เพลิงทมิฬใต้สมุทร

ตอนที่ 22 — เงามรณะใต้ทะเลลึก

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 970 คำ

คลื่นลูกสุดท้ายของวันได้ถอนตัวจากฝั่งไปอย่างแผ่วเบา ทิ้งไว้เพียงเสียงกระซิบของฟองคลื่นที่แตกกระจายบนหาดทรายสีหม่น ตะวันฉายยังคงยืนนิ่ง สายตาจับจ้องไปยังผืนน้ำเบื้องหน้า ดวงตาของเธอสะท้อนแสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลาลับขอบฟ้า ราวกับกำลังค้นหาคำตอบบางอย่างในความมืดมิดที่กำลังคืบคลานเข้ามา

ลมทะเลพัดเอื่อย ๆ พัดเอาละอองน้ำเย็นฉ่ำมากระทบใบหน้าของเธอ ‌เส้นผมสีเข้มของเธอปลิวไสวไปตามแรงลม สร้างเงาตะคุ่มทาบทอลงบนผิวกาย หากใครสักคนได้เห็นเธอในเวลานี้ อาจจะเข้าใจผิดว่าเธอคือรูปสลักโบราณที่ถูกทอดทิ้งไว้ริมทะเล รอคอยการกลับมาของผู้เป็นเจ้าของ

แต่ภายใต้ความนิ่งสงบภายนอกนั้น หัวใจของตะวันฉายกำลังเต้นระรัวไปด้วยความกังวลและความหวังผสมปนเป เสียงตะโกนของลูกเรือที่ดังแว่วมาจากเรือประมงลำใหญ่ที่จอดทอดสมออยู่ไม่ไกลนัก ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกนั้นให้ชัดเจนขึ้น

"คุณตะวันฉาย! ​คุณตะวันฉายครับ!" เสียงเรียกที่คุ้นเคยดังขึ้น เขาคือ กัปตันชาญ ชายร่างกำยำ หนวดเคราดก ใบหน้ากร้านแดดกร้านลม ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวล

ตะวันฉายหันกลับไปมองกัปตันชาญ ‍เธอยิ้มให้เล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ดูเหนื่อยล้า แต่ยังคงฉายประกายแห่งความมุ่งมั่น

"ค่ะ กัปตันชาญ มีอะไรหรือคะ?" เสียงของเธอทุ้มนุ่ม แต่แฝงไว้ด้วยความหนักแน่น

กัปตันชาญรีบเดินตรงเข้ามาหาเธอที่ชายหาด "ผมเป็นห่วงคุณครับ ‌คุณยืนอยู่ตรงนี้คนเดียวตั้งแต่บ่าย อากาศก็เริ่มเย็นลงแล้ว"

"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันแค่อยากมองทะเลสักหน่อย" ตะวันฉายตอบพลางกวาดสายตาไปรอบ ๆ อีกครั้ง ราวกับพยายามจับผิดสิ่งผิดปกติบางอย่าง

"แต่... ผมมีข่าวร้ายครับ" ‍กัปตันชาญอึกอัก ใบหน้าของเขาซีดเผือดลงไปอีก

ตะวันฉายขมวดคิ้ว "ข่าวร้ายอะไรคะ?"

"เรือของกลุ่ม 'เงาทมิฬ' ครับ... เราเห็นพวกมันเมื่อสักครู่นี้เองครับ ห่างจากเกาะนี้ไปไม่ถึงห้าไมล์ทะเล"

คำพูดของกัปตันชาญทำให้ตะวันฉายหน้าซีดเผือดไปเช่นกัน "จริงหรือคะ! ​พวกมันมาที่นี่ได้อย่างไร?"

"ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับคุณตะวันฉาย แต่มันเป็นจำนวนมากแน่ ๆ ครับ ผมสั่งให้ลูกเรือเตรียมตัวรับมือแล้ว แต่... ผมกลัวว่าเราจะต้านทานพวกมันไม่ไหว" กัปตันชาญพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

"กลุ่มเงาทมิฬ... ​พวกมันคงตามหา 'หินแห่งวารี' สินะคะ" ตะวันฉายพึมพำกับตัวเอง พลางกำหมัดแน่น

'หินแห่งวารี' คือวัตถุโบราณล้ำค่าที่ซ่อนอยู่ใต้ทะเลลึก เป็นพลังงานสำคัญที่จะพลิกโฉมหน้าของโลก แต่ก็เป็นที่หมายปองของกลุ่มเงาทมิฬ ​กลุ่มอาชญากรรมใต้สมุทรที่ทรงอิทธิพลที่สุดในปัจจุบัน

"คุณตะวันฉาย... คุณควรจะรีบขึ้นเรือไปกับพวกเราครับ ปลอดภัยกว่า" กัปตันชาญคะยั้นคะยอ

ตะวันฉายส่ายหน้าช้า ๆ "ฉันไปตอนนี้ไม่ได้ค่ะ กัปตันชาญ ฉันต้องหาทางหยุดยั้งพวกมันที่นี่"

"แต่คุณจะทำอย่างไรคนเดียวครับ? พวกมันมีอาวุธร้ายแรง และพวกมันก็โหดเหี้ยมมาก"

"ฉันมีวิธีของฉันค่ะ" ตะวันฉายตอบด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น แต่แฝงไว้ด้วยความเจ็บปวด "ฉันจะยอมให้พวกมันได้สิ่งที่ต้องการไปไม่ได้เด็ดขาด"

เธอหันกลับไปมองผืนน้ำทะเลอีกครั้ง คราวนี้สายตาของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นอันแรงกล้า เธอกำลังพิจารณาถึงความเป็นไปได้บางอย่าง แผนการที่เสี่ยงอันตราย แต่เป็นหนทางเดียวที่จะปกป้อง 'หินแห่งวารี' และป้องกันไม่ให้โลกตกอยู่ภายใต้อำนาจของกลุ่มเงาทมิฬ

"กัปตันชาญคะ ช่วยบอกลูกเรือของคุณให้เตรียมตัวให้พร้อมนะครับ หากพวกมันเข้ามาใกล้... ฉันจะสู้จนถึงที่สุด"

กัปตันชาญมองตะวันฉายด้วยความกังวล แต่ก็รับรู้ได้ถึงความเด็ดเดี่ยวในแววตาของเธอ "ผมจะแจ้งให้ทราบครับ แต่ขอให้คุณระวังตัวด้วยนะครับ"

เมื่อกัปตันชาญเดินจากไป ตะวันฉายก็ถอนหายใจยาว เธอรู้ดีว่าการเผชิญหน้ากับกลุ่มเงาทมิฬเพียงลำพังนั้นอันตรายเพียงใด แต่ภาระหน้าที่นี้ตกอยู่บนบ่าของเธอเพียงผู้เดียว

เธอค่อย ๆ เดินลงไปในน้ำทะเลที่เย็นเฉียบ ร่างกายของเธอเริ่มชาไปเล็กน้อย แต่จิตใจของเธอยังคงแน่วแน่ เธอต้องลงไปใต้ทะเลลึก ต้องไปถึง 'หินแห่งวารี' ก่อนที่กลุ่มเงาทมิฬจะมาถึง

"ขอให้จิตใจของข้าแข็งแกร่งดั่งพายุคลื่น... ขอให้ร่างกายของข้าทนทานดั่งปะการัง... และขอให้การเดินทางของข้า... ปลอดภัย" เธอท่องบทสวดโบราณที่เคยได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ

เมื่อเธอพูดจบ เธอก็สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วดำดิ่งลงสู่ใต้ผืนน้ำที่เริ่มจะมืดมิด

ขณะเดียวกัน บนเรือประมงลำใหญ่ กัปตันชาญกำลังสั่งการลูกเรือด้วยความเร่งรีบ "เตรียมอาวุธให้พร้อม! สัญญาณเตือนภัย! อย่าให้เรือของพวกมันเข้ามาใกล้ฝั่งได้!"

ลูกเรือต่างก็รีบลงมือทำตามคำสั่ง ใบหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก แต่ก็ยังคงมีสปิริตของนักสู้ที่พร้อมจะปกป้องบ้านเกิด

ไม่นานนัก เสียงหวีดแหลมของสัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้นทั่วทั้งบริเวณชายฝั่ง เป็นสัญญาณเตือนว่าอันตรายกำลังคืบคลานเข้ามา

บนผิวน้ำทะเล ห่างออกไปไม่ไกลนัก เรือรบสีดำทะมึนหลายลำกำลังแล่นเข้ามาอย่างรวดเร็ว เรือเหล่านั้นมีรูปร่างที่ดูดุดัน บ่งบอกถึงอำนาจและความโหดร้าย พวกมันคือเรือของกลุ่มเงาทมิฬ

บนเรือลำกลางสุด มีชายร่างใหญ่ สวมหน้ากากสีดำปิดบังใบหน้า ยืนอยู่กลางดาดฟ้า เขาคือ มังกรดำ หัวหน้ากลุ่มเงาทมิฬ

"ฮ่าฮ่าฮ่า... ในที่สุดเราก็มาถึง" เสียงของมังกรดำดังขึ้นอย่างเหี้ยมเกรียม "หินแห่งวารี... จงเตรียมตัวต้อนรับนายใหม่ของแกได้เลย!"

ลูกน้องของเขายืนล้อมรอบด้วยท่าทีที่พร้อมจะทำทุกอย่างตามคำสั่ง

"ท่านหัวหน้า... เราเห็นเรือประมงเล็ก ๆ อยู่ใกล้ ๆ ครับ" ลูกน้องคนหนึ่งรายงาน

มังกรดำหรี่ตาลง "เรือประมงงั้นเหรอ? ไม่ต้องไปสนใจ ปล่อยให้มันไปซะ... เป้าหมายของเราคือ 'หินแห่งวารี' เท่านั้น"

"แต่... มีผู้หญิงคนหนึ่งครับ... เธอเพิ่งลงไปในน้ำทะเล"

มังกรดำเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "ผู้หญิง? น่าสนใจ... บางทีอาจจะเป็นผู้เฝ้าสมบัติก็ได้... ไปจับตัวเธอมา!"

"รับทราบครับ!"

เรือรบสีดำลำหนึ่งหันหัวเรือ มุ่งหน้าไปยังทิศทางที่ตะวันฉายดำน้ำลงไป

ขณะที่ตะวันฉายดำดิ่งลงไปลึกขึ้นเรื่อย ๆ แสงสว่างจากภายนอกก็เริ่มจางหายไป แทนที่ด้วยความมืดมิดของทะเลลึก เธอสัมผัสได้ถึงแรงดันของน้ำที่เพิ่มขึ้น แต่เธอก็ยังคงมุ่งหน้าต่อไป

เธอเห็นภาพนิมิตบางอย่าง ภาพของมหานครใต้ทะเลที่สวยงาม แต่กำลังถูกทำลายโดยกลุ่มเงาทมิฬ ภาพของ 'หินแห่งวารี' ที่กำลังจะตกอยู่ในมือของคนชั่ว

"ไม่... ฉันต้องไม่ยอมให้มันเกิดขึ้น" เธอพึมพำกับตัวเอง

ทันใดนั้นเอง เธอสัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ใกล้ ๆ เธอหันไปมอง ก็เห็นเงาดำทะมึนขนาดใหญ่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามา

มันคือ ฉลามหัวค้อน ตัวมหึมา แต่ไม่ใช่ฉลามธรรมดา ตัวของมันมีรอยแผลเป็นและเกล็ดที่ดูแข็งแกร่งกว่าฉลามทั่วไป ราวกับถูกดัดแปลงด้วยพลังงานบางอย่าง

"อะไรกัน... นี่มัน..." ตะวันฉายตกใจ

ฉลามหัวค้อนตัวนั้นพุ่งเข้าใส่เธออย่างรวดเร็ว!

ตะวันฉายหลบเลี่ยงการโจมตีได้อย่างฉิวเฉียด เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่การเผชิญหน้าที่เธอคาดไว้

"ไม่ใช่แค่มนุษย์... แต่พวกมันยังส่งสัตว์ทะเลที่ถูกดัดแปลงมาด้วยเหรอ!" เธออุทานด้วยความตกใจ

เธอไม่มีอาวุธใด ๆ ติดตัว นอกจากพลังที่ซ่อนเร้นอยู่ในตัวเธอเอง

เธอต้องใช้ทุกวิถีทางเพื่อเอาชีวิตรอด และต้องไปให้ถึง 'หินแห่งวารี' ให้ได้ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

เธอตัดสินใจใช้พลังของเธอ พลังที่เธอไม่เคยคิดว่าจะต้องใช้ในสถานการณ์เช่นนี้

ทันใดนั้นเอง แสงสีฟ้าอ่อน ๆ ก็สว่างวาบออกมาจากฝ่ามือของเธอ แสงนั้นแผ่กระจายไปทั่วบริเวณ รบกวนการมองเห็นของฉลามหัวค้อน

ฉลามหัวค้อนตัวนั้นส่งเสียงร้องดังลั่น มันดูเหมือนจะเจ็บปวดกับแสงนั้น

ในจังหวะที่มันเสียการทรงตัว ตะวันฉายก็รีบว่ายหนีออกไปอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าลึกลงไปในความมืดมิด

เบื้องบนนั้น เรือรบของกลุ่มเงาทมิฬกำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้ชายฝั่งมากขึ้นเรื่อย ๆ เสียงปืนกลดังสนั่นหวั่นไหว เสียงปะทะกันของคลื่นน้ำและเรือเหล่านั้น บ่งบอกถึงความขัดแย้งที่กำลังจะปะทุขึ้น

ตะวันฉายยังคงดำดิ่งลงไป ลึกลงไปเรื่อย ๆ ลึกลงไปในอาณาจักรที่ซ่อนเร้นของท้องทะเล ขณะที่อันตรายจากเบื้องบนกำลังคืบคลานเข้ามา

เธอจะเอาชีวิตรอดจากฉลามหัวค้อนตัวนั้นได้หรือไม่? และเธอจะไปถึง 'หินแห่งวารี' ก่อนที่กลุ่มเงาทมิฬจะมาถึงหรือไม่?

เรื่องราวของตะวันฉายในเพลิงทมิฬใต้สมุทร กำลังจะเข้าสู่บททดสอบที่โหดร้ายที่สุด…

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เพลิงทมิฬใต้สมุทร

เพลิงทมิฬใต้สมุทร

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!