ลมพยัคฆ์ผ่าสิบทิศ

ตอนที่ 11 — เงามรณะกลางสายฝน

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 967 คำ

สายฝนยังคงโปรยปรายไม่ขาดสาย ราวกับจะชำระล้างบาปหนาของเมืองหลวงแห่งนี้ให้สิ้นซาก เสียงฟ้าร้องเมื่อครู่ได้จางหายไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงัดที่น่าสะพรึงกลัวกว่าเดิมในตรอกแคบแห่งนี้ คมไพร หรือ "เงาพยัคฆ์" ยืนนิ่งภายใต้ร่มเงาของชายคาผุพัง ‌ร่างกายที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝนแต่ดวงตายังคงเป็นประกายคมกริบ มองตรงไปยังร่างไร้วิญญาณของอาชญากรที่นอนจมกองเลือดอยู่เบื้องหน้า

เลือดสีแดงฉานไหลซึมลงสู่พื้นดินที่แฉะ กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปกับกลิ่นอับชื้นของตรอกแคบที่ถูกปกคลุมไปด้วยเงามืด ก้อนหินที่เคยเป็นทางเดินถูกย้อมไปด้วยสีแดงเข้ม สร้างภาพหลอนให้ดูราวกับมีปากปล่องแห่งนรกกำลังอ้าปากรอคอย คมไพรสูดลมหายใจลึก กลิ่นฝนกลิ่นดิน และกลิ่นเลือดผสมปนเปกันเป็นกลิ่นเฉพาะตัวของคืนนี้

"การชำระล้างที่สิ้นเปลือง" ​เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นในความคิดของคมไพร เขาโยนมีดสั้นในมือลงบนพื้นอย่างแผ่วเบา มันกระทบกับพื้นคอนกรีตอย่างนิ่มนวลราวกับไม่ต้องการสร้างความรบกวนใดๆ ต่อความเงียบที่กำลังปกคลุมอยู่

ศพที่นอนแน่นิ่งอยู่ตรงหน้าคือ "แมงมุมดำ" หนึ่งในหัวหน้าแก๊งค์อันธพาลที่มีอิทธิพลในย่านนี้ การตายของมันคงจะสร้างความสั่นสะเทือนไปทั่ววงการใต้ดินของเมืองหลวงแห่งนี้ แต่สำหรับคมไพร ‍มันเป็นเพียงอีกหนึ่งก้าวเล็กๆ บนเส้นทางอันยาวไกลที่เขาเลือกเดิน

ดวงตาของคมไพรเลื่อนไปยังมุมมืดของตรอกอีกด้าน เงาหนึ่งกำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เงาที่เขาคุ้นเคย มันคือ "หมูป่า" อดีตลูกน้องคนสนิทของแมงมุมดำ ตอนนี้คงกำลังรีบมาดูลาดเลา

"ถึงเวลาต้องไปแล้ว" ‌คมไพรพึมพำกับตัวเอง เขาพลิกตัวกลับหลังอย่างรวดเร็ว ร่างกายที่คล่องแคล่วว่องไวราวกับสายลม ก้าวไปบนหลังคาบ้านเก่าๆ อย่างเงียบเชียบ โดยไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ ไว้เบื้องหลัง

เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นจากปากตรอก ‍"เฮ้ย! นั่นมันอะไรวะ!" เสียงตะโกนด้วยความตกใจของหมูป่าดังขึ้น

"บอส! บอสแมงมุมดำ!" เสียงของลูกน้องคนอื่นๆ ดังตามมาด้วยความโกลาหล

คมไพรไม่สนใจ เขาเร่งความเร็วขึ้น ฝนที่ตกหนักช่วยอำพรางเสียงฝีเท้าของเขาได้เป็นอย่างดี ​ตรอกนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเคลื่อนไหว เขาต้องรีบไปยังจุดหมายต่อไป ก่อนที่ความโกลาหลจะลุกลามไปจนควบคุมไม่ได้

เมื่อก้าวข้ามหลังคาบ้านหลังสุดท้ายคมไพรก็เห็นมัน รถยนต์สีดำสนิทจอดนิ่งอยู่ริมถนน ดวงไฟที่หรี่ลงเล็กน้อยสะท้อนกับพื้นถนนที่เปียกชุ่ม

"พร้อมนะ" เสียงทุ้มต่ำดังมาจากในรถ

คมไพรพยักหน้า เขาเปิดประตูรถอย่างเงียบเชียบและเข้าไปนั่งประจำที่เบาะคนขับ

"ไปกัน" เขาออกคำสั่ง

รถยนต์คันหรูกระชากตัวออกไปอย่างรวดเร็ว ​ทิ้งความมืดและความเงียบของตรอกแคบไว้เบื้องหลัง

"การกำจัดแมงมุมดำครั้งนี้ส่งผลกระทบใหญ่หลวงแน่" คนที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับกล่าว เขาคือ "เหยี่ยว" ผู้ช่วยที่ไว้ใจได้ของคมไพร

"นั่นคือสิ่งที่ฉันต้องการ" คมไพรตอบ ดวงตายังคงจดจ่ออยู่กับเส้นทางเบื้องหน้า "ความวุ่นวายจะบดบังการเคลื่อนไหวของพวกเรา"

"แผนการต่อไปล่ะ?" ​เหยี่ยวถาม

"ฐานทัพศัตรู" คมไพรตอบสั้นๆ "คืนนี้เราจะเข้าไปในรังของมัน"

เหยี่ยวเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดว่า "การลอบเข้าไปในฐานทัพของ 'กลุ่มอัสนี' ที่มี 'พยัคฆ์ทมิฬ' นำทัพ มันไม่ใช่เรื่องง่ายนะคมไพร"

"นายรู้ดีว่าฉันไม่เคยกลัวอะไร" คมไพรตอบ น้ำเสียงของเขาหนักแน่นและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "ยิ่งอันตรายมากเท่าไหร่ ยิ่งน่าสนใจมากขึ้นเท่านั้น"

รถยนต์เคลื่อนตัวผ่านถนนที่ว่างเปล่า มีเพียงแสงไฟจากเสาไฟฟ้าที่สาดส่องลงมาเป็นระยะๆ น้ำฝนที่ตกลงมาทำให้ทัศนวิสัยไม่ดีนัก แต่คมไพรสามารถขับรถไปได้อย่างแม่นยำราวกับมองเห็นทุกอย่างทะลุผ่านสายฝน

"กลุ่มอัสนีมีเครือข่ายที่กว้างขวาง และพยัคฆ์ทมิฬก็มีลูกน้องที่ภักดีและไร้ความปรานี" เหยี่ยวกล่าวต่อ "การจะเข้าไปในฐานทัพของพวกมันโดยไม่ให้ใครรู้ตัวเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้"

"แทบจะเป็นไปไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าเป็นไปไม่ได้เสียทีเดียว" คมไพรตอบ "ที่สำคัญคือพวกมันจะไม่คาดคิดว่าจะมีใครกล้าบุกเข้าไปถึงรังของมันในคืนที่วุ่นวายแบบนี้"

คมไพรหักเลี้ยวรถเข้าสู่ถนนที่แคบลงเรื่อยๆ ย่านที่พวกเขาเคลื่อนผ่านเริ่มเปลี่ยนไปจากความเจริญกลายเป็นความเสื่อมโทรม มีโรงงานร้างตั้งเรียงรายอยู่สองข้างทาง

"เรากำลังจะไปที่ไหน?" เหยี่ยวถาม

"ที่ๆ จะพาเราไปสู่ 'จุดยุทธศาสตร์' ของกลุ่มอัสนี" คมไพรตอบ "ฉันได้ข้อมูลมาว่า พวกมันกำลังจะขนส่ง 'ของบางอย่าง' ที่สำคัญมากในคืนนี้"

"ของอะไร?"

"ยังไม่แน่ใจ แต่ถ้ามันสำคัญขนาดที่พยัคฆ์ทมิฬต้องลงมาดูแลเอง แสดงว่ามันต้องไม่ธรรมดาแน่" คมไพรกล่าว "และเราต้องได้มันมาก่อนที่พวกมันจะเอาไปใช้"

รถยนต์เลี้ยวเข้าไปในลานกว้างของโรงงานร้างแห่งหนึ่ง มีรถบรรทุกทหารหลายคันจอดเรียงรายอยู่ท่ามกลางความมืด มีทหารติดอาวุธคอยคุมกันอยู่เป็นระยะ

"นั่นไง" คมไพรชี้ไปที่รถบรรทุกคันหนึ่งที่ถูกคลุมด้วยผ้าใบสีเข้ม "รถคันนั้นแหละ"

คมไพรจอดรถไว้ห่างออกไปเล็กน้อย เขาและเหยี่ยวลงจากรถอย่างเงียบเชียบ ซ่อนตัวอยู่หลังกองลังไม้ที่ผุพัง

"ฉันจะเข้าไปดูลาดเลา นายเตรียมพร้อม" คมไพรสั่ง

คมไพรคลานไปตามพื้นดินที่แฉะอย่างระมัดระวัง เขากลายเป็นส่วนหนึ่งของเงามืดที่เคลื่อนไหวไปมา ดวงตาของเขาสำรวจทุกสิ่งอย่างรอบคอบ

เขาเห็นทหารประมาณสิบคนกำลังคอยคุ้มกันรถบรรทุกคันนั้นอยู่ มีผู้ชายคนหนึ่งยืนคุมอยู่ห่างๆ สวมชุดสีดำ สวมหมวกปีกกว้าง ใบหน้าถูกปกปิดด้วยเงา แต่คมไพรสัมผัสได้ถึงพลังอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวเขา

"นั่นต้องเป็นพยัคฆ์ทมิฬแน่" เหยี่ยวพึมพำจากด้านหลัง

คมไพรขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีก เขาได้ยินเสียงพูดคุยกันอย่างแผ่วเบาของพวกทหาร

"ของข้างในนี่มันสำคัญจริงเหรอวะ" ทหารคนหนึ่งถาม

"ไม่รู้สิ แต่ผู้การบอกว่าต้องระวังให้มากที่สุด" ทหารอีกคนตอบ

คมไพรเริ่มวางแผนในใจ เขามีเวลาไม่มากนัก ฝนที่ตกหนักเป็นอุปสรรคต่อการมองเห็น แต่ก็เป็นสิ่งอำนวยความสะดวกในการลอบเร้นของเขาเช่นกัน

"เหยี่ยว" คมไพรส่งสัญญาณเสียงเบาๆ

"ว่าไง"

"ฉันจะเข้าไปจัดการทหารที่อยู่ใกล้ๆ รถบรรทุกก่อน ส่วนนาย ไปทำให้พวกที่อยู่ไกลๆ เสียสมาธิ"

"เข้าใจ" เหยี่ยวตอบรับ

คมไพรลุกขึ้นยืน เขาเคลื่อนที่เข้าหาทหารกลุ่มแรกอย่างรวดเร็วราวกับพยัคฆ์ที่ย่องตะครุบเหยื่อ

ในเวลาเดียวกัน เหยี่ยวก็หยิบระเบิดควันขนาดเล็กออกมา ปาไปยังมุมที่ห่างออกไป ท่ามกลางสายฝนและเงามืด ระเบิดควันค่อยๆ ปะทุออก ควันสีขาวลอยขึ้นไปในอากาศ บดบังทัศนวิสัยของทหารบางส่วน

"อะไรนั่น!" ทหารคนหนึ่งร้องขึ้น

ขณะที่ทหารกำลังหันไปมองที่ระเบิดควัน คมไพรก็ใช้จังหวะนี้จัดการกับทหารสองคนที่ยืนเฝ้ารถบรรทุกอย่างรวดเร็ว เขาใช้เทคนิคการต่อสู้ระยะประชิดที่ฝึกฝนมาอย่างดี การเคลื่อนไหวทุกอย่างทำได้อย่างแม่นยำและเงียบเชียบ

ก่อนที่ทหารคนอื่นๆ จะทันตั้งตัว พวกเขาก็พบว่าเพื่อนร่วมทีมของตนล้มลงไปกองกับพื้นอย่างไร้เสียง

"มีคน!" หนึ่งในทหารตะโกนขึ้น

คมไพรไม่รอช้า เขาพุ่งเข้าใส่ทหารที่เหลืออย่างไม่ลังเล การต่อสู้ระยะประชิดเกิดขึ้นอย่างดุเดือดท่ามกลางสายฝนและเงามืด อาวุธปืนถูกชักออกมา แต่คมไพรหลบหลีกได้อย่างคล่องแคล่ว

เหยี่ยวก็ไม่น้อยหน้า เขาอาศัยความชำนาญในการใช้อาวุธปืน ยิงสกัดทหารที่พยายามจะเข้ามาช่วยเหลือเพื่อนอย่างแม่นยำ

พยัคฆ์ทมิฬที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ ตระหนักได้ถึงอันตราย เขาก้าวออกมาอย่างรวดเร็ว ดวงตาของเขาลุกโชนไปด้วยความเดือดดาล

"ใครบังอาจมาบุกรังของข้า!" เสียงคำรามของพยัคฆ์ทมิฬดังขึ้น

คมไพรหยุดการต่อสู้ชั่วคราว เขามองไปยังพยัคฆ์ทมิฬ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา

"ในที่สุดก็ได้เจอตัวสักที" คมไพรกล่าว

"แกเป็นใคร!" พยัคฆ์ทมิฬถาม เสียงของเขาก้องกังวาน

"ฉันคือคนที่นายควรจะกลัว" คมไพรตอบ "และฉันมาเพื่อเอาของของแกไป"

คมไพรหันไปทางรถบรรทุก เขารู้ว่านี่คือช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของการบุกเดี่ยวครั้งนี้

"เหยี่ยว!" คมไพรตะโกน

"พร้อมแล้ว!" เหยี่ยวตอบ

คมไพรและเหยี่ยวพุ่งเข้าใส่รถบรรทุกอย่างรวดเร็ว พวกเขารู้ว่าต้องรีบเปิดผ้าใบที่คลุมของไว้ให้เร็วที่สุด ก่อนที่พยัคฆ์ทมิฬจะรวบรวมกำลังพลได้ทั้งหมด

สายฝนยังคงตกหนักราวกับจะกลบเกลื่อนการต่อสู้ที่กำลังจะปะทุขึ้น ความมืดมิดของค่ำคืนนี้กำลังจะถูกฉีกกระชากด้วยการปะทะกันของสองมหาอำนาจที่กำลังจะเกิดขึ้น

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ลมพยัคฆ์ผ่าสิบทิศ

ลมพยัคฆ์ผ่าสิบทิศ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!