เพลิงทมิฬใต้สมุทร

ตอนที่ 8 — ปริศนาใต้น้ำ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,021 คำ

แสงอรุณสีทองค่อยๆ ทอประกายละมุนละไม อาบไล้ผืนน้ำทะเลที่สงบนิ่งจนคลื่นลูกเล็กๆ ซัดสาดกระทบฝั่งอย่างอ่อนโยน กลิ่นอายเค็มปนสดชื่นของทะเลโชยมาตามลมแผ่วเบา ปลุกให้ตะวันฉายผู้หลับใหลอยู่บนโขดหินริมผาค่อยๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ ‌การหลับใหลอันแสนสั้นบนโขดหินที่แข็งกระด้างไม่ได้ทำให้ร่างกายอ่อนล้าลงเลย ตรงกันข้าม ความสงบยามเช้าตรู่กลับปลุกเร้าพลังงานบางอย่างในตัวเขาให้ตื่นขึ้นมา

เมื่อคืนก่อน เขาเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด กระสุนปืนที่พุ่งเข้าใส่ เสียงระเบิดที่ดังสนั่น และเงาของศัตรูที่คืบคลานเข้ามาใกล้ทุกขณะ ภาพเหล่านั้นยังคงติดตาตรึงใจ ​แต่เมื่อแสงแดดสาดส่องมา ความหวาดกลัวก็คลี่คลายลงไป ความมุ่งมั่นที่จะไขปริศนาเบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้กลับชัดเจนขึ้น

ตะวันฉายลุกขึ้นยืน ยืดเส้นยืดสาย เขาหยิบมีดพับประจำตัวที่เหน็บไว้ข้างเอวขึ้นมาตรวจสอบ คมมีดสะท้อนแสงอาทิตย์วูบหนึ่ง มันยังคงคมกริบเช่นเคย เขาตรวจสอบปืนพกคู่ใจที่อยู่ในซองหนังอย่างรวดเร็ว ‍กระสุนเต็มแม็กกาซีน ไม่มีอะไรผิดปกติ

"ยังคงมีปริศนาอีกมากที่ต้องคลี่คลาย" เขาพึมพำกับตัวเอง เสียงแหบพร่าจากการนอนกลางแจ้ง

เขามองไปยังเรือยางที่ผูกเชือกไว้กับต้นมะพร้าว สภาพของมันยังคงดีอยู่ ไม่ได้รับความเสียหายจากการต่อสู้เมื่อคืนมากนัก แสดงว่าศัตรูก็คงไม่ได้ต้องการทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ต้องการอะไรบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับเขา ‌หรืออาจจะเป็นบางสิ่งที่เขาครอบครอง

“ไปกันเถอะ” ตะวันฉายกล่าวกับเงาของตนเอง ก่อนจะเดินตรงไปยังเรือยาง เขาลงนั่งอย่างคล่องแคล่ว ปลดเชือกออก แล้วเริ่มพายออกสู่ทะเลอย่างเงียบเชียบ

ผืนน้ำที่สงบนิ่งในยามเช้าทำให้การพายเรือของเขาเป็นไปอย่างราบรื่น แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมา ต้องคลื่นเป็นประกายระยิบระยับ ‍ยิ่งพายห่างออกไปจากฝั่งมากเท่าไหร่ ภาพของโขดหินและต้นมะพร้าวริมหาดก็ยิ่งเล็กลงไป ตะวันฉายพายไปตามทิศทางที่เขาจำได้จากการดำน้ำสำรวจเมื่อสองวันก่อน

เป้าหมายของเขาคือแนวปะการังที่ทอดตัวยาวอยู่ห่างจากฝั่งประมาณครึ่งไมล์ เขาเชื่อว่าบางทีเบาะแสสำคัญอาจจะซ่อนตัวอยู่ใต้น้ำ บริเวณที่เขาเห็นสิ่งผิดปกติเมื่อครั้งก่อน

การดำน้ำเมื่อสองวันก่อนเป็นไปอย่างเร่งรีบ เขาเห็นเพียงเงาตะคุ่มๆ ของวัตถุบางอย่างที่ถูกซ่อนอยู่ใต้กอสาหร่ายขนาดใหญ่ แต่ด้วยสถานการณ์ที่ตึงเครียดในขณะนั้น ​เขาจึงไม่สามารถลงไปสำรวจได้อย่างละเอียด

เมื่อเรือเข้าใกล้แนวปะการัง ตะวันฉายก็หยุดพาย เขามองลงไปในน้ำ ทะเลบริเวณนี้ใสราวกับกระจก เขาเห็นฝูงปลาน้อยใหญ่แหวกว่ายไปมาอย่างอิสระ สีสันของปะการังหลากชนิดสะท้อนแสงแดดจนดูราวกับอัญมณีใต้น้ำ

เขาเตรียมอุปกรณ์ดำน้ำที่พกติดตัวมาด้วยอย่างรวดเร็ว หน้ากากดำน้ำ ถังออกซิเจน ​และฟิน ดำน้ำ

เมื่อสวมใส่ทุกอย่างเรียบร้อย ตะวันฉายก็กระโดดลงสู่ผืนน้ำเย็นฉ่ำทันที

โลกใต้น้ำแตกต่างจากโลกเบื้องบนอย่างสิ้นเชิง ความเงียบสงบเข้ามาแทนที่เสียงอึกทึกภายนอก แสงแดดที่ส่องลงมาถูกกรองผ่านผืนน้ำ ทำให้ทุกสิ่งดูมีมิติและสีสันที่นุ่มนวลกว่าเดิม เขาเริ่มแหวกว่ายไปตามแนวปะการังอย่างชำนาญ

สายตาคมกริบของเขาสอดส่องไปตามกอสาหร่ายที่ขึ้นอยู่หนาทึบ เขาจำได้ว่าบริเวณนั้นคือจุดที่เขาเห็นเงาประหลาด

เขาค่อยๆ ​ดำลงไปลึกขึ้นเรื่อยๆ แรงดันน้ำที่เพิ่มขึ้นไม่ได้ทำให้เขารู้สึกอึดอัดแต่อย่างใด เขาคุ้นเคยกับการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใต้น้ำเป็นอย่างดี

เมื่อถึงจุดที่ต้องการ เขาก็เริ่มกวาดสายตาสำรวจอย่างละเอียด กอสาหร่ายทะเลที่ขึ้นอยู่นั้นมีขนาดใหญ่และหนาแน่นมาก มันดูราวกับเป็นม่านธรรมชาติที่ปกปิดบางสิ่งบางอย่างไว้

ตะวันฉายค่อยๆ ใช้มือปัดกวาดสาหร่ายออกไปอย่างเบามือ เขาไม่อยากทำลายสภาพแวดล้อมของมันมากเกินไป

และแล้ว สิ่งที่เขาตามหาก็ปรากฏขึ้น!

ภายใต้กอสาหร่ายขนาดใหญ่ มีวัตถุรูปร่างแปลกประหลาดถูกพรางไว้อย่างแนบเนียน มันมีลักษณะคล้ายกับกล่องโลหะสีดำทึบ ขนาดประมาณหนึ่งคูณหนึ่งเมตร ผิวของมันเรียบเนียน ไม่มีร่องรอยการผุกร่อนจากน้ำทะเล แสดงว่ามันน่าจะถูกนำมาไว้ที่นี่ไม่นานนัก

ตะวันฉายพยายามจะจับต้องมัน แต่ก็พบว่ามันถูกยึดติดแน่นกับพื้นทะเล

เขาจึงต้องดำกลับขึ้นไปบนผิวน้ำเพื่อหายใจ และเตรียมตัวลงไปอีกครั้ง

ครั้งนี้เขาตัดสินใจใช้มีดพับที่เหน็บเอวอยู่ หวังว่าคมมีดจะสามารถแซะวัตถุนั้นออกมาได้

เมื่อกลับลงไปใต้น้ำอีกครั้ง เขาเริ่มลงมือแซะวัตถุนั้นอย่างระมัดระวัง ความพยายามของเขาไม่ได้ผลทันที ผิวของกล่องโลหะแข็งแกร่งกว่าที่คิด

เขาเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้า การใช้แรงใต้น้ำเป็นเวลานานทำให้ร่างกายสูญเสียพลังงานไปมาก

แต่แล้ว เขาก็นึกถึงคำพูดของพ่อ "ความอดทนคืออาวุธที่ทรงพลังที่สุด"

เขาตัดสินใจลองใช้วิธีอื่น

ตะวันฉายมองไปรอบๆ เขาเห็นเศษซากปะการังที่หักอยู่ใกล้ๆ เขาจึงเก็บเศษปะการังนั้นขึ้นมา แล้วใช้มันเป็นเหมือนคานงัด

เขาค่อยๆ สอดปลายเศษปะการังเข้าไปใต้กล่องโลหะ แล้วออกแรงงัด

"แกร็ก!"

เสียงบางอย่างดังขึ้นเบาๆ ใต้น้ำ!

ตะวันฉายรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านมายังมือของเขา

เขาออกแรงงัดอีกครั้ง คราวนี้กล่องโลหะก็เริ่มขยับ!

ด้วยความพยายามครั้งสุดท้าย เขาก็สามารถแซะกล่องโลหะนั้นออกมาจากพื้นทะเลได้สำเร็จ!

กล่องโลหะหนักอึ้ง ทำให้การพยุงมันขึ้นมาเป็นเรื่องยากลำบาก เขาต้องใช้กำลังทั้งหมดที่มีดันมันให้ลอยขึ้นสู่ผิวน้ำ

เมื่อกล่องลอยขึ้นมาถึงผิวน้ำ ตะวันฉายก็รีบขึ้นไปบนเรือยาง ก่อนจะออกแรงดึงกล่องนั้นขึ้นมาไว้บนเรือ

สภาพของกล่องเมื่ออยู่บนเรือดูน่าเกรงขามยิ่งขึ้น ผิวสีดำสนิทของมันดูดซับแสงอาทิตย์จนแทบไม่สะท้อนเลย มีสัญลักษณ์บางอย่างสลักอยู่บนผิวกล่อง แต่ดูเหมือนจะเป็นภาษาที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน

เขาพยายามจะเปิดมัน แต่ก็พบว่ามันถูกล็อกอย่างแน่นหนา ไม่มีช่องหรือรอยต่อที่สามารถงัดแงะได้เลย

"นี่มันอะไรกันแน่?" ตะวันฉายพึมพำ เขาไม่เคยเห็นเทคโนโลยีการล็อกแบบนี้มาก่อน

เขาสำรวจกล่องอย่างละเอียดอีกครั้ง คราวนี้เขาหันไปสังเกตสัญลักษณ์ที่สลักอยู่บนผิวกล่อง ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นเมื่อเขาสังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่าง

สัญลักษณ์เหล่านั้น... มันดูคุ้นตาอย่างประหลาด

เขานึกถึงรูปภาพในสมุดบันทึกเก่าๆ ของพ่อ รูปภาพที่เกี่ยวกับตำนานโบราณของหมู่เกาะแห่งนี้

"ไม่จริงน่า..."

ตะวันฉายรู้สึกถึงความตื่นเต้นและความหวาดหวั่นปะปนกันไปมา เขาพยายามตั้งสติ

"ถ้ามันเป็นอย่างที่คิด..."

เขาเงยหน้ามองไปยังทิศทางที่เรือของเขาเข้ามา แล้วก็นึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน ความพยายามของศัตรูที่จะแย่งชิงบางสิ่งบางอย่างจากเขา

"พวกเขาต้องการสิ่งนี้!"

ตะวันฉายผลักดันตัวเองให้คิดอย่างมีเหตุผล เขาต้องรีบนำกล่องนี้ไปยังที่ปลอดภัย และต้องหาทางเปิดมันให้ได้

แต่ขณะที่เขากำลังจะลงมือพายเรือกลับฝั่ง เสียงสัญญาณวิทยุจากเรือของเขาก็ดังขึ้น

"ตะวันฉาย! รับทราบ! มีอะไรผิดปกติ! ตะวันฉาย! ได้ยินไหม!"

เสียงของ "ก้อง" เพื่อนรักของเขาดังมาอย่างร้อนรน

ตะวันฉายรีบคว้าวิทยุสื่อสารขึ้นมา

"ก้อง! ฉันได้ยิน! ฉันปลอดภัยดี"

"โธ่เว้ย! ฉันนึกว่าแกเป็นอะไรไปแล้ว! คลื่นเมื่อคืนแรงมาก! แล้วก็มีเรือต้องสงสัยแล่นเข้ามาใกล้ๆ เกาะเราด้วย!"

"เรือต้องสงสัย?" ตะวันฉายถามอย่างรวดเร็ว

"ใช่! เป็นเรือดำน้ำขนาดเล็ก! มันโผล่ขึ้นมาตอนกลางวันแสกๆ แล้วก็ดำหายไปอย่างรวดเร็ว! ฉันไม่แน่ใจว่ามันเกี่ยวกับแกหรือเปล่า แต่ฉันคิดว่าเราต้องระวังตัว!"

หัวใจของตะวันฉายเต้นระรัว

"เรือดำน้ำ..."

เขาหันกลับไปมองกล่องโลหะสีดำบนเรือของเขา

"มันต้องเกี่ยวแน่ๆ"

"ก้อง! ฉันเจอของบางอย่างที่น่าจะเป็นกุญแจสำคัญ! ฉันกำลังจะกลับฝั่ง! ระวังตัวด้วยนะ!"

ตะวันฉายรีบกดปุ่มวิทยุสื่อสารเพื่อตัดการติดต่อ

เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ทะเลที่เคยสงบนิ่ง บัดนี้กลับให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไป

ความเงียบสงบใต้น้ำที่เขาเพิ่งสัมผัสมาเมื่อครู่ บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความตึงเครียดที่คืบคลานเข้ามา

เขาไม่รู้ว่าศัตรูเป็นใคร มาจากไหน หรือต้องการอะไรกันแน่ แต่เขารู้แน่ๆ ว่าการผจญภัยของเขาเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น

กล่องโลหะสีดำบนเรือของเขาคือเบาะแสสำคัญ แต่ก็อาจจะเป็นอันตรายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เขาเคยเผชิญ

เมื่อเขาพายเรือกลับไปยังที่ซ่อนของเขา เขาก็เห็นเงาของเรือดำน้ำขนาดเล็กโผล่ขึ้นมาจากผิวน้ำห่างออกไปไม่ไกลนัก

ดวงตาของตะวันฉายฉายแววแห่งความมุ่งมั่น

"พวกแกคิดจะแย่งมันไปงั้นเหรอ?"

เขาหยิบปืนพกคู่ใจขึ้นมา เตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้าครั้งต่อไป

ปริศนาใต้น้ำกำลังจะเปิดเผยความลับอันดำมืด และตะวันฉายก็พร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับมัน ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม

บทต่อไปจะเป็นการเผชิญหน้าโดยตรงกับศัตรูที่ตามล่าเขา หรือจะเป็นการเปิดเผยความลับที่ซ่อนอยู่ในกล่องปริศนา?

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เพลิงทมิฬใต้สมุทร

เพลิงทมิฬใต้สมุทร

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!