คมไพรยืนนิ่งอยู่กลางตรอกแคบที่ทอดตัวยาวราวกับลำไส้ที่บิดเบี้ยวของมหานคร แสงสลัวจากหลอดไฟนีออนเก่าคร่ำคร่าที่ห้อยต่องแต่ง ส่งเงาทะมึนยืดยาวของร่างสูงโปร่งของเขาให้ทาบทับลงบนผนังอิฐมอญที่เต็มไปด้วยคราบสกปรก กลิ่นอับชื้นของขยะเน่าเสียและไอระเหยของน้ำมันเครื่องที่ยังคงคุกรุ่น ปะปนกับกลิ่นฉุนของสารเคมีบางอย่างที่เขาคาดเดาได้ว่ามาจากโรงงานที่อยู่ไม่ไกลนัก เสียงหอบหายใจของเขาดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แต่แฝงไว้ด้วยความระแวดระวัง ทุกประสาทสัมผัสถูกปลุกให้ตื่นตัว การปลดปล่อยตัวประกันจากเงื้อมมือของ "มังกรดำ" หัวหน้าแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่แห่งเมืองหลวงนั้นสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี แต่การหลบหนีออกมาอย่างเงียบเชียบ กลับไม่ใช่เรื่องง่ายดายเสียทีเดียว
"เฮ้ย! ใครตรงนั้น!" เสียงตะโกนก้องแหงนมาจากปากตรอกด้านหน้า บ่งบอกว่าเขาถูกพบเห็นเข้าแล้ว คมไพรไม่รอช้า เขาพุ่งตัวหลบเข้าสู่มุมมืดของตรอกอย่างรวดเร็วราวกับเงาที่ถูกพัดพาไปกับสายลม เสียงฝีเท้าหนักๆ นับสิบคนดังตามมาติดๆ พวกนั้นคือลูกสมุนของมังกรดำ แน่นอนว่าพวกเขาคงไม่ยอมปล่อยให้เหยื่อรายนี้หลุดมือไปง่ายๆ
เขาออกวิ่งไปตามตรอกแคบ ก้อนอิฐที่หลุดร่อนตกพื้นเมื่อถูกเท้าเหยียบย่ำ สะท้อนเสียงก้องกังวานในความเงียบ เขาใช้ทักษะการเคลื่อนที่อันเหนือชั้น หลบหลีกถังขยะที่วางระเกะระกะ และปีนข้ามกองเศษวัสดุที่กองทิ้งไว้ราวกับกำลังเล่นเกมเอาชีวิตรอดที่เดิมพันด้วยชีวิต เสียงปืนดังขึ้นนัดแรก กระสุนเฉี่ยวหัวไหล่ซ้ายของเขาไปอย่างหวุดหวิด ความเจ็บปวดแล่นปราด แต่คมไพรไม่แสดงอาการ เขาต้องรักษาจังหวะการวิ่ง และใช้สภาพแวดล้อมให้เป็นประโยชน์
"อยากตายรึไง! ปล่อยมันไป!" เสียงตะโกนก้องมาจากด้านหลัง แต่คมไพรไม่สนใจ เขาเหลือบมองไปที่ทางออกของตรอก ซึ่งดูเหมือนจะถูกปิดกั้นด้วยรถกระบะเก่าๆ คันหนึ่ง แต่เขารู้ดีว่ามันไม่ใช่จุดจบ
"มานี่สิ! ถ้าแน่จริง!" คมไพรตะโกนสวนกลับไป เขาหันหลังอย่างรวดเร็ว ชักปืนพกคู่ใจออกมาจากซองที่ซ่อนไว้ใต้เสื้อ แล้วสาดกระสุนออกไปอย่างแม่นยำ สองนัดถูกเป้าหมาย ลูกสมุนสองคนที่วิ่งนำมาล้มลงทันที แต่คนอื่นๆ ยังคงกรูกันเข้ามา
คมไพรไม่คิดจะสู้ยืดเยื้อ เขาโยนปืนทิ้งไปในกองขยะ แล้วใช้ขาข้างหนึ่งเตะเข้าที่ขอบประตูรถกระบะที่กีดขวางทางออกอย่างแรง เสียงโลหะบิดเบี้ยวดังลั่น เขาสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากรถที่ถูกกระแทกจากด้านหลัง เขาเหลือบมองเห็นเงาตะคุ่มๆ ของศัตรูที่ใกล้เข้ามาแล้ว
"เฮือก!" เขาออกแรงอีกครั้ง รถกระบะเก่าๆ ขยับเล็กน้อย พอให้มีช่องว่างพอให้ร่างผอมบางของเขาแทรกตัวออกไปได้ เขาใช้แรงส่งจากเท้า ยันตัวขึ้นปีนข้ามกระโปรงหลังรถอย่างรวดเร็ว แล้วกระโดดลงสู่พื้นถนนด้านนอก
เสียงแตรดังสนั่นหวั่นไหว เขาพบว่าตัวเองอยู่บนถนนสายรองที่มืดสลัว รถยนต์คันหนึ่งกำลังแล่นมาด้วยความเร็วสูง เขากระโดดหลบได้อย่างฉิวเฉียด แต่สิ่งที่ทำให้เขาตื่นตัวยิ่งกว่าคือ เสียงเครื่องยนต์ของรถยนต์อีกสองคันที่กำลังพุ่งตรงเข้ามาจากอีกฝั่งหนึ่ง พวกนั้นไม่ใช่รถตำรวจ และแน่นอนว่าไม่ใช่คนของเขา
"พวกมันตามมา!" คมไพรรำพึงกับตัวเอง เขาเห็นรถยนต์คันหนึ่งสีดำสนิท เบียดเข้ามาจอดขวางทางออกของตรอก ลูกสมุนของมังกรดำพากันวิ่งกรูออกมาจากตรอกนั้น ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธแค้น
"อยากไปไหนนักหนาวะ! กลับมา!" หนึ่งในนั้นตะโกนโหวกเหวก
คมไพรตัดสินใจ เขาหันหลังกลับ วิ่งเข้าไปในตรอกลึกเดิมอีกครั้ง เขาไม่ต้องการเผชิญหน้ากับศัตรูจำนวนมากในที่โล่งแจ้ง การต่อสู้ในตรอกแคบย่อมเป็นที่ที่เขาถนัดมากกว่า
"ไปสิ! พวกมึงไปทางนั้น! ไล่ตามมันให้เจอ!" เสียงของใครบางคนสั่งการดังมาจากรถยนต์สีดำ
คมไพรได้ยินเสียงรถยนต์พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว เขารู้ดีว่าเวลาของเขามีน้อยเต็มที เขาต้องหาทางหลบหนีออกไปให้ได้
"นั่นมัน..." คมไพรชะงักเมื่อเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ปลายตรอก เขาเห็นร่างของชายคนหนึ่งยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความมืด ใบหน้าของเขาถูกปิดบังด้วยหน้ากากสีดำสนิท แต่จากรูปร่างและท่าทาง คมไพรจำได้ว่าเขาคือใคร
"เงาพยัคฆ์" เสียงแหบพร่าดังลอดผ่านช่องหน้ากาก เป็นเสียงที่คมไพรคุ้นเคยดี
"มาทำอะไรตรงนี้?" คมไพรถาม เสียงของเขาเต็มไปด้วยความสงสัย
"มาช่วยแกไง" เงาพยัคฆ์ตอบสั้นๆ เขาไม่ได้ถืออาวุธใดๆ แต่ท่าทางของเขาสะท้อนถึงความพร้อมที่จะต่อสู้
ทันใดนั้น เสียงปืนดังขึ้นอีกครั้งจากด้านหลัง คราวนี้คมไพรเห็นเปลวไฟแลบออกมาจากปากกระบอกปืน ลูกสมุนของมังกรดำบุกเข้ามาแล้ว
"ไม่ต้องห่วง ฉันจัดการเอง" เงาพยัคฆ์พูด เขาก้าวเท้าออกไปยืนขวางทางเข้าตรอกอย่างมั่นคง
คมไพรไม่ลังเล เขาหันหลังให้กับเงาพยัคฆ์ แล้วพุ่งตัวออกไปทางด้านหลังของตรอก ซึ่งเป็นทางออกที่เขาไม่เคยลองมาก่อน เขาปีนป่ายกำแพงอิฐที่เปียกชื้นอย่างรวดเร็ว เขาได้ยินเสียงต่อสู้ดังมาจากด้านหลัง เสียงปืน เสียงตะโกน และเสียงคล้ายกับอะไรบางอย่างกำลังแตกหัก
"ขอโทษนะ! ไว้เจอกัน!" คมไพรตะโกนบอกเป็นครั้งสุดท้าย เขาปีนข้ามกำแพงออกไปสู่ลานกว้างด้านหลัง
เมื่อลงมาถึงพื้น คมไพรพบว่าตัวเองอยู่หลังโรงงานร้างแห่งหนึ่ง เขาได้ยินเสียงไซเรนตำรวจดังมาจากระยะไกล แต่เขารู้ว่านั่นไม่ใช่การช่วยเหลือ แต่เป็นสัญญาณว่าการไล่ล่ากำลังจะทวีความรุนแรงขึ้น
"ไอ้เวร! มันหนีไปทางนั้น!" เสียงตะโกนดังมาจากด้านบนกำแพง
คมไพรหันไปมอง เขาเห็นเงาของชายสองคนกำลังก้าวลงมาจากกำแพง พวกนั้นคือลูกสมุนที่ยังคงตามล่าเขาอยู่
"แกหนีไม่พ้นหรอก! เงาพยัคฆ์! แกต้องชดใช้!" เสียงหนึ่งตะโกน
คมไพรขมวดคิ้ว "เงาพยัคฆ์? พวกมันรู้จักชื่อฉัน?"
เขาไม่รอคำตอบ เขาพุ่งตัวออกไปอีกครั้ง โดยมีเป้าหมายคือรถยนต์คันหนึ่งที่จอดทิ้งไว้ริมถนน เขาเปิดประตูรถอย่างรวดเร็ว กระโดดขึ้นนั่งประจำที่คนขับ แล้วสตาร์ทเครื่องยนต์
"เสียงดีจริงๆ!" คมไพรพึมพำ เขาเหยียบคันเร่ง รถยนต์คันนั้นพุ่งทะยานออกไป ทิ้งกลุ่มลูกสมุนไว้เบื้องหลัง
แต่ความโล่งใจนั้นอยู่ได้ไม่นาน เขาเห็นรถยนต์สีดำคันเดียวกับที่เขาเห็นตอนแรก พุ่งเข้ามาประกบข้างรถของเขาอย่างรวดเร็ว
"อ้าว! คราวนี้เจอของจริงแล้วสินะ!" คมไพรพูด เขากระชับพวงมาลัย รถยนต์ทั้งสองคันเริ่มเข้าสู่การไล่ล่าอันหวาดเสียวไปตามถนนที่มืดมิด
รถยนต์สีดำพยายามเบียดรถของเขาให้ตกถนน คมไพรตอบโต้ด้วยการหักพวงมาลัยหลบอย่างฉิวเฉียด เสียงยางบดกับพื้นถนนดังเอี๊ยดอ๊าด เขามองเห็นใบหน้าของชายสองคนที่นั่งอยู่ในรถคันนั้น ผ่านกระจกข้าง ใบหน้าของพวกเขาเย็นชาและมุ่งร้าย
"ใครกันนะ?" คมไพรคิด เขาไม่เคยเจอศัตรูที่น่ากลัวและตามล่าเขาอย่างไม่ลดละเช่นนี้มาก่อน
รถยนต์สีดำเร่งความเร็วขึ้น พยายามแซงขึ้นมาอยู่ด้านหน้า คมไพรไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป เขาตัดสินใจเสี่ยง เขากะจังหวะ แล้วหักเลี้ยวเข้าสู่ซอยแคบๆ ซอยหนึ่งอย่างกะทันหัน
"บ้าไปแล้ว! เข้าไปทำไม!" เสียงตะโกนจากรถคันดำดังมา เขาเห็นรถคันนั้นพยายามหักเลี้ยวตาม แต่ซอยนั้นแคบเกินไป รถยนต์สีดำจึงไม่สามารถตามเข้าไปได้
คมไพรยิ้มมุมปาก เขาเห็นรถคันนั้นชะลอความเร็ว แล้วเลี้ยวกลับไปทางเดิม เขาเร่งเครื่องยนต์ต่อไปตามซอยแคบๆ ที่มืดสนิท
"ถึงเวลาต้องใช้แผนสำรองแล้วสินะ" คมไพรพึมพำ เขาหักเลี้ยวเข้าสู่อีกซอยหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นทางตัน
เขาจอดรถไว้ แล้วลงจากรถอย่างเงียบเชียบ เขาเดินไปที่ผนังอิฐด้านหนึ่ง แล้วสังเกตเห็นรอยต่อที่ผิดปกติ เขาใช้มือดันเข้าไป แล้วพบว่ามันคือประตูที่ซ่อนอยู่
"ใช่แล้ว..." คมไพรพูดกับตัวเอง เขาผลักประตูเข้าไปอย่างแผ่วเบา
เบื้องหน้าของเขาคือทางเดินมืดๆ ที่ทอดลึกลงไปใต้ดิน
"จะไปไหนกัน? นึกว่าหนีพ้นแล้วรึไง!" เสียงตะโกนจากด้านหลังดังขึ้น
คมไพรหันกลับไป เขามองเห็นกลุ่มลูกสมุนของมังกรดำจำนวนหนึ่ง ที่วิ่งตามเขามาจนถึงซอยนี้
"ขอโทษนะ... ฉันมีธุระต้องไปต่อ" คมไพรพูด เขาไม่รอช้า เขาถอยหลังเข้าไปในทางเดินมืดๆ นั้น แล้วผลักประตูให้ปิดลง
เสียงทุบประตูและเสียงตะโกนด่าทอ ดังมาจากอีกฟากหนึ่ง แต่คมไพรไม่สนใจอีกต่อไป เขาเดินลึกเข้าไปในความมืด ราวกับจะกลืนกินเขาเข้าไป
เขาไม่รู้ว่าทางเดินนี้จะนำเขาไปที่ไหน หรือจะพาเขาไปพบกับอะไร แต่ที่แน่ๆ คือ การไล่ล่าครั้งนี้ยังไม่จบสิ้น และเขาต้องเตรียมพร้อมสำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป...
ลมพยัคฆ์ผ่าสิบทิศ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก