เพลิงทมิฬใต้สมุทร

ตอนที่ 9 — เงาอดีตที่ไล่ล่า

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,132 คำ

แสงอรุณสีทองยังคงสาดส่องอาบไล้ผืนน้ำทะเลที่สงบนิ่ง สะท้อนประกายระยิบระยับราวกับอัญมณีเม็ดงาม ลมทะเลพัดโชยมาแผ่วเบา พาเอากลิ่นเค็มปะปนกับความสดชื่นของพฤกษาบนหน้าผามาแตะจมูก ปลุกให้ตะวันฉายผู้ยังคงซุกตัวหลับใหลอยู่บนโขดหินริมผาค่อยๆ กระพริบตาปรับรับแสงสว่างที่ค่อยๆ ทวีความเข้มข้นขึ้น

ร่างสูงโปร่งของเขาขยับเล็กน้อย ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบกาย ‌แสงแดดยามเช้าปลุกชีวิตชีวาให้กลับคืนมาอีกครั้ง แต่ทว่าในส่วนลึกของจิตใจ ยังคงมีเงาบางอย่างที่คอยตามหลอกหลอน ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนยังคงฉายวนซ้ำไปมาในหัว ทำให้หัวใจของเขาเต้นระรัวไม่หยุด

"ยังจะฝันร้ายอีกเรอะ..." เสียงแหบพร่าดังขึ้นจากลำคอ ตะวันฉายลุกขึ้นนั่ง เท้าที่เปลือยเปล่าสัมผัสกับความเย็นของหินผา ​เขายืดเส้นยืดสาย สูดลมหายใจลึก พยายามขับไล่ความคิดอันหนักอึ้งออกไป

เมื่อคืน... การปะทะกับกลุ่มโจรสลัดปริศนานั้นเกือบจะทำให้เขาต้องเอาชีวิตไม่รอด หากไม่ใช่เพราะความรวดเร็วและสัญชาตญาณของนักรบที่สั่งสมมา เขาคงถูกลูกหลงจากอาวุธร้ายที่ใช้กระสุนพิเศษพุ่งเข้าใส่จนสิ้นใจไปแล้ว พวกมันไม่ใช่โจรสลัดธรรมดาแน่ๆ อาวุธที่ใช้ ‍การแต่งกายที่ดูแปลกตา รวมถึงความโหดเหี้ยมที่แสดงออกมาอย่างชัดเจน มันบ่งบอกถึงบางสิ่งที่อันตรายกว่าที่เขาเคยเผชิญมา

"ต้องหาข้อมูลเพิ่ม..." เขาพึมพำกับตัวเอง ความสงสัยที่ปะทุขึ้นในใจเมื่อคืนนี้ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น เขาเชื่อว่ากลุ่มคนเหล่านั้นต้องมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องราวในอดีตของเขา อย่างน้อยที่สุด ก็ต้องมีความเชื่อมโยงกับ ‌"สมบัติทมิฬ" ที่เขาตามหามาตลอด

ตะวันฉายลุกยืนเต็มความสูง ทอดสายตามองไปยังขอบฟ้าที่ค่อยๆ สว่างไสวขึ้น เขารู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดบางอย่างที่กำลังเรียกหาเขาให้ก้าวเดินต่อไป ทะเลเบื้องหน้ายังคงกว้างใหญ่และเต็มไปด้วยความลับอีกมากมาย แต่เขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง

เขาตัดสินใจที่จะกลับไปยังเรือเล็กที่จอดซ่อนไว้ในอ่าวเล็กๆ ใกล้เคียง ‍เพื่อตรวจสอบอุปกรณ์และวางแผนการเดินทางต่อไป ขณะที่เขากำลังจะก้าวลงจากโขดหิน เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นจากทิศทางที่เขาเพิ่งจะจากมา

"ตะวันฉาย..."

เสียงนั้น... แผ่วเบาแต่ทรงพลัง ราวกับสายลมที่พัดผ่านแก้วหู ตะวันฉายชะงักกึก หันขวับไปยังทิศทางของเสียง ร่างของเขากระตุกเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ

"ใคร...?" ​เขาเอ่ยถาม เสียงของเขาเต็มไปด้วยความระแวดระวัง

ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเสียงคลื่นซัดสาดกระทบฝั่งเป็นระยะๆ และเสียงนกทะเลที่ส่งเสียงร้องอยู่บนฟ้า ตะวันฉายก้าวเดินอย่างระมัดระวังไปยังบริเวณที่เขาได้ยินเสียงนั้น สายตาคมกริบสอดส่องไปรอบๆ ทุกซอกทุกมุม

"ตะวันฉาย..." เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง ​คราวนี้ดูใกล้เข้ามาอีกนิด ราวกับลอยมาจากสายลม

หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้น เขาเคยได้ยินเสียงนี้มาก่อน... แต่ไม่แน่ใจว่าคือเสียงของใคร เป็นเสียงที่คุ้นเคยอย่างประหลาด แต่ก็แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้ขนลุก

ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากหลังก้อนหินใหญ่ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล ร่างนั้นถูกอาบไล้ด้วยแสงแดดยามเช้า ​ทำให้มองเห็นเป็นเงารางๆ แต่ก็สัมผัสได้ถึงความสง่างามของมัน

"ใครกันแน่...?" ตะวันฉายถามอีกครั้ง คราวนี้เสียงของเขาแฝงความไม่ไว้วางใจ

ร่างนั้นค่อยๆ เดินออกมาสู่แสงสว่างมากขึ้น เมื่อตะวันฉายมองชัดเจน หัวใจของเขาก็แทบจะหยุดเต้น

"อรุณ..."

เขาเอ่ยชื่อนั้นออกมาอย่างแผ่วเบา ราวกับไม่เชื่อสายตา

เบื้องหน้าเขาคือ "อรุณ" หญิงสาวผู้ที่เขาเคยพบเจอเมื่อไม่นานมานี้ หญิงสาวที่มีแววตาเศร้าสร้อย แต่ก็เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น ดวงตาคู่นั้นยังคงฉายแววเดิม แต่มีบางอย่างที่เปลี่ยนไป... แววตาของเธอแข็งกร้าวขึ้น ราวกับผ่านการต่อสู้มาอย่างโชกโชน

"ไม่คิดว่าจะได้เจอนายที่นี่..." อรุณเอ่ยขึ้น เสียงของเธอแหบเล็กน้อย แต่ก็ชัดเจน

ตะวันฉายยังคงยืนนิ่ง อึ้งกับการปรากฏตัวของเธอ เขาไม่เข้าใจว่าเธอมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร และที่สำคัญ... เธอรู้ชื่อของเขาได้อย่างไร

"คุณ... รู้จักผมได้ยังไง?" เขาถามตรงๆ

อรุณยิ้มบางๆ รอยยิ้มนั้นเศร้าสร้อย แต่ก็มีความหมายแฝงอยู่

"โชคชะตา... หรือบางทีอาจจะเป็นโชคชะตาที่พรากเราจากกัน..." เธอกล่าว น้ำเสียงของเธอแฝงความรู้สึกบางอย่างที่ตะวันฉายไม่สามารถตีความได้

"คุณพูดเรื่องอะไรกัน? ผมไม่เคยเจอคุณมาก่อน" ตะวันฉายพยายามรวบรวมสติ เขามั่นใจว่าเขาไม่เคยพบกับอรุณมาก่อนในชีวิต

"คุณอาจจะจำฉันไม่ได้... แต่ฉันจำคุณได้ดี" อรุณก้าวเข้ามาใกล้อีกนิด แสงแดดสาดส่องลงมายังใบหน้าของเธอ เผยให้เห็นร่องรอยของความเหนื่อยล้า แต่ก็ยังคงความงามสง่า

"คุณ... คือคนที่ผมคิดว่า..." ตะวันฉายหยุดพูด เขาเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวในอดีตเข้ากับสิ่งที่เห็นตรงหน้า

"คนที่คุณกำลังตามหา... ใช่ไหม?" อรุณกล่าวต่อ ดวงตาของเธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของตะวันฉาย ราวกับจะค้นหาคำตอบบางอย่าง

"คุณ... มาที่นี่ทำไม?" ตะวันฉายถามอีกครั้ง ความสงสัยและความระแวดระวังยังคงมีอยู่เต็มเปี่ยม

"ฉันมาเพื่อเตือนนาย..." อรุณกล่าว เสียงของเธอจริงจัง "นายกำลังเดินเข้าสู่กับดักที่อันตรายยิ่งกว่าที่นายคิด"

"กับดัก? คุณหมายถึงกลุ่มคนพวกนั้นเมื่อคืน?"

"ไม่ใช่แค่พวกนั้น... แต่คือเบื้องหลังของพวกมัน" อรุณขมวดคิ้ว "พวกมันไม่ใช่แค่โจรสลัดธรรมดา พวกมันเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรที่ทรงอำนาจ... องค์กรที่อยู่เบื้องหลังความมืดมิดของท้องทะเล"

"องค์กรอะไร? และคุณรู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง?" ตะวันฉายไม่เชื่อเสียทีเดียว แต่ก็อดไม่ได้ที่จะฟัง

"ฉันเป็นส่วนหนึ่งของมัน... เคยเป็น" อรุณกล่าว เสียงของเธออ่อนลง "แต่ฉันได้เห็นความจริง... ความโหดร้ายที่พวกมันก่อขึ้น ฉันหนีออกมา... และฉันรู้ว่านายกำลังจะไปพัวพันกับเรื่องราวที่อันตรายที่สุด"

ตะวันฉายอึ้งไป เขาไม่เคยคิดว่าหญิงสาวตรงหน้าจะมีอดีตที่เกี่ยวพันกับโลกมืดใบนี้ "คุณ... เคยเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรนี้?"

"ใช่... และฉันรู้ดีว่าพวกมันกำลังตามหาสิ่งเดียวกันกับนาย" อรุณมองไปยังทะเล "สมบัติทมิฬ... พวกมันต้องการมันเพื่อครอบครองอำนาจที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม"

"แล้วทำไมคุณถึงมาเตือนผม? ถ้าคุณเคยเป็นส่วนหนึ่งของพวกมัน..."

"เพราะฉันไม่ต้องการให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย..." อรุณกล่าว เสียงของเธอสั่นเล็กน้อย "เพราะฉันได้เห็น... คนที่ฉันรัก... ต้องตกเป็นเหยื่อของพวกมัน"

คำพูดของอรุณยิ่งทำให้ตะวันฉายสับสน เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงมาปรากฏตัวต่อหน้าเขา ทำไมเธอถึงรู้เรื่องสมบัติทมิฬ และทำไมเธอถึงมีท่าทีแบบนี้

"คุณกำลังพูดถึงใคร?" เขาถาม

อรุณหลับตาลงชั่วครู่ ก่อนจะลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ดวงตาของเธอฉายแววเศร้าสร้อยอย่างสุดซึ้ง

"คนที่คุณอาจจะเคยรู้จัก... พ่อของคุณ"

คำพูดนั้นเหมือนสายฟ้าฟาดกลางใจตะวันฉาย เขาแทบจะยืนไม่อยู่ "พ่อ... ของผม?"

"ใช่... พ่อของคุณ... คือคนที่ตามหาสมบัติทมิฬมานานที่สุด... และเขาก็ได้พบกับจุดจบอันน่าเศร้า... เพราะองค์กรนี้" อรุณกล่าว เสียงของเธอเจ็บปวด "พวกมันหลอกล่อเขา... และกำจัดเขาเสีย"

ตะวันฉายรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบถล่มลงมา คำพูดของอรุณนั้นช่างน่าเหลือเชื่อ แต่แววตาของเธอกลับจริงจังและเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ทำให้เขาอดที่จะเชื่อไม่ได้

"เป็นไปไม่ได้... พ่อของผม... เขาเสียชีวิตไปนานแล้ว..."

"การเสียชีวิตของเขา... ไม่ใช่เรื่องธรรมดา" อรุณกล่าว "และองค์กรนั้น... พวกมันต้องการสมบัติทมิฬไปครอบครอง... เพื่อขยายอำนาจของพวกมันให้ยิ่งใหญ่กว่าเดิม"

ตะวันฉายมองไปยังอรุณ ดวงตาของเขาสั่นไหว เขาไม่แน่ใจว่าควรจะเชื่อเธอหรือไม่ แต่สิ่งที่เธอพูดนั้นก็สอดคล้องกับความรู้สึกบางอย่างที่เขาเคยมีมาตลอด

"แล้ว... คุณต้องการอะไรจากผม?" เขาถาม

"ฉันต้องการให้นายระวังตัว" อรุณกล่าว "นายกำลังเดินไปสู่เส้นทางเดียวกับพ่อของนาย... เส้นทางที่เต็มไปด้วยอันตรายและความตาย"

"ผมจะทำยังไง? ผมจะหยุดพวกมันได้ยังไง?"

"นายต้องหาข้อมูลเพิ่ม... นายต้องรู้ว่าใครคือผู้นำที่แท้จริงขององค์กรนี้... และนายต้องหา 'กุญแจ' ที่จะไขความลับของสมบัติทมิฬ" อรุณกล่าว "แต่จงระวัง... พวกมันรู้ว่านายกำลังตามหาสิ่งเดียวกันกับพวกมัน... พวกมันจะไม่ปล่อยให้นายมีชีวิตอยู่รอด"

ตะวันฉายรู้สึกถึงความกดดันที่ถาโถมเข้ามา ความรู้ใหม่ที่เขาได้รับนั้นหนักอึ้งจนแทบจะแบกรับไม่ไหว เขาไม่เคยคิดว่าการตามหาสมบัติทมิฬจะนำพาไปสู่การเผชิญหน้ากับองค์กรลับอันทรงอิทธิพล และยิ่งไปกว่านั้น... เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของพ่อเขาด้วย

"ผม... ต้องไปแล้ว" ตะวันฉายกล่าว เสียงของเขาฟังดูเหนื่อยล้า

"นายจะไปไหน?" อรุณถาม

"ผมจะไปเรือ... ผมต้องคิดทบทวนเรื่องทั้งหมดนี้"

อรุณพยักหน้า "ระวังตัวให้ดี... และถ้ามีอะไร... ฉันจะติดต่อหานาย"

เธอกล่าวจบก็หันหลังเดินจากไป ทิ้งให้ตะวันฉายยืนนิ่งอยู่กับที่ภายใต้แสงแดดยามเช้าที่สาดส่องลงมา ภาพของอรุณที่กำลังเดินลับหายไปนั้น ราวกับเป็นเงาที่ทาบทับเข้ามาในอดีตที่มืดมนของเขา

ตะวันฉายมองไปยังทิศทางที่อรุณหายไป หัวใจของเขายังคงเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความสับสน ความโกรธ ความเสียใจ และความมุ่งมั่นที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม

เรื่องราวที่เขาได้ยินจากอรุณนั้น ช่างน่าเหลือเชื่อ แต่ก็เต็มไปด้วยความจริงที่เขาไม่อาจปฏิเสธได้ การตายของพ่อ... องค์กรลับ... และสมบัติทมิฬ... ทุกอย่างเริ่มปะติดปะต่อกันอย่างน่ากลัว

เขาเหลือบมองไปยังทะเลเบื้องหน้า มันยังคงสงบนิ่ง แต่ในส่วนลึกของมัน บัดนี้ได้กลายเป็นสนามรบแห่งเงาอันมืดมิด ที่เขาจำเป็นต้องก้าวเข้าไปเผชิญหน้า

ตะวันฉายหมุนตัว หันหลังให้กับทะเลที่เคยเป็นดั่งบ้าน และก้าวเดินไปข้างหน้า ด้วยความมุ่งมั่นที่แน่วแน่กว่าเดิม ชัยชนะ หรือความพ่ายแพ้... เขาจะได้รับมันในไม่ช้า.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เพลิงทมิฬใต้สมุทร

เพลิงทมิฬใต้สมุทร

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!