เพลิงทมิฬใต้สมุทร

ตอนที่ 25 — เงื่อนงำใต้ท้องทะเลลึก

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,076 คำ

ผืนน้ำสีครามเข้มภายใต้แสงจันทร์สะท้อนเป็นประกายระยิบระยับ ราวกับมีเพชรพลอยนับล้านเม็ดลอยระยิบอยู่เบื้องหน้า ตะวันฉายยืนนิ่งอยู่ที่ริมหาดทรายสีหม่น ดวงตาของเธอจับจ้องไปยังผืนน้ำเบื้องหน้า ราวกับกำลังมองหาบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้ความมืดมิดของมหาสมุทร ห้วงเวลาที่ผ่านไปช่างเชื่องช้า ราวกับจะยืดออกไปไม่มีที่สิ้นสุด เสียงคลื่นที่ซัดสาดเข้าฝั่งเป็นจังหวะเดียวกับเสียงหัวใจที่เต้นระรัวในอกของเธอ

"ตะวัน" ‌เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากด้านหลัง ทำเอาตะวันฉายสะดุ้งเล็กน้อย เธอหันไปมอง ปรากฏร่างของนาคินทร์ยืนสงบนิ่งอยู่ไม่ไกล ร่างสูงโปร่งในชุดเครื่องแบบสีเข้มตัดกับแสงจันทร์ ดวงตาของเขาสะท้อนประกายแห่งความห่วงใย เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของเธอ

"ยังไม่กลับอีกหรือคะ?" ตะวันฉายเอ่ยถาม ​น้ำเสียงสั่นเล็กน้อย

นาคินทร์เดินเข้ามาใกล้ ยืนเคียงข้างเธอ สายตาจับจ้องไปยังผืนน้ำเช่นกัน "ผมเป็นห่วงคุณ"

"ฉันก็เป็นห่วง...เป็นห่วงว่าเรากำลังจะสูญเสียทุกอย่างไป" คำพูดของเธอเต็มไปด้วยความกังวล

"เรายังไม่สูญเสียอะไรทั้งนั้น ตราบใดที่เรายังสู้" นาคินทร์ปลอบโยน เขาเหลือบมองไปยังทรายใต้ฝ่าเท้าของเธอ ‍"คุณยังรอใครอยู่ใช่ไหม?"

ตะวันฉายพยักหน้าช้าๆ "รอความหวัง...รอสัญญาณ"

"สัญญาณอะไร?"

"สัญญาณจาก...เขายังอยู่" น้ำเสียงของเธออ่อนลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ

นาคินทร์นิ่งไปครู่หนึ่ง เขารู้ดีว่าตะวันฉายกำลังหมายถึงใคร ความผูกพันระหว่างเธอกับ "ชลธี" ชายหนุ่มที่เคยเป็นทั้งเพื่อน คนรัก ‌และนักรบผู้กล้าหาญ มันลึกซึ้งจนยากที่ใครจะเข้าใจ ท่ามกลางความขัดแย้งและความสูญเสียที่ถาโถมเข้ามา ชลธีคือแสงสว่างสุดท้ายที่เธออยากจะยึดมั่น

"ผมเข้าใจ" นาคินทร์กล่าวอย่างนุ่มนวล "แต่บางครั้ง...เราก็ต้องเรียนรู้ที่จะปล่อยวาง"

"ปล่อยวาง? ถ้าการปล่อยวางหมายถึงการยอมรับว่าเขาตายไปแล้ว ฉันทำไม่ได้" ‍ดวงตาของตะวันฉายฉายแววแข็งกร้าว "ฉันเชื่อว่าเขายังมีชีวิตอยู่"

"แล้วถ้า...มีใครสักคนส่งสัญญาณมาล่ะ? สัญญาณที่ยืนยันว่าเขาไม่ได้อยู่ที่นี่อีกต่อไป" นาคินทร์ถามอย่างเจาะจง

ตะวันฉายหันมามองเขาอย่างไม่เข้าใจ "หมายความว่ายังไงคะ?"

"คุณจำอุปกรณ์สื่อสารพิเศษที่เราเคยใช้ได้ไหม? อุปกรณ์ที่สามารถส่งสัญญาณได้แม้จะอยู่ใต้ทะเลลึก"

ตะวันฉายเบิกตากว้าง "คุณหมายถึง...?"

"ผมพบร่องรอยบางอย่าง" นาคินทร์เอ่ยต่อ ​"ร่องรอยของคลื่นสัญญาณที่แปลกประหลาด...มันมาจากทิศทางที่...ไม่น่าจะเป็นไปได้"

"ไม่น่าจะเป็นไปได้? คุณหมายถึง...?"

"ผมคิดว่า...เราอาจจะได้รับสัญญาณจากชลธี" นาคินทร์กล่าวเสียงเครียด "แต่สัญญาณนั้น...มันดูเหมือนจะถูกส่งมาจาก...ที่ที่อันตรายที่สุด"

ตะวันฉายหัวใจหล่นวูบ "อันตรายที่สุด? ที่ไหนคะ?"

"ใต้หุบเหวแห่งความมืด" นาคินทร์ตอบ ดวงตาของเขากวาดมองไปยังผืนน้ำอย่างระแวง ​"สถานที่ที่ไม่มีใครเคยไปถึง...และกลับมา"

หุบเหวแห่งความมืด... ชื่อนี้เปรียบเสมือนฝันร้ายที่หลอกหลอนชาวประมงและนักสำรวจทางทะเลมาหลายชั่วอายุคน ตำนานเล่าขานถึงกระแสน้ำวนที่รุนแรง สัตว์ทะเลดุร้ายที่ไม่เคยพบเห็น และความมืดมิดที่กลืนกินทุกสิ่ง ไม่มีใครกล้าที่จะเข้าใกล้บริเวณนั้น แม้แต่เรือที่แข็งแกร่งที่สุดก็ไม่สามารถต้านทานพลังอำนาจของมันได้

"ชลธีอยู่ที่นั่น?" ตะวันฉายถามอย่างไม่อยากเชื่อ

"ผมไม่แน่ใจ" ​นาคินทร์ถอนหายใจ "แต่สัญญาณนั้น...มันมีลักษณะเฉพาะตัว...เหมือนกับที่เขาเคยตั้งค่าไว้"

"เราต้องไป" ตะวันฉายตัดสินใจเด็ดขาด

"ตะวัน...มันอันตรายเกินไป" นาคินทร์คัดค้านทันที "เรายังไม่รู้แน่ชัดว่ามีอะไรอยู่ที่นั่น"

"แต่ถ้าเป็นเขาจริงๆ ล่ะคะ?" น้ำเสียงของตะวันฉายสั่นเครือ "ถ้าเขาต้องการความช่วยเหลือ...เราจะทิ้งเขาไปได้อย่างไร?"

นาคินทร์มองเข้าไปในดวงตาของเธอ เห็นถึงความมุ่งมั่นที่เต็มไปด้วยความรักและความหวัง เขาเข้าใจดีว่าเขาไม่อาจห้ามเธอได้

"ผมรู้" นาคินทร์กล่าวเสียงอ่อนลง "แต่เราจะไปอย่างมีแผน เราจะไม่เข้าไปแบบไม่เตรียมตัว"

"แล้วเราจะทำอย่างไร?"

"ก่อนอื่น...เราต้องไปหาข้อมูล" นาคินทร์อธิบาย "ผมจะขอความช่วยเหลือจากสมาคมนักสำรวจใต้ทะเล พวกเขาอาจจะมีข้อมูลเกี่ยวกับหุบเหวแห่งความมืด...หรืออุปกรณ์บางอย่างที่อาจเป็นประโยชน์"

"แล้ว...ถ้าเราไปเจอเขาจริงๆ ล่ะคะ?"

"เราจะพาเขากลับมา" นาคินทร์กล่าวอย่างหนักแน่น "เราจะสู้ไปด้วยกัน...เหมือนเช่นเคย"

ขณะที่ทั้งสองกำลังหารือกันนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นอย่างกะทันหัน ทำลายความสงบของราตรี ดวงตาของทั้งคู่เบิกกว้าง มองไปยังทิศทางที่สัญญาณดังมา

"เกิดอะไรขึ้น?" ตะวันฉายถาม

"ผมไม่แน่ใจ" นาคินทร์รีบหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมา "แต่ดูเหมือนจะเป็น...การโจมตี"

สัญญาณเตือนภัยดังถี่ขึ้น เสียงแตรเรือดังสนั่นหวั่นไหว สร้างความโกลาหลไปทั่วบริเวณ ชายหาดที่เคยเงียบสงบพลันเต็มไปด้วยผู้คน พยายามหาที่หลบภัย

"ตะวัน...คุณรีบไปที่หลบภัยก่อน" นาคินทร์สั่ง

"แล้วคุณล่ะคะ?"

"ผมต้องไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น" นาคินทร์ตอบ เขาหันไปคว้าดาบที่เหน็บอยู่ข้างเอว "อยู่ที่นี่กับพวกเรา...อย่าออกไปไหน"

ว่าแล้วนาคินทร์ก็รีบวิ่งฝ่าความมืดไปยังทิศทางที่ได้ยินเสียงสัญญาณเตือนภัย ตะวันฉายมองตามร่างของเขาไปจนลับสายตา หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความกังวล

เมื่อตะวันฉายวิ่งเข้าไปในที่หลบภัย เธอก็พบกับกลุ่มชาวบ้านที่หวาดกลัว ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก เสียงพูดคุยดังเซ็งแซ่

"เกิดอะไรขึ้น?" หญิงชราคนหนึ่งถาม

"ไม่ทราบครับ...แต่ดูเหมือนจะมีเรือเข้ามาโจมตี" ชายหนุ่มคนหนึ่งตอบ

ตะวันฉายพยายามมองออกไปนอกที่หลบภัย เห็นเพียงแสงไฟริบหรี่จากเรือที่กำลังมุ่งหน้าเข้ามา และเสียงปืนที่ดังขึ้นเป็นระยะๆ

ทันใดนั้นเอง แสงไฟสีแดงฉานก็สาดส่องเข้ามา ทำให้มองเห็นกลุ่มเรือที่กำลังเข้ามาอย่างชัดเจน เรือเหล่านั้นมีรูปร่างแปลกประหลาด ติดตั้งอาวุธที่ดูทันสมัยกว่าเรือทั่วไป

"นั่นมัน..." ตะวันฉายอุทานอย่างตกใจ

"พวกนั้นคือ..." ชายหนุ่มคนเดิมเบิกตากว้าง "พวกของ 'มังกรดำ'!"

มังกรดำ... ชื่อนี้เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ชาวประมงและนักสำรวจ เป็นกลุ่มอาชญากรข้ามชาติที่มีอิทธิพลมหาศาล ค้าอาวุธเถื่อน ค้ายาเสพติด และลักลอบขนสมบัติโบราณ พวกเขามีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และมักจะใช้ความรุนแรงเพื่อบรรลุเป้าหมาย

"ทำไมพวกมันถึงมาที่นี่?" ตะวันฉายถาม

"คงจะมาเพื่อ...สมบัติใต้ท้องทะเล" ชายหนุ่มตอบอย่างหวาดกลัว

สมบัติใต้ท้องทะเล... ตะวันฉายคิดถึงสมบัติล้ำค่าที่ซ่อนอยู่ในเกาะแห่งนี้ ซึ่งเป็นความลับที่เธอและชลธีพยายามปกป้องมาตลอด

"เราต้องทำอะไรสักอย่าง" ตะวันฉายกล่าว

"แต่เราจะทำได้อย่างไร? พวกเขามีอาวุธร้ายแรง" หญิงชราคนหนึ่งกล่าวอย่างสิ้นหวัง

"เราไม่สามารถยอมแพ้ได้" ตะวันฉายกล่าว เธอหันไปมองนาคินทร์ที่เพิ่งวิ่งกลับเข้ามา สภาพของเขาเต็มไปด้วยคราบเหงื่อและฝุ่น

"เกิดอะไรขึ้น?" ตะวันฉายถาม

"พวกมังกรดำ...พวกมันมาเพื่อชิงสมบัติ" นาคินทร์ตอบ ดวงตาของเขาสะท้อนความโกรธแค้น "พวกมันพยายามจะยึดเกาะนี้"

"เราจะป้องกันเกาะนี้ไว้" ตะวันฉายกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว "เราจะสู้จนถึงที่สุด"

"แต่เรามีกำลังน้อยกว่ามาก" นาคินทร์กล่าว

"เรามีสิ่งที่จะสู้" ตะวันฉายกล่าว เธอหันไปมองชาวบ้านรอบข้าง "เรามีความกล้าหาญ...และความรักในบ้านของเรา"

เธอจำได้ถึงความลับที่ซ่อนอยู่ในวัดโบราณบนเกาะ...ความลับที่อาจเป็นกุญแจสำคัญในการปกป้องเกาะแห่งนี้

"ฉันรู้ว่าเราจะทำอย่างไร" ตะวันฉายกล่าว "นาคินทร์...คุณต้องช่วยฉัน"

นาคินทร์มองเธออย่างสงสัย "อะไร?"

"เราต้องไปที่วัดโบราณ..." ตะวันฉายกล่าว "ที่นั่น...มีความลับบางอย่างที่เราต้องนำออกมาใช้"

นาคินทร์นิ่งไปครู่หนึ่ง เขารู้ดีว่าตะวันฉายกำลังพูดถึงอะไร เขาเคยได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวกับ "เพลิงทมิฬ" วัตถุโบราณที่ว่ากันว่ามีพลังอำนาจมหาศาลซ่อนอยู่ภายใน

"คุณแน่ใจเหรอ?" นาคินทร์ถาม

"ฉันแน่ใจ" ตะวันฉายตอบ "มันเป็นความหวังสุดท้ายของเรา"

ขณะที่ตะวันฉายและนาคินทร์กำลังวางแผนการลับ ลำแสงสีฟ้าเข้มก็สาดส่องขึ้นมาจากใต้ท้องทะเล ลอยขึ้นมาเหนือผิวน้ำอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหายวับไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงเกลียวคลื่นที่หมุนวน

"นั่นมันอะไร?" ชาวบ้านคนหนึ่งอุทาน

ตะวันฉายมองไปยังจุดที่ลำแสงปรากฏขึ้น ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตกใจ

"สัญญาณ..." เธอพึมพำ "จาก...หุบเหวแห่งความมืด"

นาคินทร์หันไปมองทิศทางเดียวกัน สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวล

"มันกำลังบอกอะไรเรา?" ตะวันฉายถาม

"ผมไม่รู้" นาคินทร์ตอบ "แต่มันไม่ใช่ข่าวดีแน่"

การโจมตีของพวกมังกรดำ ทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลง แต่สัญญาณลึกลับจากใต้ท้องทะเลลึก กลับเพิ่มความสับสนและอันตรายเข้ามาอีกขั้น ตะวันฉายจะต้องตัดสินใจเลือกระหว่างการปกป้องบ้านเกิด หรือการออกไปตามหาความจริงที่ซ่อนอยู่ในความมืดมิดของมหาสมุทร...ความจริงที่จะพิสูจน์ว่าชลธียังมีชีวิตอยู่หรือไม่

ท้ายที่สุดแล้ว ความหวังและความสิ้นหวังจะนำพาเธอไปสู่วันข้างหน้าอย่างไร? เธอจะสามารถไขปริศนาที่ซ่อนอยู่ในหุบเหวแห่งความมืดได้หรือไม่? และพลังของ "เพลิงทมิฬ" จะช่วยให้เธอรอดพ้นจากการโจมตีของพวกมังกรดำได้หรือไม่? คำตอบทั้งหมดกำลังรอคอยอยู่ในความมืดมิดภายใต้ท้องทะเลลึก

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เพลิงทมิฬใต้สมุทร

เพลิงทมิฬใต้สมุทร

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!