ตอนที่ 7 — ปลายกระสุนที่ตรอกเลือด
ตรอกแคบยังคงหลับใหลภายใต้เงาของรัตติกาล คมไพรยืนนิ่งอยู่ราวกับรูปสลักที่แกะสลักจากความมืด กลิ่นอับชื้นของซากปรักหักพังและไอเสียลอยอวลอยู่ในอากาศ แสงนีออนสีซีดที่กระพริบติดๆ ดับๆ เหมือนจะประกาศก้องถึงความอันตรายที่แฝงเร้น
แต่คราวนี้ คมไพรไม่ได้ยืนนิ่งอย่างเดียวอีกต่อไป เงาสะท้อนที่เห็นบนผนังอิฐมอญที่เปียกชื้น ไม่ได้มาจากแสงสลัวๆ เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป มันคือแสงวูบวาบจากไฟฉายที่สาดส่องเข้ามาจากปากตรอก ยามนี้คมไพรไม่ได้เป็นเพียง “เงาพยัคฆ์” ที่ซ่อนตัว เขาคือพยัคฆ์ที่พร้อมจะตะครุบ
เสียงฝีเท้าหยาบกร้านดังมาจากเบื้องหน้า เป็นเสียงที่บ่งบอกถึงความมั่นใจเกินเหตุ ราวกับว่าคนเหล่านั้นเชื่อมั่นในอำนาจของตนเองว่าจะสามารถกวาดล้างทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้าได้
“แกอยู่ที่ไหนวะ ไอ้หนู!” เสียงห้าวตะโกนก้อง แหบพร่าและกระหายเลือด
คมไพรไม่ตอบ เขายังคงยืนนิ่ง แต่สายตาคมกริบกลับจับจ้องไปยังต้นเสียง ปลายคางเชิดขึ้นเล็กน้อย สูดอากาศเข้าไปเต็มปอด กลิ่นเหงื่อ กลิ่นควันบุหรี่ราคาถูก และกลิ่นของโลหะปะปนกันเข้ามาในจมูก
“คิดว่าหลบซ่อนได้งั้นเหรอ คิดผิดแล้ว! แกไม่รู้เหรอว่าที่นี่มันที่ไหน!” เสียงตะโกนดังอีกครั้ง พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามา
ในที่สุด ชายร่างท้วมสามคนก็ปรากฏตัวขึ้นในแสงไฟฉาย พวกเขาสวมเสื้อผ้าสีเข้ม คอหัก และใบหน้าแสดงความหยาบกระด้าง คนแรกถือไฟฉาย มืออีกข้างล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกางเกง คนที่สองกำปืนพกไว้ในมือแน่น ดวงตาเบิกกว้างมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง ส่วนคนที่สาม ร่างใหญ่ที่สุด ใบหน้ามีรอยแผลเป็นพาดจากหางคิ้วซ้ายไปจรดปลายคาง เขายิ้มมุมปากอย่างเหยี้ยมเกรียม
“เจอนะ” ชายผู้ถือไฟฉายพูดขึ้น “ไอ้ตัวเล็ก”
คำว่า “ไอ้ตัวเล็ก” เหมือนเป็นคำกระตุ้นให้เลือดในกายคมไพรพลุ่งพล่าน แต่เขาก็ยังคงระงับอารมณ์ไว้ได้ เขาเหลือบมองไปที่ถังขยะใบใหญ่ที่ตั้งอยู่ข้างทาง ราวกับประเมินระยะและความสูง
“แก… มาทำอะไรที่นี่” ชายมีแผลเป็นถาม น้ำเสียงเย็นชาแต่แฝงความเยาะเย้ย
คมไพรค่อยๆ ก้าวเท้าออกมาจากเงา เขาไม่ได้รีบร้อน เขาเหมือนนักเต้นที่กำลังจะเริ่มร่ายรำบนสังเวียนอันตราย
“เข้ามาหา… ก็แค่นั้น” เสียงคมไพรตอบกลับ เรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยอำนาจที่คนฟังไม่เคยเจอ
ชายร่างท้วมทั้งสามหัวเราะออกมาพร้อมกัน เสียงหัวเราะที่ดังสนั่นในความเงียบของตรอก ทำให้ผนังอิฐเย็นเฉียบสะท้อนเสียงก้องกลับมา
“แค่เข้ามาหา? แกคิดว่าแกเป็นใครวะ! รู้ไหมว่าพวกข้าเป็นใคร?” ชายมีแผลเป็นถาม พลางยักคิ้วให้เพื่อนร่วมแก๊ง
“ไม่รู้” คมไพรตอบง่ายๆ “และก็ไม่สนใจ”
คำตอบนั้นทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปทันที จากการเยาะเย้ย กลายเป็นความไม่พอใจ ชายมีแผลเป็นหรี่ตามองคมไพรอย่างพิจารณา
“ปากดีนักนะ… เห็นทีต้องสั่งสอนให้หลาบจำ” เขาว่า พลางกวักมือให้สองคนข้างๆ
ทันใดนั้นเอง ชายที่ถือปืนพกก็ยกปืนขึ้นเล็งมาที่คมไพร
“อย่าขยับนะ!” เขาตะโกน
แต่คมไพรขยับ เขาไม่ได้วิ่ง ไม่ได้หลบ แต่เขากระโดดขึ้นไปบนถังขยะใบใหญ่ที่อยู่ข้างเขาได้อย่างรวดเร็วราวกับลิง
“อะไรวะ!” ชายถือปืนพกอุทาน
ก่อนที่คมไพรจะทรงตัวอยู่บนถังขยะได้มั่นคง เขาก็ยันตัวขึ้นและเตะเข้าใส่หน้าของชายมีแผลเป็นอย่างแรง
“ฉัวะ!”
เสียงเนื้อปะทะเข้ากับเนื้อดังขึ้น ร่างใหญ่ของชายมีแผลเป็นเซถอยหลังไปเล็กน้อย แต่ก็ยังยืนหยัดอยู่ได้ เขาปาดเลือดที่ไหลจากมุมปากอย่างรวดเร็ว
“แก…!” เขากำหมัดแน่น
วินาทีนั้นเอง ชายที่ถือปืนพกก็ไม่รอช้า ลั่นไกปืนออกไป
“ปัง!”
กระสุนพุ่งแหวกอากาศ ตรงไปยังร่างของคมไพรที่กำลังจะกระโดดลงจากถังขยะ
คมไพรหมุนตัวกลางอากาศอย่างพลิ้วไหว ลำแสงสีแดงของกระสุนลอดผ่านหว่างขาของเขาไปเฉียดฉิว กระสุนกระทบเข้ากับผนังอิฐด้านหลังเกิดสะเก็ดหินเล็กๆ กระจาย
“เฮ้ย!” ชายถือไฟฉายร้องตกใจ
คมไพรใช้แรงส่งจากแรงกระแทกของพื้นถังขยะ กระโดดไปข้างหน้า เขาไม่ได้ลงพื้น แต่เขาใช้เท้าข้างหนึ่งเหยียบเข้ากับผนังอิฐที่เต็มไปด้วยคราบสกปรกอย่างมั่นคง
“วูบ!”
เหมือนเงาที่ถูกดีดตัวออกไป เขาพุ่งทะยานไปหาชายถือปืนพกอย่างรวดเร็ว
“เร็วเกินไป!” ชายถือปืนพกอุทาน เขาพยายามยกปืนขึ้นเล็งอีกครั้ง แต่คมไพรเร็วกว่า
คมไพรเหวี่ยงหมัดขวาเข้าใส่บริเวณท้องแขนของชายถือปืนพกอย่างเต็มแรง
“กึก!”
เสียงกระดูกกระทบกันดังขึ้น มือของชายคนนั้นหลุดออกจากปืนอย่างไม่อาจต้านทาน ปืนพกกระเด็นหลุดมือ
“อ๊าก!”
คมไพรไม่ปล่อยโอกาส เขาสะบัดเท้าเตะเข้าใส่ปลายคางของชายคนนั้นอย่างรวดเร็ว
“ฉัวะ!”
ร่างของชายถือปืนพกทรุดลงไปกองกับพื้นอย่างหมดสภาพ
“ไอ้สารเลว!” ชายมีแผลเป็นตะโกน เขาคว้ามีดสั้นที่เหน็บไว้ที่เอวออกมาอย่างรวดเร็ว
ชายถือไฟฉายเองก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ไฟฉายในมือสั่นไหวไปมา
คมไพรยังคงเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง เขาพลิกตัวกลางอากาศ แล้วใช้เท้าข้างซ้ายเตะใส่ชายมีแผลเป็นเข้าที่ซอกคอ
“อั๊ก!”
ชายมีแผลเป็นเซถอยหลังไป มือที่ถือมีดสั่นระริก
คมไพรไม่รีรอ เขากระโดดลงจากผนังอิฐ มายืนประจันหน้ากับชายมีแผลเป็นอย่างรวดเร็ว
“แก… แกมันไม่ใช่คนธรรมดา” ชายมีแผลเป็นกัดฟันพูด ใบหน้าซีดเผือด
“แล้วแกเป็นใครล่ะ?” คมไพรถาม เสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยความเยียบเย็น
“ข้า… คือคนของมาเฟีย…” ชายมีแผลเป็นพยายามพูด แต่เสียงสั่นเครือ
“มาเฟีย?” คมไพรเลิกคิ้ว “ในตรอกแบบนี้?”
“แก… จะต้องตาย!” ชายมีแผลเป็นตะโกนอย่างบ้าคลั่ง เขาพุ่งเข้าใส่คมไพรพร้อมกับมีดสั้นที่ชูขึ้น
คมไพรหลบหลีกอย่างง่ายดาย เขาหมุนตัวหลบคมมีดที่ฟันพลาด แล้วใช้สันมือฟาดเข้าที่ข้อมือของชายมีแผลเป็นอย่างแรง
“กึก!”
เสียงดังขึ้นอีกครั้ง ชายมีแผลเป็นร้องโหยหวน มือของเขากระตุกไปด้านหลัง มีดสั้นหลุดมือไปอีกครั้ง
คมไพรใช้โอกาสนี้ สอดมือเข้าไปใต้แขนของชายมีแผลเป็น แล้วบิดหมุนตัวอย่างรวดเร็ว
“อ๊าก!”
ร่างของชายมีแผลเป็นถูกเหวี่ยงไปกระแทกเข้ากับผนังอิฐอย่างแรง
“ปึ้ก!”
เขาแน่นิ่งไปเหมือนปลาขาดน้ำ
ชายถือไฟฉายเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็ตกใจจนหน้าซีด เขาโยนไฟฉายทิ้งแล้วรีบวิ่งหนีไปทันที
“อย่าไป!” คมไพรตะโกนไล่หลังไป แต่ชายคนนั้นก็หายลับไปในความมืดของตรอก
คมไพรยืนมองร่างของชายมีแผลเป็นที่กองอยู่กับพื้น เขาก้าวเข้าไปเก็บปืนพกที่ตกอยู่ข้างๆ ชายที่โดนเตะเข้าปลายคาง เขาสำรวจปืนอย่างรวดเร็ว
“กระสุนเหลืออีก… สิบนัด” เขาพึมพำกับตัวเอง
แสงนีออนที่กระพริบติดๆ ดับๆ ทำให้เห็นเงาของคมไพรที่ทอดทอดยาวบนพื้นเปียกชื้น บ่งบอกถึงพลังที่แฝงเร้น
เขาหันมองไปทางปากตรอกที่ชายคนนั้นวิ่งหนีไป “การไล่ล่า… กำลังจะเริ่มต้นขึ้น”
เสียงเครื่องยนต์ดังมาแต่ไกล เป็นเสียงที่คุ้นเคย เป็นเสียงที่บ่งบอกถึงอันตรายกำลังคืบคลานเข้ามา
“รถ… มาแล้ว” คมไพรเอ่ยขึ้น เขารู้ดีว่าหากปล่อยให้รถคันนี้มาถึงที่นี่ ความวุ่นวายจะยิ่งมากขึ้น
เขาตัดสินใจอย่างรวดเร็ว เขากระโดดขึ้นไปบนหลังคากระท่อมที่ยื่นออกมาจากผนังอิฐได้อย่างง่ายดาย
“วูบ!”
จากนั้น เขาก็เคลื่อนที่ต่อไปอย่างรวดเร็วบนหลังคา กระโดดข้ามไปมาระหว่างอาคารที่ผุพัง
เสียงเครื่องยนต์ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ คราวนี้คมไพรไม่สามารถยืนรอให้พวกมันมาถึงได้
เขาเห็นรถกระบะสีดำคันใหญ่ แล่นเข้ามาในปากตรอกอย่างรวดเร็ว ไฟหน้ารถสาดแสงสว่างจ้า ทำให้เห็นภาพของชายฉกรรจ์หลายคนนั่งอยู่เต็มกระบะ
“พวกมันมากันเยอะแฮะ” คมไพรพึมพำ
เขาต้องรีบไปก่อนที่พวกมันจะเข้ามาในตรอกนี้ได้ไกลกว่านี้
คมไพรปล่อยตัวลงจากหลังคาอย่างแผ่วเบา เขากระโดดลงสู่พื้นถนนเบื้องหน้าของรถกระบะคันนั้นอย่างแม่นยำ
“บึ้ม!”
เสียงเบรกดังสนั่น รถกระบะหยุดกึกห่างจากคมไพรไม่ถึงห้าเมตร
“ใครวะ! ออกมา!” เสียงตะโกนดังมาจากในรถ
คมไพรยืนนิ่งอยู่กลางถนน ท่ามกลางแสงไฟหน้ารถที่สาดส่องเข้ามา
“ข้าเอง… เงาพยัคฆ์” เขาตอบกลับ เสียงดังฟังชัด
“เงาพยัคฆ์?” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากในรถ “ไอ้สารเลว! มันอยู่ที่นี่!”
“จัดการมัน!” เสียงอีกเสียงสั่ง
สิ้นเสียง ร่างของชายฉกรรจ์หลายคนก็กระโดดลงมาจากกระบะรถ พวกเขามีอาวุธครบมือ ทั้งมีดปืน และท่อนเหล็ก
คมไพรเหลือบมองไปที่รถกระบะคันใหญ่ที่จอดขวางอยู่ เขาประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว
“หนทาง… ถูกปิดกั้น” เขาคิด
“เตรียมตัวให้ดี…” คมไพรเอ่ยขึ้น “เพราะการไล่ล่า… เพิ่งจะเริ่มต้น”
เขาปล่อยมือที่ถือปืนพกลงข้างลำตัวอย่างผ่อนคลาย สายตาคมกริบจับจ้องไปยังกลุ่มชายฉกรรจ์ที่กำลังกรูกันเข้ามา
“ข้าจะผ่ามัน… ผ่าออกไป… สิบทิศ!”
คมไพรเตรียมพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับการต่อสู้อันดุเดือดที่กำลังจะอุบัติขึ้นในตรอกแห่งนี้

ลมพยัคฆ์ผ่าสิบทิศ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก