เพลิงทมิฬใต้สมุทร

ตอนที่ 17 — จุดบรรจบของเงา

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,124 คำ

ตะวันฉายก้าวเท้าลงจากโขดหินอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางสายน้ำที่ซัดเซาะเข้ามาถึงข้อเท้า กลิ่นเหม็นเน่าที่เคยแผ่ซ่านจนแสบจมูก บัดนี้จางลงไปมาก ราวกับว่าสิ่งที่ก่อให้เกิดกลิ่นนั้นได้เคลื่อนตัวออกไปไกลแล้ว แสงอาทิตย์ยามบ่ายคล้อยสาดส่องลงมาบนผืนน้ำ สร้างประกายระยิบระยับที่สะท้อนเข้าไปในดวงตาคมกริบของเขา

“ยังไม่หายไปอีกเหรอ” เสียงแหบพร่าดังขึ้นจากด้านหลัง ‌ตะวันฉายหันกลับไปมอง เห็นร่างของ อินทรี ซึ่งเป็นหน่วยซีลมากฝีมือที่ร่วมทีมมาด้วยกัน กำลังเดินลุยน้ำเข้ามาหา เขามีสีหน้าเคร่งเครียดและมีร่องรอยความเหนื่อยล้าปรากฏอยู่บนใบหน้า

“มันคงจะอยู่ใกล้ๆ แค่นี้” ตะวันฉายตอบพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ​ชายหาดที่ทอดยาวออกไปสุดลูกหูลูกตา “กลิ่นมันไม่ได้หายไปไหน แค่เจือจางลง”

“ฉันสังเกตเห็นรอยบางอย่างบนหาดทราย” อินทรีพูดพร้อมกับชี้ไปยังทรายบริเวณใกล้เคียง “เหมือนมีอะไรบางอย่างถูกลากไป… หนักมาก”

ตะวันฉายเดินตามอินทรีไปยังจุดที่เขาชี้ รอยประทับบนทรายนั้นลึกและยาว แสดงให้เห็นถึงแรงฉุดมหาศาล ‍มันไม่ใช่รอยเท้าของมนุษย์ หรือสัตว์ป่าที่คุ้นเคยอย่างแน่นอน รอยนั้นทอดลึกลงไปในป่าชายเลนที่รกทึบ

“นี่มันอะไรกันแน่” อินทรีพึมพำด้วยความสงสัย

“บางที… มันอาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดกลิ่นนั้น” ตะวันฉายเอ่ยเสียงเบา ดวงตาของเขายังคงจับจ้องไปยังรอยประหลาดนั้น “สิ่งที่ซ่อนตัวอยู่ใต้สมุทร”

ทั้งสองเดินตามรอยนั้นเข้าไปในป่าชายเลน ‌แสงแดดส่องผ่านกิ่งก้านที่หนาทึบลงมาเป็นลำๆ สร้างภาพเงาที่บิดเบี้ยวและน่าขนลุก กลิ่นอับชื้นและกลิ่นดินโคลนผสมปนเปกับกลิ่นเหม็นเน่าจางๆ ที่ยังคงลอยมาเป็นระยะๆ เสียงนกร้องและเสียงแมลงดังระงมไปทั่วราวกับจะขับไล่ผู้บุกรุก

“ต้องระวังตัวนะตะวันฉาย ที่นี่มันอันตราย” อินทรีเตือนเสียงเครียด

“ฉันรู้” ตะวันฉายตอบ ‍พลางชักปืนพกออกมาจากซองข้างเอว “เราต้องเข้าไปให้ถึงต้นตอ”

พวกเขาเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ จนกระทั่งได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากด้านหน้า เสียงนั้นไม่ใช่เสียงน้ำทะเลซัดฝั่ง หรือเสียงลมพัด แต่เป็นเสียงครืดคราดเบาๆ เหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้า

“ตรงนั้น” ตะวันฉายกระซิบ ​พลางผงกศีรษะไปยังทิศทางของเสียง

ทั้งสองย่องเข้าไปใกล้ พยายามใช้กิ่งไม้และพุ่มไม้เป็นที่กำบัง เมื่อเข้าไปใกล้พอที่จะมองเห็น ก็ต้องผงะไปเล็กน้อย

เบื้องหน้าของพวกเขาคือแอ่งน้ำขนาดใหญ่ที่เกิดจากน้ำทะเลที่ไหลย้อนเข้ามาในป่าชายเลน กลางแอ่งน้ำนั้น มีร่างใหญ่โตของสิ่งมีชีวิตบางอย่างนอนแผ่อยู่ มันมีลักษณะคล้ายปลาขนาดมหึมา แต่ลำตัวปกคลุมด้วยเกล็ดสีเข้มที่ดูแข็งแกร่ง ​และที่น่าตกใจที่สุดคือ… มันมีดวงตาสีแดงก่ำคู่หนึ่งที่กำลังจ้องมองมาทางพวกเขา

“นั่นมัน… อะไรน่ะ” อินทรีอุทานเบาๆ

“มัน… ไม่น่าจะใช่สิ่งมีชีวิตที่เรารู้จัก” ตะวันฉายตอบ เสียงของเขาสั่นเล็กน้อย แต่แววตายังคงฉายประกายแห่งความมุ่งมั่น

สิ่งมีชีวิตนั้นเริ่มขยับตัวอย่างเชื่องช้า ​มันพยายามจะลุกขึ้นจากแอ่งน้ำ เกล็ดสีเข้มของมันสะท้อนแสงแดดเป็นประกาย กลิ่นเหม็นเน่าที่เคยจางหายไป บัดนี้กลับมารุนแรงอีกครั้ง ร่างกายของมันใหญ่โตจนน่าสะพรึงกลัว คาดว่าน่าจะยาวกว่าสิบเมตร

“มันดูบาดเจ็บ” อินทรีสังเกตเห็น “มีรอยฉีกขาดขนาดใหญ่ที่ลำตัว”

ตะวันฉายพยักหน้า เขาสังเกตเห็นเช่นกัน รอยฉีกขาดนั้นดูเหมือนจะเกิดจากอาวุธบางอย่างที่คมกริบ

“มันกำลังจะหนี” ตะวันฉายพูด “เราต้องเข้าไปดูใกล้ๆ”

“ตะวันฉาย! อย่าบุ่มบ่าม!” อินทรีร้องห้าม แต่ตะวันฉายไม่ฟัง เขาก้าวเท้าออกไปจากที่กำบัง

ทันทีที่ตะวันฉายก้าวออกไป สิ่งมีชีวิตนั้นก็หันมามองเขา ดวงตาสีแดงก่ำของมันเบิกกว้าง ราวกับจะตกใจ แต่แล้วมันก็ส่งเสียงขู่คำรามออกมา เสียงนั้นต่ำลึกและทรงพลัง ทำให้พื้นดินสั่นสะเทือน

“มันคงไม่เป็นมิตรเท่าไหร่” อินทรีกล่าวอย่างรู้ตัว ก่อนจะชักปืนไรเฟิลที่สะพายอยู่ขึ้นมาเตรียมพร้อม

ตะวันฉายไม่ตอบ เขาค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้สิ่งมีชีวิตนั้นมากขึ้นเรื่อยๆ พยายามสังเกตทุกรายละเอียด รอยฉีกขาดที่ลำตัวของมันนั้นลึกมาก จนมองเห็นเนื้อเยื่อด้านใน และมีของเหลวสีดำคล้ำไหลซึมออกมา

“ทำไมมันถึงมาอยู่ที่นี่ได้” ตะวันฉายพึมพำกับตัวเอง

ทันใดนั้นเอง สิ่งมีชีวิตนั้นก็ส่งเสียงร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนา มันพยายามจะลุกขึ้น แต่ก็ไม่สำเร็จ ร่างกายอันใหญ่โตของมันทรุดลงไปอีกครั้ง ดวงตาสีแดงก่ำเริ่มหรี่ลง

“มันกำลังจะตาย” อินทรีกล่าว

ตะวันฉายรู้สึกได้ถึงบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากล เขาเดินเข้าไปใกล้อีก กลิ่นเหม็นเน่าเริ่มจางหายไปอย่างรวดเร็วราวกับว่ามันเป็นเพียงกลิ่นที่เกิดจากบาดแผลของสิ่งมีชีวิตนั้น

“รอเดี๋ยวนะ” ตะวันฉายพูดกับอินทรี “ฉันว่า… มันไม่ได้เป็นอันตรายอย่างที่เราคิด”

เขาค่อยๆ เดินเข้าไปจนถึงตัวสิ่งมีชีวิตนั้น พยายามจะมองเข้าไปในแผลของมันให้ชัดเจนขึ้น

“มัน… ไม่ได้เป็นพิษ” ตะวันฉายกล่าวอย่างประหลาดใจ “ของเหลวที่ไหลออกมา… มันเหมือนเลือด… แต่มีอะไรบางอย่างที่แปลกออกไป”

ในขณะที่ตะวันฉายกำลังก้มลงมองแผลของสิ่งมีชีวิตนั้น จู่ๆ ก็มีเสียงเคลื่อนไหวดังมาจากพุ่มไม้ด้านหลังของเขา

“ตะวันฉาย! ระวัง!” อินทรีตะโกน

ตะวันฉายเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว สิ่งที่เขาเห็นทำให้หัวใจของเขาเต้นรัว

เบื้องหน้าของเขา คือชายคนหนึ่ง ร่างกายสูงใหญ่ สวมชุดสีดำสนิททั้งตัว ใบหน้าถูกปกปิดด้วยหน้ากากสีดำเช่นกัน ในมือของชายคนนั้นถือดาบเล่มยาวที่สะท้อนแสงแดดเป็นประกาย

“แก…” ตะวันฉายอุทาน

ชายปริศนาไม่ตอบ เขาพุ่งเข้ามาหาตะวันฉายอย่างรวดเร็ว ดาบในมือวาดฟันเข้าใส่

ตะวันฉายรีบถอยหลังหลบ ดาบนั้นเฉียดผ่านไหล่ของเขาไปเพียงนิดเดียว ความคมของมันทำให้เขารู้สึกได้ถึงกระแสลมที่ปะทะ

“ใครแก!” ตะวันฉายตะโกน พลางชักปืนพกออกมา

ชายปริศนาเพียงแต่หัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงของมันแหบพร่าเหมือนลมที่พัดผ่านถ้ำ

“แก… เข้ามาขัดขวางแผนของข้า” เสียงนั้นดังขึ้น “สิ่งที่แกกำลังจะไขความลับ… มันควรจะเป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว”

“แผนอะไรของแก!” ตะวันฉายถาม พลางตั้งปืนเล็งไปที่ชายปริศนา

“แกไม่จำเป็นต้องรู้” ชายปริศนาตอบ ก่อนจะพุ่งเข้ามาอีกครั้ง

อินทรีที่เห็นเหตุการณ์รีบยิงปืนไรเฟิลเข้าใส่ แต่ชายปริศนาเคลื่อนไหวได้ว่องไวกว่าที่คาด กระสุนพลาดเป้าไป

“แกมัน… ของเล่นที่น่ารำคาญ!” ชายปริศนาตะโกน พลางหันไปมองอินทรี ดวงตาที่ซ่อนอยู่หลังหน้ากากสีดำนั้นฉายแววอำมหิต

ตะวันฉายเห็นโอกาส เขาพุ่งเข้าประชิดชายปริศนาพร้อมกับฟันดาบที่พกติดตัวเข้ามา

การต่อสู้ระหว่างตะวันฉายและชายปริศนาเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด เสียงดาบกระทบกันดังสนั่นไปทั่วป่าชายเลน กลิ่นอายแห่งความตายอบอวลไปทั่วบริเวณ

ในขณะเดียวกัน สิ่งมีชีวิตยักษ์ที่นอนบาดเจ็บอยู่กลางแอ่งน้ำ ก็ส่งเสียงคำรามอย่างเจ็บปวด ก่อนจะเริ่มชักตัวลงสู่ผืนน้ำอย่างเชื่องช้า ราวกับว่ามันกำลังพยายามจะหนีไป

“มันจะไปแล้ว!” อินทรีตะโกน

“ช่างมันก่อน!” ตะวันฉายตอบ พลางสวนดาบเข้าใส่ชายปริศนา “ตอนนี้… เราต้องจัดการกับไอ้บ้านี่ก่อน!”

ชายปริศนาหัวเราะเสียงเย็น “แกคิดว่าแกจะทำอะไรข้าได้? แกยังไม่เห็นพลังที่แท้จริงของข้า!”

ทันใดนั้นเอง ร่างของชายปริศนาที่กำลังต่อสู้กับตะวันฉายก็เริ่มส่องแสงสีดำทมิฬออกมา แสงนั้นแผ่กระจายออกไปรอบตัว บรรยากาศรอบๆ ตัวเขาก็พลันเย็นเยือกลงอย่างน่าประหลาด

ตะวันฉายรู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่กดดันเข้ามา เขาพยายามตั้งรับ แต่ก็รู้สึกได้ถึงความเหนื่อยล้าที่ถาโถมเข้ามาอย่างรวดเร็ว

“นี่มัน… พลังอะไรกันแน่” ตะวันฉายพึมพำ

ก่อนที่เขาจะได้คิดอะไรไปมากกว่านี้ ชายปริศนาที่ส่องแสงสีดำนั้นก็ชักมืออีกข้างที่ว่างอยู่ขึ้นมา และชูมันขึ้นฟ้า

“ได้เวลา… ปิดฉากเรื่องนี้เสียที”

แสงสีดำทมิฬที่มาจากตัวชายปริศนาก็พลันทวีความรุนแรงขึ้น จนตาพร่ามัว ตะวันฉายรู้สึกเหมือนถูกดูดกลืนเข้าไปในความมืดมิด

เขารู้สึกได้ถึงแรงกระแทกอย่างรุนแรง และจากนั้น… ทุกอย่างก็ดับวูบลงไป

เมื่อตะวันฉายลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาก็พบว่าตัวเองนอนอยู่บนพื้นดินที่นุ่มกว่าเดิม แสงอาทิตย์ยามบ่ายคล้อยส่องลงมาผ่านใบไม้ที่หนาทึบ กลิ่นเหม็นเน่าหายไปจนหมดสิ้น

“ตะวันฉาย! แกเป็นอะไร!” เสียงของอินทรีดังขึ้น

ตะวันฉายค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง เขามองไปรอบๆ ตัว ไม่เห็นชายปริศนาคนนั้นอีกแล้ว และสิ่งมีชีวิตยักษ์ที่นอนบาดเจ็บอยู่ก็หายไปเช่นกัน

“ฉัน… ไม่เป็นไร” ตะวันฉายตอบ พลางลุกขึ้นยืน “แต่… มันเกิดอะไรขึ้น?”

อินทรีเดินเข้ามาหา ตรวจสอบสภาพของตะวันฉาย “แกสลบไปพักใหญ่เลย ฉันพยายามปลุกแกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น”

ตะวันฉายมองไปรอบๆ อีกครั้ง เขาพบว่าทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ ราวกับว่าเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น

“ไอ้บ้านั่น… มันหายไปไหน?” ตะวันฉายถาม

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน” อินทรีตอบ “พอแกสลบไป มันก็หายไปเลย… เหมือนกับว่ามันไม่เคยมีตัวตนอยู่”

ตะวันฉายก้มมองที่มือของตัวเอง เขารู้สึกถึงความว่างเปล่าบางอย่าง ความรู้สึกบางอย่างที่หายไป

“มันไม่ใช่แค่พลังของมัน… ที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้” ตะวันฉายพูดเสียงเบา “มัน… เอาอะไรไปจากฉันไปบางอย่าง”

เขาเงยหน้าขึ้นมองอินทรี ดวงตาคมกริบของเขาฉายแววแห่งความกังวล

“เราต้องตามหามันให้เจอ… ก่อนที่มันจะเอาอะไรที่สำคัญกว่านี้ไป”

คืนนั้น ตะวันฉายมองออกไปยังผืนน้ำสีดำมืดใต้แสงจันทร์ เขารู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่เบื้องล่าง บางสิ่งที่ยิ่งใหญ่และอันตรายกว่าที่เขาเคยเจอมา

ชายปริศนาคนนั้น… เขาเป็นใคร? พลังที่เขามีคืออะไร? และสิ่งที่เขาพรากไปจากตะวันฉายคืออะไร?

คำถามเหล่านี้ยังคงค้างอยู่ในใจของเขา นำพาสู่การเดินทางที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม… สู่เบื้องลึกของเพลิงทมิฬใต้สมุทร.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เพลิงทมิฬใต้สมุทร

เพลิงทมิฬใต้สมุทร

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!