ตะวันฉายก้าวเท้าลงจากโขดหินอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางสายน้ำที่ซัดเซาะเข้ามาถึงข้อเท้า กลิ่นเหม็นเน่าที่เคยแผ่ซ่านจนแสบจมูก บัดนี้จางลงไปมาก ราวกับว่าสิ่งที่ก่อให้เกิดกลิ่นนั้นได้เคลื่อนตัวออกไปไกลแล้ว แสงอาทิตย์ยามบ่ายคล้อยเริ่มอ่อนแรงลง ทอประกายสีทองระเรื่อบนผิวน้ำ เผยให้เห็นถึงความเวิ้งว้างอันไร้ที่สิ้นสุดของผืนสมุทร
เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ท้องทะเลยังคงสงบนิ่งผิดปกติ ไม่มีคลื่นลมแรง ไม่มีร่องรอยของการต่อสู้ หรือสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่อาจก่อให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์เช่นนั้น ความรู้สึกบางอย่างบอกเขาว่า นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ กลิ่นนั้นหายไปง่ายดายเกินไป เหมือนกับว่ามีใครบางคนจงใจชักนำให้เขาสนใจ แล้วก็หายวับไปอย่างไร้ร่องรอย
“ตะวันฉาย!” เสียงตะโกนดังมาจากด้านหลัง ทำให้เขาหันขวับไปมอง
พายุ เป็นชื่อของลูกเรือที่แข็งแกร่งและซื่อสัตย์ของเรือ ‘นาคี’ เขาตะลุยน้ำเข้ามาหาตะวันฉายด้วยท่าทางร้อนรน ใบหน้ามีเหงื่อผุดพราย
“นายท่านคะ นายท่านหายไปนาน พวกเราเป็นห่วงมาก” พายุพูดเสียงหอบ
“ข้าไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่มองหาบางสิ่ง” ตะวันฉายตอบ พลางเดินลอยตัวเข้าหาพายุเล็กน้อย “เจ้าเห็นอะไรผิดปกติไหม?”
พายุส่ายหน้า “เปล่าเลยครับนายท่าน น้ำทะเลก็ปกติ… เอ่อ… ยกเว้นกลิ่นนั่นตอนแรก… พอพวกเราจะเข้ามาดู นายท่านก็ออกมาพอดี”
ตะวันฉายขมวดคิ้ว สัญญาณบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นในใจ เขาหันกลับไปมองยังจุดที่เคยมีกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรง แต่บัดนี้มีเพียงผืนน้ำสีครามเข้มที่สะท้อนแสงอาทิตย์
“พวกเจ้าเตรียมเรือให้พร้อม เราจะออกทะเลกันต่อ” ตะวันฉายออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด
“ครับนายท่าน!” พายุรีบตอบรับ แล้วหันไปตะโกนบอกลูกเรือที่รออยู่บนเรือ ‘นาคี’ ที่จอดทอดสมออยู่ไม่ไกล
ตะวันฉายเดินนำพายุกลับมาที่เรือ ‘นาคี’ ดวงตาของเขายังคงจับจ้องไปยังผืนน้ำเบื้องหน้า ไม่วางใจกับความสงบที่กลับคืนมาอย่างรวดเร็ว เขารู้สึกได้ถึงอันตรายที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้เกลียวคลื่น ดุจดังพยัคฆ์ร้ายที่แฝงตัวอยู่ในพงไพร
เมื่อตะวันฉายก้าวขึ้นมาบนดาดฟ้าเรือ ลูกเรือทุกคนก็ก้มศีรษะลงอย่างนอบน้อม
“ทุกคน ได้ยินที่ข้าสั่งแล้วใช่ไหม?” ตะวันฉายถามเสียงดัง
“ได้ยินแล้วครับนายท่าน!” เสียงลูกเรือขานรับพร้อมเพรียง
“เตรียมตัวออกทะเลให้เร็วที่สุด!”
เรือ ‘นาคี’ ที่มีโครงสร้างแข็งแรงและทันสมัย เริ่มส่งเสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่ม ใบจักรหมุนคว้าง ดันน้ำทะเลให้แตกกระจาย เรือค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากฝั่ง ทะยานไปสู่ผืนน้ำที่กว้างใหญ่
ตะวันฉายเดินไปที่หัวเรือ ยืนตระหง่านรับลมทะเลที่ปะทะใบหน้า เขากวาดสายตามองไปยังขอบฟ้าไกลสุดสายตา ความรู้สึกบางอย่างคอยย้ำเตือนเขาอยู่ตลอดเวลาว่า การเดินทางครั้งนี้ยังอีกยาวไกล และอันตรายอาจมาเยือนได้ทุกเมื่อ
“นายท่าน คิดว่ากลิ่นนั่นมาจากอะไรครับ?” พายุที่ยืนอยู่ข้างๆ เอ่ยถาม
“ข้าไม่แน่ใจ แต่ไม่ธรรมดาแน่นอน” ตะวันฉายตอบ เสียงทุ้มต่ำ “เหมือนมีใครพยายามจะล่อพวกเราไปทางใดทางหนึ่ง แล้วก็หายไป”
“คิดว่าจะเป็นอะไรครับ? สัตว์ทะเลขนาดใหญ่?”
“อาจจะ… หรืออาจจะไม่ใช่” ตะวันฉายตอบเสียงลึกลับ “บางที… มันอาจจะเป็นแค่ส่วนหนึ่งของแผนการที่ใหญ่กว่านั้น”
คำพูดของตะวันฉายทำให้พายุเงียบไป เขาไม่เข้าใจความหมายที่ลึกซึ้งนัก แต่ก็สัมผัสได้ถึงความจริงจังในน้ำเสียงของนายท่าน
เรือ ‘นาคี’ แล่นต่อไปเรื่อยๆ ท่ามกลางแสงอาทิตย์ที่ค่อยๆ ลาลับขอบฟ้า ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมม่วง สร้างภาพที่งดงามแต่ก็แฝงไว้ด้วยความวังเวง
ตะวันฉายเดินไปยังห้องควบคุม เขาตรวจสอบแผนที่ทะเล ชี้ตำแหน่งที่พวกเขาเคยพบกลิ่นนั้น
“เราจะมุ่งหน้าไปทางนี้” ตะวันฉายชี้ไปยังจุดหนึ่งบนแผนที่ “ถึงแม้กลิ่นจะหายไปแล้ว แต่ข้ารู้สึกว่ามันคือทิศทางที่ถูกต้อง”
ลูกเรือที่รับผิดชอบการเดินเรือพยักหน้าและปรับทิศทางของเรือทันที
กลางดึกสงัด คลื่นลมเริ่มก่อตัวขึ้นเล็กน้อย ดวงจันทร์สาดแสงสีนวลลงมาบนผิวน้ำ ทอประกายระยิบระยับ
ตะวันฉายไม่ได้นอน เขาเดินไปเดินมาบนดาดฟ้าเรือ ดวงตาคมกริบคอยสอดส่องไปรอบๆ ทุกการเคลื่อนไหวของคลื่น ทุกเสียงลม ทุกเงาที่ปรากฏบนผิวน้ำ ล้วนอยู่ในความสนใจของเขา
ทันใดนั้น สัญญาณบางอย่างก็ปรากฏขึ้นบนจอเรดาร์
“นายท่าน! มีวัตถุเคลื่อนที่เข้ามาใกล้!” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากห้องควบคุม
ตะวันฉายรีบวิ่งเข้าไปทันที ภาพบนจอเรดาร์แสดงให้เห็นถึงวัตถุขนาดใหญ่ กำลังเคลื่อนที่เข้ามาหาเรือ ‘นาคี’ ด้วยความเร็วที่น่าตกใจ
“ขนาด?” ตะวันฉายถามเสียงเข้ม
“ประมาณ… ยานพาหนะใต้น้ำขนาดใหญ่ครับนายท่าน… แต่… รูปทรงมันแปลกมาก ไม่เหมือนเรือดำน้ำทั่วไป” ลูกเรือคนเดิมตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“มีอาวุธหรือไม่?”
“ยังไม่แน่ใจครับนายท่าน… แต่… มันกำลังมุ่งตรงมาที่พวกเรา!”
หัวใจของตะวันฉายเต้นแรงขึ้น เขาเดินไปที่ราวกันคลื่น ยื่นมือออกไปสัมผัสกับอากาศเย็นยามค่ำคืน
“ตั้งการ์ด! เตรียมพร้อมรับการโจมตี!” ตะวันฉายตะโกนสั่ง
เสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่นไปทั่วทั้งเรือ ลูกเรือรีบวิ่งไปยังตำแหน่งที่ได้รับมอบหมาย บางคนไปควบคุมอาวุธ บางคนเตรียมรับมือกับความเสียหาย
ไม่นานนัก ภาพของวัตถุนั้นก็เริ่มปรากฏให้เห็นชัดเจนขึ้นภายใต้แสงจันทร์ มันคือยานใต้น้ำรูปร่างประหลาด ลำตัวสีดำสนิท ดูเหมือนจะกลืนกินแสงสว่าง มันเคลื่อนที่อย่างเงียบเชียบ ราวกับเงาปีศาจที่โผล่ขึ้นมาจากห้วงลึก
“มันคืออะไรกันแน่?” พายุที่ยืนอยู่ข้างตะวันฉายพึมพำ
“ไม่รู้… แต่มันอันตรายแน่” ตะวันฉายตอบ “เตรียมยิง!”
ก่อนที่ตะวันฉายจะทันได้ออกคำสั่งเต็มที่ ยานใต้น้ำประหลาดนั้นก็ยิงลำแสงสีฟ้าเข้มออกมา ลำแสงพุ่งตรงมายังเรือ ‘นาคี’ ด้วยความเร็วสูง
“หลบ!”
เสียงตะโกนดังขึ้น แต่ก็สายเกินไป ลำแสงพุ่งเข้าชนส่วนกลางของเรือ ‘นาคี’ เกิดการระเบิดขนาดใหญ่ เปลวเพลิงลุกโชนขึ้นสู่ท้องฟ้า สร้างความเสียหายอย่างหนัก
เรือ ‘นาคี’ โครงสร้างที่แข็งแกร่งเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงเครื่องยนต์ดังติดขัด
“นายท่าน! เราเสียหายหนักมาก!” เสียงตะโกนดังมาจากห้องควบคุม
ตะวันฉายคว้าปืนพกคู่ใจออกมา ดวงตาคมกริบยังคงฉายแววเด็ดเดี่ยว แม้จะตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน
“ทุกคน! อย่าเพิ่งตื่นตระหนก! ตั้งสติ!” ตะวันฉายตะโกนเสียงดัง พยายามปลุกขวัญลูกเรือ “พายุ! พาพวกที่บาดเจ็บไปที่ปลอดภัย! คนอื่นๆ เตรียมรับมือ! เราต้องไม่ยอมแพ้!”
ยานใต้น้ำประหลาดยังคงลอยลำอยู่ใกล้ๆ ราวกับกำลังเฝ้ามองดูความพินาศของเรือ ‘นาคี’ อย่างพอใจ
ตะวันฉายกระโดดลงไปที่ดาดฟ้าส่วนที่ยังไม่เสียหาย เขามองไปยังยานใต้น้ำนั้นด้วยความเดือดดาล
“แกเป็นใคร! กล้ามากที่มาทำลายเรือของข้า!” เขาตะโกนก้อง
แต่สิ่งที่ตอบกลับมาคือความเงียบอันน่าขนลุก มีเพียงคลื่นน้ำที่ซัดเซาะเบาๆ ราวกับจะเย้ยหยัน
ทันใดนั้น ประตูของยานใต้น้ำประหลาดก็เปิดออก เผยให้เห็นเงาร่างของกลุ่มคนในชุดสีดำสนิท มือของพวกเขากำลังถืออาวุธบางอย่างที่ดูทันสมัยและน่าสะพรึงกลัว
“มันไม่จบแค่นี้หรอก ตะวันฉาย…” เสียงทุ้มต่ำดังมาจากยานใต้น้ำนั้น เป็นเสียงที่ฟังดูเย็นชาและเต็มไปด้วยอำมหิต “เราจะกลับมา… และการสังหารหมู่ครั้งใหญ่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น!”
ก่อนที่ตะวันฉายจะทันได้ตอบโต้ กลุ่มคนเหล่านั้นก็เริ่มยิงกระสุนใส่เรือ ‘นาคี’ อย่างไม่ยั้งมือ
ลูกเรือของตะวันฉายพยายามป้องกันตัวเอง แต่ด้วยความเสียหายหนักหนา ทำให้การต่อต้านเป็นไปอย่างยากลำบาก
ตะวันฉายเองก็ต้องหลบหลีกการโจมตีอย่างไม่คิดชีวิต เขารู้ดีว่านี่เป็นเพียงการเริ่มต้นของการต่อสู้ครั้งใหญ่ และศัตรูที่เขาเผชิญอยู่นี้ ไม่ใช่ศัตรูธรรมดาทั่วไป
ขณะที่ความโกลาหลดำเนินไป ตะวันฉายเหลือบไปเห็นบางสิ่งบางอย่างที่กำลังลอยขึ้นมาจากน้ำบริเวณใกล้ๆ กับยานใต้น้ำประหลาดนั้น มันคือ… ร่างของบางสิ่งบางอย่าง… ที่ดูน่ากลัวจนยากจะอธิบาย…
เรื่องราวของตะวันฉายและลูกเรือกำลังจะเข้าสู่บททดสอบที่โหดร้ายที่สุด เขาจะต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่มองไม่เห็นตัวตน และปริศนาที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้ห้วงสมุทรอันมืดมิดนี้
ตะวันฉายกัดฟันกรอด เขาจะไม่ยอมแพ้ เขาจะต้องหาคำตอบ และล้างแค้นให้แก่ลูกเรือที่ต้องตกอยู่ในอันตรายนี้
แต่… เขาจะทำสำเร็จหรือไม่? ศัตรูที่แท้จริงคือใคร? และสิ่งที่ปรากฏขึ้นมาจากใต้น้ำนั้นคืออะไรกันแน่? ชะตากรรมของเขาและลูกเรือจะเป็นอย่างไรต่อไป?

เพลิงทมิฬใต้สมุทร
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก