โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
30 ตอน · 1,247 คำ
แสงสีทองอันอบอุ่นจากดาวฤกษ์ดวงใหม่ยังคงทอประกายอาบไล้ไปทั่วห้องควบคุมของยานเอ็กโซดัส ความราบรื่นในการเดินทางที่เข้ามาแทนที่แรงสั่นสะเทือนอันโหดร้ายเมื่อครั้งก่อน ทำให้ลูกเรือทุกคนรู้สึกผ่อนคลายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้จะยังคงความตื่นตัวและตั้งมั่นในหน้าที่ ทว่าบรรยากาศแห่งความกดดันที่เคยปกคลุมได้จางหายไป เหลือเพียงความสงบและความหวังที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอีกครั้ง
อัครา ผู้นำยานอวกาศผู้กรำศึกมาอย่างโชกโชน เอนหลังพิงเบาะบังคับการ ดวงตาของเขายังคงจับจ้องไปยังหน้าจอหลัก ที่แสดงภาพอันกว้างใหญ่ไพศาลของห้วงอวกาศเบื้องหน้า ยานเอ็กโซดัสกำลังเคลื่อนที่ผ่านกลุ่มดาวอันเงียบสงัด ดาวเคราะห์ปริศนาที่พวกเขาตั้งเป้าหมายในการสำรวจ กำลังใกล้เข้ามาทุกขณะ ความตื่นเต้นปนเปกับความสงสัย เริ่มก่อตัวขึ้นในใจของเขา
“ระดับพลังงานของยานคงที่ สัญญาณชีพของลูกเรือทุกคนปกติ สภาพแวดล้อมภายนอกยานยังคงเป็นปกติครับหัวหน้า” เสียงใสของ ‘วีน่า’ เจ้าหน้าที่สื่อสารและระบบนำทาง ดังขึ้นจากที่นั่งข้างๆ เธอกำลังป้อนคำสั่งอย่างคล่องแคล่ว ใบหน้าของเธอสะท้อนแสงจากหน้าจอ จมูกโด่งรั้นรับกับริมฝีปากบางที่ขยับเล็กน้อยขณะอ่านค่าต่างๆ
“ดีมากวีน่า” อัคราตอบรับ เสียงของเขาเต็มไปด้วยความมั่นคง “เราเข้าใกล้เป้าหมายแล้ว เตรียมพร้อมสำหรับการเข้าสู่วงโคจรของดาวเคราะห์ ‘เซราฟิส’ เป็นพิเศษ คอยตรวจสอบสัญญาณผิดปกติทุกรูปแบบ”
“รับทราบค่ะ” วีน่าตอบรับอย่างกระฉับกระเฉง
ยานเอ็กโซดัสเข้าใกล้ดาวเคราะห์สีเทาหม่นดวงหนึ่งมากขึ้นเรื่อยๆ พื้นผิวของมันปกคลุมไปด้วยฝุ่นละอองสีเข้ม และมีร่องรอยของโครงสร้างบางอย่างที่มองเห็นได้รางๆ จากระยะไกล อัคราสั่งการให้ลดความเร็วลงอย่างนุ่มนวล สภาพอากาศบนดาวเคราะห์ดูจะสงบนิ่ง ไม่มีพายุหมุนหรือกระแสลมที่รุนแรง
“หัวหน้าครับ สัญญาณที่ผิดปกติ… มันกำลังปรากฏขึ้น” เสียงของ ‘ดร.ชาลี’ นักโบราณคดีและนักภาษาศาสตร์ประจำยาน ดังขึ้นอย่างกะทันหัน ท่าทีของเขาเปลี่ยนจากความสงบเป็นตื่นตัวอย่างรวดเร็ว เขากำลังจ้องมองที่จอภาพของตนเองซึ่งแสดงข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างบนพื้นผิวดาว
“ผิดปกติอย่างไร ดร.ชาลี?” อัคราหันไปมองเขา ใบหน้าของเขามีความกังวลฉายชัด
“มันเป็นสัญญาณพลังงานครับหัวหน้า… ไม่เหมือนกับที่เคยตรวจพบมาก่อน มันมีความซับซ้อนและมีรูปแบบที่ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันของเรา และที่น่าแปลกคือ… สัญญาณนี้ดูเหมือนจะกำลัง… ปล่อยออกมาจากโครงสร้างเหล่านั้น”
อัคราขมวดคิ้ว “โครงสร้างที่ว่านั่น คือซากอารยธรรมโบราณใช่หรือไม่?”
“ใช่ครับหัวหน้า ข้อมูลเบื้องต้นบ่งชี้ว่าเป็นเช่นนั้น แต่สัญญาณนี้… มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนกำลังฟังเสียงเพลงโบราณที่ทรงพลัง… แต่มันก็แฝงไปด้วยความน่ากลัวบางอย่าง” ดร.ชาลีพูดพลางใช้นิ้วเรียวลากไปบนหน้าจออย่างรวดเร็ว
“ตรวจสอบแหล่งที่มาของสัญญาณให้แน่ชัด และประเมินระดับพลังงานทั้งหมด” อัคราออกคำสั่ง “วีน่า หาข้อมูลเกี่ยวกับดาวเคราะห์ดวงนี้ในฐานข้อมูลของเรา มีอะไรที่บันทึกไว้เกี่ยวกับเซราฟิสบ้างหรือไม่?”
“กำลังตรวจสอบค่ะ… ข้อมูลมีจำกัดมากหัวหน้า พบเพียงว่าดาวเคราะห์ดวงนี้เคยเป็นแหล่งอารยธรรมที่รุ่งเรืองมากเมื่อหลายพันปีก่อน แต่จู่ๆ ก็ล่มสลายไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่มีบันทึกใดๆ กล่าวถึงสาเหตุของการล่มสลาย หรือแม้กระทั่งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของพวกเขา” วีน่าตอบกลับ
“นี่อาจจะเป็นกุญแจสำคัญ” อัคราพึมพำกับตัวเอง “เตรียมยานลงจอด อิงจากสภาพพื้นผิวแล้ว เราจะเลือกจุดลงจอดที่ใกล้กับแหล่งพลังงานที่ดร.ชาลีตรวจพบมากที่สุด”
ยานเอ็กโซดัสค่อยๆ ลดระดับลงสู่พื้นผิวดาวเซราฟิสอย่างนุ่มนวล ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอหลักค่อยๆ ชัดเจนขึ้น เผยให้เห็นซากปรักหักพังของสิ่งก่อสร้างขนาดมหึมา ก้อนอิฐหินที่สลักเสลาอย่างประณีตเรียงรายเป็นแถว ซุ้มประตูขนาดใหญ่ที่เคยโอ่อ่า บัดนี้ถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นละอองจนแทบมองไม่เห็นรูปร่างเดิม
“พื้นผิวมีความเสถียรสูง ไม่พบสัญญาณของแผ่นดินไหวหรือกิจกรรมทางธรณีวิทยาที่รุนแรง” เสียงของ ‘กวิน’ ต้นหนผู้เงียบขรึมและรอบคอบ แจ้งรายงาน “ทัศนวิสัยดี สามารถทำการลงจอดได้ตามแผน”
การลงจอดเป็นไปอย่างราบรื่น ยานเอ็กโซดัสจอดสนิทลงบนพื้นที่ราบกว้างขวาง ที่มีซากสิ่งก่อสร้างโบราณตั้งตระหง่านอยู่โดยรอบ บรรยากาศภายนอกยานเต็มไปด้วยความเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมพัดหวีดหวิวเป็นครั้งคราว
“ได้เวลาสำรวจแล้ว” อัคราประกาศลุกขึ้นจากเบาะบังคับการ “ทุกคนเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม สวมชุดอวกาศที่เหมาะสม เราจะลงไปตรวจสอบแหล่งพลังงานนั่นก่อน”
ลูกเรือทุกคนตอบรับด้วยความกระตือรือร้น พวกเขามีประสบการณ์ในการสำรวจดาวเคราะห์มาแล้วหลายดวง แต่ซากอารยธรรมโบราณพร้อมกับสัญญาณพลังงานปริศนาเช่นนี้ เป็นสิ่งที่กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของพวกเขาอย่างมาก
ประตูยานค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นภาพเบื้องหน้าอย่างเต็มตา แสงสีทองจากดาวฤกษ์สะท้อนกับฝุ่นละอองบนพื้นผิวดาว สร้างม่านหมอกสีทองที่ดูราวกับเป็นม่านมายา ซากสิ่งก่อสร้างโบราณที่รายล้อมอยู่ มีลักษณะที่ดูแปลกตา ไม่เหมือนกับสถาปัตยกรรมใดๆ ที่พวกเขาเคยพบเห็นมาก่อน บางส่วนเป็นแท่งหินสูงเสียดฟ้า บางส่วนเป็นวงกลมขนาดใหญ่ที่ถูกสลักลวดลายประหลาด
“นี่มัน… ไม่น่าเชื่อ” ดร.ชาลีอุทาน พลางเดินสำรวจรอบๆ บริเวณ “ลวดลายพวกนี้… มันไม่ใช่แค่การตกแต่ง มันเหมือนเป็นภาษา… หรือเป็นแผนที่บางอย่าง”
อัคราหยิบอุปกรณ์สแกนขึ้นมา เขาเดินตรงไปยังทิศทางที่สัญญาณพลังงานเข้มข้นที่สุด เสียงสแกนดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ
“สัญญาณมาจากตรงนั้น” อัคราชี้ไปยังแท่งหินสูงขนาดมหึมา ที่ตั้งอยู่กลางลานกว้าง แท่งหินนั้นมีสีเข้มเกือบดำ สลักเสลาด้วยลวดลายที่ซับซ้อนและเรืองแสงสีฟ้าจางๆ
เมื่อพวกเขาเดินเข้าไปใกล้ อัคราก็รู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่อ่อนโยน แผ่ซ่านเข้ามาจากแท่งหินนั้น มันไม่ใช่แรงสั่นสะเทือนที่น่ากลัว แต่เป็นเหมือนการเต้นของหัวใจที่ค่อยๆ เร่งจังหวะขึ้น
“สแกน… สแกนดูว่ามันคืออะไร” อัคราออกคำสั่ง
อุปกรณ์สแกนทำงานอย่างหนัก แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับยิ่งทำให้พวกเขาสับสนมากขึ้น “หัวหน้า… มันไม่มีโครงสร้างที่เป็นวัตถุเลยครับ… มันเหมือนเป็น… คลื่นพลังงานที่ถูกกักเก็บไว้ในบางสิ่ง”
“กักเก็บ?” ดร.ชาลีขยับเข้ามาดู “แต่กักเก็บไว้เพื่ออะไร? แล้วทำไมถึงปล่อยสัญญาณออกมา?”
ทันใดนั้นเอง เสียงแหลมสูงก็ดังขึ้นจากแท่งหิน ราวกับมีบางสิ่งกำลังถูกปลุกขึ้นมา แสงสีฟ้าจางๆ ที่เคยเรืองรอง ค่อยๆ สว่างวาบขึ้น เป็นประกายเจิดจ้าขึ้นเรื่อยๆ
“สัญญาณพลังงานพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว! เตรียมพร้อมป้องกัน!” เสียงของวีน่าดังขึ้นจากยาน แต่เธอก็ยังคงอยู่ที่หน้าจอควบคุม
อัคราและลูกเรือที่อยู่รอบๆ แท่งหิน รีบตั้งท่าเตรียมพร้อม อาวุธถูกชักออกมาจากซอง อัครากุมปืนพลังงานไว้แน่น ดวงตาของเขาสอดส่ายไปรอบๆ มองหาอันตรายที่อาจจะซ่อนอยู่
“มันกำลัง… เปิดออก” ดร.ชาลีพูดเสียงสั่นเครือ
แท่งหินสีดำสนิทเริ่มมีการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยสลักที่เรืองแสงสีฟ้า ค่อยๆ แยกออกจากกัน เผยให้เห็นช่องว่างมืดมิดภายใน จากช่องว่างนั้น ปรากฏแสงสีแดงฉานที่สว่างวาบออกมา เป็นแสงที่ดูเหมือนกับ… เลือด
“นั่นมัน… ดวงดาวสีเลือด!” กวินอุทานด้วยความตกใจ
แสงสีแดงฉานนั้น พุ่งออกมาจากแท่งหิน ราวกับลำแสงจากอาวุธมหาศาล มันไม่ได้พุ่งเป้ามาที่พวกเขาโดยตรง แต่กำลังขยายวงกว้างออกไปครอบคลุมพื้นที่บริเวณนั้นทั้งหมด
“อะไรกันเนี่ย? สัญญาณพลังงาน… มันไม่ใช่แค่พลังงาน มันกำลัง… แปรสภาพ!” ดร.ชาลีตะโกนด้วยความหวาดหวั่น
ทันใดนั้นเอง ห้วงอวกาศรอบๆ ดาวเคราะห์เซราฟิส ก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างน่าสะพรึงกลัว กลุ่มดาวที่เคยสงบนิ่ง กลับเริ่มหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง แสงสีแดงฉานจากแท่งหิน ดูเหมือนจะกำลังแผ่ขยายออกไป กำซึมซับเข้าไปในทุกอณูของอวกาศ
“หัวหน้า! ตรวจพบการบิดเบือนของมิติ! มีการก่อตัวของ… ม่านพลังงานสีแดงขนาดใหญ่ กำลังขยายตัวออกไปอย่างรวดเร็ว!” เสียงของวีน่าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
“ม่านพลังงานสีแดง?” อัคราถามย้ำ “มันมาจากไหน?”
“มาจาก… ตรงที่เรากำลังสำรวจ! มันเหมือนกับ… ที่นี่กำลังกลืนกินทุกสิ่ง! หัวหน้า! มันกำลังกลืนกินยานเอ็กโซดัส!”
อัคราหันกลับไปมองยานของตนเองผ่านหน้าจอ กล้องวงจรปิดบนยานกำลังจับภาพเหตุการณ์ที่น่าหวาดหวั่น ม่านพลังงานสีแดงฉาน กำลังคืบคลานเข้ามาปกคลุมยานเอ็กโซดัสอย่างช้าๆ แต่ทรงพลัง
“เราต้องถอย! ตอนนี้!” อัคราสั่งการเสียงดัง “วีน่า! เตรียมยานทะยานขึ้น! เร็วที่สุด!”
แต่ดูเหมือนว่ามันจะสายเกินไปแล้ว แสงสีแดงฉานที่สว่างวาบออกมาจากแท่งหิน ไม่ใช่เพียงแค่แสงธรรมดา มันกำลังแผ่คลื่นพลังงานที่ทำให้ทุกสิ่งรอบตัวเริ่มแปรสภาพ
“หัวหน้าครับ! ระบบสื่อสาร… สัญญาณขาดหาย! ไม่สามารถติดต่อกับยานได้แล้ว!” วีน่าตะโกนสุดเสียง
“อะไรนะ!” อัคราหันไปมองวีน่าอย่างตกใจ
“สัญญาณชีพของพวกเรา… กำลังอ่อนลง! รู้สึกเหมือน… เหมือนกำลังถูกดูดพลังงานไป!”
อัคราเงยหน้ามองท้องฟ้าที่กำลังแปรเปลี่ยน สีดำสนิทของอวกาศถูกแทนที่ด้วยม่านหมอกสีแดงเลือด และกลางม่านหมอกนั้น กำลังปรากฏวัตถุขนาดมหึมา สีแดงก่ำ ราวกับเป็นดวงตาของยักษ์ที่กำลังจ้องมองมายังพวกเขา
“นั่นมัน… นั่นมันอะไรกัน?” ดร.ชาลีอุทาน เสียงของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
“ดวงดาวสีเลือด…” อัคราพึมพำด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “มันไม่ใช่แค่ดาว… มันคือ… สิ่งมีชีวิต…”
บนท้องฟ้าอันมืดมิดที่กำลังถูกย้อมด้วยสีเลือด ยานเอ็กโซดัสที่กำลังพยายามทะยานหนี กลับถูกม่านพลังงานสีแดงนั้นโอบล้อมไว้แน่นหนา พลังงานที่แผ่ออกมา ไม่ได้ทำลายล้าง แต่มันกำลัง… กักเก็บ
“หัวหน้าครับ! ผม… ผมเห็น… ภาพ…” เสียงของกวินแผ่วเบาลง “ภาพในหัว… เป็นเหมือน… อดีต… ของใครบางคน…”
“อดีต?” อัคราหันไปมองกวิน ใบหน้าซีดเผือด
“ใช่ครับ… ภาพ… ของอารยธรรมที่ล่มสลาย… และ… การจากลา…”
ทันใดนั้นเอง ดวงตาของอัคราก็พลันเบิกกว้าง เมื่อเขาเองก็เริ่มมองเห็นภาพบางอย่างในห้วงความคิดของตนเอง ภาพของความทรงจำ… ความทรงจำที่ไม่ใช่ของเขา… แต่เป็นของใครบางคนที่อาศัยอยู่บนดาวเคราะห์ดวงนี้ เมื่อนานแสนนานมาแล้ว…
“รอยอดีต… ที่สะกดดาว…” อัคราพึมพำอย่างไม่อยากเชื่อ
ม่านพลังงานสีแดงเริ่มบีบรัดยานเอ็กโซดัสเข้ามาเรื่อยๆ พลังงานที่แผ่ออกมานั้น ทำให้ลูกเรือทุกคนรู้สึกราวกับว่าพวกเขากำลังสูญเสียตัวตน… และกำลังถูกเชื่อมโยงเข้ากับบางสิ่งที่ใหญ่หลวงกว่า… ซึ่งกำลังจ้องมองมายังพวกเขา… จากใจกลางของดวงดาวสีเลือด…
ทว่า… ในห้วงแห่งความทรงจำที่กำลังไหลบ่าเข้ามา อัคราพลันเห็นบางสิ่ง… บางสิ่งที่เขาอาจใช้เป็นกุญแจ… กุญแจที่จะปลดปล่อยพวกเขา… หรืออาจจะ… เป็นกุญแจที่จะนำพาพวกเขาไปสู่หายนะที่ใหญ่กว่าเดิม…

ดวงดาวสีเลือด: รอยอดีตที่สะกดดาว
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก