ละอองฝนจางหายไปนานแล้ว ทิ้งไว้เพียงความเย็นฉ่ำของยามค่ำคืน บรรยากาศในอุทยานหลวงแห่งพระราชวังต้าถังกลับคืนสู่ความสงัดอีกครั้ง แม้แสงจันทร์จะเล็ดลอดผ่านหมู่เมฆมาได้เพียงริบหรี่ ทว่าก็เพียงพอที่จะขับเน้นให้เงาต้นไม้ใหญ่ทอดทาบทอลงบนพื้นหญ้าสีเขียวเข้มให้ดูราวกับผืนผ้าไหมสีดำขลับ องค์ชายหลี่หมิง (หลี่ฉาง) ยืนสงบนิ่งอยู่ใต้ร่มเงาของต้นหลิวโบราณ ท่ามกลางความเงียบสงัด มีเพียงเสียงกระซิบแผ่วเบาของสายลมที่พัดผ่านกิ่งก้านของต้นไม้ ราวกับกำลังขับขานบทเพลงแห่งกาลเวลา
ใบหน้าคมคายของพระองค์ฉายแววครุ่นคิด ดวงตาภายใต้คิ้วเข้มทอประกายวาววับเมื่อสอดส่ายมองไปทั่วบริเวณ สร้อยพระศอหยกที่สวมใส่อยู่สะท้อนแสงจันทร์เป็นประกายระยับ การสืบสวนอันแสนอันตรายที่ดำเนินมาหลายเพลา บัดนี้ได้นำพระองค์มาถึงจุดที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม ความลับที่ซุกซ่อนอยู่ใต้พรมอันหรูหราของวังหลวงเริ่มเปิดเผยทีละน้อย ทว่ากลับนำมาซึ่งอันตรายที่คุกคามพระองค์และผู้ที่พระองค์ทรงห่วงใย
“องค์ชาย” เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากเงามืดด้านหลัง ร่างของหานเฟย องครักษ์คู่ใจปรากฏกายขึ้นอย่างเงียบเชียบ ราวกับเงาที่หลุดออกมาจากความมืด
หลี่หมิงหันกลับมา ใบหน้ายังคงฉายแววเคร่งเครียด “พบสิ่งใดแล้วบ้าง”
หานเฟยคุกเข่าลงข้างหนึ่ง “รายงานจากสายของเราในตำหนักของสนมหลี่ ยืนยันว่านางได้พบปะกับบุคคลลึกลับเมื่อคืนก่อน และการพบปะครั้งนั้นกินเวลายาวนานกว่าปกติ”
“บุคคลลึกลับนั้นเป็นผู้ใด” หลี่หมิงถาม เสียงหนักแน่นขึ้น
“ยังไม่สามารถระบุตัวตนได้แน่ชัด องค์ชาย แต่จากการสังเกตการณ์ คาดว่าน่าจะเป็นบุคคลที่มีอำนาจและมีความเกี่ยวข้องกับตำหนักฝ่ายใน ท่าทางของสนมหลี่ดูหวาดกลัว ทว่าก็เต็มไปด้วยความฮึกเหิมเมื่อพูดคุยกับผู้นั้น” หานเฟยรายงานอย่างละเอียด
หลี่หมิงพยักหน้าช้าๆ “สนมหลี่… นางกำลังเล่นเกมที่อันตรายเกินไป” คำพูดนั้นแฝงไปด้วยความกังวล “แล้วเรื่องเอกสารต้องสงสัยที่พบในห้องของเสนาบดีไป๋เล่า”
“เอกสารเหล่านั้นถูกนำมาตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว องค์ชาย” หานเฟยกล่าวต่อ “พบว่ามีข้อความที่เขียนด้วยลายมือที่คล้ายคลึงกับลายมือของสนมหลี่อยู่หลายส่วน แต่เป็นภาษาที่ใช้กันในวงการค้าเล็กน้อย ซึ่งดูไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับเสนาบดีไป๋โดยตรง”
“ภาษาของวงการค้า… สนมหลี่มีความเกี่ยวข้องกับพ่อค้าคนใดหรือไม่” หลี่หมิงขมวดคิ้ว
“จากการสืบสวนเบื้องต้น ยังไม่พบความเชื่อมโยงที่ชัดเจน องค์ชาย แต่หากพิจารณาจากสถานการณ์แล้ว สนมหลี่อาจใช้ช่องทางอื่นในการติดต่อสื่อสารกับบุคคลภายนอก”
“ช่องทางอื่น…” หลี่หมิงทวนคำ ใบหน้าของพระองค์พลันปรากฏร่องรอยแห่งความเข้าใจ “สิ่งที่เราพลาดไป อาจเป็นสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเกินไป”
ค่ำคืนนั้น หลี่หมิงทรงตัดสินใจที่จะลงมือด้วยพระองค์เอง การรอคอยย่อมนำมาซึ่งอันตรายที่คาดไม่ถึง พระองค์ทรงปลอมองค์เป็นสามัญชน สวมเสื้อผ้าสีดำทึบ ย้อมสีผมให้เข้มขึ้น และใช้ผ้าคาดศีรษะเพื่อปกปิดใบหน้าที่คุ้นเคย พระองค์ทรงเคลื่อนไหวไปตามตรอกซอกซอยอันมืดมิดของเมืองหลวงอย่างเงียบเชียบ โดยมีหานเฟยคอยคุ้มกันอยู่ห่างๆ
จุดหมายของพระองค์คือโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในย่านที่เต็มไปด้วยแสงสีและความวุ่นวาย โรงเตี๊ยมแห่งนี้มีชื่อเสียงในด้านการเป็นแหล่งรวมของพ่อค้าวาณิช และเป็นที่เลื่องลือว่าสามารถติดต่อกับผู้คนจากทุกสารทิศได้ หลี่หมิงทรงทราบมาว่ามีพ่อค้าคนหนึ่ง ชื่อว่า ‘หลิวซาน’ ผู้มีเส้นสายในการขนส่งสินค้าผิดกฎหมาย อาจเป็นกุญแจสำคัญในการไขปริศนาครั้งนี้
เมื่อเข้าไปในโรงเตี๊ยม กลิ่นเหล้าฉุนกึ้กและเสียงอึกทึกของผู้คนดังกระหึ่มไปทั่ว หลี่หมิงทรงเดินตรงไปยังมุมหนึ่งของโรงเตี๊ยม ที่ซึ่งหลิวซานกำลังนั่งอยู่กับกลุ่มคนรูปร่างบึกบึน ดวงตาของเขาฉายแววเจ้าเล่ห์ และรอยยิ้มที่มุมปากดูไม่น่าไว้วางใจ
“ลุงหลิว” หลี่หมิงเอ่ยเสียงเบา แต่ก็ดังพอที่จะให้หลิวซานได้ยิน
หลิวซานหันมามองเขา ใบหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย “เจ้าเป็นใคร หน้าตาไม่คุ้น”
“ข้าเป็นพ่อค้าจากต่างเมือง มีธุระสำคัญที่จะต้องส่งของผ่านทางท่าน” หลี่หมิงตอบอย่างคล่องแคล่ว พยายามเลียนแบบน้ำเสียงและท่าทางของพ่อค้าทั่วไป
หลิวซานหัวเราะเสียงดัง “ข้าหลิวซาน ไม่เคยปฏิเสธการค้าขาย ยิ่งถ้าเป็นของที่ทำกำไรได้ดี” เขาจ้องมองหลี่หมิงด้วยสายตาที่ประเมิน “ว่าแต่… ของที่เจ้าว่า เป็นของอะไร”
หลี่หมิงโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูหลิวซาน “เป็นเอกสารสำคัญ… และต้องการให้ส่งไปยังบุคคลที่อยู่ในวังหลวง”
คำพูดนั้นทำให้หลิวซานนิ่งไปชั่วขณะ สายตาของเขามีประกายบางอย่างที่เปลี่ยนไป “วังหลวง… เรื่องนี้ไม่ธรรมดา”
“ข้าเข้าใจดี” หลี่หมิงกล่าว “และค่าตอบแทนก็สมน้ำสมเนื้อ”
หลิวซานยิ้มกว้างขึ้น “เอาล่ะ… ถ้าเช่นนั้น เจ้าต้องบอกข้าเสียก่อนว่าบุคคลผู้นั้นเป็นใคร และเอกสารนั้นมีลักษณะอย่างไร”
หลี่หมิงลังเลเล็กน้อย ทว่าก็ตัดสินใจเสี่ยง “บุคคลผู้นั้น… คือสนมหลี่”
ทันทีที่เอ่ยชื่อสนมหลี่ ดวงตาของหลิวซานเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย แล้วก็กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว “สนมหลี่… ข้าไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน”
“นางเป็นคนสำคัญ” หลี่หมิงยืนยัน “และเอกสารนั้น… เป็นจดหมาย”
“จดหมาย” หลิวซานพึมพำ “ที่เจ้าต้องการให้ข้าไปส่งให้สนมหลี่… หรือว่าเจ้าต้องการให้ข้าเอาจดหมายจากสนมหลี่มาให้เจ้า”
“ข้าต้องการทราบว่าสนมหลี่กำลังติดต่อกับผู้ใด” หลี่หมิงกล่าวตรงๆ “หากท่านสามารถนำจดหมายจากนางมาให้ข้าได้ ข้าจะให้รางวัลเป็นทองคำหนึ่งถุงใหญ่”
หลิวซานเงียบไปครู่หนึ่ง เขาหยิบจอกเหล้าขึ้นมาจิบ ก่อนจะวางลงอย่างช้าๆ “องค์ชาย… ข้าจะไม่โกหกท่าน” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป “ข้าทราบดีว่าท่านไม่ใช่พ่อค้าธรรมดา”
หลี่หมิงนิ่งไป เขารับรู้ได้ทันทีว่าแผนการของเขาอาจจะเปิดเผย
“ท่าน… รู้ได้อย่างไร”
“สายข่าวของข้ามีอยู่ทั่วทุกมุมของต้าถัง” หลิวซานยิ้มเยาะ “และที่สำคัญ… ข้าเห็นลายมือของท่านบนเอกสารบางฉบับที่เสนาบดีไป๋มอบให้ข้าก่อนหน้านี้”
หลี่หมิงรู้สึกราวกับถูกฟ้าผ่า ความรอบคอบของพระองค์กลับถูกมองทะลุอย่างง่ายดาย “เสนาบดีไป๋… เขาเป็นคนของท่านหรือ”
“เสนาบดีไป๋… เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในกระดานของข้า” หลิวซานกล่าวอย่างเย่อหยิ่ง “แต่สนมหลี่… นางกำลังเล่นกับไฟ”
“ไฟอันใด” หลี่หมิงถามด้วยความร้อนรน
“ไฟแห่งการกบฏ” หลิวซานตอบเสียงเบา “สนมหลี่กำลังวางแผนร่วมมือกับพวกกบฏทางเหนือ เพื่อโค่นล้มบัลลังก์ของจักรพรรดิ”
คำพูดนั้นทำให้หลี่หมิงตกตะลึงยิ่งกว่าสิ่งใด การกบฏ! ความคิดนี้ไม่เคยอยู่ในความคาดหมายของพระองค์เลยแม้แต่น้อย
“พวกกบฏ… เจ้ารู้ได้อย่างไร”
“จดหมายที่ข้าส่งไปให้สนมหลี่เมื่อสองคืนก่อน… เป็นจดหมายที่เขียนขึ้นโดยกลุ่มกบฏ” หลิวซานเปิดเผย “สนมหลี่ได้ตกลงร่วมมือกับพวกเขาแล้ว และกำลังจะส่งข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับความปลอดภัยของวังหลวงให้แก่ฝ่ายนั้น”
“ข้อมูลสำคัญ… ข้อมูลอันใด” หลี่หมิงถามเสียงสั่นเครือ
“แผนผังเส้นทางลับภายในพระราชวัง… และตารางการเปลี่ยนเวรยามของทหารองครักษ์” หลิวซานกล่าว “หากข้อมูลนี้ตกไปอยู่ในมือของพวกกบฏ… วังหลวงจะตกอยู่ในอันตรายถึงขั้นวิกฤต”
หลี่หมิงรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังจะถล่มลงมา สนมหลี่ ผู้ที่เคยเป็นที่โปรดปรานของจักรพรรดิ กลับกำลังทรยศต่อแผ่นดิน! และการสืบสวนของพระองค์ก็พลั้งพลาด นำมาซึ่งอันตรายที่ใหญ่หลวงกว่าที่คาดคิด
“ข้า… ข้าต้องรีบแจ้งจักรพรรดิ” หลี่หมิงพยายามตั้งสติ
“ช้าไปแล้ว องค์ชาย” หลิวซานกล่าว “สนมหลี่จะเดินทางออกจากวังหลวงในคืนนี้ เพื่อนำข้อมูลไปมอบให้แก่สายลับของพวกกบฏที่ซุ่มรออยู่ชายแดน”
“ไม่ได้… ข้าต้องหยุดนาง” หลี่หมิงตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว
“องค์ชาย” หลิวซานมองหลี่หมิงด้วยสายตาที่ประเมิน “ถ้าองค์ชายจะไปหยุดนาง… องค์ชายจะต้องเผชิญหน้ากับอันตรายถึงชีวิต”
“ข้าไม่กลัว” หลี่หมิงกล่าว “เพื่อแผ่นดิน… และเพื่อความปลอดภัยของทุกชีวิตที่ข้ารัก”
ทันใดนั้นเอง ประตูโรงเตี๊ยมก็ถูกเปิดออกอย่างแรง ทหารองครักษ์ในชุดเกราะสีดำสนิทจำนวนหนึ่งบุกเข้ามา พวกเขามีดวงตาที่แข็งกร้าว และดาบที่ชักออกมาจากฝัก
“จับตัวมัน!” เสียงตะโกนดังขึ้น
หลี่หมิงหันกลับไปมอง หลิวซานกำลังยืนยิ้มอย่างพอใจ “ขออภัย องค์ชาย… ข้าจำต้องรักษาผลประโยชน์ของตนเอง”
“เจ้า!” หลี่หมิงกัดฟัน เขาไม่เคยคิดว่าตนเองจะตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้
การต่อสู้ปะทุขึ้นอย่างกะทันหัน หลี่หมิงแม้จะปลอมตัวมา แต่ฝีมือการต่อสู้ของพระองค์ก็มิได้ด้อยไปกว่าทหารองครักษ์แต่อย่างใด พระองค์ทรงใช้ทุกวิถีทางเพื่อป้องกันตนเอง ท่ามกลางเสียงดาบกระทบกัน และเสียงร้องของผู้คนที่แตกตื่น
แต่ถึงแม้พระองค์จะแข็งแกร่งเพียงใด ศัตรูก็มีจำนวนมากกว่า พระองค์ทรงได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และกำลังจะถูกล้อมกรอบ
ในขณะที่สถานการณ์กำลังจะเลวร้ายที่สุด ร่างเงาหนึ่งก็พุ่งทะยานออกมาจากมุมมืด ร่างนั้นเคลื่อนไหวราวกับสายลม ปัดป้องคมดาบของทหารองครักษ์ได้อย่างคล่องแคล่ว
“องค์ชาย! หม่อมฉันมาช่วยแล้ว!” เสียงหวานใสแต่แฝงด้วยความเด็ดเดี่ยว
หลี่หมิงเบิกตากว้าง นี่คือ…
... หลิ่งอวี้! องค์หญิงหลานสาวของจักรพรรดิ ผู้ที่พระองค์ทรงเคยพบปะอย่างไม่คาดฝัน และผู้ที่พระองค์ทรงสงสัยว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับปริศนาบางอย่าง
หลิงอวี้กำลังต่อสู้เคียงข้างพระองค์ ท่ามกลางความสับสนอลหม่านของโรงเตี๊ยม สายตาของทั้งสองประสานกันชั่วขณะหนึ่ง ราวกับจะสื่อสารความรู้สึกบางอย่างออกมา
"องค์หญิง! เหตุใดพระองค์จึงอยู่ที่นี่!" หลี่หมิงตะโกนถาม
"หม่อมฉันสืบความได้เช่นกัน องค์ชาย" หลิงอวี้ตอบกลับ "แต่หม่อมฉันไม่คิดว่า... ท่านจะมาที่นี่"
เมื่อเห็นว่าหลิงอวี้สามารถช่วยแบ่งเบาภาระได้ หลี่หมิงก็ยิ่งมีกำลังใจมากขึ้น พระองค์และหลิงอวี้ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กัน ป้องกันตนเองจากทหารองครักษ์เหล่านั้น
แต่แล้ว… ประตูโรงเตี๊ยมก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง คราวนี้เป็นกลุ่มนักฆ่าชุดดำ ที่มีฝีมือร้ายกาจยิ่งกว่าทหารองครักษ์ พวกเขากระโดดเข้ามาจากหลังคา และจู่โจมเข้าใส่ทั้งหลี่หมิงและหลิงอวี้อย่างไม่ปรานี
"ใครกัน?!" หลี่หมิงตะโกนถาม
"พวกมัน... ไม่ใช่คนของหลิวซาน" หลิงอวี้กล่าวด้วยน้ำเสียงตึงเครียด "ดูเหมือนว่า... จะมีใครบางคนต้องการให้เราตายที่นี่"
สถานการณ์พลิกผันอย่างรวดเร็ว จากการสืบสวนลับ กลายเป็นการต่อสู้เอาชีวิตรอด หลี่หมิงและหลิงอวี้ตกอยู่ในอันตรายร้ายแรงยิ่งกว่าที่คาดคิด การกบฏครั้งนี้… ยิ่งใหญ่และซับซ้อนกว่าที่พระองค์จะจินตนาการได้
ใครคือผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีนี้? และพวกเขาจะสามารถรอดพ้นจากวิกฤตการณ์ครั้งนี้ไปได้อย่างไร? หรือว่านี่จะเป็นจุดจบขององค์ชายหลี่หมิง และองค์หญิงหลิงอวี้… ในเงาของค่ำคืนอันมืดมิดนี้?

เพลิงเสน่หาบัลลังก์มังกร
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก