โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
30 ตอน · 1,125 คำ
แสงสีทองอันอบอุ่นจากดาวฤกษ์ดวงใหม่ยังคงทอประกายอาบไล้ไปทั่วห้องควบคุมของยานเอ็กโซดัส ความราบรื่นในการเดินทางที่เข้ามาแทนที่แรงสั่นสะเทือนอันโหดร้ายเมื่อครั้งก่อน ทำให้ลูกเรือทุกคนรู้สึกผ่อนคลายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้จะมีความกังวลบางอย่างแฝงอยู่ แต่ความหวังที่เริ่มต้นก่อตัวขึ้นในใจก็มีน้ำหนักมากกว่า
"อัครา... เราใกล้ถึงระบบดาวที่ระบุแล้ว" เสียงทุ้มต่ำของนาวาตรีวิชญ์ ดังขึ้นจากตำแหน่งนักบิน เสียงของเขาเจือไปด้วยความเหนื่อยล้า แต่ก็มีความมุ่งมั่นฉายชัด
อัคราพยักหน้า ดวงตาของเขายังคงจับจ้องไปยังหน้าจอหลัก ภาพของกลุ่มดาวที่ซับซ้อนและสลับซับซ้อนค่อยๆ ปรากฏขึ้นอย่างชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ดาวเคราะห์สีน้ำเงินอมเขียวขนาดใหญ่กำลังลอยเด่นอยู่กลางจอ เป็นดาวเคราะห์ที่พวกเขากำลังมุ่งหน้าไป
"ดาวเคราะห์ 'เซเฟียร่า' สินะ" อัคราเอ่ยชื่อออกมาอย่างแผ่วเบา ชื่อที่ถูกค้นพบจากบันทึกโบราณที่พวกเขาได้มา "บันทึกบอกว่าอารยธรรมที่นี่ล่มสลายไปเมื่อหลายพันปีแสงก่อน... เป็นไปได้ไหมว่าเราจะพบสิ่งที่เราตามหาที่นั่น?"
"ทุกความเป็นไปได้ยังคงอยู่ อัครา" วิชญ์ตอบ "แต่เราต้องระมัดระวัง การเดินทางครั้งนี้ไม่ง่ายดายอย่างที่เห็น"
"ข้าเข้าใจ" อัครากล่าว "เตรียมการลงจอดเลยวิชญ์ หาพื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุด"
"รับทราบ" วิชญ์รับคำสั่ง และเริ่มดำเนินการตามขั้นตอนอย่างเชี่ยวชาญ มือเรียวของเขากำลังลากเส้นทางการลงจอดบนหน้าจออย่างแม่นยำ
ยานเอ็กโซดัสเริ่มลดระดับความเร็วลงอย่างช้าๆ ขณะที่ค่อยๆ เข้าใกล้เซเฟียร่ามากขึ้นเรื่อยๆ ภาพเบื้องหน้าของดาวเคราะห์ดวงนี้ช่างน่าตื่นตาตื่นใจ ผิวของมันปกคลุมไปด้วยทวีปสีน้ำตาลแดงสลับกับมหาสมุทรสีครามเข้ม มีเมฆหมอกสีขาวบางๆ ปกคลุมบางส่วน บรรยากาศโดยรวมของดาวเคราะห์ดูเงียบสงบ แต่กลับแฝงไว้ด้วยความลึกลับบางอย่าง
"อุณหภูมิภายนอกคงที่... ความหนาแน่นของบรรยากาศอยู่ในเกณฑ์ที่ยานรับได้" เสียงของดวงแก้ว นักวิทยาศาสตร์ประจำยาน ดังขึ้นจากแผงควบคุมด้านข้าง "น่าทึ่งจริงๆ ที่ดาวเคราะห์ดวงนี้ยังคงมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิต แม้จะถูกทิ้งร้างมานานขนาดนี้"
"นั่นอาจเป็นเพราะเทคโนโลยีของพวกเขา... หรืออาจเป็นพลังบางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่" อัคราครุ่นคิด "เราต้องไม่ประมาท"
"แน่นอน" ดวงแก้วตอบ "ฉันได้เตรียมเครื่องมือสำรวจทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว เราจะค่อยๆ ค้นหาข้อมูลจากระยะไกลก่อน"
ยานเอ็กโซดัสค่อยๆ ลอยลงสู่ชั้นบรรยากาศของเซเฟียร่าอย่างนุ่มนวล แรงสั่นสะเทือนเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่รู้สึกได้ ราวกับว่ายานกำลังถูกโอบอุ้มด้วยอ้อมแขนอันอ่อนโยนของดาวเคราะห์ดวงนี้
เมื่อยานลงจอดอย่างสมบูรณ์บนพื้นผิวที่ดูคล้ายกับที่ราบกว้างใหญ่ที่ปกคลุมไปด้วยฝุ่นสีแดงอมส้ม อัคราสูดหายใจลึกๆ ความตื่นเต้นและความคาดหวังเริ่มเอ่อล้นในอก
"เรามาถึงแล้ว" เขาเอ่ยเสียงเบา "บทต่อไปของเรื่องราวของเรา... กำลังจะเริ่มต้นขึ้นบนดาวดวงนี้"
ทุกคนในห้องควบคุมเงียบกริบ ต่างมองไปยังภาพที่ปรากฏบนหน้าจอหลัก ภูมิทัศน์รอบนอกยานเป็นที่ราบกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา มีเนินเขาเตี้ยๆ กระจายตัวอยู่ห่างๆ ไกลออกไป เบื้องบนท้องฟ้าเป็นสีส้มอมแดง สว่างไสวด้วยแสงจากดาวฤกษ์ดวงใหม่ที่พวกเขากำลังโคจรอยู่
"สัญญาณชีวิต... ยังไม่พบ" ดวงแก้วรายงาน "แต่พบโครงสร้างบางอย่างที่มนุษย์สร้างขึ้น... อยู่ห่างออกไปประมาณ 5 กิโลเมตร"
"โครงสร้าง?" อัคราหรี่ตาลง "บอกรายละเอียดมา"
"เป็นสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่... รูปทรงคล้ายพีระมิด แต่มีความโค้งมน และมีส่วนประกอบที่ดูแปลกตา" ดวงแก้วอธิบาย "วัสดุที่ใช้... ไม่สามารถระบุได้จากฐานข้อมูลของเรา"
"ดีมาก" อัคราลุกขึ้นยืน "เตรียมทีมสำรวจชุดแรก ฉัตรชัย, ดวงแก้ว, และ... ตัวข้าเอง"
ฉัตรชัย ชายหนุ่มร่างสูง ผู้เชี่ยวชาญด้านการรบและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พยักหน้าอย่างกระตือรือร้น "พร้อมเสมอครับหัวหน้า"
"วิชญ์ เจ้ากับลูกเรือที่เหลือคอยดูแลยานให้ปลอดภัย" อัคราสั่ง "หากมีอะไรผิดปกติ... แจ้งมาทันที"
"รับทราบ" วิชญ์ตอบอย่างหนักแน่น
ไม่นานนัก อัครา, ฉัตรชัย, และดวงแก้ว ก็สวมชุดสำรวจสีขาวสะอาดตาที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันสภาวะแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย พร้อมอาวุธประจำกายที่ทันสมัยที่สุด ทั้งสามก้าวออกจากยานเอ็กโซดัส สู่ผืนดินของเซเฟียร่า
ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้คือความแห้งแล้งของอากาศ ฝุ่นสีแดงลอยฟุ้งบางๆ เมื่อเท้าเหยียบย่ำลงบนพื้นผิว แต่ไม่ถึงขั้นทำให้หายใจลำบาก แสงสว่างจากดาวฤกษ์ดวงใหม่ให้ความรู้สึกอบอุ่น แต่ก็เจือด้วยความแปลกประหลาด
"สนามพลังรอบตัวยาน... คงที่" ฉัตรชัยรายงาน ขณะกำลังตรวจสอบอุปกรณ์ที่ข้อมือ "เราปลอดภัย... จากภายนอก"
"ไปกันเถอะ" อัครากล่าว นำหน้าทีมออกเดินไปยังทิศทางของโครงสร้างที่ดวงแก้วตรวจจับได้
ขณะที่เดินไปเรื่อยๆ ภูมิประเทศเริ่มเปลี่ยนไปเล็กน้อย จากที่ราบโล่งๆ เริ่มมีก้อนหินขนาดใหญ่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป และบางส่วนก็ดูเหมือนถูกแกะสลักอย่างประณีต แต่ก็มีสภาพผุกร่อนตามกาลเวลา
"ดูนั่นสิ!" ดวงแก้วชี้ไปยังก้อนหินขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆ "มันมีสัญลักษณ์... ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน"
อัคราและฉัตรชัยเดินเข้าไปใกล้ สัญลักษณ์ที่ปรากฏบนก้อนหินนั้นดูเหมือนจะเป็นเส้นสายที่ซับซ้อนและมีรูปแบบเฉพาะตัว ไม่ใช่ภาษาของมนุษย์ หรือของเผ่าพันธุ์ใดที่พวกเขาเคยพบเจอ
"เหมือนกับ... รอยสักบนผนังถ้ำที่เราเคยเจอในบันทึก... แต่ดูมีความเป็นระเบียบมากกว่า" อัคราพึมพำ
"อารยธรรมนี้... น่าจะเป็นผู้สร้างสิ่งเหล่านี้" ดวงแก้วกล่าว "แต่พวกเขาหายไปไหน?"
คำถามนี้ยังคงเป็นปริศนาที่ค้างคาอยู่ในใจของทุกคน
หลังจากเดินเท้าไปอีกระยะหนึ่ง สิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ก็เริ่มปรากฏขึ้นให้เห็นอย่างชัดเจน มันตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าพวกเขา ผิดแปลกไปจากสิ่งที่เคยจินตนาการไว้
สิ่งก่อสร้างนั้นมีรูปทรงคล้ายโดมขนาดใหญ่ที่ถูกบีบอัดเข้าหากัน มีส่วนประกอบที่ดูคล้ายกับปีกที่กางออกไปด้านข้าง ผิวภายนอกเป็นสีดำสนิทที่ดูดกลืนแสง แต่กลับมีลวดลายเรืองแสงสีเขียวมรกตวิ่งวนไปมาเป็นระยะๆ ทำให้ดูราวกับมีชีวิต
"เหลือเชื่อ..." ฉัตรชัยอุทาน "นี่มัน... ไม่เหมือนสิ่งก่อสร้างที่มนุษย์เคยสร้างเลย"
"บันทึกกล่าวถึง 'หอคอยแห่งแสง'... อาจจะเป็นสิ่งนี้" อัครากล่าว สายตาของเขากวาดมองไปรอบๆ สถาปัตยกรรมอันน่าทึ่ง
"ตรวจจับพลังงาน... อ่อนๆ... จากโครงสร้างนี้" ดวงแก้วรายงาน "แต่ไม่เป็นอันตราย"
พวกเขาค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ ยิ่งเข้าใกล้เท่าไหร่ ก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ของมัน วัสดุที่ใช้สร้างนั้นดูแข็งแกร่งอย่างเหลือเชื่อ ผิวที่ดูดกลืนแสงทำให้มันดูราวกับเป็นส่วนหนึ่งของความมืด แต่ลวดลายสีเขียวมรกตกลับทำให้มันดูมีชีวิตชีวา
"มีทางเข้า..." อัคราชี้ไปยังช่องว่างขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงกลางของสิ่งก่อสร้าง "ดูเหมือนจะเป็นประตู"
เมื่อพวกเขาเข้าไปใกล้ ประตูนั้นก็ค่อยๆ เปิดออกเองอย่างนุ่มนวล เผยให้เห็นทางเดินที่ทอดยาวเข้าไปด้านใน
"เราจะเข้าไปไหม?" ฉัตรชัยถาม
อัคราลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า "ต้องเข้าไป... นี่อาจจะเป็นคำตอบที่เราตามหา"
ทั้งสามก้าวเข้าไปใน 'หอคอยแห่งแสง' ทันทีที่ก้าวเข้ามา ประตูบานนั้นก็ปิดลงตามหลังอย่างเงียบเชียบ
ภายในนั้นมืดสนิท มีเพียงแสงสีเขียวมรกตจากลวดลายบนผนังเท่านั้นที่ส่องสว่างพอให้มองเห็นทาง อากาศภายในเย็นสบาย และเงียบสงัดจนน่าขนลุก
"การสั่นสะเทือน... เริ่มเพิ่มขึ้น" ฉัตรชัยรายงาน "มาจากส่วนลึกของโครงสร้าง"
"ไปกันต่อ" อัคราสั่ง แม้จะรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล แต่เขาก็รู้ว่าไม่มีทางอื่นแล้ว
พวกเขาเดินลึกเข้าไปในโครงสร้างอย่างระมัดระวัง ทางเดินค่อยๆ กว้างขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดก็มาถึงห้องโถงขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงกลาง
ภายในห้องโถงนั้น มีแท่นขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางห้อง เบื้องบนแท่นนั้นมีบางสิ่งบางอย่างที่เปล่งแสงสีขาวนวลออกมา แสงนั้นดูนุ่มนวล แต่กลับแฝงไปด้วยพลังงานมหาศาล
"นั่นมันอะไร?" ดวงแก้วถามอย่างตื่นเต้น
"ไม่แน่ใจ" อัคราตอบ "แต่ดูเหมือนจะเป็นแหล่งพลังงาน... หรืออาจจะเป็น... แก่นของอารยธรรมนี้"
ขณะที่พวกเขากำลังพิจารณาสิ่งที่อยู่ตรงหน้า จู่ๆ แสงสีขาวนวลนั้นก็เริ่มสว่างวาบขึ้นอย่างรุนแรง พร้อมกับการสั่นสะเทือนที่รุนแรงขึ้นกว่าเดิม
"สัญญาณ... รบกวน!" ฉัตรชัยตะโกน "อุปกรณ์ของฉัน... เริ่มทำงานผิดปกติ!"
"ของฉันก็เหมือนกัน!" ดวงแก้วพูดเสียงสั่น
อัคราสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่มองไม่เห็นกำลังบีบรัดเข้ามาในห้องโถง ลวดลายสีเขียวมรกตบนผนังเริ่มกระพริบถี่ขึ้น และเสียงดังประหลาดก็เริ่มดังขึ้นจากทุกทิศทุกทาง
"เราต้องออกไปจากที่นี่!" อัคราตะโกน
แต่ในขณะที่พวกเขากำลังจะหันหลังกลับ ประตูทางเข้าก็ถูกปิดสนิทอย่างรวดเร็ว และแสงสีขาวนวลจากแท่นกลางห้องก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน... สีแดงที่ชวนให้นึกถึงเลือด
"นั่นมันอะไรกัน?" ดวงแก้วถามเสียงสั่น
ก่อนที่ใครจะได้ตอบคำถามนั้น ร่างเงาสีดำขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศเหนือแท่นสีแดงฉานนั้น มันมีรูปร่างประหลาด คล้ายกับสัตว์ร้ายในตำนาน แต่กลับมีขนาดใหญ่โตมโหฬาร ดวงตาของมันส่องประกายสีแดงก่ำ ราวกับจะจ้องมองมายังพวกเขา
"นี่มัน... ไม่ใช่สิ่งที่บันทึกไว้!" อัคราอุทาน
"มัน... ดูดกลืนแสง!" ฉัตรชัยตะโกน พยายามใช้ปืนเลเซอร์ยิงไปยังร่างเงาดำนั้น แต่ลำแสงกลับถูกดูดกลืนไปโดยไม่มีผลใดๆ
"มันไม่ใช่แค่ร่างเงา..." ดวงแก้วกล่าวเสียงสั่น "มันคือ... สิ่งมีชีวิต! และมันกำลัง... มองมาที่เรา!"
ความหวาดกลัวเริ่มเข้าครอบงำ แต่ก่อนที่มันจะสายเกินไป อัคราสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในอากาศ... และในตัวเขาเอง
นี่คือจุดเริ่มต้นของฝันร้าย... หรือจุดเปลี่ยนของโชคชะตา?

ดวงดาวสีเลือด: รอยอดีตที่สะกดดาว
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก