ละอองฝนจางหายไปนานแล้ว ทิ้งไว้เพียงความเย็นฉ่ำของยามค่ำคืน บรรยากาศในอุทยานหลวงแห่งพระราชวังต้าถังกลับคืนสู่ความสงัดอีกครั้ง แม้แสงจันทร์จะเล็ดลอดผ่านหมู่เมฆมาได้เพียงริบหรี่ ทว่าก็เพียงพอที่จะขับเน้นเงาตะคุ่มของต้นไม้ใหญ่ที่ทอดตัวยาวระเกะระกะไปทั่วพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบ
องค์ชายหลี่หมิง หรือหลี่ฉางในยามนี้ ยืนนิ่งอยู่กลางสวน ดอกบัวสีขาวแต้มจุดแดงจางๆ สะท้อนแสงจันทร์วูบวาบในสระบัวเบื้องหน้า กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ลอยมาตามลม ผสมผสานกับกลิ่นดินชื้นหลังฝน เป็นกลิ่นที่หลี่ฉางคุ้นเคย แต่ในค่ำคืนนี้ กลิ่นหอมนั้นกลับแฝงด้วยความอึดอัดบางอย่าง ราวกับว่าธรรมชาติเองก็กำลังกลั้นหายใจรอคอยบางสิ่ง
ใบหน้าคมคายของเขาฉายแววครุ่นคิด ดวงตาเรียวที่ปกติเต็มไปด้วยประกายแห่งความเยือกเย็นและเฉลียวฉลาด บัดนี้กลับขุ่นมัวกว่าปกติ เขาเพิ่งได้รับข่าวร้ายจากมือขวาผู้ภักดี ข่าวที่ทำให้แผนการทั้งหมดต้องสั่นคลอน
“ท่านแม่ทัพจาง… รายงานมาว่า… กองกำลังของฝ่าบาท… ตรวจพบการเคลื่อนไหวผิดปกติของกองทัพจากแคว้นฉี” เสียงทุ้มต่ำของขันทีเฒ่าฉวน ผู้ติดตามรับใช้หลี่ฉางมาตั้งแต่ยังเยาว์วัย ดังขึ้นเบาๆ อยู่ข้างกาย “แหล่งข่าวแจ้งว่า… พวกเขาเคลื่อนพลมาทางชายแดนทิศตะวันตก… อย่างเร่งรีบ”
หลี่ฉางยกมือขึ้นลูบเคราเบาๆ “เร่งรีบ… หรือถูกเร่ง?” เขากล่าวถามเสียงเรียบ แต่แฝงด้วยความกังวลที่พยายามปกปิด “การเคลื่อนทัพของแคว้นฉี ย่อมมีเหตุผล… หากไม่ใช่การบุกรุก… ก็คือการป้องกันตนเอง… แต่สถานการณ์ตอนนี้… ช่างประจวบเหมาะกับความปั่นป่วนภายในวังของเราเสียจริง”
ความปั่นป่วนภายในวัง… คำนี้เหมือนมีคมมีดกรีดลึกลงไปในหัวใจของเขา สองวันก่อน เขายังคงปะทะคารมกับองค์ชายรองหลี่หยาง และสนมเอกหลี่อิง ในการประชุมลับเรื่องการปรับปรุงการคลัง แต่บัดนี้… ทุกอย่างกลับถูกกลบด้วยข่าวร้ายจากชายแดน
“แม่ทัพจาง… ได้ส่งหน่วยสอดแนมติดตามไปหรือไม่?” หลี่ฉางถามต่อ
“ส่งไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ… แต่… สภาพอากาศเลวร้าย… และภูมิประเทศบริเวณนั้น… ทำให้ยากต่อการสืบข่าว… อีกทั้ง… กองทัพฉี… ดูเหมือนจะระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ… ไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ ไว้ให้จับได้” ฉวนกราบทูลด้วยน้ำเสียงที่แสดงความกังวลเช่นกัน
หลี่ฉางหลับตาลง สูดลมหายใจลึกๆ พยายามสงบจิตใจ เขาเคยเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้ายกว่านี้มาแล้ว แต่ครั้งนี้… มันแตกต่างออกไป ความรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งกำลังคืบคลานเข้ามาอย่างเงียบเชียบ… และมันอันตรายกว่าที่คิด
“แคว้นฉี… มีความสัมพันธ์อันดีกับพวกปีศาจเงามืด… หรือไม่?” หลี่ฉางถามคำถามที่อาจฟังดูแปลกประหลาด แต่เขารู้ดีว่าในโลกใบนี้ พลังอำนาจไม่ได้มีเพียงแค่ดาบและทหาร
ฉวนชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะตอบอย่างระมัดระวัง “เท่าที่ทราบ… แคว้นฉี… มีการติดต่อซื้อขายสมุนไพรและวัตถุโบราณ… กับพ่อค้าเร่จากดินแดนตะวันตก… แต่… การกล่าวถึง ‘ปีศาจเงา’… เป็นเรื่องที่… เกินกว่าข้าพเจ้าจะทราบได้พ่ะย่ะค่ะ”
หลี่ฉางพยักหน้าอย่างช้าๆ เขาเข้าใจดีว่าฉวนเป็นขันทีที่ซื่อสัตย์และมีความสามารถ แต่ขอบเขตความรู้ของเขาย่อมมีจำกัด สิ่งที่เขาต้องรู้… อาจจะต้องสืบหาจากแหล่งอื่น
“หากแคว้นฉี… ส่งกองทัพมา… โดยไม่มีการประกาศสงคราม… แสดงว่า… พวกเขากำลังต้องการบางสิ่ง… และพร้อมจะใช้กำลัง… เพื่อได้สิ่งนั้นมา… หรือไม่ก็… กำลังตอบโต้… ต่อการกระทำบางอย่างของเรา… ที่เราเองก็ไม่รู้ตัว” หลี่ฉางครุ่นคิดดังๆ
“หรือ… มันอาจเป็นแผนของใครบางคน… ที่ต้องการสร้างความวุ่นวาย… ทั้งภายในและภายนอก…” ฉวนเสริมขึ้นมาด้วยน้ำเสียงกระซิบ
หลี่ฉางหันไปมองฉวน ดวงตาของเขากวาดมองไปทั่วบริเวณอุทยานที่เงียบสงัด ราวกับจะหาคำตอบจากเงามืดที่ปกคลุมอยู่ “ใช่… ความวุ่นวาย… คือสิ่งที่ศัตรูของเราต้องการ… และดูเหมือนว่า… ศัตรูของเรา… จะมีทั้งภายในและภายนอก… และมันกำลังจะปะทุพร้อมๆ กัน”
เขาตัดสินใจ “ฉวน… เจ้าไปนำตัวซูเฟย… และจินเฟย… มาพบข้าที่ตำหนัก… ตอนนี้เลย”
ฉวนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แต่ก็รีบตอบรับ “พ่ะย่ะค่ะ” แล้วรีบก้าวออกไป
ขณะที่ฉวนเดินหายลับไปในความมืด หลี่ฉางก็เดินตรงไปยังศาลาพักริมสระบัว เขาหย่อนกายนั่งลงบนม้านั่งหินอ่อนเย็นเฉียบ แสงจันทร์สาดส่องลงมาบนใบหน้า ทำให้เห็นรอยความเคร่งเครียดชัดเจนขึ้น
ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าแผ่วเบาของหญิงสาวสองนางก็ดังขึ้น ซูเฟย สนมที่อ่อนหวานและมีจิตใจดีงาม เดินเคียงข้างกับจินเฟย สนมที่ดูเยือกเย็นและมีความสามารถในการวางแผน
“องค์ชาย… มีเรื่องอันใดให้เรียกพวกหม่อมฉันมาดึกป่านนี้หรือพ่ะย่ะค่ะ?” ซูเฟยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง
หลี่ฉางเงยหน้าขึ้นมองพวกนาง “ข้ามีเรื่องร้าย… ที่ต้องการความช่วยเหลือจากพวกเจ้า”
เขาเล่าถึงข่าวที่ได้รับจากแม่ทัพจาง เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของกองทัพแคว้นฉี และสถานการณ์ที่น่าสงสัย ซูเฟยมีสีหน้าตกใจ แต่ก็พยายามตั้งสติ ส่วนจินเฟยนั้น แม้จะดูนิ่งสงบ แต่ในดวงตาของนางก็ฉายแววครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง
“แคว้นฉี… มาทางทิศตะวันตก… น่าเป็นห่วงยิ่งนักพ่ะย่ะค่ะ” ซูเฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “หากพวกเขามีเจตนาร้าย… ทิศตะวันตกของชายแดน… เป็นแหล่งผลิตยาสมุนไพรที่สำคัญ… หากถูกตัดขาด… จะส่งผลกระทบต่อการรักษาพยาบาลของประชาชนทั่วทั้งแผ่นดิน…”
“นั่นเป็นส่วนหนึ่ง… แต่ข้ากังวลว่า… มันอาจมีเบื้องหลังที่ลึกซึ้งกว่านั้น” หลี่ฉางกล่าว “ข้าสงสัยว่า… การเคลื่อนทัพครั้งนี้… อาจถูกชักใย… โดยใครบางคนที่ต้องการสร้างความวุ่นวาย… ทั้งกับแคว้นของเรา… และอาจจะ… กับแคว้นฉีเองด้วย”
จินเฟยพยักหน้าเห็นด้วย “หากเป็นเช่นนั้นจริง… องค์ชาย… เราต้องสืบให้รู้แน่ชัดว่า… ใครคือผู้อยู่เบื้องหลัง… และจุดประสงค์ที่แท้จริงของพวกเขาคืออะไร… ไม่เช่นนั้น… สถานการณ์อาจจะเลวร้ายเกินกว่าที่เราจะแก้ไขได้”
“ถูก… แต่การสืบสวนภายในวัง… ที่เต็มไปด้วยสายตาของศัตรู… เป็นเรื่องยาก” หลี่ฉางกล่าว “ข้าต้องการให้พวกเจ้า… ช่วยข้า… ในการสืบหาข้อมูล… จากภายใน… จากคนที่พวกเจ้าไว้ใจ… และจากแหล่งที่ข้าไม่สามารถเข้าถึงได้”
“พวกหม่อมฉันยินดีพ่ะย่ะค่ะ” ซูเฟยเอ่ยตอบอย่างหนักแน่น “ขอเพียงองค์ชายมีคำสั่ง… พวกหม่อมฉันจะทำทุกอย่าง”
“ส่วนหม่อมฉัน… จะลองสอบถามจากนางกำนัลที่สนิท… และแม่นมที่เคยดูแลองค์ชายรอง… บางที… นางอาจจะรู้เรื่องราวบางอย่างที่น่าสงสัย” จินเฟยเสริม
หลี่ฉางมองพวกนางด้วยความซาบซึ้ง “ขอบคุณพวกเจ้า… ข้าจะมอบหมายงานให้พวกเจ้า… ตามที่พวกเจ้าถนัด… ซูเฟย… เจ้าลองหาข่าวเกี่ยวกับ… การติดต่อค้าขายของพวกขุนนาง… โดยเฉพาะ… ที่เกี่ยวข้องกับแคว้นฉี… หรือดินแดนตะวันตก… อะไรที่ผิดปกติ… จดจำไว้… แล้วนำมาแจ้งข้า”
“ส่วนจินเฟย… เจ้าลองสืบหา… ความเคลื่อนไหว… หรือการติดต่อ… ของสนมคนอื่น… โดยเฉพาะ… สนมที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับองค์ชายรอง… หรือผู้ที่เคยมีปากเสียงกับข้า… และ… หากมีโอกาส… ลองแฝงตัวเข้าไปในท้องพระโรง… หรือที่ประชุม… ของคณะที่ปรึกษา… เพื่อฟังความเคลื่อนไหว… ของเหล่าขุนนางระดับสูง”
“ส่วนเรื่องปีศาจเงา… ข้าจะสืบเอง… จากแหล่งข่าวของข้า…” หลี่ฉางกล่าวปิดท้าย
ทั้งสองสนมรับคำอย่างแข็งขัน พวกนางรู้ดีว่าสถานการณ์นี้อันตรายเพียงใด แต่พวกนางก็พร้อมที่จะร่วมมือกับหลี่ฉาง เพื่อปกป้องแผ่นดิน และรักษาความสงบสุข
หลังจากที่ซูเฟยและจินเฟยกลับไปแล้ว หลี่ฉางยังคงนั่งนิ่งอยู่ใต้แสงจันทร์ เขาหยิบจดหมายที่เขาได้รับมาจากมือกำมะลี่ออกมา เปิดอ่านอีกครั้ง… เป็นจดหมายที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ… ข้อความสั้นๆ เพียงไม่กี่ประโยค… แต่แฝงไปด้วยความหมายอันตราย
“‘เมื่อสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงพัดมา… จงระวังเงาที่ซ่อนเร้น… อำนาจที่แท้จริง… ซ่อนอยู่ในม่านหมอกแห่งความมืด… ราชาผู้ปราศจากบัลลังก์… จะถูกทอดทิ้ง…’”
หลี่ฉางขมวดคิ้วแน่น คำพูดเหล่านี้… มันคือคำเตือน… หรือคำข่มขู่? และใครกัน… คือผู้ที่ส่งจดหมายฉบับนี้มา?
เขารู้สึกถึงแรงกดดันที่เพิ่มมากขึ้น… บัลลังก์มังกร… ที่เขาใฝ่ฝัน… กำลังถูกคุกคาม… และครั้งนี้… ศัตรูของเขา… ไม่ได้มีเพียงแค่ผู้ที่แสดงตนอย่างเปิดเผย… แต่ยังมีเงาที่ซ่อนเร้น… คอยชักใยอยู่เบื้องหลัง…
คืนนี้… หลี่ฉางต้องตัดสินใจ… เขาจะเลือกเส้นทางใด… เพื่อไขความจริง… และเผชิญหน้ากับอำนาจที่ดำมืด… ที่กำลังคืบคลานเข้ามา…
ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป…
เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า… ที่มืดมิด… และเต็มไปด้วยหมู่เมฆ… ราวกับจะรอคอย… จุดเริ่มต้นของเพลิงเสน่หา… และสงคราม… ที่จะสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งแผ่นดิน…

เพลิงเสน่หาบัลลังก์มังกร
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก