ดวงดาวสีเลือด: รอยอดีตที่สะกดดาว

ตอนที่ 18 — เสียงกระซิบจากซากอารยธรรม

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,041 คำ

แสงสีทองอบอุ่นจากดาวฤกษ์ดวงใหม่ยังคงทอประกายอาบไล้ไปทั่วห้องควบคุมของยานเอ็กโซดัส ความราบรื่นในการเดินทางที่เข้ามาแทนที่แรงสั่นสะเทือนอันโหดร้ายเมื่อครั้งก่อน ทำให้ลูกเรือทุกคนรู้สึกผ่อนคลายขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน อัครา ผู้นำทีมสำรวจ จ้องมองไปยังภาพฉายที่แสดงผลจากเซ็นเซอร์ระยะไกล ภาพนั้นคือกลุ่มดาวฤกษ์ที่ดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด แต่ในบรรดาดวงดาวเหล่านั้น ‌มีจุดหนึ่งที่ดึงดูดความสนใจของเขาเป็นพิเศษ มันไม่ใช่ดาวฤกษ์ที่ส่องแสงเจิดจ้า แต่เป็นเงาจางๆ ที่แทรกตัวอยู่ระหว่างกลุ่มดาว เป็นโครงสร้างขนาดมหึมาที่ดูเหมือนจะกลืนกินแสงดาวรอบข้าง

"สัญญาณของอะไรกันแน่?" เสียงของวิศวกรสาวน้อย อรุณี ดังขึ้นจากการตรวจจับคลื่นความถี่ที่ผิดปกติ ​"มันไม่ใช่ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เรารู้จักเลยค่ะ"

อัคราขมวดคิ้ว เขากระชับมือบนที่เท้าแขนของเก้าอี้ควบคุม "เพิ่มกำลังการสแกน ตรวจสอบทุกรายละเอียด ทุกความถี่ที่เป็นไปได้"

บนหน้าจอขนาดใหญ่ ภาพเงาจางๆ นั้นค่อยๆ ชัดเจนขึ้น ‍มันไม่ใช่เงา แต่เป็นวัตถุขนาดใหญ่ยักษ์ที่สร้างขึ้นด้วยวัสดุที่ไม่คุ้นเคย มันมีรูปทรงเรขาคณิตที่ซับซ้อน ปราศจากมุมที่แหลมคม แต่กลับดูทรงพลังและน่าเกรงขาม ราวกับว่ามันถูกสร้างขึ้นจากมวลสารของอวกาศเอง

"นี่มัน... ป้อมปราการ?" เสียงของนาวาเอก ‌ชัยยศ ผู้บังคับการยานเอ็กโซดัส ดังขึ้นอย่างตะลึงงัน "ใหญ่เกินกว่าที่จะเป็นแค่ยานอวกาศ"

"และมันก็เก่าแก่มาก" ดร. ลดา นักโบราณคดีอวกาศ กล่าวเสริม ‍ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นระคนหวาดหวั่น "อายุของวัตถุนี้... น่าจะหลายแสนปี หรืออาจจะหลายล้านปี"

อัคราพยักหน้า เขารับรู้ถึงความรู้สึกที่ซับซ้อนถาโถมเข้ามา การเดินทางอันยาวนาน ความหวังในการค้นพบอารยธรรมโบราณที่สูญหายไป กำลังจะกลายเป็นจริง ​แต่สิ่งที่อยู่เบื้องหน้ากลับยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้

"ยานเอ็กโซดัส ปรับเส้นทางการบินเข้าใกล้จุดนั้น" อัคราออกคำสั่ง "เตรียมยานสำรวจขนาดเล็กให้พร้อม"

ยานสำรวจ "เหยี่ยวเวหา" ถูกปล่อยออกจากช่องเก็บยาน มันมีขนาดเล็กกว่ายานแม่มาก แต่ก็เต็มไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยสำหรับการสำรวจในสภาพแวดล้อมที่อันตราย ​อัคราพร้อมด้วยอรุณี และ ดร. ลดา เป็นสามคนแรกที่จะเข้าไปสำรวจวัตถุขนาดยักษ์นั้น

เมื่อ "เหยี่ยวเวหา" เข้าใกล้ ภาพของวัตถุนั้นก็ยิ่งชัดเจนขึ้น ​มันคือโครงสร้างขนาดมหึมาที่เชื่อมต่อกันเป็นเครือข่ายอันซับซ้อน กำแพงของมันทำจากวัสดุสีดำสนิทที่ดูดกลืนแสง ไม่สะท้อนแม้แต่น้อย แต่สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดคือลวดลายที่สลักเสลาอยู่บนพื้นผิว ลวดลายเหล่านั้นดูเหมือนจะเป็นอักษรโบราณ หรืออาจจะเป็นแผนที่ หรืออะไรบางอย่างที่ซ่อนความหมายอันลึกซึ้ง

"ดูนี่สิคะ" อรุณี ชี้ไปที่หน้าจอ "พลังงานบางอย่างกำลังแผ่ออกมาจากแกนกลางของโครงสร้างนี้ มันไม่ใช่พลังงานที่เราเคยตรวจจับได้ มันมีลักษณะ... เป็นคลื่นเสียง แต่ไม่ใช่เสียงที่เราได้ยิน"

"เสียงกระซิบของอดีต" ดร. ลดา รำพึง "อารยธรรมโบราณที่สูญหายไป อาจจะทิ้งร่องรอยของพวกเขาไว้ในรูปแบบที่เหนือกว่าคำพูด"

"เหยี่ยวเวหา" ค่อยๆ เคลื่อนเข้าไปในช่องเปิดขนาดมหึมาบนพื้นผิวของโครงสร้าง ราวกับว่ามันถูกเปิดออกเพื่อต้อนรับผู้มาเยือน แสงสลัวภายในโครงสร้างค่อยๆ สว่างขึ้น เผยให้เห็นโถงทางเดินอันกว้างขวาง ผนังเต็มไปด้วยลวดลายที่ซับซ้อนยิ่งกว่าภายนอก

"เซ็นเซอร์ตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของแรงโน้มถ่วง" อัคราแจ้ง "และบรรยากาศ... มีออกซิเจนในปริมาณที่เหมาะสม แต่ก็มีก๊าซที่ไม่รู้จักผสมอยู่ด้วย"

"ดิฉันต้องเข้าไปตรวจสอบ" ดร. ลดา กล่าวอย่างกระตือรือร้น "นี่คือโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิต"

พวกเขาลงจากยานสำรวจ ยืนอยู่บนพื้นผิวที่เรียบเนียนราวกับกระจก เสียงฝีเท้าของพวกเขาดังสะท้อนก้องไปทั่วโถงทางเดินอันเงียบสงัด ความรู้สึกเย็นเยียบแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย แม้ว่าอุณหภูมิภายในจะอยู่ในระดับที่สบายก็ตาม

"ลวดลายพวกนี้... มันไม่ใช่แค่การตกแต่ง" ดร. ลดา เดินเข้าไปใกล้ผนัง ลูบไล้ไปตามลวดลายที่ประณีต "มันมีความเป็นระเบียบ มีตรรกะบางอย่างซ่อนอยู่"

ขณะที่เธอพูด อักษรโบราณบนผนังก็เริ่มเปล่งแสงสีฟ้าจางๆ สว่างวาบขึ้นอย่างเป็นจังหวะ ราวกับว่าพวกมันกำลังตอบสนองต่อการสัมผัสของเธอ

"ว้าว!" อรุณีอุทาน "ระบบตอบสนองด้วยแสง?"

"ไม่เชิง" ดร. ลดา ตอบ "ดูเหมือนว่าลวดลายพวกนี้จะเก็บข้อมูล หรืออาจจะเป็นรหัสบางอย่าง"

ทันใดนั้น แสงสีฟ้าบนผนังก็สว่างขึ้นอย่างรวดเร็ว ลวดลายเหล่านั้นเริ่มเคลื่อนไหว หมุนวนไปมา ราวกับว่ากำลังก่อตัวเป็นภาพบางอย่าง

"เกิดอะไรขึ้น?" อัคราถาม คว้าปืนลำแสงที่เอวเตรียมพร้อม

ภาพที่ปรากฏขึ้นบนผนังนั้นน่าทึ่งอย่างยิ่ง มันแสดงให้เห็นถึงดวงดาว กลุ่มดาว และกาแล็กซีที่กำลังหมุนวนไปมา จากนั้น ภาพก็ซูมเข้าไปยังดาวเคราะห์ดวงหนึ่ง ซึ่งมีสีแดงเข้มเหมือนเลือด มันดูคล้ายกับโลกของเรา แต่ปกคลุมไปด้วยหมอกควันสีแดง และมีพลังงานบางอย่างที่มองเห็นได้แผ่กระจายอยู่รอบๆ

"ดาวเคราะห์สีเลือด..." ดร. ลดา พึมพำ "มันคือตำนานที่เล่าขานกันในหมู่ชนเผ่าโบราณบางเผ่า"

"ตำนาน?" อัคราหันไปถาม

"ตำนานเกี่ยวกับโลกที่ถูกพลังงานบางอย่างกลืนกิน" ดร. ลดา อธิบาย "โลกที่เคยรุ่งเรือง แต่กลับถูกทำลายด้วยความกระหายในอำนาจ และกลายเป็นดาวเคราะห์ที่เต็มไปด้วยความมืดมิด"

ภาพบนผนังยังคงเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ แสดงให้เห็นถึงสิ่งมีชีวิตรูปร่างแปลกประหลาด ที่มีพลังอำนาจมหาศาล พวกมันกำลังทำสงครามกันอย่างดุเดือด แสงสีแดงฉานสาดส่องไปทั่วอวกาศ

"พวกมันกำลังใช้พลังงานจากดาวเคราะห์สีเลือด" อรุณีวิเคราะห์ "ดูเหมือนจะเป็นแหล่งพลังงานที่ไม่เสถียร และทำลายล้าง"

"และดูเหมือนว่า..." ดร. ลดา ชี้ไปที่ภาพสุดท้าย "พวกมันกำลังสร้างบางสิ่งบางอย่าง... บางสิ่งที่น่ากลัว"

ภาพสุดท้ายที่ปรากฏขึ้นคือวัตถุขนาดใหญ่ยักษ์ที่กำลังก่อตัวขึ้นกลางอวกาศ มันมีรูปร่างคล้ายกับโครงสร้างที่พวกเขากำลังยืนอยู่ แต่ใหญ่กว่ามาก และเต็มไปด้วยพลังงานสีแดงฉานอันน่าสะพรึงกลัว

"มันคือ 'ดวงดาวสีเลือด' ที่ตำนานกล่าวถึง" ดร. ลดา กล่าวเสียงสั่น "วัตถุนี้... ไม่ใช่แค่ป้อมปราการ มันคืออาวุธ"

ทันใดนั้น แสงสีฟ้าบนผนังก็ดับลง เหลือเพียงความมืดมิดและความเงียบสงัด แต่ในความเงียบนั้น อัครากลับได้ยินเสียงบางอย่าง... เสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังมาจากทุกทิศทาง เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความโหยหา ความเศร้าโศก และคำเตือน

"เราต้องออกไปจากที่นี่" อัคราตัดสินใจ "เดี๋ยวนี้"

แต่ก่อนที่พวกเขาจะได้ก้าวเท้า เสียงกระซิบนั้นก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ชัดเจนกว่าเดิม ราวกับว่ามันกำลังสื่อสารกับพวกเขาโดยตรง

"พวกเจ้า... มาถึงแล้ว..." เสียงนั้นดังขึ้นในหัวของพวกเขา ไม่ใช่เสียงที่ได้ยินด้วยหู แต่เป็นเสียงที่ส่งตรงเข้ามาในจิตสำนึก

"ใคร... ใครอยู่ที่นั่น?" อัคราตะโกนถาม

"เรา... คือผู้เฝ้ามอง... ผู้ที่เห็น... ความรุ่งเรือง... และความล่มสลาย..." เสียงนั้นตอบกลับมา

"พวกเจ้ากำลังเตือนเราหรือ?" ดร. ลดา ถาม

"เรา... เตือน... ผู้ที่จะมา... ไม่ให้... ซ้ำรอย..." เสียงนั้นตอบ

"ซ้ำรอยอะไร?" อัคราถามอย่างร้อนรน

"ซ้ำรอย... ความกระหาย... ในอำนาจ... ที่นำพา... ไปสู่... ความมืดมิด..."

ทันใดนั้น โครงสร้างทั้งหลังก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แสงสีแดงฉานเริ่มส่องลอดเข้ามาจากภายนอก

"เกิดอะไรขึ้น?!" อรุณีร้องถาม

"ดูเหมือนว่า... เราได้ปลุกบางสิ่งบางอย่างขึ้นมา" ดร. ลดา กล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก

"และดูเหมือนว่า... 'ดวงดาวสีเลือด' กำลังจะปรากฏตัวแล้ว" อัคราเสริม มองออกไปนอกช่องเปิดขนาดมหึมาที่เขาเห็นภาพของดาวเคราะห์สีแดงเข้มกำลังลอยเข้ามาใกล้... ใกล้กว่าที่เขาคาดคิดไว้มาก

อวกาศภายนอกที่เคยสงบนิ่ง บัดนี้กลับถูกปกคลุมด้วยรัศมีสีแดงเลือดอันน่าพรั่นพรึง มันคือ "ดวงดาวสีเลือด" ที่ปรากฏกายขึ้นอย่างแท้จริง พลังงานที่แผ่ออกมาจากมัน สั่นสะเทือนไปถึงแกนกลางของยานสำรวจ "เหยี่ยวเวหา" ทำให้แผงควบคุมทั้งหมดกระพริบเตือน

"สัญญาณพลังงานพุ่งสูงขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน!" อรุณีตะโกน พยายามควบคุมระบบที่กำลังปั่นป่วน

"เราต้องรีบกลับยานแม่!" อัคราออกคำสั่ง แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นภาพบนหน้าจอของ "เหยี่ยวเวหา"

"ดาวเคราะห์สีเลือด... มันไม่ใช่แค่ภาพที่บันทึกไว้ในอดีต..." อัครากล่าวเสียงแหบพร่า "มันคือ 'ดวงดาวสีเลือด' ที่กำลังปรากฏขึ้นตรงหน้าเรา!"

บนท้องฟ้าที่เคยเป็นสีดำสนิท บัดนี้ถูกย้อมไปด้วยสีแดงเข้มของดาวเคราะห์ปริศนาที่กำลังแผ่ขยายอาณาเขต พลังงานอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ออกมานั้นสัมผัสได้ถึงผิวหนัง ราวกับว่ามันกำลังจะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า

"มันกำลังเข้ามาใกล้!" ดร. ลดา ตะโกน สัญญาณเตือนภัยดังลั่นไปทั่ว "เร็วเข้า! เราต้องรีบกลับยานแม่!"

แต่การเดินทางกลับอาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อ "ดวงดาวสีเลือด" ที่ถูกปลุกขึ้นมาจากการหลับใหลอันยาวนาน กำลังแสดงพลังอำนาจที่แท้จริงของมันออกมา

หน้านิยาย
หน้านิยาย

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!