กลิ่นอับชื้นและคาวคลุ้งที่แผ่ซ่านออกมานั้นรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะกลายเป็นภาพที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ลมทะเลที่เคยพัดพาความสดชื่น กลับกลายเป็นพาหะนำพาสิ่งปฏิกูลอันน่าสะอิดสะเอียนเข้ามาสู่ชายฝั่ง ตะวันฉายยืนนิ่งอยู่บนโขดหินริมผา ดวงตาคมกริบจับจ้องไปยังเบื้องหน้า ลมหายใจของเขาหนักหน่วงขึ้นทุกขณะ ความรู้สึกบางอย่างที่บอกว่าอันตรายกำลังคืบคลานเข้ามาอย่างเงียบเชียบ มันไม่ใช่แค่ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ผันผวน แต่เป็นสัญญาณเตือนจากบางสิ่งที่ดำมืดกว่านั้น
"เกิดอะไรขึ้นกันแน่?" ตะวันฉายพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาถูกกระแสลมพัดพาไปจนแทบจะไม่ได้ยิน เขากระชับปืนพกคู่ใจที่เหน็บอยู่ที่เอวแน่นขึ้น ราวกับจะเรียกความมั่นใจจากอาวุธที่พึ่งพิงได้
เขาเหลียวมองไปทางผาหินด้านข้างที่ทอดตัวยาวออกไป หากมองลงไปจากที่สูงจะเห็นแนวป่าทึบที่เริ่มต้นจากชายหาด ไล่ระดับขึ้นไปตามไหล่เขา ความเขียวขจีของมันบัดนี้กลับดูคล้ายม่านหมอกสีดำที่กำลังกลืนกินทุกสิ่ง กลิ่นอายประหลาดนั้นดูเหมือนจะเล็ดลอดออกมาจากบริเวณนั้น
"มันไม่ใช่แค่พายุ..." ตะวันฉายเอ่ยขึ้นอีกครั้ง ความรู้สึกไม่สบายใจก่อตัวขึ้นในอก เขากระโดดลงจากโขดหินอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะสาวเท้าไปตามชายหาด มุ่งหน้าไปยังทิศทางที่กลิ่นนั้นเข้มข้นที่สุด
เมื่อยิ่งเข้าใกล้ เสียงอื้ออึงที่ฟังดูไม่คุ้นหูก็ดังชัดเจนขึ้น มันไม่ใช่เสียงคลื่นซัดฝั่ง หรือเสียงลมหวีดหวิว แต่มันคือเสียงที่เหมือนฝูงชนจำนวนมากกำลังกระซิบกระซาบพร้อมๆ กัน เป็นเสียงที่แหบพร่าและน่าขนลุก
ตะวันฉายเดินเข้าไปในแนวป่าทึบ แสงแดดส่องลงมาได้เพียงรำไร อากาศเริ่มเย็นยะเยือกผิดปกติ ทั้งๆ ที่ความร้อนระอุจากแผ่นดินยังคงแผ่ซ่านอยู่ กิ่งก้านของต้นไม้ที่บิดเบี้ยวราวกับมือที่ไร้กระดูก กำลังพยายามคว้าจับเขาไว้ ลำต้นของต้นไม้บางต้นมีเมือกเหนียวสีดำเกาะติดอยู่ เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อน
"นี่มันอะไรกัน..." เขาถอยหลังไปเล็กน้อย ความขยะแขยงแล่นขึ้นมาถึงลำคอ
ทันใดนั้นเอง เสียงกระซิบที่ดังระงมก็เงียบลงอย่างฉับพลัน ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบที่น่าสะพรึงกลัว ตะวันฉายหยุดนิ่ง กวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง
"ใครอยู่ตรงนั้น!" เขากระโชกเสียงถาม
ไร้ซึ่งคำตอบ มีเพียงเสียงใบไม้แห้งที่ร่วงหล่นลงมาจากกิ่งไม้เบื้องบน เหมือนกับว่าธรรมชาติกำลังร้องไห้
ตะวันฉายค่อยๆ ชักปืนพกออกมา เล็งไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง เขาเดินหน้าต่อไปอย่างช้าๆ ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความตึงเครียด
แล้วเขาก็เห็นมัน...
เบื้องหน้าเขา คือลานกว้างที่ถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์สีดำสนิท ราวกับเป็นผืนพรมที่ไม่มีชีวิต ชีบีบเป็นกลุ่มๆ บนพื้นดิน กลิ่นคาวคลุ้งรุนแรงจนแทบจะทำให้เขาสำลัก
และท่ามกลางเถาวัลย์เหล่านั้น ร่างกายมนุษย์ที่กำลังบิดเบี้ยว ผสมผสานกับสิ่งที่ดูคล้ายเห็ดราสีดำสนิท กำลังเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้า
"บ้าไปแล้ว..." ตะวันฉายกัดฟัน เขาไม่เคยเห็นสิ่งมีชีวิตที่น่าสยดสยองเช่นนี้มาก่อน ร่างกายเหล่านั้นดูเหมือนจะถูกกลืนกินจากภายในโดยเชื้อราปริศนา ดวงตาของพวกเขากลวงโบ๋ไร้แวว แต่กลับมีประกายบางอย่างที่บ่งบอกถึงความทรมาน
"พวกแกเป็นใคร?" ตะวันฉายตะโกนถามอีกครั้ง
ทันใดนั้น ร่างกายที่บิดเบี้ยวเหล่านั้นก็หันหน้ามาทางเขา ดวงตาที่ว่างเปล่าของพวกเขากลายเป็นจุดโฟกัสเพียงหนึ่งเดียวในโลกนี้ พวกเขาเริ่มเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ แต่มั่นคง มุ่งหน้าเข้าหาเขา
ตะวันฉายไม่รอช้า เขากระโดดหลบหลังต้นไม้ใหญ่ เพื่อตั้งหลัก
"ข้าไม่รู้ว่าพวกแกเป็นอะไร แต่ข้าจะไม่ยอมให้พวกแกทำร้ายใครอีก!"
เสียงตะโกนกึกก้องของตะวันฉายดังขึ้น พร้อมกับเสียงปืนนัดแรกที่ดังสนั่น มันกระสุนพุ่งเข้าใส่ร่างบิดเบี้ยวร่างหนึ่ง แต่แทนที่จะล้มลง ร่างนั้นกลับสั่นสะท้าน ก่อนจะพุ่งเข้ามาเร็วขึ้น
ตะวันฉายยิงซ้ำ แต่กระสุนดูเหมือนจะไร้ผล มันเพียงแค่ทำให้ร่างเหล่านั้นเคลื่อนไหวอย่างบ้าคลั่งมากขึ้น
"นี่มัน...ไม่ใช่คนธรรมดา" เขาคิดอย่างรวดเร็ว
ตะวันฉายรู้ดีว่าการยิงปืนใส่พวกมันโดยตรงอาจไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด เขาต้องหาจุดอ่อน หรือหาวิธีอื่นในการจัดการกับภัยคุกคามนี้
เขาเห็นเถาวัลย์สีดำที่ปกคลุมพื้นดิน มันดูเหมือนจะเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่กำลังเข้าโจมตีเขา
"ถ้าพวกแกมาจากที่นี่..." เขาคิด
ตะวันฉายตัดสินใจ เขาหันหลังวิ่งหนี ล่อให้พวกมันตามมา เขาต้องหาที่ที่ปลอดภัยกว่านี้ หรือไม่ก็ต้องหาทางทำลายแหล่งที่มาของพวกมัน
เสียงฝีเท้าที่ดังอื้ออึงไล่ตามหลังมา ยิ่งเพิ่มความกดดันให้ตะวันฉาย เขาไม่รู้ว่าใครหรืออะไรกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังการกลายพันธุ์อันน่าสยดสยองนี้
เขาพุ่งทะลุผ่านพงหญ้าหนาทึบ สัมผัสได้ถึงอากาศที่เริ่มเย็นลงไปอีก
"ต้องหาทางกลับไปหาพวกพ้องก่อน" ความคิดนี้แวบเข้ามาในหัว
ทันใดนั้น เขาก็สะดุดเข้ากับรากไม้ที่ซ่อนอยู่ใต้ใบไม้ เขาล้มลงกระแทกพื้นอย่างแรง ปืนหลุดมือกลิ้งไปไกล
ก่อนที่เขาจะได้ตั้งตัว ร่างบิดเบี้ยวตัวหนึ่งก็พุ่งเข้ามาหาเขา มันมีรูปร่างที่บิดเบี้ยวผิดธรรมชาติ แขนขาที่ยาวผิดปกติ ดวงตาที่กลวงโบ๋แต่กลับสุกใสด้วยประกายอันตราย
ตะวันฉายรีบเอื้อมมือคว้าปืนที่อยู่ไม่ไกล แต่ร่างนั้นก็เร็วเกินไป มันใช้แขนที่บิดเบี้ยวของมันฟาดเข้าใส่
"อั๊ก!"
ตะวันฉายร้องด้วยความเจ็บปวด เขาถูกกระแทกเข้าที่สีข้างอย่างแรง ล้มลงไปกองกับพื้น
ร่างบิดเบี้ยวอีกตัวก็กำลังคืบคลานเข้ามาหาเขาอย่างช้าๆ กลิ่นคาวคลุ้งรุนแรงขึ้นจนแทบจะทำให้เขาหมดสติ
"ไม่...ข้ายังตายที่นี่ไม่ได้"
ด้วยสัญชาตญาณดิบ เขาตะเกียกตะกายคว้าปืนพกขึ้นมา แล้วเล็งไปยังร่างที่กำลังเข้ามาใกล้ที่สุด
กระสุนนัดสุดท้ายในแม็กกาซีนพุ่งเข้าใส่หัวของร่างนั้น...
ทันใดนั้น สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
ร่างบิดเบี้ยวที่ถูกยิงกลางหน้าผาก กลับยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เปลวไฟสีเขียวอมฟ้าจะลุกไหม้ขึ้นจากบาดแผลอย่างรวดเร็ว
"เปลวไฟสีเขียว?" ตะวันฉายมองด้วยความตกตะลึง
เปลวไฟนั้นลุกลามอย่างรวดเร็วทั่วร่างของร่างบิดเบี้ยว ราวกับมันกำลังถูกเผาผลาญจากภายใน
ไม่นานนัก ร่างนั้นก็กลายเป็นเถ้าถ่านสีดำสนิท ลอยไปตามลม
ตะวันฉายผงะ เขาไม่เคยเห็นสิ่งใดเป็นเช่นนี้มาก่อน
"นี่มัน...ปฏิกิริยาอะไรกัน?"
ขณะที่เขากำลังประมวลผลสิ่งที่เกิดขึ้น ร่างบิดเบี้ยวอีกตัวก็กำลังพุ่งเข้ามาหาเขาอีกครั้ง
ตะวันฉายรู้ดีว่าเขาไม่มีกระสุนเหลือแล้ว เขาต้องหาทางรอดชีวิตด้วยวิธีอื่น
เขามองไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว สายตาไปหยุดที่กิ่งไม้แห้งที่หักโค่นอยู่ไม่ไกล
"ได้เวลาเล่นของจริงแล้ว!"
ด้วยแรงเฮือกสุดท้าย ตะวันฉายกลิ้งตัวหลบไปด้านข้าง ก่อนจะใช้มือคว้ากิ่งไม้แห้งขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
เมื่อร่างบิดเบี้ยวตัวนั้นพุ่งเข้ามา ตะวันฉายก็เหวี่ยงกิ่งไม้แห้งนั้นออกไปสุดแรงเกิด
กิ่งไม้แห้งกระทบเข้ากับร่างบิดเบี้ยวอย่างจัง
แต่คราวนี้ สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นอีกครั้ง
เมื่อกิ่งไม้แห้งกระทบเข้ากับร่างบิดเบี้ยว ร่างนั้นก็สั่นสะท้าน ก่อนที่เปลวไฟสีเขียวอมฟ้าจะลุกไหม้ขึ้นมาอีกครั้ง!
"เป็นไปได้ยังไง!" ตะวันฉายร้องอย่างไม่อยากเชื่อ
ดูเหมือนว่าการเผาไหม้ด้วยเปลวไฟสีเขียวนี้จะเป็นจุดอ่อนของพวกมัน
เขาเริ่มสังเกตเห็นบางสิ่ง ร่างบิดเบี้ยวเหล่านั้นดูเหมือนจะถูกเชื่อมโยงเข้าหากันด้วยเถาวัลย์สีดำสนิทที่เลื้อยไปมาบนพื้นดิน
"ถ้าเปลวไฟนี่คือสิ่งที่ทำลายพวกมันได้...แล้วอะไรเป็นตัวจุดประกาย?"
ตะวันฉายเริ่มเข้าใจ เขาต้องหาแหล่งที่มาของเปลวไฟ หรือไม่ก็ต้องหาทางทำให้มันลุกไหม้ได้เอง
เขาหันกลับไปมองที่ลานกว้าง เบื้องลึกของป่าทึบที่ทอดตัวยาวออกไป
ความรู้สึกบางอย่างบอกเขาว่า เบื้องหลังความน่าสะพรึงกลัวนี้ มีบางสิ่งที่ดำมืดกว่านั้นซ่อนอยู่
เขาลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล แม้ร่างกายจะเจ็บปวด แต่จิตใจของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
"ไม่ว่าแกจะเป็นใครก็ตาม...ข้าจะตามไปจนถึงที่สุด!"
ตะวันฉายเดินเข้าไปในป่าลึกอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้วิ่งหนี แต่เดินหน้าอย่างเด็ดเดี่ยว เพื่อค้นหาความจริงเบื้องหลัง "เพลิงทมิฬ" ที่กำลังคุกคามผืนแผ่นดินแห่งนี้
เขาไม่รู้เลยว่า สิ่งที่รอเขาอยู่เบื้องหน้า จะน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าที่เขาเคยจินตนาการไว้มากนัก

เพลิงทมิฬใต้สมุทร
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก