ลมพยัคฆ์ผ่าสิบทิศ

ตอนที่ 6 — ลมสังหารในตรอกเลือด

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,022 คำ

ตรอกแคบยังคงหลับใหลภายใต้เงาของรัตติกาล คมไพรยืนนิ่งอยู่ราวกับรูปสลักที่แกะสลักจากความมืด กลิ่นอับชื้นของซากปรักหักพังและไอเสียลอยอวลอยู่ในอากาศ แสงนีออนสีซีดที่กระพริบติดๆ ดับๆ เหมือนจะประกาศก้องถึงความเสื่อมโทรมของสถานที่แห่งนี้ แต่สำหรับคมไพรแล้ว นี่คือสนามประลองที่ดีที่สุด ‌สนามที่ไร้สายตาผู้คน สายตาที่อาจตัดสิน หรือสายตาที่อาจเห็นความจริงอันโหดร้าย

เสียงฝีเท้าที่ดังมาจากปลายตรอกทำให้ร่างสูงโปร่งของเขาขยับเล็กน้อย ดวงตาคมกริบเหลือบมองไปยังทิศทางนั้น ร่างเงาดำทะมึนสองร่างกำลังย่างสามขุมเข้ามาอย่างระมัดระวัง พวกมันสวมชุดสีเข้ม ปิดบังใบหน้ามิดชิด มีเพียงแสงสะท้อนจากวัตถุโลหะที่คาดว่าจะเป็นอาวุธเท่านั้นที่จับประกายวูบวาบอยู่ในความมืด

“พวกมึงตามกูมาทำไมวะ” ​เสียงแหบห้าวของคมไพรดังลอดออกมาจากลำคอ ราวกับเสียงก้อนกรวดเสียดสีกัน

เงาดำสองร่างหยุดชะงัก พวกมันคงไม่คาดคิดว่าเหยื่อจะรู้ตัวและโต้ตอบกลับมาทันที

“ไม่ต้องถามมาก… รับชะตากรรมของมึงไปซะ” เสียงห้าวทุ้มตอบกลับมาพร้อมกับจังหวะที่เงาทั้งสองพุ่งเข้าใส่พร้อมกัน

นี่คือจุดเริ่มต้นของการสังหารหมู่ในตรอกเลือดแห่งนี้

คมไพรไม่รอช้า เขาหมุนตัวอย่างรวดเร็ว ร่างกายที่เคยยืนนิ่งราวกับจะผสานไปกับความมืดกลับกลายเป็นพายุที่บ้าคลั่ง เขาใช้กำแพงอิฐเป็นจุดส่งตัว ‍พุ่งเข้าปะทะร่างแรกที่กำลังจะยกอาวุธขึ้นฟัน

มือซ้ายของคมไพรคว้าข้อมือของอีกฝ่ายไว้แน่น ในขณะที่มือขวาชักมีดสั้นเล่มบางออกมาจากซองที่ซ่อนไว้ที่ต้นแขน ใบมีดสะท้อนแสงนีออนวูบหนึ่ง ก่อนจะปักลึกเข้าไปในซอกคอของศัตรู

เสียงลมหายใจที่ติดขัดดังขึ้น ร่างแรกทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นอย่างเงียบเชียบ เลือดสีแดงฉานค่อยๆ ไหลซึมออกมาจากบาดแผล กลืนกินกับคราบสกปรกบนพื้นตรอก

ร่างที่สองเห็นดังนั้นก็ตกใจเล็กน้อย ‌แต่ก็ตั้งสติได้เร็ว มันยกดาบที่ถือมาฟันเข้าใส่คมไพรด้วยแรงทั้งหมด

คมไพรเอี้ยวตัวหลบดาบที่เฉือนอากาศไปอย่างเฉียดฉิว ก่อนจะสวนกลับด้วยการเตะเข้าที่กลางลำตัวของศัตรูอย่างแรงจนอีกฝ่ายเซถอยหลังไปสองสามก้าว

“แค่นี้เองเหรอวะ? นึกว่าฝีมือดีกว่านี้” คมไพรเย้ยหยัน พลางก้าวเท้าตามอย่างรวดเร็ว

ศัตรูที่ยังยืนทรงตัวอยู่ได้ พยายามจะกลับมาตั้งหลัก แต่คมไพรไม่ให้โอกาส ‍เขาพุ่งเข้าประชิดอีกครั้ง คราวนี้เขาใช้เทคนิคที่เหนือกว่า

คมไพรจับแขนอีกฝ่ายที่กำลังจะเงื้อดาบอีกครั้ง บิดหมุนอย่างรวดเร็วพร้อมกับออกแรงกระแทกด้วยไหล่เข้าที่ข้อศอก ทำให้ดาบหลุดมือร่วงลงไปกระทบพื้นเสียงดัง

วินาทีนั้นเองที่คมไพรใช้เท้าข้างหนึ่งเตะเข้าที่เข่าของศัตรูจนมันทรุดตัวลง คมไพรไม่รีรอ เขาใช้มือทั้งสองข้างจับศีรษะของคู่ต่อสู้ บิดหมุนอย่างรุนแรง

เสียงกระดูกหักดัง “กร๊อบ” ​ก้องไปทั่วตรอกแคบ ร่างที่สองแน่นิ่งไปทันที ร่างกายอ่อนปวกเปียกราวกับตุ๊กตาผ้า

คมไพรปล่อยร่างไร้วิญญาณทิ้งลงไปกองกับพื้น เขาปาดเลือดที่เปื้อนมือกับกางเกง ก่อนจะก้าวข้ามศพทั้งสองร่างไปอย่างไม่ใยดี

“คงไม่ใช่แค่สองคนนี้แน่ๆ” เขาพึมพำกับตัวเองขณะเดินลึกเข้าไปในตรอก

ยิ่งเดินลึกเข้าไป บรรยากาศยิ่งทึมเทา แสงไฟนีออนยิ่งริบหรี่จนแทบไม่มีแสงสว่างให้เห็น ​กลิ่นอับชื้นผสมกับกลิ่นเหม็นเน่าของขยะที่ถูกกองทิ้งไว้ข้างทางจนพูนสูง

ทันใดนั้นเอง เสียงเครื่องยนต์คำรามกึกก้องก็ดังมาจากปากตรอกอีกด้านหนึ่ง แสงไฟหน้ารถสาดส่องเข้ามาอย่างจ้า ทำให้คมไพรต้องหรี่ตาลง

รถกระบะคันใหญ่สีดำสนิท พุ่งทะยานเข้ามาอย่างรวดเร็ว ราวกับจะพุ่งชนทุกสิ่งที่ขวางหน้า

“จะลองของสินะ!” คมไพรแผดเสียง เขารู้ดีว่านี่คือการไล่ล่าที่เริ่มขึ้นแล้ว

คมไพรไม่รอช้า ​เขากระโจนหลบเข้าไปในช่องว่างระหว่างกองขยะกับผนังอย่างฉิวเฉียด รถกระบะเบรกเอี๊ยดอ๊าดจนเกิดเสียงดังลากยาว เสียงยางบดกับพื้นปูนดังสนั่น

“ลงมาสิวะ ไอ้เงาพยัคฆ์!” เสียงตะโกนก้องดังมาจากในรถ

คมไพรโผล่หน้าออกมาเล็กน้อย เขาเห็นร่างสองสามร่างกำลังปีนลงมาจากกระบะท้ายรถ พวกมันถืออาวุธปืนกันคนละกระบอก

“อยากเจอดีนัก จัดให้!” คมไพรตอบกลับ

เขาเห็นโอกาส เขาต้องใช้ตรอกแคบนี้ให้เป็นประโยชน์

คมไพรตัดสินใจ เขาไม่วิ่งหนี แต่กลับวิ่งสวนทางกับรถกระบะที่กำลังชะลอความเร็วลง

เสียงปืนดังขึ้นทันที!

กระสุนพุ่งแหวกอากาศเข้าใส่คมไพร แต่เขาก็หลบหลีกได้อย่างคล่องแคล่ว ร่างกายที่ว่องไวราวกับลมพัด ทำให้กระสุนเหล่านั้นพลาดเป้าไปอย่างน่าหวุดหวิด

คมไพรใช้กำแพงอิฐเป็นที่กำบัง กระโดดจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งอย่างรวดเร็วราวกับลิงที่ไต่กิ่งไม้

“ยิงสิวะ! ยิงให้โดน!” คมไพรตะโกนเย้ยหยัน

เสียงปืนดังรัวขึ้น แต่ก็ไม่มีนัดไหนโดนคมไพรเลยแม้แต่น้อย

ขณะที่คมไพรหลบหนีการระดมยิง เขาเหลือบมองเห็นทางเข้าอีกด้านหนึ่งของตรอก ซึ่งเป็นทางที่มืดกว่าและแคบกว่าเดิม

“แผนต่อไป… จะต้องเข้าไปให้ลึกกว่านี้” เขาคิด

คมไพรตัดสินใจ เขาไม่วิ่งเข้าหาแสงไฟจากรถกระบะ แต่กลับพุ่งตัวเข้าไปในส่วนที่มืดที่สุดของตรอก

เสียงปืนดังตามมาติดๆ แต่ก็ค่อยๆ เบาลง เมื่อคมไพรเคลื่อนที่เข้าไปในที่ที่แสงสว่างส่องไม่ถึง

เขาใช้ประสาทสัมผัสที่เฉียบคมของตนเองนำทาง สัมผัสได้ถึงพื้นผิวของกำแพง สัมผัสได้ถึงความชื้นที่เกาะอยู่ตามอิฐ

“พวกมันคงไม่ตามเข้ามาในที่มืดๆ แบบนี้ง่ายๆ หรอก” เขาคาดเดา

และเป็นไปตามที่คาด เมื่อเสียงปืนหยุดลงพร้อมกับเสียงตะโกนที่ฟังไม่ชัดเจน

คมไพรหยุดเดิน เขาซ่อนตัวอยู่หลังกองขยะชิ้นใหญ่ที่สุดเท่าที่จะหาได้

เขาได้ยินเสียงฝีเท้าที่ดังมาจากปากตรอกที่เขาเพิ่งวิ่งเข้ามา มันคือเสียงฝีเท้าของกลุ่มคนที่มากับรถกระบะ

“หายไปไหนแล้ววะ?” เสียงหนึ่งตะโกนอย่างหงุดหงิด

“ตามเข้าไปดูสิวะ! อย่าให้มันหนีไปได้!” อีกเสียงสั่ง

คมไพรแอบมองจากช่องว่างเล็กๆ ของกองขยะ เขาเห็นร่างเงาสองร่างค่อยๆ เดินเข้ามาในตรอกอย่างระมัดระวัง พวกมันถือไฟฉายส่องไปมา

“พวกโง่เอ๊ย… ไม่รู้อะไรเลย” คมไพรแสยะยิ้ม

เขาได้ยินเสียงคนพูดคุยกันเบาๆ พวกเขาจะเข้ามาในตรอกนี้ลึกแค่ไหน?

คมไพรตัดสินใจ เขาจะต้องไม่เปิดเผยตัวเร็วเกินไป

เขาค่อยๆ คลานออกจากกองขยะ เงียบเชียบราวกับแมวป่า

เขาได้ยินเสียงฝีเท้าของสองร่างนั้นกำลังเข้ามาใกล้เรื่อยๆ

พลัน! เสียงฝีเท้าหยุดลง

“ได้ยินอะไรไหม?” เสียงหนึ่งกระซิบ

คมไพรใจเต้นแรง เขาพยายามกลั้นหายใจ

“เหมือนมีอะไรเคลื่อนไหวอยู่แถวนั้น…” เสียงอีกคนตอบ

คมไพรรู้ตัวว่าเขาอาจถูกจับได้

เขาตัดสินใจ เขาจะต้องสร้างความตื่นตระหนก

คมไพรคว้าก้อนหินที่อยู่ใกล้ตัว แล้วขว้างออกไปอย่างแรง เสียงก้อนหินกระทบกำแพงดัง “ปัง!”

ร่างเงาทั้งสองสะดุ้งโหยง พวกมันหันไปมองทางที่เสียงดัง

“ตรงนั้น!”

วินาทีนั้นเองที่คมไพรใช้จังหวะที่ทั้งสองกำลังเสียสมาธิ พุ่งตัวออกจากที่ซ่อน

เขาพุ่งเข้าใส่ร่างแรกที่หันหน้าไปทางเสียงก้อนหินอย่างรวดเร็ว

คมไพรเตะเข้าที่ต้นขาของอีกฝ่ายอย่างแรงจนมันเสียหลักล้มลง

ร่างที่สองพยายามจะหันปืนมาทางคมไพร แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว

คมไพรใช้มือซ้ายปัดปืนที่อีกฝ่ายถืออยู่ให้เบนออกไป ก่อนจะใช้มือขวาชักมีดสั้นเล่มเดิมออกมา

เขาไม่ลังเลที่จะใช้มัน

มีดสั้นคมกริบเล่มนั้นปักเข้าที่บริเวณสีข้างของศัตรูอย่างแม่นยำ

เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น ก่อนที่ร่างนั้นจะทรุดตัวลงไป

คมไพรไม่รอช้า เขาหันไปจัดการกับร่างแรกที่กำลังจะลุกขึ้น

เขาใช้เท้ากระทืบเข้าที่ข้อมือของอีกฝ่ายที่กำลังจะคว้าอาวุธ

เสียง “กร๊อบ” ดังขึ้นอีกครั้ง ร่างนั้นร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด

คมไพรไม่ปรานี เขากระโดดขึ้นไปยืนบนแผงอกของศัตรู ใช้เข่ากระแทกเข้าที่ใบหน้าอย่างแรง

เสียงอาวุธที่ตกหล่นดังตามมา

คมไพรใช้มีดสั้นของตนเองจ่อที่ลำคอของศัตรูที่บัดนี้ไร้เรี่ยวแรง

“บอกมา… ใครส่งพวกมึงมา” น้ำเสียงของคมไพรเย็นชา

ร่างนั้นสั่นเทา ไม่สามารถตอบเป็นคำพูดได้

“ถ้าไม่อยากตาย… บอกมา!”

ท่ามกลางความเงียบงันในตรอกแคบแห่งนี้ ท่ามกลางแสงนีออนที่กระพริบอย่างน่าขนลุก คมไพรได้รับข้อมูลบางอย่างที่ทำให้เขาต้องขมวดคิ้ว

“ฐานทัพ… ที่ซ่อนอยู่ใต้ดิน?”

ข้อมูลที่ได้มานั้นยิ่งกว่าที่เขาคาดไว้เสียอีก

เขาปล่อยร่างนั้นทิ้งไว้กลางตรอก ก่อนจะหันหลังเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

เขาต้องรีบไปที่นั่น… ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

ขณะที่คมไพรเดินออกจากตรอกแคบ ทิ้งร่างของศัตรูไว้เบื้องหลัง เสียงเครื่องยนต์ของรถกระบะคันเดิมก็ดังขึ้นอีกครั้ง

ดูเหมือนว่ายังมีคนรออยู่ที่ด้านนอก

คมไพรเหลือบมองรถกระบะคันนั้นอย่างประเมิน เขาไม่สามารถเผชิญหน้ากับพวกมันทั้งหมดได้ในตอนนี้

“ต้องหาทางอื่น… เข้าไปให้ได้” เขาคิด

คมไพรหันหลังให้กับปากตรอกที่มืดมิด และเดินลัดเลาะไปตามซอกซอยเล็กๆ ของมหานคร

เขาต้องใช้เวลาในการวางแผน… แผนที่จะพาเขาเข้าไปในฐานทัพลับใต้ดินนั้น

ความท้าทายครั้งใหม่… กำลังรอเขาอยู่เบื้องหน้า.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ลมพยัคฆ์ผ่าสิบทิศ

ลมพยัคฆ์ผ่าสิบทิศ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!