นามที่เหล่าวงการใต้ดินรู้จักกันดีในนาม "เงาพยัคฆ์" เพิ่งจะจบภารกิจอันตรายอย่างราบรื่น เขาปลดปล่อยตัวประกันจากเงื้อมมือของผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่ตั้งฐานปฏิบัติการลับอยู่ใจกลางเมืองหลวง ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่เป็นเพราะการวางแผนที่แยบยล การสังเกตการณ์ที่เฉียบคม และทักษะการต่อสู้ระยะประชิดที่หาตัวจับยากของเขา
คมไพรยืนพิงกำแพงอิฐเย็นชื้นของตรอกแคบๆ ขณะที่ฝนยังคงโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย เม็ดฝนเย็นเฉียบกระทบใบหน้าหล่อเหลาคมคายของเขาที่ซ่อนอยู่ภายใต้เงาของฮู้ดเสื้อแจ็คเก็ตสีดำ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มฉายแววสงบนิ่งแต่แฝงไปด้วยความระแวดระวัง เขาได้ยินเสียงฝีเท้าที่ค่อยๆ ใกล้เข้ามา เป็นเสียงที่เขาคาดเดาได้ทันทีว่าเป็นใคร
“นึกว่าจะไปฉลองกับสาวๆ ซะอีกนะ เงาพยัคฆ์” เสียงแหบห้าวของ สารวัตรชาญ ดังขึ้นมาพร้อมกับร่มคันใหญ่ที่ยกบังฝนให้กับเขา ชาญเป็นเพียงคนเดียวในเครื่องแบบที่รู้เรื่องราวของคมไพรในอีกด้านหนึ่ง เขาเป็นทั้งเพื่อนร่วมงานเก่าสมัยที่คมไพรเคยทำงานในหน่วยพิเศษ และเป็นเหมือนพี่ชายที่คอยให้คำแนะนำ
คมไพรผลิกตัวออกจากกำแพง “สารวัตรก็รู้ว่าผมไม่ชอบเสียงดัง” เขาตอบพลางปาดเม็ดฝนที่ไหลลงมาตามแก้ม
“ภารกิจสำเร็จด้วยดีสินะ” ชาญถามพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ตรอกที่มืดมิดและสกปรก “เห็นข่าวว่ามีคนโดนยิง”
“แค่คนร้ายที่พยายามจะต่อต้านน่ะครับ” คมไพรตอบเรียบๆ “ไม่มีใครบริสุทธิ์ไปกว่านี้”
“ดี” ชาญพยักหน้า “พวกมันจะได้หลาบจำว่าอย่ามายุ่งกับคนของ ‘เงาพยัคฆ์’ ถ้าไม่อยากไปเกิดใหม่” เขาหยุดชะงักเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ “แต่รอบนี้อาจจะมีปัญหาตามมานะ”
คมไพรเลิกคิ้ว “ปัญหาอะไรครับ?”
“พวกยาเสพติดรายนั้นน่ะ มันไม่ใช่แค่นักเลงข้างถนน แต่มันมีเส้นสายใหญ่โต” ชาญว่า “ฉันได้ข่าวมาว่ามีคนจาก ‘สมาคมเหยี่ยวราตรี’ เข้ามาพัวพันด้วย”
คมไพรขมวดคิ้วเมื่อได้ยินชื่อนั้น ‘สมาคมเหยี่ยวราตรี’ เป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่มีอิทธิพลมหาศาล ยากที่จะสาวถึงตัวต้นตอ พวกเขามักจะทำงานสกปรกที่แม้แต่องค์กรมาเฟียใหญ่ๆ ก็ยังต้องหลีกทาง
“พวกมันมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ด้วย?” คมไพรเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้น
“ใช่” ชาญยืนยัน “แหล่งข่าวของฉันบอกว่า การขนส่งยาครั้งนี้มันเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของแผนการที่ใหญ่กว่านั้น ถ้าพวกเหยี่ยวราตรีเสียผลประโยชน์ไปเยอะ พวกมันจะไม่ปล่อยไว้แน่”
คมไพรครุ่นคิด พลางก้มลงมองรองเท้าบูทหนังสีดำที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝน “ผมเข้าใจแล้วครับ”
“ฉันเป็นห่วงนายนะ คมไพร” ชาญกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “พวกนี้มันอันตรายกว่าที่นายคิดเยอะ”
“ผมระวังตัวอยู่เสมอครับ สารวัตร” คมไพรตอบด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก “ผมไม่เคยพาตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์ที่ผมควบคุมไม่ได้”
“ก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น” ชาญถอนหายใจ “ฉันต้องไปแล้ว มีเรื่องต้องไปสะสางต่อ” เขาตบไหล่คมไพรเบาๆ “ถ้ามีอะไรผิดปกติ รีบติดต่อฉัน”
“ครับ” คมไพรตอบรับ
ชาญเดินจากไปพร้อมกับร่มคันใหญ่ ทิ้งคมไพรไว้กับความมืดและความเงียบของตรอก คมไพรเงยหน้ามองท้องฟ้าที่มืดครึ้ม พลางสูดอากาศเย็นชื้นเข้าปอด ลมฝนที่พัดมาไม่ได้ทำให้เขารู้สึกหนาวเหน็บ แต่กลับปลุกสัญชาตญาณนักล่าในตัวเขาให้ตื่นตัว
เขาหยิบโทรศัพท์มือถือรุ่นเก่าที่ถูกดัดแปลงเป็นพิเศษขึ้นมากดหมายเลขหนึ่ง คมไพรพูดด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปจากเมื่อครู่ ราวกับว่ากำลังสื่อสารกับอีกโลกหนึ่ง “ซ่อนตัวอยู่ที่ไหน? ฉันต้องการข้อมูลเกี่ยวกับ ‘สมาคมเหยี่ยวราตรี’ โดยเร็วที่สุด”
เสียงตอบรับที่แหบแห้งมาจากปลายสาย “กำลังรวบรวมอยู่ คมไพร… มีข่าวลือว่าพวกมันกำลังเตรียมการใหญ่บางอย่าง… และเกี่ยวข้องกับ… ‘โครงการนกฟีนิกซ์’… ”
ก่อนที่ปลายสายจะพูดจบ เสียงสัญญาณขาดหายไปอย่างกะทันหัน คมไพรขมวดคิ้ว พลางมองไปที่โทรศัพท์ในมือ ‘โครงการนกฟีนิกซ์’ ชื่อนี้ไม่คุ้นหูเลยแม้แต่น้อย แต่จากน้ำเสียงของสายข่าวที่ตกใจราวกับเจอผี คงไม่ใช่เรื่องธรรมดา
คมไพรตัดสินใจทันที เขาต้องรู้ให้ได้ว่า ‘โครงการนกฟีนิกซ์’ คืออะไร และสมาคมเหยี่ยวราตรีเข้าไปพัวพันได้อย่างไร
เขาเดินออกจากตรอกมุ่งหน้าไปยังอพาร์ตเมนต์ลับที่เขาใช้เป็นฐานปฏิบัติการ เมื่อไปถึง เขาก็ตรงไปที่ห้องทำงานที่มีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเครื่องมือสืบสวนไฮเทคมากมาย คมไพรเริ่มลงมือค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ ‘สมาคมเหยี่ยวราตรี’ และ ‘โครงการนกฟีนิกซ์’ จากฐานข้อมูลลับที่เขาเข้าถึงได้
ข้อมูลเกี่ยวกับสมาคมเหยี่ยวราตรีนั้นมีน้อยมาก ส่วนใหญ่เป็นข่าวลือและเรื่องเล่าที่บิดเบือน แต่เขาก็พอจะจับเค้าโครงได้ว่าองค์กรนี้มีเครือข่ายที่กว้างขวางมาก มีการค้าอาวุธ ยาเสพติด และการฟอกเงินที่ซับซ้อน แต่ข้อมูลเกี่ยวกับ ‘โครงการนกฟีนิกซ์’ นั้นกลับไม่มีปรากฏอยู่เลยในฐานข้อมูลสาธารณะ หรือแม้แต่ในเครือข่ายใต้ดินที่เขามี
ยิ่งค้นหามากเท่าไหร่ ความสงสัยก็ยิ่งเพิ่มพูน คมไพรรู้สึกได้ถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา การที่ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการนี้ถูกปิดบังอย่างมิดชิดขนาดนี้ ย่อมหมายความว่ามันเป็นเรื่องใหญ่และอันตรายอย่างยิ่ง
ระหว่างที่เขากำลังจดจ่ออยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ เสียงเตือนภัยสีแดงก็ดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน สัญญาณบ่งชี้ว่ามีผู้บุกรุกกำลังเข้ามาในบริเวณใกล้เคียง
คมไพรลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว เขาคว้าปืนพกคู่ใจที่ซ่อนอยู่ในลิ้นชัก และย้ายไปยังตำแหน่งที่ได้เปรียบที่สุดใกล้หน้าต่าง เขาถอยห่างจากหน้าต่างเล็กน้อย พลางสังเกตการณ์ภายนอกอย่างใจเย็น
เสียงยางบดถนนดังขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เป็นเสียงรถที่กำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง คมไพรหันไปมองนอกหน้าต่าง เขาเห็นรถยนต์สีดำคันหนึ่งกำลังพุ่งตรงมายังอาคารที่เขาอยู่ พร้อมกับกลุ่มนักฆ่าที่สวมชุดดำทะมึนกระโดดลงมาจากรถ
“พวกมันมาเร็วกว่าที่คิดแฮะ” คมไพรพึมพำ เขาถอดฮู้ดออกจากเสื้อแจ็คเก็ตของเขา เผยให้เห็นใบหน้าหล่อคมที่พร้อมจะเผชิญหน้ากับอันตราย
เสียงปืนดังขึ้นนัดแรก กระจกหน้าต่างแตกกระจายเข้ามา คมไพรหลบได้อย่างหวุดหวิด เขาเห็นนักฆ่ากลุ่มนั้นกำลังระดมยิงเข้ามาอย่างไม่ยั้ง
คมไพรตอบโต้ด้วยการยิงสวนกลับไปอย่างแม่นยำ เขาสามารถจัดการนักฆ่าไปได้สองสามคน แต่พวกเขาก็ยังคงบุกเข้ามาไม่หยุด
“ต้องถอนตัว” คมไพรคิด เขาตัดสินใจไม่สู้กับพวกมันตรงๆ เพราะรู้ดีว่ากำลังเสริมของศัตรูอาจจะมีมากกว่าที่เห็น
เขาหันไปมองทางหนีทีไล่ด้านหลัง ซึ่งเป็นทางไปยังดาดฟ้าของอาคาร คมไพรไม่รอช้า เขาเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วไปยังทางออกนั้น
เสียงฝีเท้าของนักฆ่าเริ่มใกล้เข้ามา คมไพรสามารถได้ยินเสียงปืนที่ดังมาจากด้านล่าง เขาเร่งฝีเท้าขึ้น บันไดเหล็กพาเขาขึ้นสู่เบื้องบนอย่างรวดเร็ว
เมื่อมาถึงดาดฟ้า คมไพรก็พบว่ามีรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์สีดำคันหนึ่งจอดรออยู่แล้ว มันเป็นรถที่เขาเตรียมไว้สำหรับการหลบหนีในกรณีฉุกเฉิน
คมไพรสวมหมวกกันน็อก และสตาร์ทเครื่องยนต์ เสียงท่อไอเสียดังกระหึ่มขึ้นมา
ด้านล่าง เสียงปืนยังคงดังไม่ขาดสาย คมไพรเห็นเงาของนักฆ่าที่กำลังปีนขึ้นมา
“คงต้องขอโทษด้วยนะ ที่ต้องออกไปก่อน” คมไพรพูดกับตัวเอง เขาบิดคันเร่ง ส่งรถมอเตอร์ไซค์พุ่งทะยานออกไปจากดาดฟ้า ทิ้งให้กลุ่มนักฆ่าที่กำลังบุกเข้ามามองตามด้วยความโกรธแค้น
รถมอเตอร์ไซค์ของคมไพรเคลื่อนที่ไปตามหลังคาอาคารต่างๆ อย่างรวดเร็วราวกับสายลม เขาหลบหลีกสิ่งกีดขวางต่างๆ ได้อย่างคล่องแคล่ว ท่ามกลางแสงไฟนีออนที่สาดส่องจากตึกสูง
เบื้องล่าง เมืองหลวงยังคงคึกคัก แต่เบื้องบน ท้องฟ้ายามค่ำคืนกำลังกลายเป็นสมรภูมิการต่อสู้ของ “เงาพยัคฆ์”
คมไพรเร่งความเร็วของมอเตอร์ไซค์ให้มากขึ้น เขารู้ว่านี่เป็นเพียงการเริ่มต้นของปัญหาใหญ่ เขาต้องค้นหาความจริงเกี่ยวกับ ‘โครงการนกฟีนิกซ์’ ให้ได้ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
เสียงไซเรนตำรวจเริ่มดังขึ้นมาไกลๆ สัญญาณบ่งบอกว่าการต่อสู้เมื่อครู่ได้เรียกความสนใจจากเจ้าหน้าที่แล้ว แต่คมไพรไม่สนใจ เขามีเป้าหมายที่สำคัญกว่า
ขณะที่เขากำลังซิ่งมอเตอร์ไซค์ไปตามแนวหลังคา เขาก็เหลือบไปเห็นรถยนต์สีดำคันหนึ่งกำลังเคลื่อนที่ตามเขามาอย่างกระชั้นชิด เป็นรถคันเดียวกับที่บุกเข้ามาในอพาร์ตเมนต์ของเขา
“เจ้าพวกนี้ยังไม่ยอมแพ้สินะ” คมไพรพึมพำ
เขาหันมองรถคันนั้นที่กำลังเร่งความเร็วขึ้นมาอย่างน่าหวาดเสียว ท่ามกลางความมืดมิดและแสงไฟที่วูบไหว คมไพรรู้ดีว่าการไล่ล่าครั้งนี้ จะนำพาเขาไปสู่อันตรายที่คาดไม่ถึง
การต่อสู้ระยะประชิดในตรอกแคบ การไล่ล่าด้วยยานพาหนะสุดหวาดเสียว และการลอบเร้นเข้าไปในฐานทัพศัตรู… ทั้งหมดนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของมหากาพย์ “ลมพยัคฆ์ผ่าสิบทิศ” ที่กำลังจะเปิดฉากขึ้น…

ลมพยัคฆ์ผ่าสิบทิศ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก