ตะวันฉายยังคงยืนนิ่งอยู่บนโขดหินสูง แสงอาทิตย์ยามบ่ายคล้อยสาดส่องลงมาอาบไล้ร่างของเขาให้ดูสง่าผ่าเผย แต่ในดวงตาสีเข้มฉายแววบางอย่างที่ยากจะหยั่งถึง กลิ่นเหม็นเน่าที่เคยรุนแรงจนแทบจะบิดใบหน้า บัดนี้กลับค่อยๆ เจือจางลง ราวกับว่าสิ่งมีชีวิตที่ก่อให้เกิดมันได้หายลับไปจากบริเวณนี้แล้ว ทะเลที่เคยปั่นป่วนคลื่นลมสงบลงอย่างผิดธรรมชาติ ผิวน้ำสะท้อนสีฟ้าครามสดใส ตัดกับปุยเมฆขาวโพลนที่ลอยเอื่อยๆ อยู่เบื้องบน
"มันหายไปไหน?" เสียงแหบพร่าเอ่ยถามตัวเองเบาๆ คำตอบยังคงล่องลอยอยู่ในอากาศเช่นเดียวกับกลิ่นที่จางไป ตะวันฉายกวาดสายตามองไปรอบๆ บริเวณโขดหิน มองลึกลงไปในน้ำใสที่เผยให้เห็นโขดหินน้อยใหญ่ใต้น้ำ บางส่วนมีสาหร่ายทะเลเกาะเกี่ยวเป็นพืด บางส่วนก็เป็นหินปูนที่ถูกคลื่นกัดเซาะจนมีรูปร่างแปลกตา แต่ไม่มีวี่แววของสิ่งมีชีวิตใดๆ ที่จะสร้างกลิ่นอันเลวร้ายนั้นขึ้นมา
ความสงบนิ่งของผืนน้ำกลับยิ่งเพิ่มความรู้สึกไม่ชอบมาพากลให้กับเขา สัญญาณอันตรายที่เคยเตือนเขาให้ระแวดระวัง บัดนี้กลับกลายเป็นความเงียบงันที่น่าขนลุกยิ่งกว่าเดิม ราวกับว่าพายุร้ายได้ผ่านพ้นไปแล้ว แต่ทิ้งไว้เพียงร่องรอยที่มองไม่เห็น
"บางที... อาจจะเป็นแค่คลื่นลมที่พัดพาสิ่งเน่าเปื่อยมาจากที่อื่น" เขาพยายามปลอบใจตัวเอง แต่ในใจลึกๆ กลับก้องไปด้วยเสียงกระซิบแห่งความไม่ไว้วางใจ
ทันใดนั้นเอง สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ผิดปกติ มันเป็นเงาตะคุ่มที่เคลื่อนไหวอยู่ใต้น้ำ ลึกลงไปราวสิบเมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นเงาที่ไม่ได้สะท้อนมาจากสัตว์ทะเลทั่วไป มันมีรูปร่างที่ใหญ่โตกว่า ฝูงปลาที่กำลังแหวกว่ายอยู่บริเวณใกล้เคียงดูเหมือนจะพยายามหลีกเลี่ยงเงาอันมืดมิดนั้น
ตะวันฉายเพ่งมองอย่างตั้งใจ หัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย เขาไม่เคยเห็นเงาแบบนี้มาก่อน มันไม่ได้เป็นไปตามธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลที่เขารู้จัก
"นั่นมันอะไรกันแน่?" เขาพึมพำ
เขาพิจารณาดูอีกครั้ง เงาดำนั้นค่อยๆ เคลื่อนที่อย่างเชื่องช้า แต่ทรงพลัง มันมีลักษณะคล้ายกับ... สิ่งก่อสร้าง? ไม่สิ มันไม่ใช่สิ่งก่อสร้าง มันดูเหมือนจะมีลักษณะโค้งมน และมีส่วนที่ยื่นออกมาเป็นระยะๆ
"ไม่ใช่ปลา... ไม่ใช่ฉลาม... ไม่ใช่ปลาวาฬ..." เขารำพึงกับตัวเอง พร้อมกับเริ่มเดินสำรวจไปตามแนวโขดหิน มองหาจุดที่สามารถลงไปสำรวจใกล้ๆ ได้
เขาเดินย้อนกลับมายังบริเวณที่เขาขึ้นมาเมื่อครู่ คราวนี้เขาเดินลงไปที่ริมฝั่ง ทิ้งตัวลงบนผืนทรายเย็นๆ แล้วค่อยๆ ย่องไปที่ขอบน้ำ
"กลิ่นเริ่มกลับมาอีกแล้ว..."
กลิ่นเหม็นเน่าที่เคยจางไป เริ่มกลับมาอบอวลอีกครั้ง คราวนี้มันมีความรู้สึกเหมือนจะใกล้เข้ามามากกว่าเดิม ตะวันฉายทรุดตัวลงนั่ง ยื่นมือลงไปสัมผัสกับน้ำทะเลที่เย็นเฉียบ เขาหลับตาลง พยายามสัมผัสถึงกระแสคลื่น สัมผัสถึงความเคลื่อนไหวใต้น้ำ
"มันมาจากตรงนั้น..." เขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาจับจ้องไปยังจุดที่เขาเห็นเงาตะคุ่มนั้นอีกครั้ง
เขาตัดสินใจ เขาต้องลงไปดูให้เห็นกับตา
ตะวันฉายลุกขึ้นยืน ก้าวลงไปในน้ำทะเลที่เริ่มมีคลื่นซัดเข้ามาถึงข้อเท้า เขาก้าวเดินต่อไปอย่างไม่ลังเล แม้ว่ากลิ่นเหม็นเน่าจะเริ่มทำให้รู้สึกคลื่นไส้ แต่สัญชาตญาณนักสำรวจและนักล่าของเขาถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง
เขาเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ จนน้ำทะเลท่วมถึงเอว ความเย็นของน้ำทำให้ร่างกายตื่นตัว แต่ในขณะเดียวกันก็เพิ่มความรู้สึกระแวง
"มันอยู่ตรงนี้แน่ๆ..."
เขาหยุดนิ่ง หายใจเข้าลึกๆ แล้วค่อยๆ กลั้นหายใจ ก่อนจะดำน้ำลงไป
โลกใต้น้ำที่เคยเป็นสีฟ้าครามสดใส บัดนี้กลับถูกย้อมด้วยสีเทาหม่นๆ อันเนื่องมาจากความลึกและสิ่งที่มองไม่เห็นเบื้องหน้า เงาตะคุ่มนั้นใหญ่โตกว่าที่เขาคิด มันไม่ได้เป็นเพียงเงา แต่มันคือวัตถุขนาดมหึมาที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ใต้น้ำ
เมื่อเขาดำน้ำลึกลงไปอีก ดวงตาของตะวันฉายก็เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
มันคือซากเรือ!
ไม่ใช่ซากเรือธรรมดา แต่เป็นซากเรือรบโบราณขนาดมหึมา ลำตัวเรือผุพังไปมาก เผยให้เห็นโครงเหล็กที่ขึ้นสนิมเขรอะ แต่ยังคงรูปทรงของเรือรบที่ยิ่งใหญ่ ตะวันฉายไม่เคยเห็นเรือในลักษณะนี้มาก่อน มันมีปืนใหญ่ที่ใหญ่โตเกินกว่าที่จะเป็นเรือสมัยก่อนที่เขารู้จัก รูปทรงของเรือก็ดูแปลกตา ล้ำสมัย แต่ก็ดูเก่าแก่ราวกับมาจากยุคสมัยที่ล่วงลับไปนาน
และที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือ...
ซากเรือลำนี้ กำลังถูก "ลาก" อยู่!
มีบางสิ่งบางอย่างขนาดมหึมา กำลังยึดเกาะอยู่กับซากเรือลำนั้น แล้วค่อยๆ ลากมันเคลื่อนที่ไปอย่างเชื่องช้า สิ่งนั้นมีลักษณะเป็นโครงสร้างที่ดูคล้ายหนวด หรือเส้นใยขนาดใหญ่สีดำสนิท ยึดติดกับส่วนต่างๆ ของซากเรืออย่างแน่นหนา บางเส้นใยลากไปกับพื้นทะเลเป็นทางยาว
"มันคืออะไรกันแน่?" ตะวันฉายคิดในใจ
กลิ่นเหม็นเน่าที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ คราวนี้ชัดเจนมาก มันไม่ได้มาจากซากเรือ แต่มาจาก "สิ่งนั้น" ที่กำลังลากเรืออยู่
เขาไม่สามารถมองเห็นสิ่งมีชีวิตที่แท้จริงที่กำลังลากซากเรือลำนั้นได้ มันซ่อนตัวอยู่ในความมืดของน้ำทะเล แต่เขาสัมผัสได้ถึงพลังอันมหาศาลของมัน
เขาว่ายน้ำเข้าไปใกล้ซากเรือมากขึ้นอย่างระมัดระวัง พยายามสังเกตการณ์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาเห็นซากศพมนุษย์ลอยติดอยู่กับซากเรือบางส่วน ใบหน้าซีดเซียว ดวงตาเบิกโพลง ราวกับว่าพวกเขาตายอย่างทรมาน
"นี่มัน... ไม่ใช่อุบัติเหตุ"
ความรู้สึกหวาดกลัวเริ่มคืบคลานเข้ามา แต่ความอยากรู้อยากเห็นและความมุ่งมั่นที่จะไขปริศนานี้กลับมีมากกว่า
ขณะที่เขากำลังพิจารณาซากเรืออยู่นั้น เขาเห็นบางอย่างที่สะท้อนแสงแวบหนึ่ง มันเป็นวัตถุสีเงินวาววับ ลอยอยู่ใกล้ๆ กับโครงเรือส่วนหน้า
ตะวันฉายรีบว่ายเข้าไปหา มันคือ... กล่องเหล็กขนาดเล็ก!
กล่องเหล็กมีรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีร่องรอยการบุบสลายจากการถูกกระแทก แต่ยังคงสภาพดีพอสมควร มีสัญลักษณ์บางอย่างสลักอยู่ที่ฝา แต่เขามองไม่ถนัดนักเพราะแสงใต้น้ำ
เขาพยายามจะคว้ากล่องนั้น แต่ทันใดนั้นเอง...
"โครม!!!"
เสียงดังสนั่นหวั่นไหวสะเทือนไปทั่วผืนน้ำ ราวกับมีบางสิ่งขนาดมหึมาพุ่งเข้าใส่ซากเรือ ตะวันฉายรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านเข้ามาถึงตัว เขาเห็นเงาขนาดใหญ่เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วเบื้องบน
"มันมาแล้ว!"
เขาไม่มีเวลาคิดอีกต่อไปแล้ว เขาคว้ากล่องเหล็กไว้ในมือแน่น แล้วรีบว่ายน้ำขึ้นสู่ผิวน้ำอย่างสุดกำลัง
เมื่อเขาโผล่พ้นน้ำขึ้นมา หายใจหอบ เขาเห็นคลื่นที่ใหญ่ผิดปกติกำลังก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ราวกับว่ามีพายุหมุนใต้น้ำกำลังก่อตัวขึ้น
"ต้องรีบแล้ว!"
เขาเร่งฝีเท้าเดินฝ่าคลื่นที่เริ่มซัดเข้ามาแรงขึ้น หันกลับไปมองยังจุดที่เขาดำน้ำลงไป แต่ทุกอย่างกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง มีเพียงคลื่นลมที่รุนแรงขึ้นเท่านั้นที่บ่งบอกว่ามีบางสิ่งกำลังเกิดขึ้น
ตะวันฉายรีบวิ่งกลับไปยังโขดหินที่เขาใช้เป็นที่พัก เขาปีนขึ้นไปอย่างรวดเร็ว แล้วก้าวลงไปยังฝั่งที่ปลอดภัยกว่า
เมื่อเขาถึงฝั่งที่มั่นคงแล้ว หันกลับไปมองยังทะเลอีกครั้ง คลื่นลมเริ่มสงบลงอย่างรวดเร็วราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน
แต่ในมือของเขา... กล่องเหล็กสีเงินวาววับยังคงอยู่
เขาค่อยๆ วางกล่องลงบนผืนทราย แล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดหยดน้ำทะเลออก เขาพยายามเพ่งมองสัญลักษณ์ที่สลักอยู่บนฝาอีกครั้ง คราวนี้แสงแดดที่สาดส่องลงมาทำให้เขาเห็นชัดเจนขึ้น
มันคือสัญลักษณ์ที่เขาเคยเห็นมาก่อน... สัญลักษณ์ของ "องค์กรเงา"
ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวเริ่มก่อตัวขึ้นในความคิดของตะวันฉาย ซากเรือโบราณลำนี้... และสิ่งมีชีวิตประหลาดที่กำลังลากมันอยู่... เกี่ยวข้องอะไรกับองค์กรเงา?
และในกล่องเหล็กใบนี้... จะมีอะไรซ่อนอยู่?
ตะวันฉายหยิบกล่องขึ้นมา กลิ่นเหม็นเน่าที่เคยทำให้เขาคลื่นไส้ บัดนี้กลับกลายเป็นกลิ่นที่เตือนให้เขาระลึกถึงความอันตรายที่แฝงเร้นอยู่เบื้องหลังปริศนาใต้น้ำนี้
เขาตัดสินใจแล้ว เขาจะต้องเปิดกล่องใบนี้ และไขความลับที่อยู่เบื้องหลัง "เพลิงทมิฬใต้สมุทร" ให้ได้.

เพลิงทมิฬใต้สมุทร
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก