหละคือสิ่งที่น่าประหลาดที่สุด... ยานเอ็กโซดัสของเรา... ไม่ได้อยู่ในอวกาศ... เราอยู่ที่ไหนสักแห่ง... แต่ไม่ใช่ที่ที่เราเคยรู้จัก" ดร.เอรินตอบ ขณะที่เธอกำลังกดปุ่มบางอย่างบนแผงควบคุมที่ดูโบราณ
"ฉันพยายามตรวจสอบตำแหน่งของเรา... แต่ระบบนำร่อง... มันไม่ตอบสนอง"
"แล้ว... ลูกเรือคนอื่นๆ ล่ะ?" อัคราถามด้วยความกังวล
"ทุกคนปลอดภัย... ไม่มีใครบาดเจ็บสาหัส... แต่ทุกคนสับสน... และหวาดกลัว"
อัคราลุกขึ้นยืน เขาก้าวออกไปนอกห้องพยาบาล ตรงไปยังห้องนักบินที่เขาเคยยืนกุมบังเหียนอยู่เมื่อไม่นานมานี้
"เป็นไปไม่ได้..." เขากล่าวอุทานเบาๆ
ห้องนักบินยังคงอยู่ที่เดิม แต่ทิวทัศน์นอกหน้าต่างบังคับการนั้น... ไม่ใช่ห้วงอวกาศอันมืดมิดที่เขาคุ้นเคยอีกต่อไป
เบื้องหน้าของเขา คือภาพของผืนดินสีเขียวขจีที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา มีแม่น้ำสายใหญ่ไหลคดเคี้ยวผ่านทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ และไกลออกไปอีกคือเทือกเขาที่ปกคลุมไปด้วยเมฆหมอก
"นี่มัน... ที่ไหนกันแน่?" อัคราถามอย่างไม่เข้าใจ
"ฉันไม่รู้... แต่... มันไม่ใช่ดาวเคราะห์อีออน... และมันก็ไม่ใช่ที่ใดในกาแล็กซีที่เราเคยสำรวจ" ดร.เอรินตอบ เสียงของเธอเต็มไปด้วยความฉงน
"แล้ว 'ดวงดาวสีเลือด' ที่พาเรามาที่นี่... มันหายไปไหน?" อัคราถาม
"ฉันไม่รู้... แต่มันทิ้งร่องรอยบางอย่างไว้... รอยอดีตที่สะกดดาว..."
อัคราจ้องมองออกไปยังทิวทัศน์เบื้องหน้า เขาสัมผัสได้ถึงความลึกลับที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความงดงามนั้น ความรู้สึกที่ว่า... การผจญภัยที่แท้จริงของเขา... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
เขาจะหาทางกลับบ้านได้อย่างไร? และ 'ดวงดาวสีเลือด' นั้น คืออะไรกันแน่? รอยอดีตที่มันทิ้งไว้ จะนำพาพวกเขาไปสู่สิ่งใด?

ดวงดาวสีเลือด: รอยอดีตที่สะกดดาว
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก