ดวงดาวสีเลือด: รอยอดีตที่สะกดดาว

ตอนที่ 7 — เงาของอดีตที่ซ่อนเร้น

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,075 คำ

ความราบรื่นอันน่าอัศจรรย์ได้เข้าแทนที่แรงสั่นสะเทือนอันเคยรุนแรงบนยานเอ็กโซดัส อัคราเอนหลังพิงเบาะบังคับการ ดวงตาของเขายังคงจับจ้องไปยังหน้าจอหลัก ที่แสดงภาพอันกว้างใหญ่ไพศาลของห้วงอวกาศเบื้องหน้า ยานลำมหึมาลำนี้กำลังพุ่งทะยานผ่านความเวิ้งว้างอันไร้ที่สิ้นสุด ราวกับเครื่องจักรแห่งยุคโบราณที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง ยานเอ็กโซดัสกำลังเดินทางสู่ดาวเคราะห์รกร้างที่ถูกค้นพบโดยบังเอิญเมื่อหลายปีก่อน การค้นพบครั้งนั้นได้จุดประกายความหวัง ‌และความสงสัยในหมู่เหล่านักดาราศาสตร์และนักโบราณคดีทั่วทั้งกาแล็กซี

“สัญญาณชีพยังคงปกติ ไม่มีสิ่งผิดปกติใดๆ เพิ่มเติมครับท่านอัครา” เสียงทุ้มนุ่มของเอลาร่า ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์และระบบของยาน ดังขึ้นจากลำโพง เสียงของเธอผสมผสานกับเสียงหึ่งๆ เบาๆ ​ของเครื่องยนต์ที่ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ “ระยะทางที่เหลือถึงจุดหมายประมาณสองชั่วโมง”

อัคราผงกศีรษะรับ “ดีมากเอลาร่า คอยจับตาดูทุกอย่างให้ละเอียดนะ สภาพอากาศบนดาวเคราะห์นั่นค่อนข้างแปรปรวน เราไม่ต้องการให้มีอะไรเซอร์ไพรส์เรา”

“รับทราบค่ะ” เอลาร่าตอบเสียงหนักแน่น

บนหน้าจอหลัก ภาพของกลุ่มดาวอันไกลโพ้นยังคงเคลื่อนผ่านไปอย่างเชื่องช้า ‍แต่ในใจของอัครา กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย เขาจินตนาการถึงสิ่งที่รอคอยอยู่เบื้องหน้า ซากอารยธรรมโบราณที่หลับใหลภายใต้ชั้นฝุ่นและกาลเวลา ความลับที่อาจถูกฝังอยู่ใต้ผืนดาวอันแห้งแล้งนั้น อาจเป็นกุญแจสำคัญที่จะไขปริศนาแห่งอดีตที่สาบสูญ หรืออาจเป็นหายนะที่รอคอยผู้มาเยือนอย่างเรา

“ท่านอัคราครับ” เสียงของดร. ‌ไคโตะ หัวหน้าทีมนักโบราณคดี ดังมาจากห้องสื่อสาร “ผมกำลังตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับโครงสร้างของดาวเคราะห์ดวงนี้อีกครั้ง มีบางอย่างที่น่าสนใจครับ”

อัคราปรับมุมมองของจอภาพให้แสดงภาพของดร. ไคโตะ ใบหน้าของนักวิชาการผู้นี้เต็มไปด้วยความตื่นเต้น “มีอะไรหรือครับดร. ‍ไคโตะ?”

“จากการวิเคราะห์ภาพถ่ายระยะไกลล่าสุด พบว่ามีโครงสร้างบางอย่างที่มนุษย์สร้างขึ้นอย่างแน่นอนครับ มันไม่ใช่ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ” ดร. ไคโตะ ขยับแว่นตา “ขนาดของมันใหญ่โตมโหฬาร และดูเหมือนจะมีการวางผังเมืองที่ซับซ้อน ​แต่เหนือสิ่งอื่นใด... สไตล์สถาปัตยกรรมดูไม่เหมือนกับอารยธรรมใดๆ ที่เราเคยค้นพบมาก่อนเลยครับ”

“ไม่เหมือนอย่างที่เคยพบ? หมายความว่าอย่างไรครับ?” อัคราเลิกคิ้ว

“หมายความว่า... มันอาจจะเป็นอารยธรรมนอกโลกโดยแท้จริงครับ” ดร. ไคโตะ ​กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ฉายแววแห่งความมหัศจรรย์ “ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่เคยอพยพมาตั้งรกรากในภายหลัง แต่เป็นผู้สร้างสรรค์ดั้งเดิมของอารยธรรมนี้เลย”

ความเงียบเข้าปกคลุมภายในห้องบังคับการชั่วขณะ อัคราสูดหายใจเข้าลึกๆ ความเป็นไปได้ที่ดร. ไคโตะกล่าวมานั้นน่าทึ่งเกินกว่าจะจินตนาการได้ หากสิ่งที่พวกเขาค้นพบคืออารยธรรมที่ไม่เคยมีใครรู้จักมาก่อนเลยจริงๆ มันจะเป็นการค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ

“เราจะไปถึงที่นั่นในอีกไม่นาน ​ดร. ไคโตะ เตรียมทีมของคุณให้พร้อม เราจะลงจอดที่จุดที่ปลอดภัยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” อัคราสั่งการ

“แน่นอนครับท่าน” ดร. ไคโตะ ตอบรับอย่างกระตือรือร้น

เมื่อยานเอ็กโซดัสเข้าใกล้ดาวเคราะห์รกร้างดวงนั้นมากขึ้น รายละเอียดของภูมิประเทศก็เริ่มปรากฏชัดเจนขึ้นบนหน้าจอหลัก ผืนดินแห้งแล้งแตกระแหง ทอดตัวยาวสุดสายตาภายใต้ท้องฟ้าสีเทาหม่น มีร่องรอยของการกัดเซาะจากลมและกาลเวลาที่ทิ้งรอยแผลเป็นไว้ทั่วผืนดาว

“เริ่มมองเห็นโครงสร้างบางอย่างแล้วครับ!” เสียงของเอลาร่าดังขึ้นด้วยความตื่นเต้น “อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของจุดที่เราจะลงจอด”

ภาพบนจอหลักขยายใหญ่ขึ้น เผยให้เห็นเงาตะคุ่มของสิ่งก่อสร้างขนาดยักษ์ที่โผล่พ้นจากพื้นดินขึ้นมาเป็นระยะๆ โครงสร้างเหล่านั้นมีรูปทรงแปลกประหลาด ไม่เหมือนกับสิ่งก่อสร้างใดๆ ที่มนุษย์เคยสร้างขึ้นเลย มันมีความโค้งมน ผสมผสานกับเหลี่ยมมุมที่ดูแข็งแกร่ง แต่กลับให้ความรู้สึกถึงความสง่างามอย่างประหลาด

“ดูเหมือนจะเป็นหอคอย หรือสิ่งก่อสร้างที่มุ่งสู่ท้องฟ้า” ดร. ไคโตะ พึมพำ เขาเงยหน้ามองจอภาพด้วยความหลงใหล “ไม่น่าเชื่อ... ขนาดของมันใหญ่กว่าพีระมิดแห่งกิซ่าหลายเท่าตัว”

อัคราเพ่งมองไปยังโครงสร้างเหล่านั้น แสงจากดาวฤกษ์ที่อยู่ห่างไกล สาดกระทบเข้ากับพื้นผิวที่ดูเหมือนจะทำจากวัสดุชนิดใดชนิดหนึ่งที่มีความมันวาวเป็นพิเศษ ทำให้เกิดเงาสะท้อนที่ดูน่าเกรงขาม

“ยานเอ็กโซดัส เริ่มลดระดับความเร็วเพื่อเตรียมการลงจอด” เอลาร่าประกาศ “ระบบนำทางกำลังประมวลผลข้อมูลเกี่ยวกับพื้นผิวเพื่อหาจุดที่เหมาะสมที่สุด”

ขณะที่ยานค่อยๆ ลอยต่ำลงไป ท้องฟ้าสีเทาหม่นก็เริ่มเผยให้เห็นรายละเอียดที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่โครงสร้างที่ตั้งตระหง่านอยู่บนพื้นดินเท่านั้น แต่ยังมีร่องรอยของถนนหนทางที่ดูเหมือนจะถูกฝังอยู่ใต้ชั้นฝุ่นอีกด้วย

“มันเป็นเมืองจริงๆ ครับท่าน” ดร. ไคโตะ กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ “เป็นเมืองโบราณที่ถูกทิ้งร้าง”

ความรู้สึกตื่นเต้นระคนระแวดระวังเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของทุกคนบนยาน การเผชิญหน้ากับอดีตอันลึกลับกำลังจะเริ่มต้นขึ้น

“เรากำลังจะลงจอดแล้วครับ” เอลาร่าแจ้ง “จุดลงจอดที่คำนวณไว้คือบริเวณที่ราบโล่ง ห่างจากโครงสร้างหลักประมาณหนึ่งกิโลเมตร”

แรงสั่นสะเทือนเบาๆ เกิดขึ้นขณะที่ยานค่อยๆ สัมผัสพื้นผิวของดาวเคราะห์ การลงจอดเป็นไปอย่างราบรื่นราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

“ลงจอดสำเร็จครับ” เอลาร่ารายงาน “ระบบทั้งหมดทำงานปกติ”

อัคราถอนหายใจอย่างโล่งอก เขากล่าวกับลูกเรือทุกคน “ทุกคนเตรียมพร้อมสำหรับการสำรวจ เราจะค่อยๆ ออกไปข้างนอกทีละกลุ่ม ตรวจสอบสภาพแวดล้อมให้แน่ใจว่าปลอดภัยก่อน”

เมื่อประตูยานถูกเปิดออก ลมเย็นยะเยือกของดาวเคราะห์รกร้างได้พัดเข้ามาปะทะ ใบหน้าของพวกเขา หอบเอาฝุ่นผงละเอียดสีน้ำตาลแดงเข้ามาด้วย อากาศมีกลิ่นอายของความเก่าแก่ และความแห้งแล้งที่ยาวนาน

อัคราก้าวลงจากยานเป็นคนแรก สวมชุดอวกาศที่ออกแบบมาเพื่อการสำรวจโดยเฉพาะ เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ภาพเบื้องหน้าคือผืนดินสีน้ำตาลแตกระแหงสุดลูกหูลูกตา และเบื้องบนนั้นคือท้องฟ้าสีเทาหม่นที่ดูราวกับจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

“นี่คือ... โลกที่ถูกลืม” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึก

ดร. ไคโตะ และลูกเรือคนอื่นๆ เริ่มก้าวออกมาจากยาน พวกเขามองไปยังโครงสร้างขนาดยักษ์ที่อยู่ห่างออกไป ท่ามกลางแสงตะวันอันอ่อนแรงของดาวฤกษ์ดวงนี้

“มันงดงามอย่างน่ากลัว” ดร. ไคโตะ พึมพำ “ความยิ่งใหญ่ของมัน... บ่งบอกถึงอารยธรรมที่ก้าวหน้าอย่างไม่น่าเชื่อ”

ขณะที่พวกเขากำลังสำรวจพื้นที่โดยรอบเพื่อหาทางเข้าไปยังโครงสร้างหลัก จู่ๆ สัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้นจากแผงควบคุมบนชุดอวกาศของอัครา

“เกิดอะไรขึ้น?!” เขาถามเอลาร่าที่ยังคงอยู่ในยาน

“มีสัญญาณพลังงานแปลกประหลาดกำลังเข้ามาใกล้ครับ!” เอลาร่าตอบเสียงร้อนรน “มาจากทิศตะวันตกเฉียงเหนือ... ใกล้กับโครงสร้างหลัก!”

อัคราเงยหน้ามองไปยังทิศที่เอลาร่าบอก ท่ามกลางแสงอันสลัว เขาเห็นบางสิ่งบางอย่างกำลังเคลื่อนที่เข้ามา เป็นเงาสีดำทะมึนขนาดใหญ่ที่กำลังลอยตัวขึ้นมาจากพื้นดินอย่างช้าๆ

“นั่นมันอะไรกัน?” ลูกเรือคนหนึ่งอุทานด้วยความตกใจ

เงาดำนั้นค่อยๆ ปรากฏรูปทรงชัดเจนขึ้น มันคือวัตถุรูปร่างประหลาด คล้ายกับผลึกสีดำทึบแสงที่มีเหลี่ยมมุมแหลมคม มันลอยตัวอยู่กลางอากาศโดยไม่มีเครื่องยนต์ หรือสิ่งใดที่มองเห็นได้ที่ทำให้มันเคลื่อนที่

“มันไม่ใช่ยานอวกาศ” ดร. ไคโตะ กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “มัน... มันดูเหมือนสิ่งมีชีวิต”

เมื่อวัตถุนั้นลอยเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาก็เห็นว่าพื้นผิวของมันไม่ได้เรียบเนียนอย่างที่คิด แต่เต็มไปด้วยลายเส้นที่คล้ายกับเส้นเลือด หรือเส้นใยที่ซับซ้อน และตรงกลางของวัตถุนั้น มีแสงสีแดงฉานสว่างวาบขึ้นมาเป็นระยะๆ ราวกับดวงตาของสัตว์ร้ายที่กำลังจ้องมองพวกเขา

“แสงสีแดงนั่น... มันกำลังส่งคลื่นพลังงานออกมา” เอลาร่ารายงาน “มันกำลังแทรกแซงระบบสื่อสารของเรา!”

“ทุกคนระวัง!” อัคราตะโกน “ถอยกลับไปที่ยาน!”

แต่แล้ว สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น แสงสีแดงจากวัตถุนั้นพลันสว่างวาบขึ้นมาอย่างรุนแรง พร้อมกับคลื่นพลังงานสีแดงอมม่วงที่พุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว พุ่งตรงมายังกลุ่มนักสำรวจ

อัคราพยายามหลบหลีก แต่คลื่นพลังงานนั้นเร็วเกินไป เขาเห็นเพื่อนร่วมทีมหลายคนเซถลาลงไปกับพื้น บางคนส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด

“ท่านอัครา!” เสียงเอลาร่าดังขึ้นในหูฟัง แต่ก็ขาดหายไปในทันที

อัคราเหลือบมองไปที่วัตถุสีดำนั้นอีกครั้ง มันยังคงลอยนิ่งอยู่กลางอากาศ แต่รอบๆ ตัวของมัน บัดนี้ปรากฏแสงสีแดงฉานเป็นวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังจะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า

“นี่มัน... ดวงดาวสีเลือด!” อัคราอุทานด้วยความตกตะลึง เขาจำได้ถึงตำนานโบราณที่เคยได้ยินมา เรื่องเล่าเกี่ยวกับวัตถุลึกลับในห้วงอวกาศ ที่จะปรากฏขึ้นในยามที่ประวัติศาสตร์กำลังจะเปลี่ยนผ่าน

ความน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านไปทั่วร่าง อดีตที่พวกเขาพยายามจะค้นหา บัดนี้กำลังกลับมาหลอกหลอนพวกเขาในรูปแบบที่คาดไม่ถึง และการเผชิญหน้าอันน่าสะพรึงกลัวกลางอวกาศ ก็ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วจริงๆ.

หน้านิยาย
หน้านิยาย

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!