เทพฤทธิ์พิชิตสวรรค์

ตอนที่ 22 — ปริศนาแห่งเงามืดและแสงสว่าง

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,074 คำ

ความเงียบงันอันหนักอึ้งยังคงปกคลุมมหาเทววิหารดุจผืนผ้าที่ถักทอขึ้นจากความกังวลและคำถาม เทพฤทธิ์ยืนนิ่ง ใบหน้าซึ่งปกติประดับด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่น บัดนี้กลับฉายแววแห่งความสับสนปนเปไปกับความขุ่นมัว ดวงตาคู่คมที่เคยสุกสกาวราวกับดวงดาว บัดนี้กลับหรี่ลงเล็กน้อย ราวกับกำลังครุ่นคิดถึงบางสิ่งที่ซับซ้อนเกินกว่าจะเข้าใจได้ ภาพนิมิตในคืนก่อนยังคงชัดเจนในห้วงคำนึงของเขา ‌ลมหายใจอุ่นๆ ของ 'นาง' ผู้ไม่ปรากฏนาม ท่วงทีอันอ่อนโยนที่โอบกอดเขาไว้ และคำพยากรณ์ที่กระซิบแผ่วเบา “เส้นแบ่งระหว่างแสงสว่างและความมืดนั้นบางเบากว่าที่เจ้าเคยคิด”

“เป็นไปได้อย่างไร...” เทพฤทธิ์พึมพำกับตนเอง ​เสียงของเขาแหบพร่ากว่าปกติ ราวกับกำลังต่อสู้กับบางสิ่งภายในใจ “ข้าคือเทพแห่งแสงสว่าง การดำรงอยู่ของข้าคือการขับไล่ความมืดมิดทั้งปวง แล้วเหตุใด... เหตุใดข้าจึงรู้สึกถึง... ความเชื่อมโยงนี้...”

เขากระชับกำปั้นแน่น ขาตั้งที่เคยตั้งมั่นอย่างแน่วแน่ ‍บัดนี้เริ่มสั่นคลอน สันติสุขที่เคยเป็นดังอาภรณ์อันงดงามของมหาเทววิหาร บัดนี้กลับถูกรบกวนด้วยกระแสคลื่นแห่งความไม่แน่ใจ เทพแห่งแสงสว่างผู้เป็นที่รักยิ่งของเหล่าทวยเทพและมนุษย์ กำลังเผชิญหน้ากับปริศนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตการดำรงอยู่ของเขา

เทพีอัปสรา องค์ผู้นำแห่งเหล่านางฟ้าประจำมหาเทววิหาร เดินเข้ามาอย่างแผ่วเบา รอยยิ้มที่เคยสดใสของนาง ‌บัดนี้กลับมีความเศร้าปะปนอยู่เล็กน้อย นางสังเกตเห็นความทุกข์ระทมของเทพฤทธิ์อย่างชัดเจน

“ท่านเทพฤทธิ์...” เสียงของนางอ่อนโยนราวกับเสียงกระซิบของสายลม “ท่านยังคงกังวลกับนิมิตนั้นอยู่หรือไม่?”

เทพฤทธิ์หันมามองนาง ดวงตาของเขายังคงฉายแววแห่งความสับสน “อัปสรา... ข้าไม่เข้าใจ ข้าไม่เคยสัมผัสถึงความรู้สึกเช่นนี้มาก่อน ‍ความอบอุ่นนั้น... มันช่างแปลกประหลาด แต่ในขณะเดียวกัน... มันก็ไม่ใช่สิ่งที่ข้าควรจะรู้สึก”

เทพีอัปสราเดินเข้าไปใกล้ขึ้น วางมืออันนุ่มนวลของนางลงบนแขนของเทพฤทธิ์ “บางครั้ง... เส้นแบ่งที่เราเห็นชัดเจนที่สุด อาจเป็นเพียงภาพลวงตาที่ถูกสร้างขึ้นโดยการรับรู้ของเราเอง”

“ภาพลวงตา?” ​เทพฤทธิ์เลิกคิ้ว “แต่ข้าคือผู้พิทักษ์แห่งแสงสว่าง ความมืดมิดคือศัตรูของข้าเสมอมา”

“ท่านคือผู้พิทักษ์แห่งแสงสว่างอย่างแท้จริง” เทพีอัปสราตอบ “แต่สิ่งใดเล่าที่นิยาม ‘แสงสว่าง’ และ ‘ความมืดมิด’ ​อย่างแท้จริง? บางที... มันอาจไม่ใช่สิ่งที่เห็นด้วยตา หรือสิ่งที่รู้สึกได้ด้วยพลัง แต่คือสิ่งที่อยู่ลึกที่สุดในจิตวิญญาณ”

คำพูดของเทพีอัปสราทำให้เทพฤทธิ์เงียบไปชั่วขณะ เขาเริ่มทบทวนความหมายของคำพยากรณ์อีกครั้ง “เส้นแบ่งระหว่างแสงสว่างและความมืดนั้นบางเบากว่าที่เจ้าเคยคิด” บางที... ​นางผู้ไม่ปรากฏนามผู้นั้น อาจกำลังสื่อความหมายบางอย่างที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าที่เขาเคยเข้าใจ

“ในนิมิตนั้น... มีบางอย่างที่ข้ารู้สึกถึง... ความคุ้นเคย” เทพฤทธิ์กล่าวต่อ “ราวกับว่า... ข้าเคยรู้จักนางมาก่อน หรือไม่ก็... นางคือส่วนหนึ่งของข้า”

เทพีอัปสราพยักหน้า “บางที... สิ่งที่เราปฏิเสธ อาจเป็นส่วนหนึ่งของตัวเราเองที่ถูกซ่อนเร้นเอาไว้”

“ถูกซ่อนเร้น?” เทพฤทธิ์ขมวดคิ้ว “แต่ข้าคือเทพแห่งแสงสว่าง ข้าไม่มีส่วนใดของความมืดมิดอยู่ในตัวข้า”

“แน่นอนว่าท่านคือเทพแห่งแสงสว่าง” อัปสราเสริม “แต่แม้แต่แสงสว่างที่เจิดจ้าที่สุด ก็ยังต้องมีเงาปรากฏ หากไม่มีเงา แสงสว่างนั้นก็ไม่อาจมีอยู่จริง”

คำเปรียบเทียบของอัปสรานั้นลึกซึ้งอย่างยิ่ง เทพฤทธิ์เริ่มมองเห็นภาพบางอย่างที่ชัดเจนขึ้น เขาเริ่มเข้าใจว่า ความสมบูรณ์แบบที่เขาเคยเชื่อมั่น อาจไม่ใช่ทั้งหมดของความจริง

“แล้วข้าควรทำอย่างไร?” เทพฤทธิ์ถาม “ข้าควรจะปฏิเสธความรู้สึกนี้ หรือ... ข้าควรจะยอมรับมัน?”

“การยอมรับไม่ใช่การอ่อนแอ” เทพีอัปสราตอบ “แต่คือการเข้าใจตนเองอย่างแท้จริง บางที... การเผชิญหน้ากับ ‘เงา’ ที่อยู่ภายใน อาจเป็นการเดินทางที่สำคัญที่สุดของท่าน”

ขณะที่เทพฤทธิ์กำลังครุ่นคิดอย่างหนัก เสียงระฆังแห่งมหาเทววิหารก็ดังขึ้น สัญญาณเตือนถึงการมาถึงของทูตสวรรค์จากแดนไกล

ทูตสวรรค์องค์หนึ่งปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้าเทพฤทธิ์และเทพีอัปสรา ใบหน้าของเขาซีดเผือด และดูเหนื่อยอ่อนเป็นอย่างยิ่ง

“ท่านเทพฤทธิ์...” ทูตสวรรค์กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “มีข่าวร้ายจากโลกมนุษย์... หมู่บ้านริมชายแดน... ถูกโจมตีอย่างหนัก...”

เทพฤทธิ์ขมวดคิ้ว “โจมตี? โดยใคร? และด้วยพลังระดับใด?”

“เป็นกองทัพแห่งความมืด... พวกมันแข็งแกร่งกว่าที่คาดไว้มาก... และดูเหมือนว่า... พวกมันจะถูกนำโดย... พลังที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าที่เคยปรากฏ...” ทูตสวรรค์ตอบ

เทพฤทธิ์รู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่ผิดปกติแผ่ซ่านขึ้นมา ความคุ้นเคยที่เขาเพิ่งสัมผัสได้ในนิมิต กลับมาปรากฏขึ้นอีกครั้งในรูปแบบที่น่าหวาดหวั่น

“พลังที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า...” เทพฤทธิ์ทวนคำ “มันมีลักษณะอย่างไร?”

“มัน... มันคือพลังที่ดำมืด... และเยือกเย็น... แต่ในขณะเดียวกัน... ก็มีความรู้สึกบางอย่าง... ที่คล้ายคลึงกับ... พลังแห่ง... ความโศกเศร้า...” ทูตสวรรค์กล่าวอย่างลังเล

ความโศกเศร้า... คำนั้นยิ่งทำให้เทพฤทธิ์สับสน เขาไม่เคยคิดว่าความมืดมิดจะสามารถแผ่ซ่านออกมาพร้อมกับความรู้สึกเช่นนี้ได้

“ข้าจะไปที่นั่น” เทพฤทธิ์กล่าวเสียงหนักแน่น สลัดความสับสนและความกังวลออกจากใจ เขาจำเป็นต้องเผชิญหน้ากับภัยคุกคามนี้

“แต่ท่านเทพฤทธิ์...” อัปสราอุทาน “ท่านยังไม่ได้...”

“ข้าเข้าใจสิ่งที่ท่านพยายามจะบอก” เทพฤทธิ์หันไปมองอัปสรา “แต่หน้าที่ของข้าคือการปกป้อง การปล่อยให้ผู้บริสุทธิ์ต้องทนทุกข์ทรมานต่อไป ไม่ใช่สิ่งที่ข้าจะทำได้”

เทพฤทธิ์หันกลับไปหาทูตสวรรค์ “นำทางข้าไป”

ทูตสวรรค์พยักหน้าอย่างรวดเร็ว และนำทางเทพฤทธิ์ออกจากมหาเทววิหาร บรรยากาศรอบตัวเขายังคงเต็มไปด้วยคำถามที่ไม่ได้รับคำตอบ แต่ภารกิจที่อยู่ตรงหน้า ได้กลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างไปชั่วขณะ

เมื่อเทพฤทธิ์เดินทางมาถึงบริเวณชายแดนของโลกมนุษย์ ภาพเบื้องหน้าทำให้หัวใจของเขาบีบรัด หมู่บ้านอันเคยร่มรื่น บัดนี้กลายเป็นซากปรักหักพัง อาคารบ้านเรือนถูกเผาผลาญจนเหลือแต่เถ้าถ่าน เสียงร้องไห้โหยหวนของเหล่าผู้รอดชีวิตดังแว่วมา เป็นเสียงที่บาดลึกเข้าไปในจิตวิญญาณ

และท่ามกลางความพินาศนั้นเอง เทพฤทธิ์ก็ได้พบกับต้นตอของหายนะ

ร่างสูงโปร่งในชุดสีดำสนิท ยืนนิ่งอยู่กลางทุ่งที่เต็มไปด้วยซากศพ ดวงตาของนางส่องประกายสีแดงฉาน ดุจดั่งดวงดาวที่ดับมอด พลังงานแห่งความมืดมิดแผ่ซ่านออกมาจากร่างของนางอย่างรุนแรง บดบังแสงสว่างของดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า

เทพฤทธิ์รู้สึกได้ถึงความคุ้นเคยที่รุนแรงขึ้นอีกครั้ง มันไม่ใช่เพียงความคุ้นเคย แต่มันคือ... ความผูกพันที่ถูกตัดขาด

“นาง...” เทพฤทธิ์พึมพำด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง

นางหันมาเผชิญหน้ากับเทพฤทธิ์ ท่าทีของนางสงบนิ่ง แต่ในดวงตาแดงฉานนั้น กลับฉายแววแห่งความปวดร้าวที่ยากจะบรรยาย

“เทพฤทธิ์...” เสียงของนางแหบพร่า แต่กลับมีความไพเราะที่น่าขนลุก “เจ้า... มาเพื่อหยุดยั้งข้าอย่างนั้นหรือ?”

“เจ้าคือใคร?” เทพฤทธิ์ถาม เสียงของเขาเต็มไปด้วยความสับสน “เหตุใดเจ้าจึงทำเช่นนี้? เหตุใดเจ้าจึงใช้พลังเช่นนี้?”

“ข้าคือ... อดีต” นางกล่าว “คือสิ่งที่เจ้าเคยพยายามจะลืม... คือสิ่งที่เจ้าเคยพยายามจะขับไล่”

เทพฤทธิ์เบิกตากว้าง “เจ้า... เจ้าคือ... เงาของข้าอย่างนั้นหรือ?”

ใบหน้าของนางบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด “เจ้าทอดทิ้งข้า... เจ้าเลือกแสงสว่าง... และทิ้งให้ข้าจมอยู่กับความมืดมิด... มานานแสนนาน”

เทพฤทธิ์รู้สึกราวกับโลกทั้งใบกำลังถล่มลงมา เขาไม่เคยคิดว่าจะมี ‘เงา’ ของตนเองอยู่จริง และยิ่งไม่เคยคิดว่า ‘เงา’ ตนนั้น จะปรากฏตัวขึ้นมาในรูปแบบที่โหดร้ายเช่นนี้

“แต่... ข้าไม่เคยทำร้ายใคร” เทพฤทธิ์กล่าวด้วยเสียงที่สั่นเครือ “ข้าคือผู้พิทักษ์แห่งแสงสว่าง”

“เจ้าอาจไม่เคยทำร้ายใครโดยตรง” เงาของเทพฤทธิ์ตอบ “แต่การที่เจ้าเลือกที่จะละทิ้งข้า... คือการกระทำที่โหดร้ายที่สุดแล้ว... สำหรับข้า”

“แล้วนี่คือการแก้แค้นของเจ้าอย่างนั้นหรือ? การทำลายล้างผู้บริสุทธิ์?” เทพฤทธิ์ถามอย่างไม่อยากเชื่อ

“ความพินาศนี้... คือผลผลิตของความเจ็บปวดที่เจ้าทิ้งไว้” นางกล่าว “และมันจะยังคงดำเนินต่อไป... จนกว่าเจ้าจะยอมรับความจริง... และเผชิญหน้ากับตัวตนที่แท้จริงของเจ้า... ทั้งแสงสว่าง... และความมืดมิด...”

พลังแห่งความมืดมิดจากร่างของนางแผ่ซ่านออกมาอย่างรุนแรง ก่อให้เกิดพายุหมุนแห่งเงามืดที่กำลังกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่าง เทพฤทธิ์สัมผัสได้ถึงพลังอันมหาศาลที่กำลังถาโถมเข้าใส่เขา แต่ที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้น คือความรู้สึกบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นภายในใจของเขา... ความรู้สึกที่ขัดแย้ง... ความรู้สึกที่คล้ายคลึงกับ... ความเห็นอกเห็นใจ... ต่อศัตรูที่อยู่เบื้องหน้า

สงครามระหว่างแสงสว่างและความมืดที่เขาเคยรู้จัก ได้แปรเปลี่ยนไปสู่สมรภูมิรบแห่งจิตวิญญาณอันซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม เทพฤทธิ์ยืนนิ่งเผชิญหน้ากับเงาของตนเอง หัวใจของเขาเต้นระรัวด้วยความสับสนและเจ็บปวด ราวกับว่าเส้นแบ่งระหว่างตัวเขาและศัตรูได้เลือนรางลงไปทุกขณะ

เรื่องราวอันน่าสะพรึงกลัวเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น...

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เทพฤทธิ์พิชิตสวรรค์

เทพฤทธิ์พิชิตสวรรค์

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!