สายลมทะเลยังคงพัดกระหน่ำไม่หยุดหย่อน ราวกับจะพยายามพัดพาตะวันฉายให้กระเด็นออกจากโขดหินที่เขายืนอยู่ แต่ร่างของชายหนุ่มกลับมั่นคงราวกับรากต้นไม้โบราณ แสงจันทร์ที่เคยสาดส่องเมื่อครู่ บัดนี้เลือนหายไปกับหมู่เมฆหนาทึบอีกครั้ง เหลือเพียงความมืดมิดที่ปกคลุมทุกสิ่งทุกอย่างไว้ ตะวันฉายยกมือขึ้นปาดละอองน้ำทะเลที่เกาะอยู่บนใบหน้า ดวงตาคมกริบของเขาสอดส่ายไปรอบๆ โขดหินที่สูงชัน มองหาบางสิ่งบางอย่างที่เขาคาดหวังว่าจะพบเจอ
“ที่นี่ไม่มีอะไรให้ค้นหาอีกแล้วสินะ” เสียงห้าวทุ้มของตะวันฉายดังขึ้น แฝงไปด้วยความผิดหวังระคนฉงนฉงาย เขาใช้เวลาหลายชั่วโมงในการปีนป่ายสำรวจโขดหินเหล่านี้ภายใต้สภาพอากาศที่เลวร้าย เพื่อตามหาเบาะแสบางอย่างที่อาจจะเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของเรือดำน้ำ “เพลิงพิรุณ” แต่สิ่งที่เขาพบมีเพียงเปลือกหอยที่แตกหัก และเศษซากไม้ที่ถูกคลื่นซัดมาเกยตื้น
ความเงียบกลับมาเยือนอีกครั้ง มีเพียงเสียงคลื่นซัดสาดที่ดังระงมไม่ขาดสาย ท่ามกลางความมืด ตะวันฉายรู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบที่แทรกซึมเข้ามาถึงกระดูก อาจเป็นเพราะลมทะเลที่เย็นยะเยือก หรืออาจเป็นเพราะความรู้สึกบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นในใจของเขา ความรู้สึกที่บอกว่าเขากำลังถูกจับตามอง
ทันใดนั้นเอง! เสียงฝีเท้าที่แผ่วเบาบนก้อนกรวดดังขึ้นจากด้านหลังของเขา ตะวันฉายสะดุ้งเล็กน้อย เขากลั้นหายใจ ก่อนจะหันขวับไปตามเสียงอย่างรวดเร็ว
“ใคร?” เขาตะโกนถาม เสียงของเขาก้องกังวานไปในความมืด
เงียบ… ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ มีเพียงลมทะเลที่หวีดหวิว
ตะวันฉายก้าวเท้าลงจากโขดหินอย่างระมัดระวัง เขาหยิบไฟฉายขนาดเล็กที่เหน็บไว้ที่เอวขึ้นมา เปิดสวิตช์ ลำแสงสีขาวสว่างจ้าตัดผ่านความมืด สาดส่องไปทั่วบริเวณ
“แสดงตัวออกมา เดี๋ยวนี้!” เขาย้ำอีกครั้ง
ลำแสงไฟฉายสาดไปตามแนวก้อนหิน ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่จุดหนึ่ง ชายร่างสูงใหญ่ในชุดดำสนิท ยืนนิ่งราวกับจะกลืนหายไปกับเงาของโขดหิน ดวงตาของเขาไม่มีแววตาใดๆ ปรากฏให้เห็นภายใต้หมวกไหมพรมที่ปิดบังใบหน้าเกือบทั้งหมด
“เจ้าเป็นใคร?” ตะวันฉายถามอีกครั้ง เขาตั้งท่าเตรียมพร้อม มือข้างหนึ่งกำแน่นราวกับพร้อมจะต่อสู้
ชายชุดดำไม่ตอบ เขาเพียงแต่ยิ้มเยาะมุมปาก รอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความเหี้ยมโหด ก่อนที่ร่างของเขาจะเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ราวกับพยัคฆ์ที่กำลังตะครุบเหยื่อ
ตะวันฉายรู้สึกถึงอันตรายที่ใกล้เข้ามาอย่างเฉียบพลัน เขากระโดดหลบไปด้านข้างอย่างฉิวเฉียด ก่อนที่มือของชายชุดดำจะฟาดลงมาที่ที่เขาเคยยืนอยู่ สัมผัสได้ถึงลมที่ปะทะเข้ากับใบหน้า
“ไม่คิดว่าจะมีคนมาวุ่นวายที่นี่” เสียงเย็นเยียบของชายชุดดำดังขึ้นเป็นครั้งแรก “ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับพวกนักสำรวจมือสมัครเล่น”
“แล้วนายเป็นใคร? มาดักรออะไรอยู่ตรงนี้?” ตะวันฉายถามกลับอย่างไม่เกรงกลัว เขากระชับไฟฉายในมือแน่น พร้อมกับสำรวจสภาพแวดล้อมอย่างรวดเร็ว
“หน้าที่ของฉันคือปกป้องความลับที่นี่” ชายชุดดำตอบ “และเจ้ากำลังจะกลายเป็นสิ่งที่ต้องถูกกำจัด”
พูดจบ ร่างของชายชุดดำก็พุ่งเข้ามาอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้ใช้มือ แต่กลับชักมีดสั้นเล่มหนึ่งออกมาจากเอว ใบมีดสะท้อนแสงจันทร์ที่ริบหรี่อย่างน่ากลัว
ตะวันฉายเบี่ยงตัวหลบคมมีดที่กรีดผ่านอากาศอย่างว่องไว เขาปล่อยหมัดขวาตรงเข้าใส่ใบหน้าของคู่ต่อสู้ แต่ชายชุดดำกลับยกแขนซ้ายขึ้นปัดป้องได้อย่างแม่นยำ ก่อนจะใช้เท้าถีบเข้าที่สีข้างของตะวันฉาย
“โอ๊ย!” ตะวันฉายเซถอยหลังไปสองสามก้าว แรงถีบนั้นรุนแรงเกินกว่าที่เขาจะคาดคิด
“เจ้าแข็งแรงกว่าที่คิด” ชายชุดดำกล่าวชม แต่แฝงไปด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “แต่ก็ยังไม่พอ”
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดภายใต้ความมืด สองร่างเคลื่อนไหวไปมาบนก้อนหินที่ลื่นจากละอองน้ำทะเล เสียงกระทบกันของหมัดเท้า และเสียงคมมีดที่เฉือนอากาศดังเป็นระยะ
ตะวันฉายพยายามใช้ความคล่องแคล่วและความสูงของโขดหินให้เป็นประโยชน์ เขาพุ่งตัวขึ้นลง หลบหลีกคมมีดของคู่ต่อสู้ที่ดูจะชำนาญการต่อสู้ระยะประชิดอย่างยิ่ง
“นายกำลังปกป้องอะไรอยู่?” ตะวันฉายถามขณะหลบคมมีดที่พุ่งเข้ามาอีกครั้ง “เรือดำน้ำนั่นใช่ไหม?”
ชายชุดดำไม่ตอบ เขาเพียงแต่พุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วที่น่าตกใจ
ตะวันฉายรู้ดีว่าเขาไม่สามารถสู้กับชายชุดดำที่มีอาวุธได้นาน เขาต้องหาทางเอาชนะให้ได้โดยเร็วที่สุด ดวงตาของเขากวาดไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว จนกระทั่งสายตาไปสะดุดเข้ากับบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ไม่ไกลนัก
“ถ้ำ!” เขาอุทานในใจ
มีช่องว่างระหว่างก้อนหินขนาดใหญ่สองก้อน ซึ่งดูเหมือนจะเป็นทางเข้าสู่ถ้ำที่ซ่อนตัวอยู่
“ถึงเวลาที่ต้องลองเสี่ยงแล้ว” ตะวันฉายคิดในใจ
เขาจงใจปล่อยให้ชายชุดดำแทงมีดเข้ามา แต่แทนที่จะหลบ ตะวันฉายกลับยกแขนข้างซ้ายขึ้นรับคมมีดไว้ที่แขนเสื้อ ก่อนจะใช้แรงทั้งหมดที่มีในการผลักคู่ต่อสู้จนเสียหลัก
“อึก!” ชายชุดดำร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเล็กน้อย เพราะไม่คาดคิดว่าตะวันฉายจะเล่นแรงถึงเพียงนี้
ตะวันฉายไม่รอช้า เขากระโจนหนีเข้าไปทางช่องว่างระหว่างก้อนหินอย่างรวดเร็ว
“คิดจะหนีไปไหน!” เสียงตะโกนไล่หลังมา
เขาได้ยินเสียงฝีเท้าของชายชุดดำตามมาอย่างกระชั้นชิด ตะวันฉายเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น เขาต้องเข้าถึงถ้ำให้ได้ก่อนที่ชายชุดดำจะตามมาทัน
ในที่สุด เขาก็ไปถึงปากถ้ำที่มืดมิด เขากระโดดเข้าไปข้างใน โดยไม่ลังเลที่จะใช้ไฟฉายส่องนำทาง
ภายในถ้ำมืดสนิท มีเพียงเสียงน้ำทะเลที่ไหลรินเข้ามาจากช่องเล็กๆ ชายชุดดำปรากฏตัวขึ้นที่ปากถ้ำ ลำแสงไฟฉายของตะวันฉายสาดกระทบใบหน้าของเขา แต่ก็ยังคงมองเห็นความมุ่งมั่นที่จะจับกุมตะวันฉาย
“เข้ามาเลย… ถ้าคิดว่าแน่จริง” ตะวันฉายตะโกนท้าทาย
ชายชุดดำลังลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขาคงไม่มั่นใจในสภาพภายในถ้ำที่มืดมิด แต่สุดท้าย เขาก็ตัดสินใจก้าวเข้ามา
“อย่าคิดว่าจะหนีรอดไปได้” เขาขู่
ตะวันฉายรู้ดีว่านี่คือโอกาสเดียวของเขา เขาปล่อยไฟฉายลงบนพื้น ก่อนจะย่อตัวลงไปเก็บก้อนหินขนาดเล็กที่อยู่ใกล้ๆ
เมื่อชายชุดดำก้าวเข้ามาในระยะที่ใกล้พอ ตะวันฉายก็ปล่อยหมัดสวนออกไปอย่างรวดเร็ว โดยใช้ก้อนหินที่อยู่ในมือเพิ่มพลังในการโจมตี
“ผัวะ!” เสียงดังสนั่น ตามมาด้วยเสียงร้องโหยหวนของชายชุดดำ
ตะวันฉายไม่รอช้า เขากระโดดขึ้นไปบนก้อนหินขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางถ้ำ และมองลงไปยังร่างของชายชุดดำที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น
“นี่เป็นการเตือนครั้งสุดท้าย” ตะวันฉายกล่าวเสียงเย็น “อย่ามายุ่งกับฉันอีก”
เขากระโดดลงจากก้อนหิน และเดินตรงไปยังร่างของชายชุดดำ หยิบมีดสั้นของคู่ต่อสู้มาถือไว้ในมือ จากนั้น เขาก็เดินออกจากถ้ำไป โดยไม่เหลียวหลังกลับมามอง
เมื่อตะวันฉายก้าวออกมาจากถ้ำ เขาก็พบว่าสภาพอากาศเริ่มสงบลงเล็กน้อย คลื่นทะเลยังคงซัดอยู่ แต่ไม่รุนแรงเท่าเมื่อครู่
เขาเดินไปที่ริมผา และมองออกไปยังทะเลที่มืดมิด
“ใครกันแน่ที่แกปกป้องอยู่?” เขาพึมพำกับตัวเอง “แล้วเรือดำน้ำ ‘เพลิงพิรุณ’ หายไปไหนกันแน่?”
ขณะที่เขากำลังครุ่นคิดอยู่ จู่ๆ เขาก็สังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ลอยอยู่กลางทะเล เป็นวัตถุขนาดใหญ่ รูปร่างผิดปกติ
“นั่นมันอะไร?” ตะวันฉายขมวดคิ้ว
เขาตั้งใจเพ่งมองไปยังวัตถุนั้นให้ชัดเจนขึ้น ท่ามกลางความมืด แสงจันทร์ที่เริ่มโผล่พ้นจากม่านเมฆ ส่องกระทบวัตถุนั้นเป็นครั้งคราว
ตะวันฉายถึงกับผงะ!
สิ่งที่เขาเห็นไม่ใช่สิ่งใดสิ่งหนึ่งที่คุ้นเคย แต่มันคือ... ชิ้นส่วนขนาดใหญ่ของโลหะสีดำขลับ ซึ่งมีรูปร่างคล้ายกับเปลือกหอยยักษ์ที่กำลังอ้าปาก!
“ไม่จริงน่า!” เขาอุทานด้วยความตกตะลึง
ตะวันฉายรู้ดีว่าเขาเห็นอะไร เขาเคยเห็นภาพถ่ายของมันมาก่อน... มันคือส่วนหนึ่งของเรือดำน้ำ "เพลิงพิรุณ" ที่ถูกออกแบบมาให้มีลักษณะพิเศษ
แต่ที่น่าตกใจกว่านั้นคือ... ชิ้นส่วนของเรือดำน้ำลำนั้นดูเหมือนจะกำลัง… ขยับ!
เงาขนาดใหญ่ทอดยาวไปบนผืนน้ำ ท่ามกลางคลื่นที่เริ่มสงบลง ชายหนุ่มยืนนิ่งอยู่บนหน้าผา ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองไปยังภาพที่น่าเหลือเชื่อตรงหน้า
มีบางสิ่งบางอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เขาคาดคิดกำลังซ่อนตัวอยู่ใต้ผืนน้ำลึกแห่งนี้… และมันกำลังจะเผยตัวออกมา!

เพลิงทมิฬใต้สมุทร
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก