เพลิงทมิฬใต้สมุทร

ตอนที่ 13 — สุสานทมิฬใต้สมุทร

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,065 คำ

กลิ่นเหม็นเน่าที่คลุ้งตลบอบอวลจนแสบจมูกยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ มันไม่ใช่กลิ่นของสิ่งมีชีวิตที่ตายตามธรรมชาติ แต่เป็นกลิ่นที่ชวนให้อาเจียน กลิ่นของความตายอันโหดร้ายที่ถูกซ่อนเร้นเอาไว้ใต้ผืนน้ำ ตะวันฉายยืนอยู่บนโขดหินริมหาด ดวงตาคมกริบจับจ้องไปยังผืนน้ำสีหม่นที่กำลังบดขยี้เกลียวคลื่นเข้าสู่ฝั่งอย่างบ้าคลั่ง ลมทะเลที่เคยเป็นมิตร บัดนี้กลับกลายเป็นพาหะนำความวิบัติมาสู่เกาะแห่งนี้

“มันมาจากตรงนั้น” ‌เสียงห้าวทุ้มของนายทหารร่างใหญ่ดังขึ้นข้างกาย ตะวันฉายหันไปมอง เห็นพลเรือโทสมุทร ยืนมองไปยังทิศทางเดียวกัน สีหน้าของเขาเคร่งเครียดและเต็มไปด้วยความกังวล “คลื่นพวกนี้มันไม่ปกติเลย ตะวันฉาย มันเหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังผลักดันมันขึ้นมา”

ตะวันฉายพยักหน้า ​เขาเองก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกตินั้น พลังงานบางอย่างที่มองไม่เห็นกำลังปั่นป่วนอยู่ใต้ท้องทะเล ลมทะเลที่แรงขึ้นอย่างกะทันหัน กลิ่นเหม็นเน่าที่น่าสะอิดสะเอียน และคลื่นที่ซัดเข้าฝั่งอย่างเกรี้ยวกราด มันคือสัญญาณเตือนภัยที่ชัดเจน

“ผมรู้สึกถึงมันครับท่าน” ตะวันฉายตอบเสียงหนักแน่น “มันไม่ใช่แค่ลมพายุธรรมชาติแน่ๆ”

“เราต้องหาต้นตอของมันให้ได้” ‍พลเรือโทสมุทรตัดสินใจเด็ดขาด “ถ้ามันปล่อยไว้ เกาะแห่งนี้จะกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคที่ร้ายแรงที่สุด”

“ผมขออาสาลงไปตรวจสอบครับท่าน” ตะวันฉายเอ่ยขึ้นทันที

พลเรือโทสมุทรหันมามองตะวันฉาย ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความหนักใจ “มันอันตรายเกินไป ตะวันฉาย เรายังไม่รู้ว่ามันคืออะไร”

“แต่ถ้าไม่ลงไป ‌เราก็ไม่รู้อะไรเลยครับ” ตะวันฉายยืนกราน “ผมพร้อม ผมฝึกมาเพื่อภารกิจแบบนี้”

พลเรือโทสมุทรพิจารณาใบหน้าแน่วแน่ของตะวันฉาย ก่อนจะถอนหายใจยาว “ก็ได้ แต่ต้องระมัดระวังที่สุด เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมที่สุดเท่าที่จะทำได้ ‍คราวนี้จะให้ทีมที่ไว้ใจที่สุดไปด้วย”

“รับทราบครับท่าน” ตะวันฉายตอบรับอย่างกระตือรือร้น

ในขณะที่ตะวันฉากำลังเตรียมตัวเข้ารับภารกิจใหม่ ห่างออกไปไม่ไกลนัก บนเรือรบขนาดใหญ่ที่จอดทอดสมออยู่กลางทะเลลึก กลุ่มนักวิทยาศาสตร์และทหารกำลังระดมสมองอย่างเคร่งเครียด

“ข้อมูลการตรวจจับยังคงยืนยันครับว่า มีวัตถุขนาดใหญ่ที่ปล่อยพลังงานผิดปกติออกมาจากใต้ทะเลลึก” นักวิทยาศาสตร์หญิงสาวคนหนึ่งชื่อ ดร.ลลิตา ​กล่าวรายงาน เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้นปนหวาดกลัว “แหล่งพลังงานนั้นกำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และดูเหมือนจะส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมรอบๆ ด้วย”

“รูปแบบพลังงานมันไม่เหมือนกับที่เคยบันทึกไว้เลย” หัวหน้านักวิทยาศาสตร์กล่าวเสริม “มันซับซ้อนเกินกว่าจะเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ”

“แล้ววัตถุนั้นคืออะไร?” พลเอกชาญชัย ​ผู้บัญชาการหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ถามขึ้น สายตาของเขามุ่งมั่นดุจคมดาบ

“เรายังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดครับท่าน” ดร.ลลิตาตอบ “แต่วิเคราะห์จากคลื่นพลังงาน มันมีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมา หรืออาจเป็นโครงสร้างบางอย่างที่มนุษย์สร้างขึ้น แต่ไม่น่าจะใช่เทคโนโลยีที่เราคุ้นเคย”

“มนุษย์สร้างขึ้น?” ​พลเอกชาญชัยเลิกคิ้ว “ใคร? และเพื่ออะไร?”

“นั่นคือสิ่งที่น่ากังวลที่สุดครับท่าน” ดร.ลลิตา กล่าว “ถ้ามันคือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น และมันกำลังปลดปล่อยพลังงานขนาดนี้ออกมา อาจหมายถึงมันกำลังจะทำงาน หรืออาจกำลังจะระเบิด”

“ระเบิด?” พลเอกชาญชัยพึมพำ เขากวาดสายตาไปยังแผนที่ทะเลที่ปรากฏอยู่บนจอภาพ “ถ้ามันระเบิดตรงจุดนั้น ผลกระทบจะมหาศาล อาจทำให้เกิดสึนามิ หรือเกิดการเปลี่ยนแปลงทางภูมิศาสตร์อย่างถาวร”

“เราจำเป็นต้องส่งทีมลงไปสำรวจโดยเร็วที่สุด” ดร.ลลิตาเสนอ “เพื่อเก็บข้อมูลเพิ่มเติม และประเมินความเสี่ยง”

“ทีมไหนจะเหมาะสมที่สุด?” พลเอกชาญชัยถาม

“หน่วยปฏิบัติการพิเศษของตะวันฉายครับท่าน” ดร.ลลิตาตอบอย่างมั่นใจ “เขามีประสบการณ์ในการปฏิบัติภารกิจใต้น้ำที่ซับซ้อน และมีความสามารถในการตัดสินใจภายใต้แรงกดดันสูง”

พลเอกชาญชัยพยักหน้าเห็นด้วย เขารู้ดีถึงฝีมือและความกล้าหาญของตะวันฉาย “เตรียมพร้อมทุกอย่าง ตะวันฉายจะได้รับคำสั่งในอีกไม่ช้านี้”

กลับมาที่ตะวันฉาย หลังจากเตรียมอุปกรณ์ดำน้ำขั้นสูงและตรวจสอบเรือดำน้ำขนาดเล็กที่ถูกส่งมาสำหรับภารกิจนี้ เขาได้รับแจ้งจากพลเรือโทสมุทรถึงการประสานงานกับหน่วยปฏิบัติการพิเศษระดับชาติ

“ตะวันฉาย” พลเรือโทสมุทรปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับสีหน้าเคร่งเครียดกว่าเดิม “เราได้รับการยืนยันจากหน่วยเหนือแล้ว ภารกิจนี้ใหญ่กว่าที่เราคิดมาก”

“ใหญ่กว่าอย่างไรครับท่าน?” ตะวันฉายถาม

“มีรายงานการตรวจจับพลังงานผิดปกติจากใต้ทะเลลึก เป็นแหล่งพลังงานที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน และกำลังส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในวงกว้าง” พลเรือโทสมุทรอธิบาย “พวกเขาเชื่อว่ามันอาจจะเป็นสิ่งผิดปกติที่มนุษย์สร้างขึ้น หรือสิ่งมีชีวิตโบราณที่มีพลังอำนาจมหาศาล”

ตะวันฉายเงียบไปครู่หนึ่ง เขากำลังประมวลผลข้อมูลทั้งหมดที่ได้รับ กลิ่นเหม็นเน่าที่คลุ้งไปทั่ว กลิ่นของความตายที่มาจากใต้ทะเลลึก มันไม่ใช่แค่ปัญหาสิ่งแวดล้อมธรรมดา แต่มันคือภัยคุกคามที่อาจส่งผลต่อมนุษยชาติ

“ผมต้องลงไปดูให้เห็นกับตาครับท่าน” ตะวันฉายยืนยันอีกครั้ง

“แน่นอน” พลเรือโทสมุทรกล่าว “แต่คราวนี้ จะมีทีมผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยปฏิบัติการพิเศษระดับชาติลงไปด้วย พวกเขาจะคอยสนับสนุนและให้คำแนะนำทางเทคนิคแก่แก๊นของเธอ”

“ใครจะเป็นหัวหน้าทีมครับท่าน?” ตะวันฉายถาม

“หัวหน้าทีมคือ พลเอกชาญชัย” พลเรือโทสมุทรตอบ “แต่การบัญชาการภาคสนามยังคงอยู่ที่นี่ เขาจะคอยประสานงานกับพวกเธอโดยตรง”

การได้ยินชื่อพลเอกชาญชัย ทำให้ตะวันฉายรู้สึกได้ถึงความหนักแน่นของภารกิจนี้ พลเอกชาญชัยคือสุดยอดนายทหารที่ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดและความสามารถในการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน

“ผมพร้อมครับท่าน” ตะวันฉายกล่าว

ไม่นานนัก เรือดำน้ำขนาดเล็กที่ถูกดัดแปลงเป็นพิเศษสำหรับภารกิจสำรวจในระดับความลึกที่อันตราย ก็ถูกเตรียมพร้อม ตะวันฉายเข้าร่วมทีมกับนักวิทยาศาสตร์และหน่วยสนับสนุนที่ถูกส่งมา พวกเขาสวมชุดดำน้ำที่ทันสมัยและเตรียมอุปกรณ์ครบครัน

“ตะวันฉาย” เสียงของพลเอกชาญชัยดังขึ้นผ่านวิทยุสื่อสาร “เรากำลังจะเริ่มปฏิบัติการ สำรวจแหล่งพลังงานที่ผิดปกตินั่น สภาพแวดล้อมใต้น้ำอาจเป็นอันตรายอย่างยิ่ง ต้องระมัดระวังทุกย่างก้าว”

“รับทราบครับท่าน” ตะวันฉายตอบรับ

เรือดำน้ำค่อยๆ จมลงสู่ความมืดมิดของท้องทะเล แสงอาทิตย์ค่อยๆ เลือนหายไป เหลือเพียงแสงไฟสว่างจ้าจากโคมไฟของเรือดำน้ำที่สาดส่องไปเบื้องหน้า ผนังกระจกใสของเรือเผยให้เห็นโลกใต้น้ำที่น่าพิศวง แต่ในขณะเดียวกันก็แฝงไปด้วยอันตรายที่มองไม่เห็น

ขณะที่เรือดำน้ำเคลื่อนที่เข้าใกล้แหล่งพลังงานที่ตรวจจับได้ สภาพแวดล้อมรอบๆ เริ่มเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด

“อุณหภูมิใต้น้ำสูงขึ้นอย่างรวดเร็วครับ!” นักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งตะโกนรายงาน

“ความเข้มของพลังงานก็เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน” อีกคนเสริม “มันเหมือนเรากำลังเข้าใกล้… อะไรบางอย่างที่ใหญ่มาก”

ทันใดนั้นเอง ภาพที่ปรากฏขึ้นบนจอภาพก็ทำเอาทุกคนในเรือดำน้ำถึงกับอ้าปากค้าง

เบื้องหน้าพวกเขา คือซากปรักหักพังขนาดมหึมาที่จมอยู่ใต้ท้องทะเลลึก ซากปรักหักพังเหล่านั้นดูเก่าแก่ราวกับถูกทิ้งร้างมานับพันปี สถาปัตยกรรมของมันไม่เหมือนกับอารยธรรมใดๆ ที่มนุษย์เคยรู้จัก มันมีลักษณะที่แปลกประหลาด บิดเบี้ยว และน่าขนลุก

“นี่มัน… อะไรกัน?” ตะวันฉายพึมพำ

“ดูเหมือนจะเป็นเมืองโบราณครับ” ดร.ลลิตา กล่าวเสียงสั่น “แต่ไม่เหมือนเมืองไหนที่เคยค้นพบมาก่อน”

ขณะที่เรือดำน้ำค่อยๆ เคลื่อนเข้าไปใกล้ใจกลางของซากปรักหักพัง กลิ่นเหม็นเน่าที่เคยสัมผัสได้บนผิวน้ำก็พลันปรากฏขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้มันรุนแรงกว่าเดิมหลายเท่า มันไม่ใช่แค่กลิ่นเหม็นเน่า แต่มันคือกลิ่นของความตายอันเน่าเปื่อย กลิ่นที่ชวนให้จิตใจหดหู่

“กลิ่นนี้…” ตะวันฉายขมวดคิ้วแน่น “มันไม่ใช่แค่ซากปรักหักพัง มันต้องมีอะไรมากกว่านั้น”

พลันเรือดำน้ำก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ของตกจากชั้นวางกระเด็นไปมา

“เกิดอะไรขึ้น!” พลเอกชาญชัยตะโกนถามผ่านวิทยุ

“เราถูกโจมตีครับท่าน!” นักบินประจำเรือตะโกนตอบ “มีบางอย่างขนาดใหญ่กำลังเคลื่อนที่เข้ามา!”

ภาพบนจอภาพกลับด้านอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นเงาขนาดมหึมาที่กำลังเคลื่อนที่มาจากความมืดมิด มันมีรูปร่างที่บิดเบี้ยว น่าเกลียดน่ากลัว ดวงตาหลายคู่ที่เรืองแสงสีแดงฉานจ้องมองมาที่เรือดำน้ำของพวกเขา

“นั่นมัน… อะไรน่ะ!” ตะวันฉายอุทาน

เงาดำมืดนั้นค่อยๆ ชัดเจนขึ้น มันคือสัตว์ประหลาดแห่งท้องทะเลขนาดมหึมา ลำตัวของมันปกคลุมไปด้วยหนวดระยางค์ที่ยาวเหยียดคล้ายงู แต่ละเส้นมีขนาดใหญ่กว่าลำต้นของต้นไม้ มันมีปากที่เต็มไปด้วยฟันแหลมคม และดวงตาที่เรืองแสงสีแดงราวกับเปลวเพลิง

“มันไม่ใช่แค่สัตว์ประหลาด” ดร.ลลิตา กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ “มันคือ… ผู้พิทักษ์แห่งสุสานทมิฬใต้สมุทร!”

สัตว์ประหลาดตนนั้นพุ่งเข้าใส่เรือดำน้ำอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความโกลาหลของทีมสำรวจ ตะวันฉายตระหนักได้ทันทีว่า ภารกิจของเขาเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง และมันอันตรายยิ่งกว่าที่เขาเคยคาดการณ์ไว้เสียอีก.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เพลิงทมิฬใต้สมุทร

เพลิงทมิฬใต้สมุทร

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!