เพลิงทมิฬใต้สมุทร

ตอนที่ 26 — ม่านหมอกและเงามายา

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 916 คำ

ผืนน้ำสีครามเข้มภายใต้แสงจันทร์สะท้อนเป็นประกายระยิบระยับ ราวกับมีเพชรพลอยนับล้านเม็ดลอยระยิบอยู่เบื้องหน้า ตะวันฉายยืนนิ่งอยู่ที่ริมหาดทรายสีหม่น ดวงตาของเธอจับจ้องไปยังผืนน้ำเบื้องหน้า ราวกับกำลังมองหาบางสิ่งที่เลือนราง หรือบางสิ่งที่กำลังจะปรากฏขึ้น ลมทะเลพัดแผ่วเบา โชยกลิ่นไอเค็มปะปนกับกลิ่นหอมจางๆ ‌ของดอกไม้ยามราตรีที่ปลิวมาจากป่าชายเลน เสียงคลื่นซัดสาดกระทบฝั่งเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ชวนให้รู้สึกสงบ แต่วินาทีนี้ ความสงบนั้นกลับแฝงไว้ด้วยความตึงเครียดที่ยากจะอธิบาย

“ยังไม่เห็นอะไรเลยเหรอ ตะวัน?” เสียงทุ้มต่ำของ นที ​ดังขึ้นจากด้านหลัง เขาเดินเข้ามาใกล้ ยืนเคียงข้างตะวันฉาย สายตาคมกริบของเขากวาดมองออกไปยังผืนน้ำอันกว้างใหญ่เช่นกัน

ตะวันฉายส่ายหน้าช้าๆ “ยังค่ะพี่นที ทุกอย่างยังเหมือนเดิม” เธอถอนหายใจเบาๆ ความหวังที่เคยจุดประกายในใจเมื่อครู่เริ่มหรี่ลง

“บางทีเราอาจจะคิดมากไปก็ได้นะ” ‍นทีพูดปลอบใจ “คลื่นที่เขาพูดถึง อาจจะไม่ได้หมายถึงคลื่นจริงๆ ก็ได้”

“แต่ข้อความที่ส่งมา มันชัดเจนเหลือเกินค่ะพี่นที ‘คลื่นลูกสุดท้ายจะพาเราไปสู่จุดหมาย’ และในคืนที่พระจันทร์เต็มดวงนี้… คลื่นก็หายไปจริงๆ” ‌ตะวันฉายยังคงยืนกราน

“ก็อาจจะเป็นไปได้ว่า… มันคือสัญญาณ” นทีหรี่ตาลง ดวงตาของเขาสะท้อนแสงจันทร์ “สัญญาณว่าถึงเวลาแล้ว”

“เวลาที่เราจะต้อง… ลงไปข้างล่างนั่น?” ตะวันฉายถามเสียงสั่นเล็กน้อย

นทีหันมาสบตาเธอ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ‍“ถ้ามันคือหนทางเดียวที่จะไขปริศนา และช่วยเหลือคนของเราที่หายไป… เราก็ต้องลอง”

ก่อนที่ตะวันฉายจะได้ตอบอะไร เสียงหวีดหวิวนั่นก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันดังกว่าเดิม ราวกับมีลมพายุขนาดใหญ่กำลังโหมกระหน่ำมาจากกลางทะเล เสียงนั้นไม่ใช่เสียงธรรมชาติ แต่เป็นเสียงที่ดังมาจากที่ไหนสักแห่งในมหาสมุทรอันมืดมิด

ทันใดนั้นเอง ​ผืนน้ำที่เคยสงบนิ่งเบื้องหน้ากลับเริ่มมีปฏิกิริยา น้ำทะเลเริ่มก่อตัวเป็นกระแสหมุนวนขนาดใหญ่ตรงกลางทะเล ห่างจากฝั่งออกไปไม่ไกลนัก กระแสน้ำวนนั้นดูดเอาฟองคลื่นที่ซัดอยู่บนหาดเข้ามาอย่างรวดเร็ว ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดเป็นโพรงขนาดใหญ่ที่ทอดยาวลงไปใต้ท้องทะเล

“นั่นไง!” ตะวันฉายอุทานเสียงตื่นเต้น “นั่นคือคลื่นที่ว่า! ​มันไม่ใช่คลื่นธรรมดา มันคือ… ทางเข้า!”

นทีพยักหน้าด้วยสีหน้าจริงจัง “เตรียมตัวให้พร้อมนะตะวัน”

ทั้งสองรีบวิ่งกลับไปยังที่พักริมหาด พวกเขาหยิบอุปกรณ์ดำน้ำที่เตรียมไว้ให้พร้อม สวมใส่ชุดดำน้ำที่กระชับ ร่างกายของทั้งสองเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับสิ่งที่ไม่เคยคาดคิด

ขณะที่ทั้งคู่กำลังเตรียมตัว อากาชิ ​นักวิทยาศาสตร์ประจำทีม ก็รีบวิ่งเข้ามา “ตะวัน! คุณนที! เกิดอะไรขึ้น! สัญญาณจากเครื่องวัดระดับน้ำทะเลมันแปรปรวนมาก!”

“เรากำลังจะเข้าไปในโพรงใต้น้ำนั่น อากาชิ” นทีตอบสั้นๆ

“อะไรนะ! เป็นไปไม่ได้! มันอันตรายเกินไป!” อากาชิร้องท้วง

“เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว” ตะวันฉายพูดเสริม “คนของเรายังติดอยู่ในนั้น”

อากาชิยืนนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจ “ถ้าอย่างนั้น… ผมจะไปด้วย! ผมจะช่วยคุณวิเคราะห์ข้อมูลจากใต้น้ำ”

“ได้สิ” นทีตอบรับ “แต่คุณต้องระวังตัวให้มากนะ”

ทั้งสามคนพร้อมด้วยทีมงานอีกสองคนที่เหลือ เดินกลับมายังริมหาดอีกครั้ง กระแสน้ำวนใต้น้ำยังคงหมุนวนอยู่ไม่หยุด มันเหมือนกับปากของสัตว์ทะเลขนาดมหึมา กำลังรอคอยเหยื่อที่จะหลงเข้าไป

“พร้อมนะทุกคน” ตะวันฉายสูดลมหายใจเข้าลึกๆ

“พร้อม!” เสียงตอบรับดังมาจากทุกคน

เมื่อได้ยินสัญญาณ พวกเขาก็กระโดดลงไปในน้ำทะเลที่เย็นเฉียบ ร่างกายที่สวมชุดดำน้ำทำให้พวกเขาเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่ว พวกเขาว่ายตรงไปยังใจกลางของกระแสน้ำวน

ทันทีที่เข้าไปในกระแสน้ำวน แรงดึงของน้ำก็มหาศาล พาพวกเขาทั้งห้าคนดิ่งลึกลงไปใต้ท้องทะเลอย่างรวดเร็ว ทัศนวิสัยเริ่มพร่ามัว แสงจากดวงจันทร์ที่ส่องลงมาถูกบดบังด้วยม่านน้ำสีเข้ม

“ระวัง!” นทีตะโกนผ่านเครื่องสื่อสาร “แรงดันน้ำกำลังเพิ่มขึ้น!”

พวกเขารู้สึกถึงแรงกดที่บีบเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง แต่ด้วยอุปกรณ์ที่ทันสมัย พวกเขาก็สามารถรับมือกับแรงดันนั้นได้

ขณะที่พวกเขากำลังดำดิ่งลงไปเรื่อยๆ ทัศนวิสัยก็เริ่มดีขึ้นอย่างน่าประหลาด จากความมืดมิดเริ่มมีแสงสลัวๆ ส่องลงมา ราวกับมีแสงสว่างมาจากเบื้องล่าง

“นั่นมันอะไร?” หนึ่งในทีมงานอุทาน

เบื้องหน้าพวกเขา ปรากฏภาพที่น่าอัศจรรย์ ท้องทะเลเบื้องล่างไม่ได้มืดมิดอย่างที่คิด แต่กลับมีแสงเรืองรองสีฟ้าอ่อนๆ ส่องมาจากโครงสร้างบางอย่างที่มองเห็นได้รางๆ

“เหมือนกับ… โครงสร้างโบราณ” อากาชิพูดด้วยน้ำเสียงตื่นตะลึง “แต่มันไม่น่าจะอยู่ตรงนี้ได้”

กระแสน้ำวนค่อยๆ พาพวกเขาเข้าไปใกล้โครงสร้างนั้นมากขึ้น เมื่อเข้าไปใกล้ พวกเขาก็เห็นชัดเจนว่ามันคืออาคารโบราณขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นจากหินสีขาวเนื้อละเอียด ผนังของอาคารเต็มไปด้วยลวดลายสลักเสลาที่ซับซ้อน ยากจะหาผู้ใดในยุคปัจจุบันที่สามารถสร้างสรรค์ได้

“นี่มัน… ทะเลสาบใต้ดิน?” ตะวันฉายถามอย่างไม่เชื่อสายตา

“ไม่น่าจะใช่” นทีตอบ “ดูจากรูปแบบการสร้างแล้ว… นี่ต้องเป็นอารยธรรมที่ถูกลืม”

พวกเขาลอยเข้าไปในช่องทางประตูที่เปิดอ้าอยู่ภายในอาคารโบราณนั้น ทันทีที่ก้าวผ่านเข้าไป แรงดึงของกระแสน้ำวนก็พลันหายไป พวกเขาพบว่าตัวเองกำลังลอยอยู่ในห้องโถงขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยแสงเรืองรองสีฟ้าอ่อนๆ ผนังห้องเต็มไปด้วยประติมากรรมและภาพวาดโบราณที่เล่าเรื่องราวบางอย่าง

“ดูนั่นสิ!” อากาชิชี้ไปยังกลางห้องโถง

กลางห้องโถงมีแท่นหินขนาดใหญ่ตั้งอยู่ บนแท่นหินนั้นมีวัตถุสีดำเงาวาววางอยู่ มันดูเหมือนไข่ขนาดใหญ่ที่สลักเสลาอย่างประณีต

“นั่นคือ… ‘แก่นแท้แห่งสมุทร’ หรือเปล่า?” ตะวันฉายถามเสียงแผ่วเบา

“เป็นไปได้” นทีพยักหน้า “ข้อความที่ส่งมา… อาจจะหมายถึงสิ่งนี้”

ขณะที่พวกเขากำลังสำรวจวัตถุโบราณนั้น จู่ๆ แสงสว่างสีฟ้าอ่อนๆ ที่ส่องอยู่ทั่วห้องโถงก็พลันหรี่ลง ความมืดเริ่มคืบคลานเข้ามา

“เกิดอะไรขึ้น!” อากาชิถามด้วยความตกใจ

“บางที… เราอาจจะไม่ใช่คนเดียวที่รู้เรื่องสถานที่นี้” นทีพูด พลางกวัดแกว่งไฟฉายใต้น้ำไปรอบๆ

ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่ย่ำไปบนพื้นหินก็ดังขึ้นมาจากมุมหนึ่งของห้องโถง เสียงนั้นไม่ใช่เสียงคนปกติ แต่เป็นเสียงที่ดังเหมือนมีบางสิ่งเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว

เงาดำทะมึนเริ่มปรากฏขึ้นจากความมืด มันเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ ราวกับเงามายาที่ปรากฏขึ้นในความมืด

“ระวัง!” ตะวันฉายร้องเตือน

เงาดำเหล่านั้นพุ่งเข้ามาหาพวกเขาอย่างรวดเร็ว พวกมันมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่มีขนาดใหญ่กว่า และดูเหมือนจะเคลื่อนไหวได้โดยปราศจากอากาศหายใจ

การต่อสู้ที่คาดไม่ถึงก็เริ่มขึ้น ตะวันฉาย นที และทีมงาน ต่างชักอาวุธออกมาเตรียมพร้อม พวกเขาอยู่ในอาณาเขตที่ไม่คุ้นเคย และกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูที่มองเห็นได้ไม่ชัดเจน

“พวกมันคือใครกันแน่!” หนึ่งในทีมงานตะโกน

“ไม่รู้!” นทีตะโกนตอบ “แต่พวกมันไม่ใช่คนธรรมดา!”

ตะวันฉายมองไปยังวัตถุสีดำเงาวาวบนแท่นหิน เธอรู้ดีว่านี่คือจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ครั้งใหญ่ และเธอจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้อง ‘แก่นแท้แห่งสมุทร’ และช่วยเหลือคนที่ยังหายไป

เงาดำเหล่านั้นโจมตีอย่างดุดัน พวกมันใช้พละกำลังมหาศาลและเคลื่อนไหวได้อย่างว่องไว ทำให้การต่อสู้เป็นไปอย่างยากลำบาก

“เราต้องออกจากที่นี่!” ตะวันฉายตัดสินใจ “เราจะกลับมาอีกครั้ง!”

แต่ดูเหมือนว่าศัตรูจะไม่อนุญาตให้พวกเขาทำเช่นนั้น พวกมันปิดกั้นเส้นทางออกไปอย่างรวดเร็ว

ในขณะที่การต่อสู้กำลังดำเนินไปอย่างดุเดือด ทันใดนั้นเอง แสงสว่างจากวัตถุสีดำเงาวาวบนแท่นหินก็พลันสว่างวาบขึ้นมาอย่างรุนแรง แสงนั้นสว่างจ้าจนทำให้ทุกคนต้องหลับตาปี๋

เมื่อแสงสว่างจางลง ร่างของพวกเขาก็พบว่าตัวเองไม่ได้อยู่ที่ห้องโถงโบราณนั้นอีกต่อไป…

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เพลิงทมิฬใต้สมุทร

เพลิงทมิฬใต้สมุทร

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!