คลื่นลูกสุดท้ายของวัน ได้ถอนตัวจากฝั่งไปอย่างแผ่วเบา ทิ้งไว้เพียงเสียงกระซิบของฟองคลื่นที่แตกกระจายบนหาดทรายสีหม่น ตะวันฉายยังคงยืนนิ่ง สายตาจับจ้องไปยังผืนน้ำเบื้องหน้า ดวงตาของเธอสะท้อนแสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า ประกายสีทองอำพันละลายไปกับเกลียวคลื่น ทิ้งไว้เพียงความมืดมิดที่ค่อยๆ คลืบคลานเข้ามา ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มองเพียงผืนน้ำ แต่กำลังเพ่งมองเข้าไปในความทรงจำอันเลือนราง เสียงหวีดหวิวของลมทะเลพัดผ่านเส้นผมสีดำขลับของเธอ ปลุกเร้าความรู้สึกที่ซ่อนเร้นอยู่ลึกสุดหัวใจ
“ตะวันฉาย… อยู่ตรงนี้เอง” เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นด้านหลัง ตะวันฉายไม่หันไปมอง เธอยังคงจดจ่อกับภาพในหัว
“พี่ภาคย์…” เสียงของเธอแผ่วเบา ราวกับกระซิบกับสายลม
ภาคย์เดินเข้ามาหา ยืนเคียงข้างเธอ สัมผัสได้ถึงความตึงเครียดในร่างอรชรนั้น เขาเอื้อมมือไปวางบนบ่าของเธอเบาๆ
“คิดอะไรอยู่” เขาถาม น้ำเสียงอ่อนโยน
ตะวันฉายส่ายหน้าเล็กน้อย “เปล่าค่ะ แค่… รู้สึกแปลกๆ”
“แปลกยังไง” ภาคย์ถามพลางเหลือบมองใบหน้าของเธอที่ซีดเผือดเล็กน้อยภายใต้แสงสลัว
“เหมือน… มีบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น” เธอตอบ ดวงตาของเธอส่องประกายวูบวาบด้วยความกังวล “เหมือน… เสียงเรียกจากที่ไหนสักแห่ง”
ภาคย์ขมวดคิ้ว “เสียงเรียก? เป็นเสียงอะไร”
“ไม่รู้สิคะ… แต่มันคุ้นเคยมาก” ตะวันฉายเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มประดับประดาไปด้วยดวงดาว “เหมือน… เคยได้ยินมานานแล้ว”
เธอจำได้ดี ความทรงจำที่เหมือนฝันร้าย ความฝันที่ตามหลอกหลอนเธอมาตลอด ความฝันที่เธอได้ยินเสียงเรียก เสียงเรียกอันโหยหวนจากก้นบึ้งของมหาสมุทร เสียงที่พาเธอไปสู่สถานที่อันตราย สถานที่ที่เต็มไปด้วยอดีตอันดำมืด
“เรากลับไปที่กระท่อมกันเถอะ” ภาคย์กล่าว เขาสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิร่างกายของเธอที่เย็นลง “อากาศเริ่มเย็นแล้ว”
ตะวันฉายพยักหน้าอย่างเชื่องช้า เธอยังคงรู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่างจากผืนน้ำ ไม่ยอมให้เธอละสายตาไปง่ายๆ
ขณะที่ทั้งสองกำลังจะเดินกลับ เท้าของตะวันฉายก็ชะงักงัน เธอเอียงหูฟังเสียงลมทะเลอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่แค่เสียงลมธรรมดา แต่มันมีจังหวะ มีรูปแบบที่ผิดปกติ
“เดี๋ยวก่อนค่ะพี่ภาคย์” เธอพูดเสียงตื่นเต้น
“อะไร?” ภาคย์ถาม
“เสียงนั่น… มันไม่ใช่เสียงลมธรรมดา” ตะวันฉายเดินไปที่ริมหาดอีกครั้ง พลางใช้มือป้องหูเพื่อจับเสียงให้ชัดเจนขึ้น “มันเหมือน… สัญญาณ”
ภาคย์เดินตามเธอไป เขาก็เริ่มได้ยินเสียงประหลาดนั้นเช่นกัน มันเป็นเสียงหึ่งๆ ต่ำๆ ที่ดังมาเป็นระยะๆ ไม่สม่ำเสมอ แต่กลับสั่นสะท้านไปถึงกระดูก
“นี่มัน… สัญญาณอะไรกัน” ภาคย์พึมพำ
ตะวันฉายหยิบวิทยุสื่อสารในกระเป๋าเป้ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เธอกดปุ่มเปิดเครื่อง พลางหมุนหาคลื่นวิทยุอย่างชำนาญ
“หวังว่าจะมีใครรับ” เธอพูด
เสียงหึ่งๆ ยังคงดังต่อเนื่อง แว่วมาเป็นระยะๆ จากทิศทางกลางทะเล
“ลองฟังคลื่นฉุกเฉินดูสิ” ภาคย์แนะนำ
ตะวันฉายลองหมุนไปคลื่นฉุกเฉิน แต่ก็มีเพียงเสียงซ่าๆ ของคลื่นรบกวน
“ไม่มีอะไรเลยค่ะ” เธอถอนหายใจ
ทันใดนั้น สัญญาณเสียงหึ่งๆ ก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันดังกว่าเดิม ชัดเจนกว่าเดิม ราวกับอยู่ใกล้เข้ามา
“มันกำลังเข้ามา” ตะวันฉายพูดเสียงสั่น
“เข้ามา? อะไรกำลังเข้ามา?” ภาคย์ถามอย่างไม่เข้าใจ
“ไม่รู้สิคะ… แต่สัญญาณนี้… มันไม่ใช่สัญญาณที่ฉันเคยได้ยินจากเรือทั่วไป” เธอขมวดคิ้ว พยายามนึกย้อนไปถึงทุกสิ่งที่เธอเคยเรียนรู้เกี่ยวกับระบบการสื่อสารทางทะเล
“อาจจะเป็นสัญญาณจากเรือประมงลำไหนสักลำก็ได้” ภาคย์พยายามปลอบใจ
“ไม่ค่ะพี่ภาคย์ สัญญาณนี้… มันมีรูปแบบเฉพาะ” ตะวันฉายปิดตาลง เพ่งสมาธิไปที่เสียงนั้น “มันเหมือน… รหัส”
เธอจำได้! รหัสที่เธอเคยเจอในเอกสารโบราณที่ตกทอดมาในตระกูลของเธอ เอกสารที่พูดถึงการสื่อสารลับเฉพาะของกลุ่มนักสำรวจใต้ทะเลในอดีต กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับสิ่งลึกลับใต้ท้องทะเล
“พี่ภาคย์! ฉันว่าฉันจำได้แล้ว!” ตะวันฉายพูดเสียงตื่นเต้น “นี่มัน… สัญญาณเตือนภัยโบราณ!”
“สัญญาณเตือนภัยอะไร?” ภาคย์ถาม
“สัญญาณที่บอกว่า… มีบางอย่างกำลังเคลื่อนที่มา… จากห้วงลึก” ตะวันฉายพูด ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตระหนักรู้ “และมันกำลังจะมาถึงที่นี่!”
เสียงหึ่งๆ ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันดังและถี่ขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะกลืนเสียงคลื่นทะเล
“เราต้องรีบไปที่เรือ” ภาคย์ตัดสินใจอย่างรวดเร็ว “เราต้องออกห่างจากที่นี่”
“แต่… สัญญาณนี้… มันอาจจะบอกบางอย่างที่เราต้องรู้ก็ได้ค่ะ” ตะวันฉายยังลังเล
“ตอนนี้เราไม่รู้ว่าอะไรกำลังจะมา ถ้ามันอันตราย เราต้องเอาตัวรอดก่อน” ภาคย์ดึงแขนเธอเบาๆ
ทั้งสองรีบวิ่งไปยังเรือยางที่จอดอยู่ริมหาด แสงไฟฉายที่ภาคย์เปิดส่องสว่างเป็นลำแสงตัดผ่านความมืด
ขณะที่กำลังจะสตาร์ทเครื่องยนต์ เสียงหึ่งๆ นั้นก็ดังขึ้นอย่างกึกก้องไปทั่วบริเวณ และคราวนี้มันไม่ใช่แค่เสียงหึ่งๆ อีกต่อไป แต่มีเสียงอื่นแทรกเข้ามา เป็นเสียงเหมือนโลหะเสียดสีกัน เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับมีบางอย่างขนาดมหึมาเคลื่อนที่อยู่ใต้น้ำ
“นั่นมันอะไร!” ภาคย์ตะโกนถาม
ตะวันฉายเงยหน้ามองผืนน้ำเบื้องหน้า ท่ามกลางความมืดมิด เธอมองเห็น… การเคลื่อนไหวบางอย่าง
“น้ำ… น้ำมันกำลังกระเพื่อม!” เธอพูดเสียงสั่น
คลื่นที่เคยสงบนิ่งบัดนี้เริ่มปั่นป่วนผิดปกติ ผิวน้ำเป็นระลอกคลื่นขนาดใหญ่ที่ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้จะไม่มีลมพายุพัดแรง
“ตะวันฉาย! ขึ้นเรือเร็ว!” ภาคย์เร่ง
ทั้งสองรีบกระโดดขึ้นเรือยางอย่างทุลักทุเล ภาคย์สตาร์ทเครื่องยนต์ทันที ใบพัดหมุนคว้าง ส่งเรือทะยานออกจากฝั่งไปอย่างรวดเร็ว
ขณะที่เรือเคลื่อนห่างออกจากชายฝั่ง สัญญาณเสียงหึ่งๆ ก็เงียบหายไปทันที แต่สิ่งที่แทนที่มันคือ… การก่อตัวของกลุ่มหมอกสีดำทะมึนที่พวยพุ่งขึ้นมาจากกลางทะเล หมอกนั้นลอยตัวอยู่เหนือน้ำราวกับเป็นม่านหนาทึบที่ปกคลุมทุกสิ่ง
“นั่นมัน… หมอกอะไร?” ภาคย์ถามอย่างหวาดหวั่น
ตะวันฉายไม่ตอบ เธอจ้องมองไปยังใจกลางของกลุ่มหมอกนั้นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและหวาดหวั่น
“พี่ภาคย์… ฉันคิดว่า… เรากำลังจะได้เจอความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้ท้องทะเลแล้ว” เธอพูดเสียงแผ่วเบา
ทันใดนั้นเอง แสงสีฟ้าอ่อนๆ สว่างวาบขึ้นมาจากใจกลางของกลุ่มหมอกนั้น เพียงชั่วพริบตา แสงนั้นก็ดับวูบไป ทิ้งไว้เพียงความมืดมิด และเสียงหัวใจของตะวันฉายที่เต้นระรัว
“ตะวันฉาย… นั่นมัน…” ภาคย์กำลังจะพูด แต่ก็ต้องหยุดชะงัก
จากใจกลางของกลุ่มหมอกนั้น… สิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาบางอย่างกำลังค่อยๆ เผยตัวออกมา เงาตะคุ่มของมันทอดยาวไปบนผิวน้ำที่ปั่นป่วน มันมีขนาดใหญ่เกินกว่าที่ใครจะจินตนาการได้ ดวงตาของมัน ส่องประกายสีแดงฉานราวกับถ่านเพลิง ท่ามกลางความมืดมิด
“นี่มัน… ไม่ใช่… แค่ทะเล… อีกแล้ว” ตะวันฉายพึมพำ
เรือยางของทั้งสองลำเล็กจิ๋วเมื่อเทียบกับสิ่งที่กำลังปรากฏอยู่เบื้องหน้า ความหวาดกลัวเข้าครอบงำ แต่ในขณะเดียวกัน ความอยากรู้อยากเห็นและความมุ่งมั่นที่จะค้นหาความจริง ก็พลุ่งพล่านขึ้นมาในหัวใจของตะวันฉาย
“เราต้องรู้ให้ได้… ว่ามันคืออะไร” เธอพูด กำหมัดแน่น
ภาคย์เหลือบมองตะวันฉายด้วยความห่วงใย แต่เขาก็สัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างในตัวเธอ ที่ถูกปลุกขึ้นมาจากสิ่งลึกลับตรงหน้า
“ไม่ว่ามันจะเป็นอะไร… เราจะสู้ไปด้วยกัน” ภาคย์กล่าว
แต่สิ่งที่กำลังปรากฏตัวขึ้นมานั้น… มันคืออะไรกันแน่? และสัญญาณเตือนภัยโบราณนั้น… มันกำลังนำพาพวกเขาไปสู่หายนะ หรือจะนำพาไปสู่การค้นพบครั้งยิ่งใหญ่? เสียงหึ่งๆ อาจจะเงียบไปแล้ว แต่เสียงเรียกจากห้วงลึกนั้น… กำลังจะดังขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน…
(จบตอนที่ 23)

เพลิงทมิฬใต้สมุทร
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก