เพลิงทมิฬใต้สมุทร

ตอนที่ 6 — เงามายาใต้ท้องทะเล

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,123 คำ

คลื่นที่เคยซัดสาดอย่างเกรี้ยวกราดเมื่อยามค่ำคืน บัดนี้กลับอ่อนกำลังลงจนกลายเป็นเพียงละลอกคลื่นเล็กๆ ที่ซัดกระทบฝั่งอย่างแผ่วเบา ยามเช้าตรู่ที่ค่อยๆ ทอแสงสีทองอ่อนๆ สาดส่องลงมาปลอบประโลมผืนน้ำทะเลที่เคยปั่นป่วน ตะวันฉายยืนนิ่งอยู่บนโขดหินที่เคยถูกคลื่นยักษ์โถมซัดราวกับพายุร้าย สภาพของเขาเปื้อนคราบน้ำทะเลและทรายเล็กน้อย ‌แต่ดวงตาคมกริบยังคงฉายแววไม่ย่อท้อ

เขาสำรวจรอบกายอย่างละเอียด แสงอาทิตย์ยามเช้าที่สาดส่องลงมาเผยให้เห็นความจริงของสิ่งที่เขาเผชิญอยู่เบื้องหน้า ชายหาดทรายขาวละเอียดทอดยาวสุดลูกหูลูกตา มีโขดหินแหลมคมกระจัดกระจายอยู่เป็นระยะ บริเวณที่เขาเคยอยู่เมื่อคืนนี้ กลับกลายเป็นเพียงส่วนหนึ่งของแนวหินที่ยื่นออกไปในทะเล ลวดลายของคลื่นที่กัดเซาะตามธรรมชาติทำให้เห็นถึงพลังอันมหาศาลของมัน

“เหลือเชื่อ…” ตะวันฉายพึมพำกับตัวเอง ​เสียงแหบแห้งจากการตากลมทะเลมาทั้งคืน

เขาเหลือบมองไปที่ผืนน้ำเบื้องล่าง สีน้ำเงินเข้มสะท้อนแสงระยิบระยับราวกับมีเพชรพลอยนับล้านเม็ดซ่อนอยู่ แต่สำหรับเขาแล้ว สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผืนน้ำนั้น ไม่ใช่สมบัติล้ำค่า แต่เป็นอันตรายที่มองไม่เห็น

ความคิดถึงภาพเรือดำน้ำโบราณที่โผล่ขึ้นมาเมื่อคืนยังคงติดตรึงในใจ มันปรากฏขึ้นอย่างกะทันหันราวกับเงามายา ก่อนจะจมหายลงไปในความมืดมิดอย่างรวดเร็ว ‍ทิ้งไว้เพียงคำถามและความสงสัยมากมาย

“เรือนั่น…มันคืออะไรกันแน่?”

ตะวันฉายสูดลมหายใจลึก พยายามรวบรวมสมาธิ เขาจำได้ว่าตอนที่เรือดำน้ำปรากฏขึ้น มันมีสัญลักษณ์แปลกประหลาดสลักอยู่บนลำเรือ เป็นรูปทรงเรขาคณิตที่ดูโบราณและลึกลับ

“ต้องหาคำตอบให้ได้…”

เขากระโดดลงจากโขดหินอย่างคล่องแคล่ว ร่างที่แข็งแรงของเขาไม่มีร่องรอยความอ่อนล้าแม้แต่น้อย ราวกับว่าการผจญภัยเมื่อคืนนี้เป็นเพียงการออกกำลังกายยามเช้าเบาๆ

เขาเริ่มเดินเลียบชายหาดไปทางทิศตะวันออก สันนิษฐานว่าเรือดำน้ำลำนั้นน่าจะเคลื่อนที่ไปในทิศทางนั้น ‌แม้จะรู้ว่าโอกาสที่จะพบเจออีกครั้งนั้นน้อยนิด แต่ความมุ่งมั่นในตัวเขากลับไม่เคยลดลง

ขณะที่เขากำลังเดินอยู่นั้น สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่สะท้อนแสงอยู่บนผืนทราย มันเป็นวัตถุเล็กๆ สีเงินวาววับ ตะวันฉายรีบเดินเข้าไปเก็บมันขึ้นมา

มันคือชิ้นส่วนโลหะขนาดเล็ก มีลักษณะคล้ายกับแผ่นป้ายที่ถูกตัดออกมาจากวัตถุที่ใหญ่กว่า สลักด้วยลวดลายที่ดูคุ้นตา

“นี่มัน…”

เขาจำได้ทันที ‍ลวดลายบนแผ่นโลหะชิ้นนี้เหมือนกับสัญลักษณ์ที่เขาเห็นบนเรือดำน้ำเมื่อคืน!

หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้น เขาพลิกแผ่นโลหะในมือไปมา พยายามเพ่งมองรายละเอียดให้มากที่สุด แม้จะเป็นเพียงชิ้นส่วนเล็กๆ แต่มันคือหลักฐานชิ้นแรกที่บ่งบอกว่าสิ่งที่เขาเห็นเมื่อคืนไม่ใช่ความฝัน

“ต้องไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่”

ตะวันฉายเก็บชิ้นส่วนโลหะนั้นไว้ในกระเป๋ากางเกงอย่างระมัดระวัง เขาหันกลับมามองผืนทะเลอีกครั้ง ภาพของเรือดำน้ำโบราณยังคงฉายชัดอยู่ในมโนภาพ

“มีบางอย่างซ่อนอยู่ใต้ผืนน้ำแห่งนี้จริงๆ”

เขาตัดสินใจเดินต่อไป โดยมุ่งหน้าไปยังบริเวณที่เขาสันนิษฐานว่าเรือดำน้ำจะเคลื่อนที่ไป

ระยะทางที่เดินไปนั้นไกลพอสมควร ​ชายหาดทอดยาวไปเรื่อยๆ สลับกับแนวโขดหินที่ดูเหมือนจะไม่สิ้นสุด แสงแดดเริ่มแรงขึ้น แต่ก็ไม่อาจทำให้ความกระตือรือร้นของตะวันฉายลดน้อยลง

หลังจากเดินไปได้อีกพักใหญ่ เขาก็สังเกตเห็นบางสิ่งผิดปกติอยู่เบื้องหน้า

เบื้องหน้าของเขา มีลักษณะของชายหาดที่เปลี่ยนไป แทนที่จะเป็นทรายขาวละเอียด กลับกลายเป็นโคลนตมสีดำสนิท ​กินพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง แสงแดดส่องกระทบผิวดินโคลนจนสะท้อนเป็นประกายแวววาว

“นี่มันอะไรกัน?”

ตะวันฉายชะลอฝีเท้าลงอย่างระมัดระวัง เขาไม่เคยเห็นพื้นที่ลักษณะนี้มาก่อนในแถบนี้

เขาเดินเข้าไปใกล้เพื่อสำรวจ สภาพของโคลนนั้นดูเหนียวเหนอะหนะ ลึกพอที่จะทำให้การเคลื่อนที่ยากลำบาก

ขณะที่เขากำลังพิจารณาว่าจะเดินลุยเข้าไปดีหรือไม่ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากเบื้องหลัง

“หยุดอยู่ตรงนั้น!”

ตะวันฉายสะดุ้งเล็กน้อย เขาหันขวับไปมองตามเสียง

เบื้องหลังของเขา ห่างออกไปราวๆ ​ยี่สิบเมตร มีร่างของชายฉกรรจ์สองคนกำลังเดินตรงเข้ามา พวกเขาแต่งกายด้วยชุดที่ดูคล่องตัว แต่สีเข้มจนกลืนไปกับสภาพแวดล้อม ดวงตาของพวกเขามองตรงมาที่ตะวันฉายด้วยแววตาที่บ่งบอกถึงความไม่เป็นมิตร

“นายเป็นใคร? มาทำอะไรแถวนี้?” ชายคนหนึ่งถามเสียงห้วน

ตะวันฉายประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว เขาสัมผัสได้ถึงอันตรายที่กำลังจะมาถึง

“ผมแค่ผ่านมาครับ” ตะวันฉายตอบเสียงเรียบ พยายามทำน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด

“ผ่านมา? แถวนี้ไม่ใช่ที่ที่ใครจะผ่านมาได้ง่ายๆ นะ” ชายอีกคนพูดเสริม ใบหน้าของเขามีรอยแผลเป็นที่มุมปาก ทำให้ดูน่ากลัวยิ่งขึ้น

“ผมหลงทางครับ” ตะวันฉายโกหกได้อย่างแนบเนียน

“หลงทาง? ในเมื่อนายดูเหมือนจะรู้ดีว่ากำลังจะไปไหน” ชายที่มีรอยแผลเป็นก้าวเข้ามาใกล้อีกนิด

ตะวันฉายก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวอย่างระมัดระวัง เขาเหลือบมองไปที่บริเวณโคลนตมอีกครั้ง

“นายกำลังจะเข้าไปในเขตอันตรายนะ” ชายคนแรกพูดขึ้นราวกับอ่านใจเขาออก

“เขตอันตราย?” ตะวันฉายถามกลับ

“ใช่ เขตของ ‘ผู้พิทักษ์’ ที่นี่ไม่ใช่ที่ของคนนอก” ชายที่มีรอยแผลเป็นตอบ ดวงตาของเขาสบเข้ากับดวงตาของตะวันฉายอย่างท้าทาย

“ผู้พิทักษ์?”

ทันใดนั้นเอง เสียงดังครืดคราดก็ดังมาจากบริเวณโคลนตมที่อยู่เบื้องหน้าของตะวันฉาย

ทั้งสามคนหันไปมองตามเสียงพร้อมกัน

บางสิ่งบางอย่างกำลังเคลื่อนไหวอยู่ภายใต้โคลนตมนั้น!

ผิวโคลนที่เคยเรียบเนียนเริ่มขยับตัวเป็นคลื่นเล็กๆ ก่อนจะบุ๋มลงไปเป็นวงกว้าง เหมือนมีวัตถุขนาดใหญ่กำลังดันตัวขึ้นมาจากใต้ดิน

ตะวันฉายเบิกตากว้าง เขาจำได้ว่าลักษณะการเคลื่อนไหวแบบนี้คล้ายคลึงกับตอนที่เรือดำน้ำปรากฏตัวขึ้นเมื่อคืน!

“นั่นมัน…?”

“อย่าไปยุ่งกับมัน!” ชายทั้งสองคนตะโกนพร้อมกัน

แต่ก็สายเกินไปแล้ว

จากใต้โคลนตมนั้น มีส่วนหนึ่งของวัตถุสีเข้มเริ่มปรากฏขึ้น มันมีลักษณะเป็นเกลียวคล้ายใบพัดขนาดใหญ่ แต่มีขนาดใหญ่โตกว่าที่ตะวันฉายเคยเห็นมาหลายเท่า

วัตถุนั้นค่อยๆ หมุนขึ้นมาอย่างช้าๆ ราวกับกำลังปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม

“บ้าจริง! มันกำลังจะเปิดทาง!” ชายที่มีรอยแผลเป็นสบถ

ตะวันฉายยืนนิ่งด้วยความตกตะลึง เขาไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน

ขณะที่วัตถุที่เป็นเกลียวหมุนขึ้นมาเรื่อยๆ ผิวดินโคลนรอบๆ ก็เริ่มสั่นสะเทือน

ทันใดนั้นเอง!

จากบริเวณโคลนตมเดียวกันนั้นเอง ก็มีแขนกลขนาดมหึมา โผล่ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว!

แขนกลนั้นมีลักษณะเป็นโลหะสีเข้ม ท่อนล่างของมันจมอยู่ในโคลน แต่ส่วนที่โผล่ขึ้นมานั้นมีความยาวหลายเมตร ปลายแขนกลนั้นมีกรงเล็บขนาดใหญ่ที่ดูคมกริบและแข็งแรง

มันเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วราวกับมีชีวิต!

กรงเล็บนั้นฟาดลงมาอย่างแม่นยำตรงไปยังบริเวณที่ตะวันฉายกำลังยืนอยู่!

“หลบเร็ว!” ชายทั้งสองคนตะโกนพร้อมกัน

ตะวันฉายตอบสนองอย่างฉับพลัน สัญชาตญาณนักสู้ของเขาทำงานเต็มที่ เขาถอยหลังกระโดดอย่างสุดแรงเกิด

กรงเล็บโลหะขนาดมหึมาฟาดลงมาบนพื้นดินโคลน สร้างแรงกระแทกจนโคลนกระจายไปทั่วบริเวณ

พื้นดินที่เคยเป็นโคลนตม บัดนี้กลับกลายเป็นหลุมลึกขนาดใหญ่

ตะวันฉายสูดลมหายใจหอบ เขาเกือบเอาชีวิตไม่รอด

“นั่นมันอะไรน่ะ!” เขาตะโกนถามชายทั้งสองคน

“นั่นคือ ‘ผู้พิทักษ์’ ที่ฉันบอกไง! มันปกป้องสิ่งที่อยู่เบื้องล่าง!” ชายที่มีรอยแผลเป็นตะโกนตอบ

“สิ่งที่อยู่เบื้องล่าง?”

“ใช่! มันคือสมบัติที่ถูกซ่อนไว้! และนายก็ไม่ควรจะมายุ่งเกี่ยวกับมัน!”

ขณะที่ชายทั้งสองคนกำลังพูดนั้น แขนกลอีกข้างหนึ่งก็โผล่ขึ้นมาจากโคลนตมเช่นกัน!

คราวนี้มันไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ตะวันฉาย แต่กลับพุ่งเข้าใส่ชายทั้งสองคนนั้น!

“อะไรกัน!” ชายทั้งสองคนตกใจ

พวกเขาพยายามหลบหลีก แต่แขนกลนั้นเคลื่อนไหวได้รวดเร็วเกินคาด

กรงเล็บโลหะฟาดเข้าใส่ร่างของชายคนหนึ่งอย่างจัง สร้างเสียงดังครืน! ร่างของชายคนนั้นกระเด็นไปไกลราวกับตุ๊กตา

“อ๊ากกก!”

อีกคนหนึ่งพยายามวิ่งหนี แต่แขนกลอีกอันก็พุ่งเข้าตะครุบเขาไว้ได้ทัน

“ปล่อยนะ!”

ชายคนนั้นดิ้นรนขัดขืน แต่กรงเล็บโลหะนั้นแข็งแกร่งเกินไป

ตะวันฉายมองภาพที่เกิดขึ้นด้วยความตกตะลึง เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

“มัน…มันทำอะไร?”

“มันกำลังกำจัดพวกที่เข้ามาใกล้เกินไป!” ชายที่มีรอยแผลเป็นที่ถูกฟาดไปก่อนหน้านี้ ร้องบอกอย่างเจ็บปวด

เขาพยายามคลานหนีไปอย่างทุลักทุเล

ตะวันฉายรู้ดีว่าสถานการณ์กำลังเลวร้ายลง เขาต้องหาทางเอาตัวรอด

เขามองไปยังบริเวณโคลนตมอีกครั้ง เห็นว่าแขนกลเหล่านั้นกำลังจะหันมาทางเขา

“ต้องหนี!”

ตะวันฉายหันหลังกลับและวิ่งสุดชีวิต เขาไม่ได้สนใจเส้นทาง เพียงแค่วิ่งไปให้ไกลที่สุดจากบริเวณอันตรายแห่งนี้

เสียงครืดคราดและเสียงกรงเล็บที่ฟาดกระทบพื้นยังคงดังตามหลังมาติดๆ ราวกับจะไล่ล่าเขา

เขาไม่รู้ว่าเขาจะต้องวิ่งไปอีกนานเท่าใด แต่สิ่งที่เขารู้คือ การผจญภัยของเขาในดินแดนแห่งนี้ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และอันตรายที่มองไม่เห็นนั้น ซ่อนตัวอยู่ใต้ผืนน้ำสีครามแห่งนี้อย่างแท้จริง

เขาหันไปมองด้านหลังอีกครั้ง เห็นเพียงผืนน้ำทะเลสีครามที่สะท้อนแสงแดดระยิบระยับ เบื้องหน้านั้นคือชายหาดที่ทอดยาว แต่ในใจของเขากลับเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

สิ่งที่เขาเห็นเมื่อคืน... เรือดำน้ำโบราณ... สัญลักษณ์ลึกลับ... และบัดนี้... ผู้พิทักษ์ที่โผล่ขึ้นมาจากโคลนตม...

ทั้งหมดนี้เชื่อมโยงกันอย่างไร?

ตะวันฉายรู้ดีว่าเขาไม่สามารถหยุดการค้นหาคำตอบได้

เขาจะต้องดำดิ่งลงไปสู่ความลับที่ซ่อนอยู่ใต้ท้องทะเลแห่งนี้ให้ได้!

เขาเร่งฝีเท้าขึ้น วิ่งต่อไป โดยไม่รู้ว่าปลายทางของเขา จะนำพาไปพบกับอะไร...

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เพลิงทมิฬใต้สมุทร

เพลิงทมิฬใต้สมุทร

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!