ลมพยัคฆ์ผ่าสิบทิศ

ตอนที่ 9 — แผนพยัคฆ์ ซ่อนเงา

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,117 คำ

สายฝนยังคงโปรยปรายไม่ขาดสาย ราวกับจะชำระล้างบาปหนาของเมืองหลวงแห่งนี้ให้สิ้นซาก เสียงฟ้าร้องเมื่อครู่ได้จางหายไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงัดที่น่าสะพรึงกลัวกว่าเดิมในตรอกแคบแห่งนี้ คมไพร หรือ "เงาพยัคฆ์" ยังคงหมอบต่ำหลบอยู่หลังถังขยะสนิมเขรอะ ‌ร่างกายเขาเปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝนจนแนบติดกับเสื้อผ้าสีดำเนื้อหนา แต่สมาธิของเขายังคงเฉียบคม ประหนึ่งคมดาบที่พร้อมจะฟาดฟันทุกเมื่อ

กลิ่นคาวเลือดจางๆ ผสมกับกลิ่นอายของน้ำฝนและฝุ่นละออง ทำให้บรรยากาศยิ่งอึมครึมกว่าเดิม เขาแอบฟังเสียงฝีเท้าที่เคลื่อนไหวอยู่ห่างออกไป สัมผัสถึงแรงสั่นสะเทือนเล็กๆ บนพื้นคอนกรีตที่บ่งบอกถึงการก้าวเดินของชายหลายนาย ​เสียงพูดคุยกระซิบกระซาบที่ลอดผ่านม่านฝนนั้นเบาจนแทบจับใจความไม่ได้ แต่คมไพรสามารถแยกแยะได้ว่าไม่ใช่ภาษาไทย

"พวกมันตามหาใคร?" เขาครุ่นคิดในใจ พลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ท่ามกลางแสงนีออนสีซีดที่กระพริบอย่างอ่อนแรง สองข้างทางของตรอกแคบเต็มไปด้วยกองขยะสูงท่วมหัว ก้อนอิฐที่หลุดร่อนจากผนังอาคารทรุดโทรม และเงาตะคุ่มของสิ่งมีชีวิตยามค่ำคืนที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว

ทันใดนั้นเอง ‍แสงไฟจากไฟฉายสาดส่องเข้ามาในตรอกอย่างจ้าวดัง ทำให้เขาต้องหดตัวลงไปอีก แสงนั้นไม่ได้เป็นเพียงลำแสงธรรมดา มันสั่นไหวและเคลื่อนที่ไปมาอย่างรวดเร็วราวกับกำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่าง

"เห็นเงาอะไรบางอย่างตรงนั้น!" เสียงห้าวแหบแห้งดังขึ้นมาเป็นภาษาต่างประเทศที่คมไพรไม่คุ้นเคย แต่ก็พอเดาความหมายได้

คมไพรตัดสินใจทันที เขาจะไม่รอให้พวกมันเข้ามาประชิดตัว เขาค่อยๆ ‌กลิ้งตัวหลบไปด้านข้างถังขยะ ท่ามกลางเสียงฝนที่ดังกลบเสียงการเคลื่อนไหวของเขาได้เป็นอย่างดี

"เฮ้ย! มันหายไปไหนวะ?" เสียงที่สองตามมาติดๆ

แสงไฟฉายเริ่มสาดเข้ามาในตรอกมากขึ้น คมไพรแอบย่องตามเงาของอาคารที่พังทลายไปเรื่อยๆ จิตใจของเขาจดจ่ออยู่กับการประเมินสถานการณ์ ทุกการเคลื่อนไหวทุกการหายใจต้องไร้เสียงไร้ร่องรอย

แล้วเขาก็เห็นมัน… กลุ่มชายฉกรรจ์ราวสิบนาย ‍แต่งกายด้วยชุดสีดำทะมึน มือถือปืนพกและปืนยาว พวกเขากำลังกระจายกำลังเข้าค้นหาในตรอกอย่างระมัดระวัง

"หัวหน้า! ไม่พบอะไรเลยครับ" ชายคนหนึ่งรายงาน

"อย่าเพิ่งถอดใจ! พวกมันต้องยังอยู่แถวนี้! ตรวจสอบให้ละเอียดอีกครั้ง!" เสียงหัวหน้ากลุ่มดังขึ้นอย่างหงุดหงิด

คมไพรทราบดีว่านี่เป็นโอกาสเดียวของเขา ​เขาจะต้องใช้ความมืดและความสับสนให้เป็นประโยชน์

"แผนเดิม" เขาพึมพำกับตัวเอง "ต้องทำให้พวกมันแตกกระจาย"

เขากระชับมีดสั้นที่ซ่อนอยู่ในปลอกบนต้นแขน จากนั้นเขาก็เริ่มเคลื่อนไหว

คมไพรย่องออกจากที่ซ่อนอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าไปยังมุมมืดของตรอกด้านหนึ่ง ที่นั่นมีกองเศษไม้และกระป๋องที่วางซ้อนกันอยู่ เขาหยิบเศษแก้วที่แตกละเอียดขึ้นมาหนึ่งชิ้น ก่อนจะค่อยๆ ​สาดมันออกไปทางด้านหลังของกลุ่มชายฉกรรจ์ที่กำลังค้นหา

แก๊ง! เสียงเศษแก้วกระทบพื้นดังขึ้น เสียงนั้นไม่ดังมากนัก แต่ในความเงียบสงัดของตรอกยามฝนตก มันกลับโดดเด่นจนน่าตกใจ

"เสียงมาจากไหนวะ?" ชายคนหนึ่งเงยหน้าขึ้นถาม

"ตรงนั้น!" อีกคนตะโกนชี้ไปทางทิศที่คมไพรโยนเศษแก้วไป

พวกมันหันควับไปทางทิศนั้นทันที แสงไฟฉายสาดส่องไปทั่ว

นี่คือจังหวะที่คมไพรต้องการ!

ขณะที่พวกมันหันไปสนใจเสียงลวงนั้น ​คมไพรก็เคลื่อนตัวไปอีกทิศหนึ่งอย่างรวดเร็ว เขาแอบย่องเข้าไปใกล้ชายสองคนที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านนอกสุดของกลุ่ม

คมไพรพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วสูง ร่างกายของเขาโอบอุ้มลมฝนเอาไว้ราวกับพยัคฆ์ที่กำลังพุ่งทะยาน มือซ้ายของเขาคว้าจับที่คอของชายคนแรกไว้แน่น มือขวาที่ถือมีดสั้นปาดเข้าที่ลำคอของเขาอย่างรวดเร็วและแม่นยำ

ฉึ่ก!

เสียงนั้นถูกกลบด้วยเสียงฝนอีกครั้ง ชายคนแรกทรุดลงไปกองกับพื้นอย่างเงียบเชียบ ไม่มีเสียงร้องแม้แต่น้อย

ชายคนที่สองถึงกับสะดุ้ง แต่ยังไม่ทันได้หันมามอง คมไพรก็ใช้เท้าเหยียบหลังของเขาไว้ ก่อนจะใช้ศอกกระแทกเข้าที่ท้ายทอยของเขาอย่างแรง

โครม!

ชายคนที่สองก็ล้มลงไปนอนแน่นิ่ง เคียงข้างเพื่อน

"เป็นอะไรไป?" เสียงหัวหน้าดังขึ้นมาอีกครั้ง "ทำไมเงียบกัน?"

คมไพรไม่รอช้า เขากระชับมีดในมือ และเคลื่อนตัวเข้าหาอีกกลุ่มหนึ่งอย่างรวดเร็ว

เขาใช้ความมืดและเสียงฝนเป็นเกราะกำบัง เขาเคลื่อนที่จากเงาหนึ่งไปยังอีกเงาหนึ่งราวกับภูตผีปีศาจ สองเท้าของเขาแทบไม่สัมผัสพื้น

ปัง! ปัง!

เสียงปืนดังขึ้นมาจากด้านในตรอก คมไพรชะงัก เขาได้ยินเสียงตะโกนโวยวาย และเสียงปืนที่ดังตอบโต้

"เกิดอะไรขึ้น?" คมไพรพึมพำกับตัวเอง "มีคนอื่นในนี้ด้วยเหรอ?"

เขารู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง แผนของเขาอาจจะต้องปรับเปลี่ยน

คมไพรแอบย่องเข้าไปใกล้จุดที่เกิดเสียงปืน เขาเห็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจ

กลุ่มชายฉกรรจ์ที่เขาเพิ่งจัดการไปสองคนนั้น กำลังถูกโจมตีจากกลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่ง! กลุ่มคนใหม่นี้สวมใส่ชุดเกราะสีดำสนิท ใบหน้าปิดด้วยหน้ากาก พวกเขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและดุดันราวกับหมาป่าที่กระหายเลือด

"พวกมันเป็นใคร?" คมไพรเลิกคิ้วอย่างสงสัย

การต่อสู้ระยะประชิดในตรอกแคบกำลังดำเนินไปอย่างดุเดือด อาวุธปืนถูกใช้ แต่ส่วนใหญ่แล้วเป็นการต่อสู้ด้วยมือเปล่าและการใช้อาวุธระยะประชิด

คมไพรเห็นชายสวมหน้ากากใช้ดาบสั้นฟันเข้าใส่คู่ต่อสู้ได้อย่างแม่นยำ แต่ละครั้งที่ดาบฟาดฟัน เสียงนั้นแหละที่ทำให้คมไพรสังเกตเห็นบางอย่าง

"ดาบแบบนี้... เหมือนกับที่..." เขาหยุดคิด "ไม่ใช่!"

ทันใดนั้นเอง รถยนต์คันหนึ่งพุ่งเข้ามาในตรอกอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางเสียงฝนที่ซัดสาด รถคันนั้นไม่ใช่รถธรรมดา มันมีรูปร่างเพรียวบาง ติดตั้งเครื่องยนต์ที่คำรามกึกก้องราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังหิวโหย

"อะไรรกนั่น?" ชายสวมหน้ากากคนหนึ่งอุทาน

รถคันนั้นพุ่งชนกลุ่มชายชุดดำอย่างจัง เสียงโลหะบิดเบี้ยวและเสียงโหยหวนดังระงม

คมไพรเบิกตากว้าง เขาไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน!

รถยนต์คันนั้นหยุดนิ่ง ท่ามกลางซากปรักหักพังและร่างที่กระเด็นกระดอน ชายคนหนึ่งก้าวลงมาจากรถ เขาสวมชุดสีดำอีกเช่นกัน แต่เป็นชุดที่ดูทะมัดทะแมงกว่าของคมไพร ใบหน้าของเขาถูกปิดบังด้วยหน้ากากสีเงินเงาวับ

"เงาพยัคฆ์!" ชายสวมหน้ากากสีเงินตะโกนชื่อคมไพรออกมาอย่างชัดเจน "ถึงเวลาที่เราต้องร่วมมือกันแล้ว!"

คมไพรยืนนิ่งอยู่กับที่ เขากำลังประมวลผลทุกอย่างที่เกิดขึ้นในเวลาอันสั้น

ตรอกแคบที่เคยเงียบสงัด บัดนี้กลายเป็นสมรภูมิรบขนาดย่อม มีทั้งกลุ่มชายชุดดำ กลุ่มชายสวมหน้ากาก และชายสวมหน้ากากสีเงินที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างลึกลับ

"ร่วมมือ?" คมไพรพึมพำ "กับใคร?"

เขารู้สึกได้ถึงอันตรายที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ความอยากรู้อยากเห็นก็พลุ่งพล่านขึ้นมา

"ใครคือพวกที่สวมหน้ากาก? แล้วรถคันนั้นมาจากไหน?"

คมไพรตัดสินใจ เขาจะต้องสืบหาความจริงให้ได้

เขาค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้ชายสวมหน้ากากสีเงิน เขาต้องรู้ให้ได้ว่าเบื้องหลังการปรากฏตัวของเขาคืออะไร

"ทำไมคุณถึงรู้ชื่อผม?" คมไพรถามเสียงกร้าว

ชายสวมหน้ากากสีเงินหันมามองเขา แสงไฟฉายจากกลุ่มชายชุดดำที่รอดชีวิตสาดเข้ามา ทำให้หน้ากากของเขาเปล่งประกายวูบวาบ

"เพราะคุณคือ 'เงาพยัคฆ์' ศัตรูของศัตรูของเรา คือมิตรของเรา" ชายสวมหน้ากากสีเงินตอบ "แต่ตอนนี้ เรามีศัตรูร่วมกันที่อันตรายกว่ามาก"

เขากล่าวพลางผายมือไปยังกลุ่มชายชุดดำที่กำลังเริ่มตั้งหลัก

"พวกเขาคือ 'กงจักรดำ' องค์กรลับที่กำลังจะยึดครองเมืองแห่งนี้ และเราคือ 'พยัคฆ์สิบทิศ' ผู้ที่จะหยุดยั้งพวกเขา"

คมไพรแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง "พยัคฆ์สิบทิศ? แล้วคุณล่ะ?"

"ผมคือ 'มังกรดำ' ผู้บัญชาการของพยัคฆ์สิบทิศ" ชายสวมหน้ากากสีเงินกล่าว "เราต้องการความช่วยเหลือจากคุณ"

คมไพรยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางสายฝน เขากำลังเผชิญหน้ากับการตัดสินใจครั้งใหญ่

เขาจะเชื่อใจคนแปลกหน้าเหล่านี้หรือไม่? หรือเขาจะเดินหน้าสืบสวนเรื่องนี้เพียงลำพัง?

แต่ก่อนที่เขาจะได้ตัดสินใจ เสียงปืนก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มาจากด้านในของตรอกอย่างรุนแรงกว่าเดิม

"เกิดอะไรขึ้นอีก?!" คมไพรอุทาน

เขาหันขวับไปยังทิศทางของเสียงปืน ภาพที่เขาเห็นทำให้เขาแทบหยุดหายใจ

กลุ่มชายสวมหน้ากากที่ต่อสู้กับกงจักรดำ กำลังถูกโจมตีจากด้านหลัง! เป็นกลุ่มคนชุดดำอีกกลุ่มหนึ่ง แต่คราวนี้พวกเขาดูแข็งแกร่งและติดอาวุธครบครันกว่าเดิม

"นี่มันอะไรกันแน่?!" คมไพรตะโกน

สถานการณ์พลิกผันอย่างรวดเร็ว จากการต่อสู้ระยะประชิดในตรอกแคบ กลายเป็นการไล่ล่าที่มียานพาหนะสุดหวาดเสียวเข้ามาเกี่ยวข้อง และบัดนี้… มีกลุ่มคนที่สามปรากฏตัวขึ้นมาอย่างลึกลับ

คมไพรตระหนักได้ทันทีว่าเขาไม่สามารถยืนดูอยู่เฉยๆ ได้อีกต่อไป

"ผมจะช่วย!" เขาประกาศเสียงดัง "แต่คุณต้องบอกความจริงทั้งหมดกับผม!"

มังกรดำพยักหน้า "แน่นอน! แต่เราต้องรอดจากค่ำคืนนี้ไปให้ได้ก่อน!"

ทันใดนั้นเอง รถยนต์ของพยัคฆ์สิบทิศก็คำรามกึกก้องขึ้นอีกครั้ง มันพุ่งทะยานเข้าไปในตรอกราวกับพายุหมุน

คมไพรไม่รอช้า เขากระโดดขึ้นไปนั่งข้างมังกรดำ

"คุณจะพาผมไปไหน?" คมไพรถาม

"ไปสู่การผจญภัยครั้งใหม่… ที่ฐานทัพของกงจักรดำ!" มังกรดำตอบ พลางเหยียบคันเร่งจนสุด

รถยนต์คันนั้นพุ่งทะยานออกจากตรอกแคบราวกับลูกธนูที่ถูกยิงออกจากคันธนู มุ่งหน้าสู่เป้าหมายที่ไม่ทราบแน่ชัด แต่คมไพรสัมผัสได้ว่านี่คือจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ครั้งใหญ่ เขาจะต้องลอบเร้นเข้าไปในฐานทัพศัตรู และเปิดเผยความลับที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง "กงจักรดำ" ให้ได้

การไล่ล่าด้วยยานพาหนะสุดหวาดเสียวได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว… และการผจญภัยของ "เงาพยัคฆ์" กำลังจะก้าวไปสู่อีกระดับหนึ่งที่คาดไม่ถึง

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ลมพยัคฆ์ผ่าสิบทิศ

ลมพยัคฆ์ผ่าสิบทิศ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!