เพลิงทมิฬใต้สมุทร

ตอนที่ 29 — เปลวเพลิงสุดท้ายใต้สมุทร

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,046 คำ

ผืนน้ำสีครามเข้มภายใต้แสงจันทร์สะท้อนเป็นประกายระยิบระยับ ราวกับมีเพชรพลอยนับล้านเม็ดลอยระยิบอยู่เบื้องหน้า ตะวันฉายยืนนิ่งอยู่ที่ริมหาดทรายสีหม่น ดวงตาของเธอจับจ้องไปยังผืนน้ำเบื้องหน้า ราวกับกำลังมองหาบางสิ่งบางอย่างที่สูญหายไปนาน แสงจันทร์สีนวลที่สาดส่องลงมาทำให้เงาของเธอทอดยาวไปตามผืนทราย เผยให้เห็นความมุ่งมั่นที่ฉายชัดในแววตา

"นายแน่ใจนะว่านี่คือที่ที่เราต้องมา" เสียงแหบพร่าของพยัคฆ์ดังขึ้น ‌ทำลายความเงียบที่ปกคลุมอยู่ เขาถอนหายใจเบาๆ พลางกอดอก มองออกไปในทะเลด้วยแววตาที่ฉายประกายความเหนื่อยล้าแต่ก็ยังคงความเด็ดเดี่ยว

"ฉันแน่ใจ" ตะวันฉายตอบเสียงหนักแน่น "ทุกอย่างมันชี้มาที่นี่ พลังงานที่รั่วไหลออกมา ชิ้นส่วนของ ​'ไคเมร่า' ที่เราพบ มันบอกว่าแหล่งกำเนิดอยู่ที่ใต้ทะเลลึกตรงนี้"

"แต่เราไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่ที่นั่น" พยัคฆ์พูดต่อ "และเราก็ไม่รู้ว่า 'ศัตรู' ตัวจริงของเราคือใครกันแน่ หรือมันมีแผนอะไรที่ร้ายกาจกว่าที่เราคาดคิด"

"นั่นคือสิ่งที่พวกเราต้องไปค้นหา" ‍ตะวันฉายหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับพยัคฆ์ ดวงตาของเธอสบเข้ากับดวงตาของเขาอย่างตรงไปตรงมา "นายกลัวหรือไง"

พยัคฆ์หัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะที่แฝงไว้ด้วยความขมขื่น "ถามแปลกๆ นะตะวันฉาย ถ้าฉันกลัว ฉันคงไม่มายืนตรงนี้หรอก ‌ฉันแค่กังวลถึงความปลอดภัยของเธอ และของพวกเราทุกคน"

"ฉันรู้" ตะวันฉายเอื้อมมือไปแตะที่แขนของพยัคฆ์เบาๆ "แต่นี่คือภารกิจสุดท้ายของเรา เราต้องจบเรื่องนี้ให้ได้ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป"

"แล้วเราจะลงไปได้อย่างไร" พยัคฆ์ถาม "เรามีอุปกรณ์ดำน้ำที่จำกัด ‍และเราไม่รู้ว่าความลึกระดับไหนที่เราต้องเผชิญ"

ตะวันฉายยิ้มมุมปาก "นั่นเป็นปัญหาเล็กน้อย เมื่อเทียบกับสิ่งที่เราเคยเผชิญมา" เธอหันกลับไปมองทะเลอีกครั้ง "ฉันมีความลับเล็กๆ น้อยๆ ที่จะช่วยเรา"

เธอล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อคลุมตัวยาวของเธอ และหยิบเอาวัตถุบางอย่างออกมา ​มันเป็นเหมือนเหรียญโบราณสีทองแดง มีสัญลักษณ์แปลกประหลาดสลักอยู่ตรงกลาง ผิวสัมผัสของมันเย็นเฉียบเมื่อตะวันฉายถือไว้ในมือ

"นี่มันอะไร" พยัคฆ์ถามด้วยความสงสัย

"นี่คือ 'กุญแจสมุทร'" ตะวันฉายตอบ "ของตกทอดจากบรรพบุรุษของฉัน พวกเขาบอกว่ามันสามารถเปิดทางสู่ความลับของท้องทะเลได้"

"เปิดทาง?" ​พยัคฆ์เลิกคิ้ว "หมายถึงอะไร"

"หมายถึงว่า มันจะพาเราไปในที่ที่ไม่มีใครเคยไปถึง" ตะวันฉายกล่าว "และมันจะช่วยให้เราหายใจใต้น้ำได้นานเท่าที่เราต้องการ"

ก่อนที่พยัคฆ์จะได้เอ่ยถามอะไรเพิ่มเติม ตะวันฉายก็ยก 'กุญแจสมุทร' ขึ้นเหนือศีรษะ ​แสงจันทร์สะท้อนกระทบกับเหรียญ ทำให้มันเปล่งประกายสีทองสุกปลั่ง พลันมีเสียงเพลงบรรเลงแผ่วเบา ล่องลอยมาจากกลางทะเล ราวกับเสียงเพลงของนางเงือกโบราณ

เมื่อเสียงเพลงดังขึ้น ผิวน้ำทะเลเบื้องหน้าของตะวันฉายก็เริ่มสั่นไหว เกิดเป็นวังวนขนาดใหญ่หมุนวนอยู่ตรงกลาง วังวนนั้นค่อยๆ แผ่ขยายออกไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นเหมือนอุโมงค์น้ำใส ที่มองลึกลงไปเห็นแสงสว่างเรืองรองอยู่เบื้องล่าง

"นั่นมัน...อะไรกัน" พยัคฆ์อุทานด้วยความตกตะลึง

"นี่แหละ คือทางเข้า" ตะวันฉายกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น "พร้อมแล้วนะ พยัคฆ์"

พยัคฆ์มองหน้าตะวันฉาย เขารู้ว่าการตัดสินใจครั้งนี้คือจุดเปลี่ยนสำคัญของทุกสิ่ง เขาพยักหน้าอย่างหนักแน่น "พร้อมเสมอ"

ทั้งสองผลัดกันสวมอุปกรณ์ดำน้ำที่เหลืออยู่ และกอดคอเดินเข้าไปในอุโมงค์น้ำนั้น เมื่อก้าวเท้าเข้าไป ร่างกายของพวกเขาก็ถูกกระแสน้ำอันอ่อนโยนโอบอุ้มไว้ และพัดพาลงสู่เบื้องล่างอย่างรวดเร็ว

โลกใต้น้ำปรากฏต่อสายตาของพวกเขา เป็นภาพที่น่าอัศจรรย์ยิ่งกว่าที่เคยจินตนาการ ผืนทรายสีขาวละเอียดทอดตัวยาวสุดลูกหูลูกตา หมู่ปะการังหลากสีสันที่เรืองแสงในตัวเอง โบกสะบัดอย่างอ่อนช้อยตามแรงคลื่น ฝูงปลาน้อยใหญ่แหวกว่ายไปมาอย่างงดงาม ราวกับหลุดเข้าไปในโลกแฟนตาซี

แต่ท่ามกลางความงามอันน่าทึ่งนั้น ก็มีความรู้สึกอันตรายแฝงเร้นอยู่เช่นกัน แสงสว่างที่เคยเจิดจ้าเริ่มจางลง ยิ่งพวกเขาดำดิ่งลงไปมากเท่าไหร่ ความมืดและความกดดันก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น

"รู้สึกแปลกๆ นะ" พยัคฆ์พูดผ่านเครื่องสื่อสารในหมวกดำน้ำ "เหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังจับตาเราอยู่"

"ฉันก็รู้สึกเหมือนกัน" ตะวันฉายตอบ "ระวังตัวให้ดี"

พวกเขาดำดิ่งลงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งพบกับทางเข้าถ้ำขนาดใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่ใต้โขดหินยักษ์ ทางเข้าถ้ำนั้นมีลักษณะเหมือนปากของสัตว์ร้ายที่อ้าออก พร้อมที่จะกลืนกินทุกสิ่งที่หลงเข้าไป

"นั่นไง" ตะวันฉายชี้ไปยังปากถ้ำ "ฉันว่าแหล่งพลังงานอยู่ที่นั่น"

"ดูเหมือนว่าเราจะไม่ใช่แขกผู้มีเกียรติเสียแล้ว" พยัคฆ์กล่าวอย่างระแวดระวัง เขาหยิบปืนใต้น้ำคู่ใจขึ้นมาเตรียมพร้อม

ทั้งสองค่อยๆ ลอดเข้าไปในปากถ้ำ ความมืดมิดยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้น แสงจากตะเกียงใต้น้ำของพวกเขาแทบจะส่องไปไม่ถึงก้นถ้ำ มีเพียงเสียงสะท้อนของน้ำที่ไหลเอื่อยๆ และเสียงหายใจของพวกเขาเท่านั้นที่ดังแข่งกัน

ทันใดนั้นเอง แสงสีแดงฉานก็ปรากฏขึ้นจากส่วนลึกของถ้ำ มันสว่างวาบขึ้นมาเป็นระยะๆ ราวกับดวงตาของปีศาจร้ายที่กำลังจับจ้องพวกเขาอยู่

"นั่นมันอะไร" พยัคฆ์ถามเสียงกระซิบ

"ฉันว่า...เราเจอ 'ศัตรู' แล้ว" ตะวันฉายตอบ เสียงของเธอแฝงไว้ด้วยความประหวั่นพรั่นพรึง

เมื่อแสงสีแดงนั้นสว่างขึ้นอีกครั้ง ร่างขนาดมหึมาก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นจากเงามืด มันคือสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายปลาหมึกขนาดยักษ์ แต่มีหนวดที่แข็งแรงและแหลมคมราวกับหอกหลายสิบเล่ม ผิวหนังของมันสะท้อนแสงสีแดงราวกับถ่านเพลิง ดวงตาของมันจ้องเขม็งมาที่ตะวันฉายและพยัคฆ์

"นี่คือ 'ไคเมร่า' ร่างสุดท้าย" ตะวันฉายอุทานด้วยความตกใจ

"มันไม่ใช่แค่ไคเมร่า" พยัคฆ์พูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้น "มันคือสิ่งที่ถูกควบคุมโดยบางสิ่งบางอย่าง"

ทันใดนั้น หนวดอันมหึมาของ 'ไคเมร่า' ก็ฟาดฟันเข้าใส่พวกเขาอย่างรวดเร็ว ตะวันฉายและพยัคฆ์ต้องรีบหลบหลีกอย่างฉิวเฉียด หินงอกหินย้อยที่อยู่รอบๆ แตกกระจายเมื่อถูกหนวดของมันฟาด

"เราต้องหาจุดอ่อนของมัน" ตะวันฉายตะโกน "มันต้องมีบางอย่างที่ทำให้มันอ่อนแอ"

"แต่เราจะทำได้อย่างไรในสภาพแบบนี้" พยัคฆ์ตะโกนตอบ ขณะที่เขาต้องคอยหลบหลีกหนวดอันตรายของมัน

"ลองดูที่ดวงตาของมัน!" ตะวันฉายตะโกน "ฉันเห็นแสงสีแดงที่เข้มขึ้นตรงนั้น!"

พยัคฆ์พยายามมองไปยังดวงตาของ 'ไคเมร่า' เขาเห็นกลุ่มแสงสีแดงที่กำลังรวมตัวกันอยู่ตรงนั้น มันเป็นเหมือนศูนย์กลางพลังงานบางอย่าง

"ได้ผลแน่!" พยัคฆ์กล่าว "เธอไปล่อมัน ส่วนฉันจะเตรียมตัวยิง"

ตะวันฉายพยักหน้า เธอพุ่งตัวออกไปทางด้านข้าง ล่อให้ 'ไคเมร่า' หันเหความสนใจมาที่เธอ ส่วนพยัคฆ์ก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวไปยังตำแหน่งที่เหมาะสม เขากระชับปืนใต้น้ำในมือ เตรียมพร้อมที่จะยิง

'ไคเมร่า' เหวี่ยงหนวดตามตะวันฉายไปอย่างบ้าคลั่ง แต่ตะวันฉายก็หลบหลีกได้อย่างคล่องแคล่วราวกับเป็นนักเต้นใต้น้ำ เธอใช้สภาพแวดล้อมให้เป็นประโยชน์ หลบหลีกไปตามโขดหินและซอกหลืบต่างๆ

เมื่อได้จังหวะ พยัคฆ์ก็เหนี่ยวไก!

ลำแสงสีฟ้าอันทรงพลังพุ่งตรงไปยังดวงตาของ 'ไคเมร่า' พลังงานมหาศาลปะทะเข้ากับกลุ่มแสงสีแดง ทำให้เกิดเสียงระเบิดใต้น้ำที่ดังสนั่นหวั่นไหว

'ไคเมร่า' ส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด หนวดของมันกระตุกอย่างรุนแรงจนไม่เป็นทิศทาง ร่างกายของมันเริ่มสั่นสะท้าน และเปลวเพลิงสีแดงก็ปะทุขึ้นจากภายใน

"นี่แหละคือโอกาสของเรา!" ตะวันฉายตะโกน "รีบไปก่อนที่มันจะระเบิด!"

แต่ก่อนที่พวกเขาจะได้ก้าวถอยหลัง กลุ่มแสงสีแดงที่อยู่ภายในดวงตาของ 'ไคเมร่า' ก็พลันกระจายออกไป เผยให้เห็นเงาร่างของมนุษย์ผู้หนึ่ง ที่กำลังยืนนิ่งอยู่ภายใน

"ไม่จริงน่า..." ตะวันฉายพึมพำด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา

เงาร่างนั้นค่อยๆ ก้าวออกมาจากร่างของ 'ไคเมร่า' เผยให้เห็นใบหน้าที่คุ้นเคย... ใบหน้าที่เธอเคยรักและเชื่อใจ

"เรย์!" ตะวันฉายตะโกนชื่อนั้นออกมา น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและสับสน

เรย์ยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าพวกเขา ใบหน้าของเขาซีดเซียว แต่แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเย็นชาและอำมหิต

"เสียใจด้วยนะ ตะวันฉาย" เรย์พูด เสียงของเขาแหบพร่า แต่แฝงไว้ด้วยความเย้ยหยัน "แต่การเดินทางของเธอต้องจบลงที่นี่"

ขณะที่เรย์พูด เขาก็ยกมือขึ้นเบาๆ ร่างกายของ 'ไคเมร่า' ที่กำลังจะระเบิดพลันสงบลง และเริ่มที่จะรวมตัวกันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ดูเหมือนจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม

"นายทำอะไร!" ตะวันฉายตะโกนถามด้วยความโกรธ

"ฉันแค่ทำให้มันสมบูรณ์แบบขึ้น" เรย์ตอบ "พลังงานจาก 'ไคเมร่า' จะถูกหลอมรวมเข้ากับฉัน ทำให้ฉันแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม"

"นาย...นายเป็นคนบงการทั้งหมด?" พยัคฆ์ถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง

"แน่นอน" เรย์ยิ้ม "ตั้งแต่ต้นจนจบ การที่เธอคิดว่าเธอจะหยุดฉันได้ มันช่างไร้เดียงสาเสียจริง"

ทันใดนั้น เรย์ก็พุ่งเข้าใส่ตะวันฉายด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ!

แสงตะวันฉายที่เคยสว่างไสว กำลังจะดับวูบลงในอุโมงค์ใต้น้ำอันมืดมิดนี้...

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เพลิงทมิฬใต้สมุทร

เพลิงทมิฬใต้สมุทร

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!