ลมหนาวพัดเสียดแทงผ่านช่องแคบของตึกสูงเสียดฟ้า ส่งเสียงหวีดหวิวราวกับเสียงคำรามของสัตว์ป่าที่กำลังหิวโหย ท่ามกลางความมืดมิดอันแผ่ซ่านของค่ำคืนอันเยือกเย็น คมไพร หรือในนามที่เหล่าวงการใต้ดินรู้จักกันดีในชื่อ "เงาพยัคฆ์" กำลังเคลื่อนไหวราวกับสายลม เขาดำดิ่งลงสู่ความมืดของตรอกแคบๆ ที่มีกลิ่นอับชื้นของขยะและน้ำเสียคละคลุ้ง แสงไฟนีออนจากป้ายร้านค้ายามค่ำคืน สาดส่องเป็นหย่อมๆ ยามที่ลมพัดมาแต่ละครั้ง เงาของเขาพลิ้วไหวไปตามผนังปูนเก่าที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนและภาพกราฟิตี้ที่เลือนลาง
ภารกิจคืนนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เขาได้รับคำสั่งให้แทรกซึมเข้าไปในฐานทัพลับของกลุ่ม "อสรพิษดำ" องค์กรอาชญากรรมระดับนานาชาติ ที่กำลังวางแผนก่อการร้ายครั้งใหญ่ คมไพรไม่ได้เป็นเพียงแค่นักฆ่ารับจ้างทั่วไป เขามีอุดมการณ์บางอย่างที่ยึดมั่นในใจ แม้จะต้องเปื้อนเลือดสักเท่าใดก็ตาม การกำจัดเหล่าอสรพิษดำให้สิ้นซาก คือหนทางเดียวที่จะปกป้องผู้บริสุทธิ์อีกมากมาย
เขาหยุดชะงัก เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหลัง มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของคนธรรมดา แต่เป็นเสียงที่หนักแน่น สม่ำเสมอ และบ่งบอกถึงการฝึกฝนมาอย่างดี คมไพรหันกลับไปอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบกวาดมองไปในความมืด แสงไฟจากตรอกด้านนอกสะท้อนในแววตาของเขา ดุจแสงประกายของคมดาบที่ซ่อนอยู่
"ใคร?" เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นมาจากเงามืด ร่างสูงใหญ่สองร่างปรากฏขึ้น พวกมันสวมชุดสีดำสนิท ปกปิดใบหน้าด้วยหน้ากากที่สลักเป็นรูปกะโหลก คมไพรสัมผัสได้ถึงไอเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากพวกมันอย่างชัดเจน
"พวกแกคือหน่วยรักษาความปลอดภัยของอสรพิษดำสินะ" คมไพรพูดเสียงเรียบ แต่เต็มไปด้วยความเยือกเย็น
"แกมันเงาพยัคฆ์นี่เอง ไม่คิดว่าจะมาเดินเล่นในที่อย่างนี้" หนึ่งในร่างเงากล่าวด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย "เราได้รับคำสั่งให้กวาดล้างทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางทาง"
"งั้นก็แสดงว่าพวกแกก็คือสิ่งที่จะต้องถูกกวาดล้างเป็นอันดับแรก" คมไพรตอบโต้ เขาเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ ร่างกายของเขายืดหยุ่นราวกับเส้นเอ็นที่พร้อมจะกระชากออกไปทุกเมื่อ
ทันใดนั้น ร่างเงาหนึ่งก็พุ่งเข้าใส่คมไพรด้วยความเร็วสูง เขาชักมีดสั้นเล่มมหึมาออกมา ใบมีดสะท้อนแสงแวววาว คมไพรหลบหลีกได้อย่างเฉียดฉิว ลมมีดเฉือนผ่านอากาศไปอย่างน่าหวาดเสียว
"เร็วเกินไปหน่อยนะ" คมไพรพึมพำ เขาไม่รอช้า หมัดขวาของเขาก็พุ่งออกไปราวกับหอกที่พุ่งเข้าใส่เป้าหมาย ร่างเงาเบี่ยงตัวหลบได้ทัน แต่แรงปะทะก็ทำให้มันเซถอยหลังไปหนึ่งก้าว
ร่างเงาอีกร่างใช้จังหวะนี้เข้าโจมตีจากด้านข้าง มันใช้ท่อนแขนแข็งแกร่งฟาดฟันเข้าใส่คมไพร คมไพรยกแขนซ้ายขึ้นปัดป้องด้วยความรวดเร็ว เสียงกระทบกันของเนื้อหนังและกระดูกดังขึ้นเบาๆ
"แข็งแรงดีนี่" คมไพรคิดในใจ เขากระโดดถอยหลังอย่างรวดเร็วเพื่อสร้างระยะห่าง จากนั้นเขาก็ชักอาวุธลับของเขาออกมา มันคือมีดสั้นคู่ที่คมกริบราวกับใบมีดโกน ด้ามจับถูกออกแบบมาให้กระชับมือของเขาเป็นอย่างดี
การต่อสู้ในตรอกแคบๆ นี้เต็มไปด้วยอันตราย ทุกการเคลื่อนไหวต้องแม่นยำและรวดเร็ว เศษฝุ่นและขยะปลิวว่อนไปทั่วเมื่อการปะทะเกิดขึ้น คมไพรใช้ความได้เปรียบจากความคล่องแคล่วของเขา หลบหลีกการโจมตีของพวกเงาอย่างชำนาญ เขาพลิกตัวตีลังกาข้ามร่างของคู่ต่อสู้ ก่อนจะใช้มีดสั้นทั้งสองเล่มฟันใส่จุดตาย
"อ๊าก!" เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นเมื่อคมมีดของคมไพรเฉือนเข้าที่ต้นขาของร่างเงาหนึ่ง มันทรุดตัวลงไปกองกับพื้นอย่างรวดเร็ว
ร่างเงาอีกร่างเห็นดังนั้นก็ยิ่งคลุ้มคลั่ง มันพุ่งเข้าใส่คมไพรอย่างไม่คิดชีวิต แต่คมไพรก็ยังคงสงบนิ่ง เขาปล่อยให้ร่างเงาเข้ามาใกล้ ก่อนจะใช้จังหวะที่มันกำลังจะฟัน มีดสั้นของเขาเฉือนเข้าที่ลำคออย่างแม่นยำ
"จบแล้วสินะ" คมไพรพูด พลางเช็ดคราบเลือดออกจากใบมีดของเขา เขามองไปยังร่างเงาที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น
ทันใดนั้นเอง เสียงไซเรนตำรวจดังมาจากระยะไกล มันใกล้เข้ามาเรื่อยๆ นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ พวกอสรพิษดำต้องมีคนคอยเฝ้าดูอยู่
"แย่แล้ว" คมไพรพึมพำ เขาหันมองไปรอบๆ ตรอกแคบๆ แห่งนี้ไม่มีทางหนีที่สะดวกนัก
เสียงฝีเท้าดังมาจากอีกด้านหนึ่งของตรอก มันไม่ใช่เสียงของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่เป็นเสียงของกลุ่มคนที่มีฝีเท้าหนักแน่นเช่นเดียวกัน
"เจอตัวแล้ว! อย่าให้มันหนีไปได้!" เสียงตะโกนดังขึ้น
คมไพรตัดสินใจทันที เขาหันหลังวิ่งออกไปทางปากตรอกที่มืดมิดกว่า โดยไม่รู้ว่ากำลังวิ่งเข้าสู่กับดักที่ใหญ่กว่าเดิม
ไม่นานนัก เขาก็มาถึงถนนใหญ่ที่พลุกพล่านด้วยรถยนต์และผู้คน แสงไฟนีออนสาดส่องไปทั่ว แต่ความมืดก็ยังคงปกคลุมอยู่ คมไพรเห็นรถยนต์สีดำคันหนึ่งจอดนิ่งอยู่ริมถนน ท่าทางมีพิรุธ
"แผนสำรองสินะ" คมไพรพูดกับตัวเอง เขาตัดสินใจเสี่ยง
เมื่อรถยนต์คันนั้นกำลังจะเคลื่อนตัวออกไป คมไพรก็กระโดดขึ้นไปเกาะที่ด้านท้ายรถอย่างรวดเร็ว เขาซ่อนตัวอยู่ภายใต้เงาของมัน หวังว่าพวกเขาจะไม่สังเกตเห็น
รถยนต์สีดำพุ่งทะยานออกไปตามท้องถนนด้วยความเร็วสูง คมไพรสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ใต้ฝ่าเท้าของเขา เขายึดเกาะไว้อย่างมั่นคง พยายามไม่ให้หลุดร่วงลงไป
การไล่ล่าที่หวาดเสียวเริ่มต้นขึ้น รถยนต์คันนั้นขับขี่ด้วยความเร็วสูงราวกับจะพุ่งทะยานไปสู่ขอบฟ้า คมไพรเห็นภาพเมืองหลวงที่ฉายผ่านไปอย่างรวดเร็ว แสงไฟระยิบระยับราวกับดาวตกบนพื้นดิน
"แกหนีไม่พ้นหรอก เงาพยัคฆ์!" เสียงตะโกนดังมาจากในรถยนต์ คมไพรไม่ตอบ เขาเพียงแต่มองไปยังเบื้องหน้า
รถยนต์คันนั้นเริ่มเลี้ยวเข้าสู่ตรอกแคบๆ ที่มืดมิดอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่ตรอกที่คมไพรเพิ่งผ่านมา แต่มันดูอันตรายกว่าหลายเท่า ตัวตรอกแคบเสียจนรถยนต์แทบจะเสียดสีกับผนัง คมไพรต้องเกาะรถให้แน่นยิ่งกว่าเดิม
"อึดจริงๆ" เขาพึมพำ
รถยนต์คันนั้นเร่งความเร็วขึ้นอีก ก่อนจะพุ่งเข้าชนกับกำแพงอิฐที่ปิดกั้นอยู่ด้านหน้าอย่างจัง เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหว จนคมไพรที่เกาะอยู่ด้านท้ายแทบจะหลุดมือ
"เอาแล้วไง" เขาคิด
ทันใดนั้น ประตูรถยนต์ก็ถูกเปิดออกอย่างรวดเร็ว เหล่าชายฉกรรจ์หลายคนสวมชุดสีดำเช่นเดียวกับพวกที่เขาเจอในตรอกก่อนหน้านี้ พากันกรูออกมา พวกเขาถือปืนพกและอาวุธอื่นๆ
คมไพรไม่รอช้า เขากระโดดลงจากรถยนต์ที่พังยับเยิน และพุ่งเข้าต่อสู้กับเหล่าชายฉกรรจ์เหล่านั้นอย่างดุเดือด
เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว ท่ามกลางแสงไฟที่สาดส่องเป็นบางครั้ง คมไพรเคลื่อนไหวราวกับพายุ เขาใช้มีดสั้นคู่ของเขาปัดป้องกระสุน และโจมตีกลับอย่างรวดเร็ว
"พวกแกมันก็แค่หมากเบี้ย" คมไพรพูดเสียงเย็น
เขาต่อสู้ด้วยความเด็ดเดี่ยวและแม่นยำ ไม่นานนัก เหล่าชายฉกรรจ์ก็ล้มลงไปกองกับพื้นหลายคน
แต่แล้ว เขาก็เห็นว่าเป้าหมายที่แท้จริงของพวกเขาไม่ใช่การจับเขา แต่เป็นการล่อลวงเขาให้เข้ามาในกับดักที่ใหญ่กว่าเดิม
"แผนที่วางไว้แล้ว เงาพยัคฆ์" เสียงของหัวหน้ากลุ่มดังขึ้น เขาปรากฏตัวออกมาจากเงามืด ใบหน้าของเขาถูกปิดบังด้วยหน้ากากที่สลักเป็นรูปงู
"แกคิดว่าแกจะหนีไปไหนได้?" หัวหน้ากลุ่มกล่าว "ที่นี่คือฐานทัพลับของพวกเรา และแกก็เดินเข้ามาด้วยเท้าของตัวเอง!"
คมไพรหันมองไปรอบๆ เขาพบว่าตัวเองกำลังถูกล้อมกรอบด้วยเหล่าทหารติดอาวุธของอสรพิษดำจำนวนนับไม่ถ้วน
"อืม... น่าสนใจ" คมไพรพูด เขาไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวออกมาแม้แต่น้อย
"แกคงจะคิดว่าแกเก่งมากสินะ" หัวหน้ากลุ่มหัวเราะ "แต่แกจะรู้ว่า แกแค่มาติดอยู่ในกับดักที่ใหญ่กว่าเดิม"
คมไพรยิ้มมุมปาก "บางที... กับดักของแก อาจจะเป็นกับดักสำหรับตัวแกเองก็ได้"
เขาตัดสินใจอย่างรวดเร็ว แทนที่จะต่อสู้กับศัตรูที่เหนือกว่าเรื่องจำนวน เขาก็หันหลังวิ่งเข้าไปในอาคารที่อยู่ด้านหน้า ซึ่งเขาคาดเดาว่าน่าจะเป็นทางเข้าสู่ฐานทัพลับ
"อย่าให้มันหนีไป!" หัวหน้ากลุ่มตะโกนสั่ง
คมไพรวิ่งฝ่าเข้าไปในอาคารที่มืดมิด เขาสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกและกลิ่นอายของความอันตรายที่แผ่ซ่านออกมาจากภายใน
เขามาถึงห้องโถงกว้างที่ถูกตกแต่งอย่างหรูหรา แต่กลับแฝงไว้ด้วยบรรยากาศที่น่าสะพรึงกลัว บนผนังมีภาพวาดของอสรพิษร้ายหลายชนิดถูกประดับไว้อย่างสวยงาม
"นี่มัน... ฐานทัพของพวกมันจริงๆ สินะ" คมไพรพึมพำ
เขาได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหลัง เขาไม่รอช้า รีบวิ่งเข้าไปในทางเดินที่แคบกว่าเดิม
"ไม่ว่าจะไปที่ไหน... แกก็หนีไปไหนไม่พ้น" หัวหน้ากลุ่มพูด เสียงของเขาดังสะท้อนก้องไปทั่ว
คมไพรสัมผัสได้ถึงการมีอยู่ของกล้องวงจรปิดและเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว เขาต้องใช้ทักษะการลอบเร้นทั้งหมดที่มีเพื่อผ่านมันไปให้ได้
เขาค่อยๆ ย่องไปตามทางเดิน หลบหลีกแสงไฟที่สาดส่องเป็นระยะๆ และซ่อนตัวอยู่หลังเสาคอนกรีตขนาดใหญ่
"ต้องหาข้อมูลให้ได้" เขาคิด "ต้องหาแผนการร้ายของพวกมันให้เจอ"
ทันใดนั้นเอง เขาได้ยินเสียงพูดคุยกันดังมาจากห้องๆ หนึ่งที่อยู่ไม่ไกลนัก
"ท่านประธานครับ แผนการของเราใกล้จะสมบูรณ์แล้ว" เสียงหนึ่งกล่าว
"ดีมาก! อีกไม่นานโลกทั้งใบจะต้องสั่นสะท้านด้วยอำนาจของอสรพิษดำ!" เสียงอีกเสียงหนึ่งตอบ
คมไพรหยุดนิ่ง เขารู้ว่านี่คือโอกาสทอง เขาค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้ประตูห้องนั้น และแอบมองผ่านช่องตาแมว
สิ่งที่เขาเห็น ทำให้เลือดในกายของเขาสูบฉีดอย่างรวดเร็ว
เขาเห็นกลุ่มคนกำลังประชุมกันอยู่รอบโต๊ะใหญ่กลางห้อง มีเอกสารมากมายวางอยู่บนโต๊ะ และท่ามกลางเอกสารเหล่านั้น มีรูปภาพของเมืองหลวงหลายแห่ง และแผนผังของสถานที่สำคัญต่างๆ
"นี่แหละ... คือสิ่งที่ฉันตามหา" คมไพรคิด
แต่แล้ว เขาก็รู้ตัวว่า ความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ อาจจะทำให้เขากลายเป็นเหยื่อของกับดักที่ใหญ่กว่าเดิม
เขาได้ยินเสียงฝีเท้าของยามกำลังเดินผ่านมาใกล้ๆ
"ต้องรีบแล้ว" เขาคิด
คมไพรตัดสินใจที่จะเสี่ยง เขาจะใช้ความสามารถทั้งหมดที่มี เพื่อล้วงเอาข้อมูลสำคัญนี้ออกมาให้ได้
ลมพยัคฆ์กำลังจะผ่าสิบทิศ... และนี่คือจุดเริ่มต้นของการผจญภัยครั้งใหม่ที่เต็มไปด้วยอันตราย และการเดิมพันที่สูงลิ่ว

ลมพยัคฆ์ผ่าสิบทิศ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก