ดวงดาวสีเลือด: รอยอดีตที่สะกดดาว

ตอนที่ 12 — เงาแห่งความลับบนดาวเคราะห์สีทราย

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 932 คำ

แสงสีทองอบอุ่นจากดาวฤกษ์ดวงใหม่ยังคงทอประกายอาบไล้ไปทั่วห้องควบคุมของยานเอ็กโซดัส ความราบรื่นในการเดินทางที่เข้ามาแทนที่แรงสั่นสะเทือนอันโหดร้ายเมื่อครั้งก่อน ทำให้ลูกเรือทุกคนรู้สึกผ่อนคลายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าความกังวลเล็กๆ น้อยๆ ที่เกี่ยวกับ "ดวงดาวสีเลือด" จะยังคงวนเวียนอยู่ในความคิดของใครบางคนก็ตาม

อัครา ‌(Alex) นั่งอยู่ที่แผงควบคุมหลัก ดวงตาคมกริบจับจ้องไปยังหน้าจอโฮโลแกรมที่แสดงข้อมูลการสำรวจดาวเคราะห์ซึ่งอยู่เบื้องหน้า มันคือดาวเคราะห์ที่ไร้ชื่อในระบบดาวที่ไม่ปรากฏในแผนที่ดาราศาสตร์ใดๆ ที่พวกเขามี แต่จากผลการสแกนระยะไกล มันมีสภาพแวดล้อมที่น่าสนใจอย่างยิ่ง มีร่องรอยของโครงสร้างบางอย่างที่บ่งชี้ถึงการมีอยู่ของอารยธรรมโบราณ

"อัครา ​นี่คานะ" เสียงของคานะ ผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีและภาษาศาสตร์ดังมาจากช่องสื่อสาร "ผลการวิเคราะห์สเปกตรัมเบื้องต้นของชั้นบรรยากาศดาวเคราะห์ดวงนี้ ยืนยันว่ามีออกซิเจนในปริมาณที่เหมาะสม และยังตรวจพบสารประกอบบางชนิดที่น่าจะเป็นผลผลิตจากการสังเคราะห์ทางชีวภาพ แต่ก็ยังมีก๊าซมีเทนในสัดส่วนที่ค่อนข้างสูง อาจเป็นสัญญาณของสิ่งมีชีวิตในรูปแบบที่แตกต่างจากที่เราเคยพบเจอ"

อัคราพยักหน้ารับ ‍"เข้าใจแล้วคานะ แล้วร่องรอยโครงสร้างที่เราเห็นล่ะ มีความชัดเจนมากขึ้นไหม"

"มีค่ะ" คานะตอบกลับด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น "ดูเหมือนจะเป็นกลุ่มสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ฝังตัวอยู่ใต้พื้นผิวทรายเป็นส่วนใหญ่ แต่มีบางส่วนที่โผล่พ้นขึ้นมาให้เห็นจากวงโคจร ลักษณะการก่อสร้างดูเป็นระเบียบและซับซ้อนมากค่ะ ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติแน่นอน"

"เยี่ยมมาก" ‌อัครากล่าว "เตรียมทีมสำรวจภาคพื้นดินได้เลย ฉันจะนำยานลงจอดบริเวณใกล้เคียงกับจุดที่มีความหนาแน่นของโครงสร้างมากที่สุด"

ไม่นานนัก ยานลงจอด 'อารัน' ก็แยกตัวออกจากยานเอ็กโซดัส ลอยต่ำลงสู่ชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์สีทรายสีแดงเข้มที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ภาพที่ปรากฏบนจอแสดงผลของยานลำเล็กนั้น ‍ทำให้ทุกคนที่อยู่ภายในรู้สึกทึ่ง

โครงสร้างที่เคยเห็นเป็นเพียงจุดเล็กๆ จากวงโคจร เมื่อยานอารันเข้าใกล้ กลับกลายเป็นมหานครใต้พิภพที่ถูกฝังกลบด้วยกาลเวลา พื้นผิวทรายที่ปกคลุมอยู่นั้นราวกับผ้าห่มผืนหนาที่พยายามปกปิดความลับอันยิ่งใหญ่เอาไว้ เผยให้เห็นเพียงยอดแหลมของอาคารบางส่วนที่โผล่พ้นขึ้นมาบ้าง ประดับประดาด้วยลวดลายแกะสลักที่แปลกตา

"ไม่น่าเชื่อ" ดร.วรุตย์ ​นักธรณีวิทยาของทีมอุทาน "ขนาดของมันใหญ่กว่าที่ประเมินไว้มาก และวัสดุที่ใช้ก่อสร้างก็ไม่เหมือนกับที่เราเคยพบเจอในฐานข้อมูลเลยสักชนิด"

"ดูเหมือนจะเป็นหินชนิดพิเศษที่ทนทานต่อการสึกกร่อนสูง" อัคราเสริมขณะบังคับยานอารันให้ลงจอดอย่างนิ่มนวลบนลานกว้างที่น่าจะเป็นลานสาธารณะของเมืองโบราณแห่งนี้

เมื่อประตูยานอารันเปิดออก อากาศเย็นยะเยือกแต่บริสุทธิ์ก็ไหลเข้ามา อัครา กานต์ (วิศวกร) ​และคานะ ก้าวเท้าลงสู่พื้นทรายสีแดง ที่นี่ไม่มีเสียงใดๆ มีเพียงเสียงลมที่พัดพาทรายให้ฟุ้งเบาๆ และแสงอาทิตย์สีทองที่สาดส่องลงมาอาบไล้ทุกสิ่งให้ดูราวกับถูกแต่งแต้มด้วยความฝัน

"บรรยากาศที่นี่สงบเงียบผิดปกติ" กานต์เอ่ยขึ้นพลางมองไปรอบๆ "ไม่พบร่องรอยของสิ่งมีชีวิตเลย"

"อาจเป็นเพราะพวกมันอาศัยอยู่ใต้พื้นดิน" คานะเสนอ ​"หรืออาจจะจากไปนานแล้ว"

พวกเขาก้าวเดินเข้าไปสำรวจอย่างระมัดระวัง พื้นผิวที่เคยเป็นลานสาธารณะนั้น ปูด้วยแผ่นหินขนาดใหญ่ที่ยังคงความแข็งแกร่ง แม้จะถูกทรายกลบไปบางส่วน กำแพงของอาคารที่โผล่พ้นขึ้นมานั้น สลักเสลาด้วยลวดลายเรขาคณิตที่ซับซ้อนและรูปทรงของสิ่งมีชีวิตที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน

"ลวดลายพวกนี้..." คานะบรรจงลูบไปตามร่องสลัก "ดูเหมือนจะเป็นภาษาเขียนโบราณ แต่ก็ไม่ตรงกับภาษาใดๆ ที่ฉันเคยศึกษามา มันมีความคล้ายคลึงกับอักษรโบราณบนดาวอาร์กา แต่ก็มีความแตกต่างอย่างมาก"

ขณะที่คานะกำลังพยายามถอดรหัสอักษรโบราณเหล่านั้น อัคราและกานต์ก็ได้แยกตัวออกไปสำรวจโครงสร้างที่อยู่ใกล้เคียง อัคราสังเกตเห็นรอยแยกขนาดใหญ่บนผนังอาคารแห่งหนึ่ง ซึ่งดูเหมือนจะนำไปสู่ภายใน

"ตรงนี้ ดูเหมือนจะมีทางเข้า" อัคราเรียกกานต์ "เราเข้าไปดูกัน"

เมื่อเข้าไปข้างใน กลิ่นอับชื้นและกลิ่นของความเก่าแก่ก็โชยมา แสงจากไฟฉายของหมวกกันน็อคส่องสว่างไปทั่วโถงทางเดินที่ค่อนข้างแคบ ผนังภายในยังคงเต็มไปด้วยลวดลายสลักเสลาเช่นเดียวกับภายนอก แต่มีความประณีตและละเอียดอ่อนกว่า

"นี่มันเหมือนกับสุสาน หรือห้องเก็บสมบัติเลยนะ" กานต์พูดพลางสำรวจผนัง

"หรืออาจจะเป็นหอจดหมายเหตุ" อัคราคาดเดา "ดูจากความซับซ้อนของสถาปัตยกรรมแล้ว พวกเขาน่าจะมีความรู้และอารยธรรมที่ก้าวหน้ามาก"

พวกเขาเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ จนกระทั่งพบกับห้องโถงขนาดใหญ่ใจกลางอาคาร ตรงกลางห้องมีแท่นหินตั้งอยู่ และบนแท่นนั้น มีวัตถุบางอย่างวางอยู่

"นั่นอะไรน่ะ" กานต์ชี้ไปที่วัตถุนั้น

มันเป็นผลึกสีดำโปร่งแสง ขนาดประมาณหนึ่งกำปั้น มีประกายระยิบระยับอยู่ภายใน เมื่อแสงไฟฉายส่องกระทบ มันก็เปล่งแสงสีฟ้าอ่อนๆ ออกมาอย่างแผ่วเบา

"ดูเหมือนจะเป็นคริสตัลบางชนิด" อัครากล่าว "มีความรู้สึกแปลกๆ บางอย่างจากวัตถุชิ้นนี้"

ทันใดนั้นเอง เสียงเตือนภัยดังขึ้นจากยานอารัน

"อัครา! กานต์! เกิดอะไรขึ้น!" เสียงของคานะดังมาอย่างตื่นตระหนก

"มีอะไรเหรอคานะ?" อัคราถามกลับ

"สัญญาณ... สัญญาณที่เข้ามาจากยานเอ็กโซดัสผิดปกติ! มีพลังงานปริศนาพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว! ไม่ใช่จากดาวเคราะห์ดวงนี้... มันมาจากอวกาศ!"

อัคราหันไปมองกานต์ สีหน้าของทั้งคู่เต็มไปด้วยความกังวล "เราต้องรีบกลับไป!"

ทั้งสองรีบวิ่งออกจากอาคารนั้น ท่ามกลางความเงียบสงบของเมืองโบราณที่ถูกลืมเลือน พวกเขารู้สึกได้ถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามาอย่างรวดเร็ว

เมื่อกลับถึงยานอารัน ภาพที่ปรากฏบนจอแสดงผล ทำให้หัวใจของพวกเขาทั้งสามแทบจะหยุดเต้น

เบื้องหน้ายานเอ็กโซดัส ยานแม่ลำมหึมาที่เคยปลอดภัยและแข็งแกร่ง กำลังถูกล้อมกรอบด้วยวัตถุเรืองแสงสีแดงฉานขนาดมหึมา มันคือ "ดวงดาวสีเลือด" ที่พวกเขากลัวว่าจะต้องเผชิญหน้าในที่สุด

"เป็นไปได้อย่างไร..." คานะพึมพำด้วยเสียงสั่นเครือ "มันปรากฏตัวขึ้นมาได้อย่างไร..."

"ไม่ใช่แค่ปรากฏตัว" อัครากล่าวเสียงเข้ม ดวงตาของเขากวาดมองไปยังพลังงานที่พุ่งออกมาจากดวงดาวสีเลือดนั้น "มันกำลังโจมตีเรา"

ลำแสงสีแดงเข้มพุ่งตรงมาจากดวงดาวสีเลือดนั้น เข้าปะทะกับเกราะพลังงานของยานเอ็กโซดัสอย่างรุนแรง เสียงสัญญาณเตือนภัยดังระงมไปทั่วห้องควบคุมของยานลำเล็ก

"เกราะพลังงานของยานเอ็กโซดัสกำลังอ่อนลงอย่างรวดเร็ว!" กานต์รายงานเสียงเครียด "พลังงานโจมตีสูงเกินกว่าที่เราจะรับมือไหว!"

อัครากำหมัดแน่น "เราต้องทำอะไรสักอย่าง! เราจะปล่อยให้ยานเอ็กโซดัสถูกทำลายไม่ได้!"

พลันสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นผลึกสีดำที่เขาหยิบติดมือมาจากห้องโถงนั้น มันยังคงเปล่งแสงสีฟ้าอ่อนๆ อยู่ในมือของเขา

"คานะ ผลึกนี่... มันมีพลังงานบางอย่างที่พิเศษมาก" อัครากล่าว "ฉันคิดว่า... เราอาจจะใช้มันเป็นอาวุธได้"

"คุณจะเอาจริงเหรออัครา!" คานะถามอย่างตกใจ "เราไม่รู้เลยว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น!"

"เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว!" อัคราตอบกลับ น้ำเสียงเด็ดเดี่ยว "ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย เราก็จะสูญเสียทุกอย่าง!"

เขาหันไปคว้าอุปกรณ์เชื่อมต่อพลังงานที่ใกล้ที่สุด ก่อนจะพยายามเชื่อมต่อมันเข้ากับผลึกสีดำนั้น แสงสีฟ้าจากผลึกเริ่มสว่างวาบขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับจะตอบรับ

ขณะเดียวกัน ลำแสงสีแดงจากดวงดาวสีเลือดก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น แรงสั่นสะเทือนรุนแรงจนยานอารันแทบจะปลิว

"อัครา! มันกำลังจะทะลวงเข้ามาแล้ว!" เสียงของกานต์ดังขึ้น

อัคราไม่ตอบ เขาเพียงแต่ตั้งสมาธิทั้งหมดไปที่ผลึกสีดำในมือ แสงสีฟ้าที่เปล่งออกมาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้ม ก่อนจะสว่างจ้าจนกลบทุกสิ่งรอบกาย

ในที่สุด เขาก็รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี และปล่อยพลังงานที่รุนแรงนั้นออกไป...

แต่ผลลัพธ์ที่ตามมานั้นเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด…

หน้านิยาย
หน้านิยาย

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!