ลมทะเลพัดแรงขึ้นผิดปกติในยามบ่ายแก่ๆ ทำให้เกลียวคลื่นโหมซัดเข้าหาฝั่งอย่างเกรี้ยวกราด เสียงคลื่นกระแทกโขดหินดังสนั่นหวั่นไหวราวกับเสียงคำรามของอสูรกาย ตะวันฉายสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าเต็มปอด ขมวดคิ้วแน่นขณะจ้องมองไปยังท้องทะเลที่แปรเปลี่ยนจากความสงบนิ่งเมื่อเช้าเป็นความปั่นป่วนน่าหวั่นเกรง
“นี่มันเกินไปแล้ว” เสียงห้าวของเขากระซิบกับตัวเอง ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้ผิวน้ำที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
หลังจากใช้เวลาหลายวันในการสำรวจเกาะร้างแห่งนี้อย่างละเอียด ทั้งการตามหาแหล่งน้ำจืด การสำรวจภูมิประเทศ และการเก็บรวบรวมทรัพยากรเท่าที่จำเป็น ตะวันฉายก็เริ่มตระหนักว่าชีวิตบนเกาะแห่งนี้ไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คิด เขาได้พบร่องรอยของสัตว์ป่าบางชนิดที่อันตราย และยังมีเสียงกระซิบเล่าลือถึงสิ่งลี้ลับที่สิงสถิตอยู่บนเกาะแห่งนี้ แต่สิ่งที่ทำให้เขากังวลใจที่สุดในตอนนี้คือการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันของสภาพอากาศ และปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับปะการัง
เมื่อช่วงเช้าตรู่ เขาได้ลงไปดำน้ำสำรวจแนวปะการังที่ทอดตัวยาวเหยียดอยู่ไม่ไกลจากชายหาด ภาพที่เห็นทำเอาเขาแทบหยุดหายใจ ปะการังส่วนใหญ่ที่เคยมีสีสันสดใส งดงามราวกับอัญมณีใต้ทะเล บัดนี้กลับกลายเป็นสีซีดขาว บ้างก็เริ่มมีจุดสีดำแซม หรือที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือ ปะการังบางส่วนกลับมีสีแดงคล้ำราวกับเลือดที่หลั่งริน มันเป็นภาพที่น่าสยดสยอง และบ่งบอกถึงอันตรายที่กำลังคุกคามระบบนิเวศใต้ทะเลแห่งนี้
“ปะการังฟอกขาว… แต่มันไม่ใช่แค่ฟอกขาวธรรมดา” ตะวันฉายพึมพำ สายตาคมกริบยังคงจ้องมองไปยังผืนน้ำที่ขุ่นมัวมากขึ้นเรื่อยๆ เขาเคยได้ยินเรื่องปะการังฟอกขาวจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิน้ำทะเล หรือมลภาวะ แต่สิ่งที่เขาเห็นอยู่นี้มันดูรุนแรงและผิดธรรมชาติกว่านั้นมาก
เขาสวมหน้ากากดำน้ำ ถังออกซิเจน และฟินอีกครั้ง ก่อนที่จะกระโดดลงสู่ผืนน้ำที่เย็นเฉียบ สภาพอากาศที่แปรปรวนทำให้การดำน้ำเริ่มมีความยากลำบากขึ้น คลื่นลูกใหญ่ซัดเข้ามาเป็นระยะ แต่ด้วยทักษะที่ฝึกฝนมาอย่างดี ตะวันฉายก็สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของตัวเองได้อย่างคล่องแคล่ว
เมื่อดำดิ่งลงไปในความลึกไม่กี่เมตร ภาพที่เห็นก็ชัดเจนยิ่งขึ้น ปะการังสีแดงเลือดปรากฏอยู่ทั่วไป ราวกับผืนทะเลกำลังร่ำไห้ด้วยความเจ็บปวด เขาลอยตัวไปสำรวจ สัมผัสเนื้อปะการังด้วยปลายนิ้ว รู้สึกถึงความเปราะบางและอ่อนแอของมัน
“มีบางอย่างผิดปกติอย่างมาก” เขาคิดในใจขณะสำรวจแนวปะการัง เขาลอยตัวไปตามแนว พบปลาทะเลขนาดเล็กจำนวนมากที่กำลังว่ายวนเวียนอย่างสับสน บางตัวดูอ่อนแรง บางตัวก็มีอาการป่วย สภาพแวดล้อมที่เคยอุดมสมบูรณ์ บัดนี้กำลังจะกลายเป็นสุสานใต้น้ำ
ขณะที่กำลังสำรวจอยู่ ตะวันฉายก็สังเกตเห็นบางอย่างที่ผิดปกติซ่อนอยู่ในซอกหิน เขาลอยเข้าไปใกล้ด้วยความระมัดระวัง ภาพที่เห็นทำเอาเขาชะงักไปชั่วขณะ
มันคือ… เหมืองแร่ขนาดเล็กที่ถูกซ่อนไว้!
ภายในเหมืองแร่มีอุปกรณ์บางอย่างที่ดูเก่าแก่แต่ยังคงใช้งานได้ สารเคมีบางชนิดที่ถูกบรรจุอยู่ในภาชนะที่ปิดผนึกอย่างแน่นหนา และที่สำคัญที่สุดคือ แหล่งพลังงานบางอย่างที่กำลังปล่อยคลื่นพลังงานออกมาอย่างต่อเนื่อง คลื่นพลังงานนี้เองที่เขาเชื่อว่าเป็นต้นเหตุของปรากฏการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นกับปะการัง
“นี่มัน… อาวุธชีวภาพ?” เขาอุทานด้วยความตกใจ สิ่งที่เขาคิดไว้ตอนแรกว่าอาจเป็นมลพิษทางธรรมชาติ หรือผลกระทบจากภาวะโลกร้อน กลับกลายเป็นฝีมือของมนุษย์เสียอย่างนั้น
เขาตรวจสอบบริเวณโดยรอบอย่างละเอียด พบร่องรอยการทำงานของมนุษย์ที่บ่งบอกว่าเหมืองแห่งนี้เพิ่งถูกใช้งานไม่นานนัก ใครกันที่นำสิ่งเหล่านี้มาทิ้งไว้ที่นี่? และเพื่ออะไร?
ความคิดต่างๆ ผุดขึ้นมาในหัวของตะวันฉาย เขาตระหนักได้ทันทีว่าสิ่งที่เขาพบไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย มันอาจเป็นภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เขาเคยเผชิญมา
ทันใดนั้นเอง เขาก็รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนบางอย่างใต้พื้นทะเล เสียงแตรเตือนดังขึ้นในหัวของเขา!
“อะไรน่ะ?” เขาหันซ้ายหันขวาอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความขุ่นมัวของน้ำทะเล เขาเห็นเงาตะคุ่มขนาดใหญ่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาจากทิศทางหนึ่ง
เงาร่างนั้นค่อยๆ ชัดเจนขึ้น เมื่อมันเข้ามาใกล้ ตะวันฉายก็พบว่ามันคือ… เรือดำน้ำ!
เรือดำน้ำลำนั้นมีขนาดใหญ่กว่าที่เขาเคยเห็นมาก่อน มันมีรูปร่างที่ดูดุดันและน่าเกรงขาม มีอาวุธติดตั้งอยู่รอบลำเรือหลายจุด สภาพของเรือดำน้ำบ่งบอกว่ามันไม่ใช่เรือสำรวจ หรือเรือประมงทั่วไป
“พวกเขามาแล้ว!” ตะวันฉายตระหนักได้ทันที ว่าสิ่งที่เขาค้นพบได้ดึงดูดความสนใจของใครบางคนมา การที่เขาพบเหมืองแห่งนี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
เขาตัดสินใจไม่รอช้า รีบขึ้นจากน้ำทันที เขาต้องรีบหาที่หลบซ่อน และวางแผนรับมือกับสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น
เมื่อตะวันฉายกลับขึ้นมาถึงบนฝั่ง เขาก็รีบไปที่กระท่อมเล็กๆ ที่เขาได้สร้างขึ้นอย่างเร่งรีบเมื่อวันก่อน เขาหยิบกระเป๋าอุปกรณ์ที่เตรียมไว้ และหยิบปืนพกที่เขาพกติดตัวมาด้วยออกมาตรวจสอบ
“ต้องไปจากที่นี่ก่อน” เขาคิด แต่เมื่อมองออกไปยังท้องทะเลที่ยังคงปั่นป่วน เขาก็รู้ว่าการหนีคงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด
เรือดำน้ำลำใหญ่นั้นกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้เกาะเรื่อยๆ สังเกตเห็นได้ว่ามันไม่ได้มีเจตนาจะเข้ามาจอดที่ท่าเรือ แต่กำลังจะปล่อยบางอย่างลงสู่ทะเล
“พวกมันจะทำอะไรอีก?” ตะวันฉายตั้งคำถาม
เขาตัดสินใจปีนขึ้นไปบนจุดที่สูงที่สุดบนหน้าผา เพื่อสังเกตการณ์จากระยะไกล เมื่อเขาไปถึง เขาก็เห็นบางสิ่งบางอย่างที่น่าตกใจยิ่งกว่าเดิม
จากใต้ท้องเรือดำน้ำ มีแคปซูลขนาดใหญ่จำนวนหนึ่งถูกปล่อยลงมาสู่ทะเล แคปซูลเหล่านั้นมีรูปร่างที่แปลกประหลาด และดูเหมือนจะพุ่งตรงไปยังแนวปะการังที่เขากำลังสำรวจอยู่
“ไม่นะ!” เขาอุทานด้วยความตกใจ
เขาเห็นเปลวไฟสีเขียวประหลาดพวยพุ่งออกมาจากแคปซูลเหล่านั้น เมื่อมันสัมผัสกับน้ำทะเล มันเริ่มกระจายตัวออกไปอย่างรวดเร็วราวกับเชื้อเพลิง
ตะวันฉายรู้สึกได้ถึงความร้อนที่แผ่ซ่านขึ้นมา แม้จะอยู่ห่างออกไปหลายร้อยเมตร สีของน้ำทะเลรอบๆ บริเวณที่แคปซูลตกลงไปเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้นเรื่อยๆ ปะการังที่เคยมีสีแดงคล้ำ บัดนี้กลับมีประกายสีเขียวเรืองแสงออกมาอย่างน่าขนลุก
“นี่มันไม่ใช่แค่ทำลายระบบนิเวศ แต่มันกำลังเปลี่ยนแปลงมัน!” เขารู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่รุนแรง และน่าสะพรึงกลัวกำลังก่อตัวขึ้น
ทันใดนั้นเอง เสียงประกาศจากลำโพงของเรือดำน้ำก็ดังขึ้นมาอย่างชัดเจน เสียงนั้นเต็มไปด้วยความเยือกเย็นและอำนาจ
“ประกาศถึงผู้ที่อยู่บนเกาะนี้ ไม่ว่าท่านจะเป็นใครก็ตาม จงออกมายอมจำนนเสียดีๆ หากท่านขัดขืน จะถือว่าเป็นการประกาศสงครามกับองค์กรของเรา”
ตะวันฉายกัดฟันแน่น เขารู้ดีว่านี่คือสถานการณ์ที่เขาต้องเผชิญหน้า ไม่ใช่การหนีอีกต่อไป
“องค์กร? สงคราม?” เขาพึมพำ “ใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดนี้?”
เขาเห็นกลุ่มคนจำนวนหนึ่งกำลังทยอยขึ้นจากเรือดำน้ำ พวกเขาสวมชุดสีดำสนิท และมีอาวุธครบมือ ใบหน้าของพวกเขาถูกปิดบังไว้ด้วยหน้ากาก ทำให้ยากจะคาดเดาตัวตน
“ดูเหมือนฉันจะเข้าไปยุ่งกับเรื่องที่ใหญ่กว่าที่คิดแล้ว” เขากล่าวกับตัวเอง
ตะวันฉายตัดสินใจไม่ตอบรับคำประกาศนั้น เขากระชับปืนในมือให้มั่น ก่อนที่จะมองไปยังแนวปะการังที่บัดนี้กำลังลุกไหม้ด้วยเปลวไฟสีเขียวประหลาด
“เพลิงทมิฬใต้สมุทร… คงไม่ใช่แค่ชื่อเรื่องอีกต่อไปแล้ว”
เขาต้องทำอะไรสักอย่าง เพื่อหยุดยั้งหายนะที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ เขาไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่เขารู้ว่าถ้าปล่อยไว้ โลกทั้งใบอาจต้องเผชิญกับหายนะที่คาดไม่ถึง
เขาหันหลังให้กับทะเลที่กำลังเดือดพล่าน และมุ่งหน้าเข้าไปในป่าทึบของเกาะ ด้วยเป้าหมายใหม่ที่ชัดเจนกว่าเดิม เขาต้องหาคำตอบ และปกป้องโลกใบนี้
แต่ก่อนที่เขาจะก้าวเข้าไปในป่าลึก เสียงตะโกนดังมาจากด้านหลัง
“หยุดเดี๋ยวนี้!”
ตะวันฉายหันกลับไปมอง พบว่ากลุ่มคนชุดดำจำนวนหนึ่งกำลังวิ่งตามเขามา! พวกเขาพบเขาแล้ว!
ศึกครั้งใหม่กำลังจะอุบัติขึ้นบนเกาะร้างแห่งนี้!

เพลิงทมิฬใต้สมุทร
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก