ตะวันฉายยืนนิ่งอยู่บนโขดหินที่โผล่พ้นจากเกลียวคลื่น ดวงตาคมกริบจับจ้องไปยังผืนน้ำเบื้องหน้า ท่ามกลางความโกลาหลของกลิ่นเหม็นเน่าที่รุนแรงขึ้นทุกขณะ เขากลับรู้สึกสงบนิ่งอย่างน่าประหลาดใจ สัญญาณอันตรายที่เพื่อนร่วมงานของเขาเริ่มตื่นตระหนก ช่างเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับความรู้สึกภายในตัวเขาเสียเหลือเกิน
"ตะวัน! เป็นอะไรไป อยู่ตรงนั้นทำไม รีบมานี่เร็ว!" เสียงตะโกนของชัยวัฒน์ดังมาแต่ไกล ชายหนุ่มร่างท้วมที่สวมชุดกู้ภัยสีส้มสดใส กำลังโบกมือเรียกเขาอยู่ริมหาด
ตะวันฉายหันไปมองชัยวัฒน์เพียงครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาจ้องมองผืนน้ำอีกครั้ง กลิ่นนั้น... มันไม่ใช่กลิ่นธรรมดา กลิ่นของความตายอันเน่าเปื่อย มันแฝงไปด้วยบางสิ่งที่ทรงพลัง บางสิ่งที่ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวเขาให้ตื่นขึ้น
"กำลังจะไป!" ตะวันฉายตะโกนตอบกลับไปเสียงทุ้ม แต่ทว่าสายตาของเขายังคงไม่ละไปจากผืนน้ำเบื้องหน้า ตรงจุดที่คลื่นซัดกระทบฝั่งอย่างรุนแรง เขาเห็นบางอย่าง... สีดำทะมึน ยื่นออกมาจากใต้น้ำ เมื่อคลื่นสาดซัดไป มันก็จมหายลงไปอีกครั้ง ราวกับสิ่งมีชีวิตปริศนาที่กำลังจะปรากฏกาย
"ตะวัน! อย่ามัวแต่ยืนเฉยๆ! ดูสิ! นั่นมันอะไรกัน!" เสียงของเมษาดังขึ้นมาอีกคน คราวนี้เธอวิ่งตรงมาหาเขาด้วยท่าทางที่แสดงถึงความกังวลอย่างชัดเจน บนใบหน้าของเธอมีหยดเหงื่อผุดพราย แววตาฉายประกายความหวาดกลัว
ตะวันฉายหันไปมองเมษาอีกครั้ง เธอกำลังชี้ไปยังทิศทางเดียวกับที่เขากำลังมองอยู่ "เห็นมันแล้วใช่ไหม?" เขาถามเสียงเรียบ
เมษากลืนน้ำลายเหนียวๆ "เห็น... มันเหมือน... เหมือนอะไรบางอย่างกำลังจะโผล่ขึ้นมา" เธอตอบเสียงสั่น
กลิ่นเหม็นเน่าที่เคยมีเพียงในจมูก บัดนี้ราวกับจะกัดกินโสตประสาทของพวกเขาเข้าไปทุกขณะ เมษาพยายามกลั้นหายใจ แต่ก็ยากเย็นเหลือเกิน ขณะที่ตะวันฉายกลับสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามแยกแยะกลิ่นที่ซับซ้อนเหล่านั้น
"มันไม่ใช่แค่ปลาตาย หรือขยะทะเล" ตะวันฉายพึมพำกับตัวเอง "มันมีความเป็นโลหะ... และ... พลังงานบางอย่าง"
"พลังงานอะไร?" เมษาถามด้วยความสงสัย
"ไม่รู้สิ... แต่ไม่เหมือนพลังงานธรรมชาติทั่วไป" ตะวันฉายตอบพลางก้าวเท้าลงจากโขดหิน มุ่งหน้าไปยังริมหาดที่ชัยวัฒน์ยืนรออยู่
ขณะที่พวกเขาเดินเข้ามาใกล้ ชัยวัฒน์ก็ชี้ไปยังสิ่งผิดปกติที่ปรากฏอยู่บนหาดทราย "ดูนั่นสิ! พวกมัน... พวกมันซัดอะไรมาด้วย!"
สิ่งที่ชัยวัฒน์ชี้คือซากปรักหักพังที่ลอยมาติดหาดเป็นจำนวนมาก ไม่ใช่แค่เศษไม้หรือหิน แต่เป็นชิ้นส่วนของโลหะที่ถูกกัดกร่อนจนเป็นสนิม มีรูปทรงแปลกตา บางชิ้นมีร่องรอยของการถูกกระแทกอย่างรุนแรง จนบิดเบี้ยวผิดรูป
"นี่มัน... เป็นส่วนหนึ่งของเรือรึเปล่า?" เมษาเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจ
"ไม่น่าจะใช่" ตะวันฉายตอบพลางก้มลงสำรวจชิ้นส่วนเหล่านั้น "รูปทรงมันแปลกเกินไป... ดูเหมือน... สร้างขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ"
เขาสัมผัสชิ้นส่วนโลหะเย็นเฉียบที่เต็มไปด้วยสนิม เปลือกตาปิดลงชั่วครู่ สัมผัสได้ถึงพลังงานที่แผ่ซ่านออกมาจากมัน แม้จะอ่อนแรง แต่ก็ชัดเจนว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่พบเจอได้ทั่วไป
"มีอะไรบางอย่างอยู่ใต้ทะเล" ตะวันฉายพูดขึ้น "บางสิ่งที่ใหญ่มาก... และกำลังจะ..."
คำพูดของเขาก็ขาดหายไป เมื่อเสียงระเบิดดังขึ้นจากกลางทะเล!
น้ำทะเลที่เคยสงบเงียบพลันปั่นป่วนอย่างรุนแรง คลื่นลูกมหึมาซัดเข้าฝั่งอย่างบ้าคลั่ง เสียงระเบิดนั้นกึกก้องราวกับฟ้าผ่า ทำให้ทั้งสามคนสะดุ้งตกใจ
"อะไรกันนั่น!" ชัยวัฒน์ตะโกน
"มัน... มันมาจากใต้น้ำ!" เมษากล่าวเสียงหลง
ตะวันฉายยกมือขึ้นป้องตา มองไปยังจุดที่เกิดเสียงระเบิด ท่ามกลางเกลียวคลื่นที่ซัดสาด เขาเห็นบางสิ่ง... สิ่งสีดำทะมึนขนาดมหึมา กำลังค่อยๆ ลอยขึ้นมาจากก้นทะเล!
มันไม่ใช่สิ่งมีชีวิต ไม่ใช่เรือดำน้ำ ไม่ใช่ซากปรักหักพัง มันเป็นโครงสร้างที่ดูเหมือนจะถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีที่พวกเขาไม่เคยรู้จักมาก่อน ผิวของมันสีดำสนิท สะท้อนแสงแดดที่เริ่มอ่อนแรง เป็นรูปทรงเรขาคณิตที่ซับซ้อน มีส่วนที่แหลมคมและส่วนที่โค้งมน ปะปนกันไป
"นั่นมัน..." ชัยวัฒน์พึมพำด้วยความตะลึง
"เป็นเหมือน... เมืองใต้น้ำ?" เมษาคาดเดา
"ไม่" ตะวันฉายส่ายหน้าช้าๆ "มันเป็นอะไรที่โบราณกว่านั้น... และ... มีอำนาจมากกว่านั้น"
เมื่อโครงสร้างสีดำนั้นลอยขึ้นมาสูงกว่าผิวน้ำ กลิ่นเหม็นเน่าที่เคยรุนแรงกลับจางหายไปอย่างรวดเร็ว ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นไอเย็นเยือกที่แผ่ซ่านออกมาจากวัตถุนั้น กลิ่นอายที่ทำให้ขนลุกชันไปทั้งตัว
"มันกำลัง... เปิดออก" ตะวันฉายเอ่ยเสียงแผ่วเบา
ปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติกำลังจะเกิดขึ้น เบื้องหน้าของพวกเขาคือสิ่งที่มนุษย์ไม่เคยคาดคิดมาก่อน สิ่งที่ถูกฝังอยู่ใต้สมุทรลึกมานับพันปี กำลังจะเผยความลับของมันออกมา
"เราต้องถอย!" ชัยวัฒน์พูดขึ้น พยายามดึงตะวันฉายและเมษาให้ถอยห่าง
แต่ตะวันฉายกลับไม่ขยับ เขายังคงจ้องมองไปยังโครงสร้างสีดำนั้น ดวงตาของเขาฉายประกายความมุ่งมั่น และความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอธิบาย
"ไม่" ตะวันฉายตอบเสียงหนักแน่น "นี่คือสิ่งที่เรารอคอย"
ทันใดนั้นเอง ช่องว่างขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นกลางโครงสร้างสีดำนั้น ราวกับประตูที่กำลังเปิดออก แสงสีเขียวมรกตเรืองรองสาดส่องออกมาจากภายใน ขับไล่ความมืดมิดของโลกใต้สมุทร
"นั่นมันอะไรกัน... แสงนั่น..." เมษาอุทาน
"เหมือน... แหล่งพลังงาน" ตะวันฉายตอบ พลางก้าวเท้าไปข้างหน้าอีกสองสามก้าว "และ... มันกำลังเรียกหาบางสิ่ง"
เขารู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่างที่มองไม่เห็น กำลังดึงดูดเขาเข้าไป แรงดึงดูดนั้นไม่ใช่แรงกายภาพ แต่เป็นแรงที่ส่งผลต่อจิตวิญญาณ
"ตะวัน! อย่าไป!" ชัยวัฒน์พยายามคว้าแขนเขา
แต่ตะวันฉายสะบัดแขนออกอย่างนุ่มนวล "ผมต้องไป" เขากล่าว "มีบางอย่างที่ผมต้องรู้"
เขาก้าวเดินลงสู่ผืนน้ำที่เริ่มสั่นไหว สายตาจับจ้องไปยังช่องแสงสีเขียวมรกตที่กำลังสว่างไสวขึ้นเรื่อยๆ ภายใต้โครงสร้างสีดำอันลึกลับ
"ตะวันฉาย!" เมษาตะโกนเรียกชื่อเขาด้วยความกังวล
แต่เสียงของเธอก็ถูกกลืนหายไปกับเสียงคลื่นและเสียงดังครืดคราดที่ดังออกมาจากโครงสร้างนั้น ราวกับว่ามันกำลังจะเคลื่อนไหว
ตะวันฉายไม่หันกลับมา เขาก้าวเดินต่อไป มุ่งหน้าสู่ความลับที่ถูกฝังอยู่ใต้สมุทรมานานแสนนาน ยิ่งเขาเข้าใกล้ แสงสีเขียวมรกตยิ่งสว่างจ้าขึ้น ราวกับจะเชื้อเชิญให้เขาเข้าไปสำรวจ
อะไรคือความลับที่ซ่อนอยู่ในโครงสร้างสีดำนั้น? แสงสีเขียวมรกตนั้นคืออะไร? และทำไมตะวันฉายถึงรู้สึกถูกดึงดูดเข้าหาอย่างไม่อาจต้านทาน? คำถามเหล่านี้จะถูกเปิดเผยเมื่อเขาได้ก้าวข้ามผ่านประตูแห่งแสงนั้นไป... หรือมันอาจนำพาเขาไปสู่อันตรายที่คาดไม่ถึง?

เพลิงทมิฬใต้สมุทร
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก