แสงอรุณยามเช้าที่เคยอบอุ่นละมุนละไม ค่อยๆ จางหายไปจากมหาเทววิหาร เหลือเพียงความสงบอันเป็นนิรันดร์ เทพฤทธิ์ ยังคงยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้ามหาเทพบิดร ใบหน้าอันสง่างามของมหาเทพฉายแววครุ่นคิด ก่อนที่น้ำเสียงทุ้มลึกจะก้องกังวานขึ้นอีกครั้ง
"เทพฤทธิ์ บุตรแห่งเรา" มหาเทพบิดรตรัสเรียก "เจ้ารับฟังคำพยากรณ์ของสวรรค์แล้ว ประจักษ์ถึงชะตากรรมที่รออยู่ ย่อมตระหนักในหน้าที่อันหนักอึ้งของตน"
เทพฤทธิ์ก้มศีรษะลงอีกครั้ง "กระหม่อมทราบดี มหาเทพบิดร"
"การพยากรณ์มิใช่เพียงคำบอกเล่า แต่คือเส้นทางที่สวรรค์กำหนด หากไร้ซึ่งการกระทำ มันก็เป็นเพียงเสียงลมที่พัดผ่าน" มหาเทพบิดรหยุดเล็กน้อย จ้องมองเทพฤทธิ์ด้วยสายพระเนตรที่เปี่ยมด้วยความหวังและความคาดหวัง "ถึงเวลาแล้วที่เจ้าจะต้องลงไปสู่โลกมนุษย์ สัมผัสผืนดิน สูดกลิ่นไอของมัน และเรียนรู้ถึงพลังที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน"
"สู่โลกมนุษย์หรือพ่ะย่ะค่ะ?" เทพฤทธิ์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแฝงความประหลาดใจ
"ใช่แล้ว" มหาเทพบิดรพยักหน้า "สวรรค์มอบปัญญาและพละกำลังให้แก่เจ้า แต่พลังที่แท้จริงที่เจ้าจะใช้ต่อกรกับความมืดนั้น มิได้อยู่เพียงในอาณาเขตของสวรรค์ หากแต่อยู่ในทุกสรรพสิ่ง แม้กระทั่งในผืนดินที่เจ้าจะก้าวลงไป"
"กระหม่อมจะได้รับมอบหมายภารกิจอันใดหรือพ่ะย่ะค่ะ?"
"ภารกิจของเจ้า มิใช่การพิชิต หรือการกวาดล้าง" มหาเทพบิดรตรัส "แต่คือการค้นหา การเรียนรู้ และการผสานรวม"
ท่านทรงยกพระหัตถ์ขึ้นเบื้องหน้า แสงสีทองอร่ามพลันปรากฏขึ้น ก่อตัวเป็นแผนที่โบราณที่ลอยละล่องอยู่กลางอากาศ แผนที่นั้นสว่างไสวด้วยลายเส้นอันซับซ้อน แสดงถึงภูมิประเทศที่หลากหลาย ทั้งภูเขา ท้องทะเล และป่าทึบ
"นี่คือ 'แผนที่แห่งปฐพี'" มหาเทพบิดรตรัส "มันจะนำทางเจ้าไปยังสถานที่ที่พลังงานแห่งปฐพีเข้มข้นที่สุด สถานที่ที่ธรรมชาติยังคงบริสุทธิ์ และยังไม่ถูกความมัวหมองของโลกภายนอกแตะต้อง"
เทพฤทธิ์เพ่งมองแผนที่ด้วยความทึ่ง เส้นสายบนแผนที่นั้นดูมีชีวิตชีวา ราวกับกำลังเต้นระริกด้วยพลังงานอันมองไม่เห็น
"ในโลกมนุษย์ เจ้าจะต้องเดินทางไปยัง 'หมู่บ้านธารบุปผา' ที่ตั้งอยู่ชายป่าลึก" มหาเทพบิดรทรงชี้ไปยังจุดเล็กๆ จุดหนึ่งบนแผนที่ "หมู่บ้านแห่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางของเจ้า ในหมู่บ้านนั้น เจ้าจะได้พบกับผู้คน ผู้ที่จะสอนบทเรียนที่สำคัญที่สุดแก่เจ้า"
"ผู้คน? บุคคลธรรมดาเช่นนั้นหรือพ่ะย่ะค่ะ?" เทพฤทธิ์เอ่ยถามด้วยความสงสัย
"อย่าดูแคลนพลังแห่งปฐมบท" มหาเทพบิดรตรัสเสียงเข้ม "มนุษย์ธรรมดา อาจมีความเข้าใจในธรรมชาติที่ลึกซึ้งกว่าเทพผู้ยิ่งใหญ่เสียอีก พวกเขาอยู่ร่วมกับผืนดิน หายใจเอาอากาศของมัน และสัมผัสถึงวัฏจักรแห่งชีวิตอย่างแท้จริง"
"แต่กระหม่อม... เทพฤทธิ์... หาได้เคยสัมผัสชีวิตเช่นนั้นไม่"
"นั่นคือเหตุผลที่เจ้าต้องไป" มหาเทพบิดรทรงแย้มสรวลเล็กน้อย "เจ้าจะไปในฐานะผู้เยือนที่ไม่มีใครรู้จัก จงใช้ชีวิตเช่นมนุษย์ สังเกต เรียนรู้ และอย่าเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง จนกว่าจะถึงเวลาอันสมควร"
"เมื่อข้าพเจ้าได้เรียนรู้จากพวกเขาแล้วเล่าพ่ะย่ะค่ะ?"
"เมื่อเจ้าได้สัมผัสถึงแก่นแท้ของปฐพีผ่านการเรียนรู้จากผู้คนเหล่านั้นแล้ว เส้นทางต่อไปจะปรากฏแก่เจ้าเอง" มหาเทพบิดรทรงลูบไล้แผนที่เบาๆ "จงระวัง เทพฤทธิ์ โลกมนุษย์นั้น มิใช่สถานที่ที่ปราศจากอันตราย แม้จะดูสงบสุข แต่พลังแห่งความมืดก็กำลังคืบคลานเข้ามาอย่างเงียบเชียบ"
"ความมืด... หมายถึงสิ่งใดหรือพ่ะย่ะค่ะ?"
"หมายถึงความโลภ ความเกลียดชัง การทำลายล้าง และความหลงผิด" มหาเทพบิดรตรัส น้ำเสียงเคร่งขรึมขึ้น "สิ่งเหล่านี้สามารถบั่นทอนพลังแห่งปฐพี และทำให้โลกมนุษย์ตกอยู่ในความสิ้นหวัง จงอย่าประมาท"
เทพฤทธิ์พยักหน้ารับฟังด้วยความตั้งใจ แสงสีทองจากแผนที่เริ่มส่องสว่างจ้าขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะรวมตัวกันเป็นประตูมิติอันเรืองรองอยู่เบื้องหน้าเขา
"การเดินทางของเจ้าเริ่มต้นแล้วเทพฤทธิ์" มหาเทพบิดรตรัส "ขอให้พลังแห่งปฐพีนำทางเจ้า"
เทพฤทธิ์ก้มศีรษะเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหมุนกายแล้วก้าวเข้าสู่ประตูมิติอันเรืองรองนั้น
เมื่อเท้าของเทพฤทธิ์แตะลงบนผืนดินที่อ่อนนุ่ม ความรู้สึกแปลกประหลาดก็พลันถาโถมเข้ามา เขาไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อน แม้จะเคยเดินเหินบนพื้นหินอ่อนอันประณีตของสวรรค์มากเพียงใดก็ตาม ผืนดินแห่งนี้ให้ความรู้สึกที่หนักแน่น มั่นคง และเต็มไปด้วยชีวิตชีวา
อากาศรอบกายเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของดิน กลิ่นใบไม้ กลิ่นดอกไม้ป่า และกลิ่นอายบางอย่างที่ยากจะอธิบาย เป็นกลิ่นอายที่บริสุทธิ์ ซื่อตรง และทรงพลัง
เทพฤทธิ์พบว่าตนเองยืนอยู่ริมชายป่าทึบ แสงแดดสาดส่องลงมาเป็นลำๆ ผ่านกิ่งก้านสาขาของต้นไม้อันสูงใหญ่ เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วดังมาจากที่ต่างๆ ราวกับกำลังขับขานบทเพลงแห่งการต้อนรับ
เขาเห็นหมู่บ้านเล็กๆ ตั้งอยู่ไม่ไกลนัก บ้านเรือนสร้างขึ้นจากไม้และหลังคามุงจาก ดูเรียบง่าย แต่ก็อบอุ่น บ้านแต่ละหลังมีสวนเล็กๆ ปลูกผักสวนครัว และมีรั้วกั้นอย่างเป็นระเบียบ
"หมู่บ้านธารบุปผา" เทพฤทธิ์พึมพำกับตัวเอง เขาเดินออกจากชายป่าอย่างช้าๆ สังเกตผู้คนรอบกาย
ผู้คนในหมู่บ้านมีใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ท่าทางการแต่งกายเป็นผ้าฝ้ายสีธรรมชาติ พวกเขากำลังทำงานในไร่นา บ้างกำลังตักน้ำจากบ่อน้ำ บ้างกำลังสานตะกร้าด้วยมือ
เทพฤทธิ์พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด สวมบทบาทเป็นเพียงนักเดินทางที่หลงเข้ามา
"สวัสดีขอรับ" ชายวัยกลางคนคนหนึ่งเดินเข้ามาทักทาย ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มที่เป็นมิตร "ท่านมาจากที่ใดกัน ดูเหมือนจะมิใช่คนแถวนี้"
"ข้าพเจ้า... เป็นนักเดินทางขอรับ" เทพฤทธิ์ตอบอย่างตะกุกตะกักเล็กน้อย "เดินทางหลงเข้ามา"
"โอ้ ยินดีต้อนรับสู่หมู่บ้านธารบุปผา" ชายคนนั้นยิ้มกว้าง "ข้าชื่อบุญมา เป็นหัวหน้าหมู่บ้าน ยินดีที่ได้รู้จัก"
"กระหม่อมชื่อ... ฤทธิ์" เทพฤทธิ์เลือกชื่อที่คล้ายคลึงกับชื่อจริงของตน
"ฤทธิ์... ชื่อไพเราะ" บุญมาพยักหน้า "หากท่านต้องการพักผ่อน หรือหาอาหาร กิน ดื่ม ก็บอกข้าได้เลยนะ เรายินดีช่วยเหลือเสมอ"
เทพฤทธิ์รู้สึกได้ถึงความจริงใจที่แผ่ออกมาจากคำพูดของบุญมา ความรู้สึกของมนุษย์ที่อยู่ร่วมกันด้วยความเมตตาและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยสัมผัสอย่างแท้จริงบนสวรรค์
"ข้าพเจ้า... ขอบคุณมากขอรับ" เทพฤทธิ์กล่าว "กระหม่อมเพียงต้องการสำรวจธรรมชาติรอบๆ ก่อนสักครู่"
"ได้เลย หากพบสิ่งใดที่น่าสนใจ หรือต้องการความช่วยเหลือ ก็แวะมาหาข้าได้ที่บ้านนะ" บุญมาผายมือไปยังบ้านหลังใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลนัก
เทพฤทธิ์พยักหน้ารับ ก่อนจะเดินสำรวจไปรอบๆ หมู่บ้าน เขาเห็นเด็กๆ กำลังวิ่งเล่นไล่จับกัน หัวเราะเสียงใส แววตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความสุขไร้เดียงสา
เขาเดินลึกเข้าไปในป่าเล็กน้อย สัมผัสกับต้นไม้ใหญ่ที่ยืนต้นตระหง่าน ลำต้นของมันดูแข็งแกร่ง ราวกับเป็นเสาหลักของผืนป่า
เขาลองวางมือลงบนเปลือกไม้ สัมผัสถึงความหยาบกร้าน และความเย็นของเนื้อไม้
ทันใดนั้น เขารู้สึกได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่ไหลเวียนอยู่ภายในต้นไม้ เป็นพลังงานที่สงบ แต่เปี่ยมไปด้วยชีวิต เขาหลับตาลง พยายามทำความเข้าใจกับความรู้สึกนี้
"พลังแห่งปฐพี..." เขาพึมพำ
เขาเดินตามลำธารเล็กๆ ที่ไหลผ่านป่า เสียงน้ำไหลเอื่อยๆ ฟังแล้วสงบใจ เขาเห็นปลาตัวเล็กๆ แหวกว่ายในน้ำอย่างรวดเร็ว
เทพฤทธิ์ลองย่อตัวลงข้างลำธาร ใช้ฝ่ามือสัมผัสกับกระแสน้ำเย็นๆ เขาพยายามส่งพลังงานบางอย่างลงไปในน้ำ แต่ก็รู้สึกว่ามันยังไม่ตอบสนองอย่างที่ควรจะเป็น
"เรายังอ่อนแอเกินไป" เขาคิดในใจ
เขาเดินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งพบกับลานกว้างกลางป่า ที่นั่นมีต้นไม้อายุเก่าแก่ตั้งอยู่ตรงกลาง รากของมันแผ่กระจายออกไปทั่วบริเวณ ลำต้นนั้นใหญ่โตจนคนหลายคนโอบไม่ถึง
รอบๆ ต้นไม้นั้น มีดอกไม้นานาชนิดบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบริเวณ
เทพฤทธิ์รู้สึกได้ว่าพลังงานแห่งปฐพีเข้มข้นเป็นพิเศษ ณ ที่แห่งนี้
เขาเดินเข้าไปใกล้ต้นไม้นั้น ยืนอยู่เบื้องหน้ามันอย่างเคารพ
"ท่านผู้ยิ่งใหญ่" เขาเอ่ยกับต้นไม้ "กระหม่อมคือเทพฤทธิ์ มาเพื่อเรียนรู้"
ขณะที่เขากำลังจะวางมือบนลำต้น ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าอันหนักหน่วงก็ดังขึ้นมาจากด้านหลัง
เทพฤทธิ์หันขวับไปมอง พบกับกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง พวกเขามีท่าทางดุดัน สวมชุดเกราะสีดำสนิท ใบหน้าเต็มไปด้วยความมุ่งร้าย
"ใครคือเจ้า!" ชายที่เดินนำหน้ากลุ่มตะโกนถาม เสียงของเขาห้าวโกรธ "บังอาจมาทำพิธีที่นี่!"
เทพฤทธิ์ขมวดคิ้ว "ข้าพเจ้าเพียงมาสำรวจธรรมชาติ"
"สำรวจงั้นหรือ?" ชายคนนั้นหัวเราะเยาะ "อย่ามาโกหก! พวกเรามาเพื่อเก็บเกี่ยวพลังจากที่นี่! เจ้าเป็นใครกันแน่!"
ก่อนที่เทพฤทธิ์จะได้ตอบ กลุ่มคนเหล่านั้นก็พุ่งเข้าใส่เขาด้วยความรวดเร็ว
เทพฤทธิ์ยกแขนขึ้นป้องกันตัวโดยสัญชาตญาณ ทว่า เขายังไม่ทันได้ปล่อยพลังออกไป ร่างของเขาก็ถูกผลักกระเด็นออกไปอย่างแรง
เขากลิ้งไปกับพื้นหลายตลบ รู้สึกเจ็บปวดไปทั่วร่าง
"พลัง... พลังอะไรกันนี่!" เทพฤทธิ์ตกใจ เขาไม่เคยถูกผลักกระเด็นได้ง่ายดายเช่นนี้มาก่อน
กลุ่มคนเหล่านั้นไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น พวกเขารุมล้อมเทพฤทธิ์ พยายามใช้กำลังเข้าต่อสู้
เทพฤทธิ์พยายามลุกขึ้นยืน แต่ก็รู้สึกว่าร่างกายอ่อนแรงลงกว่าเดิม
"เจ้าพวกนี้... ช่างบังอาจ!" เสียงทุ้มคุ้นเคยดังขึ้นมาจากด้านหลังของกลุ่มคนร้าย
ทันใดนั้นเอง ลำต้นของต้นไม้อายุเก่าแก่ก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รากของมันที่แผ่กระจายออกไปพลันยืดตัวขึ้นราวกับงูฉกเข้าใส่กลุ่มคนร้าย
กลุ่มคนเหล่านั้นร้องด้วยความตกใจ พยายามหลบหลีก แต่ก็ไม่พ้นเงื้อมมือของธรรมชาติ
รากไม้ขนาดใหญ่พันรอบตัวพวกเขา รัดแน่นจนหายใจไม่ออก
เทพฤทธิ์มองดูภาพที่เกิดขึ้นด้วยความอึ้งงัน
"เป็นไปได้อย่างไร..."
ชายที่เดินนำหน้ากลุ่มคนร้าย พยายามดิ้นรนอย่างสุดกำลัง ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว
"เจ้า... เจ้าคือใครกันแน่!" เขาตะโกนถามเทพฤทธิ์
เทพฤทธิ์ยังคงนิ่งอึ้ง ไม่สามารถตอบอะไรได้
ทันใดนั้นเอง แสงสีเขียวมรกตอันอ่อนโยนก็ส่องประกายออกมาจากลำต้นของต้นไม้อายุเก่าแก่ แสงนั้นทอดยาวไปสัมผัสกับเทพฤทธิ์
ความรู้สึกเจ็บปวดที่เคยมีพลันหายไป ร่างกายของเขารู้สึกแข็งแรงขึ้นอีกครั้ง
"นี่คือ... พลังแห่งปฐพีที่แท้จริงหรือ?" เทพฤทธิ์คิดในใจ
เขาเงยหน้ามองลำต้นของต้นไม้ พลันเห็นใบหน้าอันเมตตาของหญิงชราคนหนึ่งปรากฏขึ้นบนเปลือกไม้
"เจ้ายังอ่อนแอเกินไป นักรบแห่งสวรรค์" เสียงของนางอ่อนหวาน แต่แฝงไว้ด้วยพลังอันน่าเกรงขาม "จงเรียนรู้จากผืนดินนี้เสีย ก่อนที่เจ้าจะพบกับหายนะที่แท้จริง"
หญิงชราเงยหน้าขึ้นมองเทพฤทธิ์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ "หมู่บ้านธารบุปผากำลังรอเจ้าอยู่ จงไปหาพวกเขา แล้วเจ้าจะพบกับบทเรียนที่เจ้าต้องการ"
ก่อนที่เทพฤทธิ์จะเอ่ยสิ่งใด ใบหน้าของหญิงชราก็ค่อยๆ เลือนหายไป พร้อมกับแสงสีเขียวมรกตที่ส่องสว่าง
กลุ่มคนร้ายที่ถูกรากไม้พันอยู่เริ่มอ่อนแรงลงเรื่อยๆ ราวกับพลังชีวิตกำลังถูกดูดกลืน
เทพฤทธิ์รู้สึกได้ถึงความตื่นเต้นระคนหวาดหวั่น
การเดินทางสู่โลกมนุษย์ของเขา เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และดูเหมือนว่ามันจะไม่ง่ายอย่างที่คิด
เขาจะหาทางเอาชนะความอ่อนแอของตนเองได้อย่างไร? และความมืดที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลังกลุ่มคนร้ายเหล่านั้นคือสิ่งใดกันแน่?

เทพฤทธิ์พิชิตสวรรค์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก