โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
30 ตอน · 1,054 คำ
แสงสีทองอบอุ่นจากดาวฤกษ์ดวงใหม่ยังคงทอประกายอาบไล้ไปทั่วห้องควบคุมของยานเอ็กโซดัส ความราบรื่นในการเดินทางที่เข้ามาแทนที่แรงสั่นสะเทือนอันโหดร้ายเมื่อครั้งก่อน ทำให้ลูกเรือทุกคนรู้สึกผ่อนคลายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แรงสั่นสะเทือนนั้นได้หายไปแล้ว ราวกับว่าอวกาศอันไร้ขอบเขตได้ยอมจำนนต่อเจตจำนงของยานเอ็กโซดัส ทว่าสำหรับอัครา ความสงบสุขที่ได้มานี้กลับเป็นเพียงม่านบังตาที่ซ่อนเร้นอันตรายอันใหญ่หลวงไว้เบื้องหลัง
"รายงานสถานะการสำรวจบนดาวเคราห์ไซลัส?" เสียงของอัคราดังขึ้นในห้องควบคุมที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องยนต์และเสียงจิ๊บๆ จากระบบสื่อสารที่ตอบกลับมา
"ยังไม่มีสัญญาณการตอบรับที่ชัดเจนครับท่าน" เสียงของ ดร. อลิสา หัวหน้านักโบราณคดีที่กำลังจับจ้องไปยังจอภาพขนาดใหญ่ ที่แสดงภาพจากยานสำรวจขนาดเล็กที่ลอยวนอยู่เหนือพื้นผิวดาวเคราะห์ไซลัส "เรายังคงพยายามเจาะลึกเข้าไปในโครงสร้างที่พบ แต่สัญญาณรบกวนยังมีมาก"
อัคราถอนหายใจ เขาขยับตัวไปยืนที่หน้าต่างบานใหญ่ของห้องควบคุม สายตาของเขากวาดมองออกไปยังดวงดาวสีดำสนิทเบื้องนอก ฝุ่นละอองและเศษซากอวกาศโบราณลอยล่องอย่างเชื่องช้าท่ามกลางความมืดมิด "การค้นพบของเราบนดาวเคราห์นั้นสำคัญเกินกว่าจะปล่อยให้ความล่าช้าเล็กน้อยมาขัดขวางได้" เขาพึมพำกับตัวเอง
"ท่านอัคราครับ" เสียงของ นาวาโทธนากร ผู้บัญชาการฝ่ายรักษาความปลอดภัยดังขึ้น "เราพบความผิดปกติบางอย่างที่บริเวณขอบเขตของระบบสุริยะของเราครับ"
"ความผิดปกติ?" อัคราหันกลับมามองธนากร ใบหน้าของเขาฉายแววครุ่นคิด "ลักษณะเป็นอย่างไร?"
"เป็นสัญญาณพลังงานครับท่าน มันมีความเข้มข้นสูงมาก และมีลักษณะการแผ่กระจายที่แปลกประหลาด ไม่เหมือนกับสัญญาณพลังงานใดๆ ที่เราเคยตรวจพบมาก่อน" ธนากรแสดงภาพกราฟิกบนจอภาพ ภาพกราฟิกแสดงให้เห็นเส้นกราฟที่มีความสูงชันผิดปกติ สีแดงสดบ่งบอกถึงระดับพลังงานที่สูงลิ่ว
"แหล่งที่มา?" อัคราถาม เสียงของเขาเริ่มเคร่งเครียดขึ้น
"เรายังไม่สามารถระบุตำแหน่งที่แน่นอนได้ครับท่าน แต่จากการวิเคราะห์เบื้องต้น สัญญาณนี้มีแนวโน้มที่จะมาจากทิศทางเดียวกับที่เรากำลังมุ่งหน้าไป" ธนากรตอบ
อัคราเดินไปที่หน้าจอแสดงผล แสดงภาพจากกล้องโทรทรรศน์ระยะไกลที่กำลังส่องไปยังทิศทางที่ธนากรกล่าวถึง ภาพที่ปรากฏคือความว่างเปล่าอันไร้ที่สิ้นสุด มีเพียงดวงดาวที่อยู่ห่างไกลมากมายที่ส่องแสงระยิบระยับ ทว่าภายใต้ความสงบนิ่งนั้นกลับซ่อนเร้นบางสิ่งบางอย่างที่น่าขนลุก
"แปลก..." อัคราพึมพำ "สัญญาณระดับนี้ไม่ควรจะปรากฏขึ้นมาอย่างไม่มีที่มาที่ไป"
ทันใดนั้นเอง เสียงสัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้นกึกก้องไปทั่วทั้งยานเอ็กโซดัส แสงไฟสีแดงกะพริบวูบวาบ ปลุกเร้าความตื่นตัวของลูกเรือทุกคน
"เกิดอะไรขึ้น!" อัคราตะโกนถาม
"ตรวจพบวัตถุขนาดใหญ่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาด้วยความเร็วสูงครับท่าน!" เสียงของเจ้าหน้าที่ฝ่ายนำทางตะโกนตอบ "มาจากทิศทางเดียวกับสัญญาณพลังงานนั้น!"
บนหน้าจอหลักของห้องควบคุม วัตถุสีดำทะมึนขนาดมหึมาค่อยๆ ปรากฏขึ้นจากเงามืดของอวกาศ มันมีรูปร่างที่บิดเบี้ยว ไร้ซึ่งรูปแบบที่คุ้นเคย ราวกับก้อนหินอวกาศที่ถูกปั้นแต่งขึ้นจากความฝันร้าย ดวงตาของลูกเรือทุกคนจับจ้องไปยังวัตถุนั้นด้วยความตกตะลึง
"นั่นมันอะไรกัน?" ดร. อลิสาเอ่ยถาม เสียงสั่นเครือ
"ไม่ทราบครับท่าน" ธนากรตอบ "แต่การสแกนของเราไม่พบสัญญาณชีวิต หรือโครงสร้างทางเทคโนโลยีใดๆ ที่เราสามารถระบุได้"
วัตถุนั้นยังคงเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่แสดงท่าทีว่าจะหยุด หรือเปลี่ยนทิศทาง ราวกับว่ามันมีเป้าหมายเดียวคือการพุ่งชนยานเอ็กโซดัส
"ตั้งระบบป้องกัน! เตรียมพร้อมยิง!" อัคราออกคำสั่ง น้ำเสียงของเขาแข็งกร้าวดุจเหล็กกล้า
"ไม่ครับท่าน!" เสียงของเจ้าหน้าที่ฝ่ายอาวุธดังขึ้นด้วยความตกใจ "ระบบป้องกันของเราไม่สามารถล็อคเป้าหมายได้! มันเหมือนกับว่าวัตถุนั้นไม่มีตัวตนอยู่จริงในสเปกตรัมที่เราตรวจจับได้!"
ความรู้สึกหวาดกลัวเริ่มคืบคลานเข้าปกคลุมหัวใจของลูกเรือทุกคน พวกเขากำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่ไม่สามารถเข้าใจได้ สิ่งที่อยู่เหนือกฎเกณฑ์ทางฟิสิกส์ที่พวกเขารู้จัก
"ปล่อยลำแสงสอดแนม!" อัคราสั่ง "เราต้องรู้ว่ามันคืออะไร!"
ลำแสงสีฟ้าอ่อนพุ่งออกจากยานเอ็กโซดัส พุ่งตรงไปยังวัตถุสีดำทะมึน แต่เมื่อลำแสงนั้นกระทบกับวัตถุ มันก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับว่ามันถูกดูดกลืนเข้าไปในความว่างเปล่า
"ไม่พบผลอะไรครับท่าน!" เจ้าหน้าที่ฝ่ายอาวุธรายงานด้วยน้ำเสียงสิ้นหวัง
วัตถุนั้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนกระทั่งมันบดบังดวงดาวที่อยู่เบื้องหลัง แสงสีทองจากดาวฤกษ์ดวงใหม่ที่เคยอาบไล้ห้องควบคุมบัดนี้กลับถูกกลืนกินด้วยความมืดมิดที่แผ่ขยายออกมาจากวัตถุนั้น
"ท่านอัคราครับ!" เสียงของ ดร. อลิสาดังขึ้นอย่างตื่นตระหนก "ฉันพบอะไรบางอย่าง! ในโครงสร้างของวัตถุนั้น... มันเหมือนกับ... เหมือนกับว่ามันกำลังเปลี่ยนรูปร่าง!"
บนจอภาพขนาดใหญ่ ภาพของวัตถุนั้นเริ่มบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง ผิวของมันที่เคยเรียบเนียนบัดนี้กลับปรากฏเป็นริ้วรอยที่เคลื่อนไหวได้ ราวกับกล้ามเนื้อที่กำลังทำงาน สัญญาณพลังงานที่เคยแผ่กระจายออกมาก็เริ่มเปลี่ยนรูปแบบกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิม
"มันไม่ใช่แค่ก้อนหินอวกาศ!" อัคราอุทานด้วยความตกใจ "มันมีชีวิต!"
ทันใดนั้นเอง วัตถุสีดำทะมึนก็ปลดปล่อยลำแสงสีแดงฉานออกมา ลำแสงนั้นพุ่งตรงไปยังยานเอ็กโซดัสด้วยความเร็วที่เหนือจินตนาการ
"หลบ! หลบเร็ว!" อัคราตะโกน
แต่ทว่า มันสายเกินไป ลำแสงสีแดงฉานได้พุ่งเข้าชนยานเอ็กโซดัสอย่างจัง แรงสั่นสะเทือนอันรุนแรงโหมกระหน่ำไปทั่วทั้งลำ เสียงโลหะบิดเบี้ยว เสียงระเบิดดังขึ้นเป็นระยะๆ
"ความเสียหายที่ส่วนหน้าของยาน! ระบบขับเคลื่อนเสียหาย! ระบบอาวุธใช้งานไม่ได้!" เสียงของเจ้าหน้าที่รายงานด้วยความตื่นตระหนก
ยานเอ็กโซดัสกำลังจะถูกทำลาย
"ทุกคน! เตรียมพร้อมสำหรับแรงกระแทก!" อัคราตะโกนพยายามควบคุมสติ "เราต้องเอาตัวรอดให้ได้!"
แต่แล้ว เมื่อลำแสงสีแดงฉานนั้นหายไป ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอหลักกลับทำให้ทุกคนถึงกับหยุดหายใจ
วัตถุสีดำทะมึนนั้นไม่ได้ทำลายยานเอ็กโซดัสโดยตรง แต่มันกลับ... เปลี่ยนแปลงไป
จากวัตถุสีดำทะมึนที่บิดเบี้ยว มันกลับค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเป็นรูปทรงที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม ผิวสีดำสนิทนั้นเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม ราวกับเลือดที่กำลังไหลเวียนอยู่ภายใน ดวงตาขนาดมหึมาสีดำสนิทหลายดวงค่อยๆ ปรากฏขึ้นจากใจกลางของวัตถุนั้น ส่องแสงจ้องมองมายังยานเอ็กโซดัสด้วยความอาฆาตแค้น
"นั่นมัน..." ดร. อลิสากล่าวเสียงแหบพร่า "ดวงดาวสีเลือด... มันกลับมาแล้ว..."
ไม่ใช่แค่ดวงดาวสีเลือด แต่เป็น "สิ่งมีชีวิต" ที่มีชีวิตและกำลังโกรธแค้น
ขณะที่ยานเอ็กโซดัสกำลังลอยคว้างอย่างอ่อนแรง ท่ามกลางความสิ้นหวัง ดวงตาขนาดมหึมาสีดำสนิทของ "ดวงดาวสีเลือด" ก็จ้องมองมายังพวกเขา ภาพในดวงตาเหล่านั้นสะท้อนให้เห็นถึงซากอารยธรรมโบราณบนดาวเคราะห์ไซลัสที่กำลังถูกทำลายอย่างโหดร้าย ภาพของเหล่านักวิทยาศาสตร์ที่กำลังกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว ภาพของอัคราในอดีตที่กำลังพยายามปกป้องพวกเขา
"มัน... มันเห็นความทรงจำของเรา?" อัคราอุทานด้วยความตกใจ
"ไม่... มันไม่ใช่แค่มองเห็น..." ดร. อลิสากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง "มันกำลัง... สื่อสารกับเรา... ผ่านความเจ็บปวด... ผ่านความทรงจำที่ถูกลบเลือน..."
เสียงกระซิบแผ่วเบา แต่ทรงพลัง ดังขึ้นในหัวของอัครา เสียงนั้นไม่ใช่เสียงพูด แต่เป็นเหมือนภาพ เสียง และความรู้สึกที่หลั่งไหลเข้ามา มันเต็มไปด้วยความโกรธ ความเศร้าโศก และความปรารถนาที่จะแก้แค้น
"จงทรมาน... ดุจดังที่เราเคยทรมาน..." เสียงนั้นก้องกังวานอยู่ในจิตสำนึกของอัครา
"ไม่!" อัคราตะโกนออกมา เขาพยายามต่อต้าน แต่พลังของ "ดวงดาวสีเลือด" นั้นมหาศาลเกินกว่าที่เขาจะรับมือไหว
"มันกำลังพยายามครอบงำเรา!" ธนากรร้องเตือน "มันกำลังเข้าถึงระบบประสาทของเรา!"
ยานเอ็กโซดัสที่อ่อนแรงกำลังลอยเข้าใกล้ "ดวงดาวสีเลือด" ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ดวงตาขนาดมหึมาสีดำสนิทหลายดวงจ้องมองมายังพวกเขา ราวกับว่าจะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่าง
"เราต้องหนี!" อัคราตะโกน พยายามรวบรวมสติที่กำลังเลือนหาย "ธนากร! อลิสา! ใช้พลังงานที่เหลืออยู่! หาทางออกจากที่นี่!"
แต่แล้ว ภาพสุดท้ายที่อัคราเห็นก่อนที่สติของเขาจะดับวูบไป คือภาพของ "ดวงดาวสีเลือด" ที่กำลังแผ่ขยายพลังงานสีแดงฉานออกมา ล้อมรอบยานเอ็กโซดัสของพวกเขาไว้ ราวกับว่ามันกำลังจะกลืนกินพวกเขาทั้งลำ
พวกเขาได้เผชิญหน้ากับ "ดวงดาวสีเลือด" แล้ว และมันไม่ได้มาพร้อมกับความรุนแรงทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังมาพร้อมกับการโจมตีที่ลึกซึ้งกว่านั้น การโจมตีที่เข้าไปถึงจิตวิญญาณ ความทรงจำ และรอยอดีตที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน
แต่สิ่งใดกันแน่ที่ "ดวงดาวสีเลือด" ต้องการ? และมันสามารถทำลายล้างพวกเขาทั้งหมดได้จริงหรือ? อัคราไม่รู้ แต่เขาหวังว่าจะมีบางสิ่งบางอย่างที่ยังคงหลงเหลืออยู่ภายในตัวเขา เพื่อต่อสู้กับความมืดมิดนี้.

ดวงดาวสีเลือด: รอยอดีตที่สะกดดาว
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก