ลมพยัคฆ์ผ่าสิบทิศ

ตอนที่ 12 — คมมีดเหนือน้ำตก

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,360 คำ

สายฝนยังคงโปรยปรายไม่ขาดสาย ราวกับจะชำระล้างบาปหนาของเมืองหลวงแห่งนี้ให้สิ้นซาก เสียงฟ้าร้องเมื่อครู่ได้จางหายไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงัดที่น่าสะพรึงกลัวกว่าเดิมในตรอกแคบแห่งนี้ คมไพร หรือ "เงาพยัคฆ์" ยืนนิ่ง ‌สูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอับชื้นของปูนเก่าผสมกับกลิ่นโลหะสนิมฉุนขึ้นจมูก เขาจ้องมองร่างสองร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่เบื้องหน้า ชุดสีดำสนิทของหน่วยลับ "อสรพิษ" ขาดวิ่นเป็นริ้วๆ เห็นบาดแผลฉกรรจ์ที่กรีดลึกจนเห็นกระดูก แสงไฟนีออนสีซีดจากป้ายร้านค้าที่ยังเปิดอยู่ ​สาดสะท้อนหยดน้ำบนใบหน้าคมคายของเขา ราวกับจะซ้ำเติมความโหดร้ายที่เพิ่งเกิดขึ้น

"จบง่ายกว่าที่คิด" เสียงแหบพร่าดังขึ้นจากด้านหลัง คมไพรไม่หันไปมอง เขารู้ดีว่าเป็นใคร "เสือ" คู่หูของเขา พร้อมเสมอที่จะปรากฏตัวในยามที่จำเป็น

"อย่าประมาท" ‍คมไพรตอบเสียงเรียบ "พวกมันส่งมาแค่ตัวเบิกทาง"

เสือเดินเข้ามาใกล้ ยืนเคียงข้างคมไพร ดวงตาของเขากวาดมองไปรอบๆ อย่างระแวง "แล้วตัวจริงอยู่ที่ไหนล่ะ? ถ้าไม่ใช่พวกนี้ ก็ต้องเป็นมือดีกว่านี้แน่ๆ"

"พวกเขาคงกำลังรอสัญญาณ" ‌คมไพรชี้ไปยังมุมหนึ่งของตรอกที่มืดมิดกว่าส่วนอื่น "และคงไม่ปล่อยให้เรามีโอกาสหนีไปง่ายๆ"

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังมาจากปลายสุดของตรอก สองทิศทางพร้อมกัน! คมไพรและเสือหันไปมองพร้อมกัน เงาตะคุ่มหลายร่างกำลังเคลื่อนไหวเข้ามาอย่างรวดเร็ว พวกมันมีอาวุธในมือ ‍ส่องแสงวับแวมตัดกับความมืด

"มาแล้วสินะ" เสือว่าพลางยักไหล่ "งั้นก็สู้กันให้สนุกไปเลย"

คมไพรไม่ตอบ เขาขยับตัวเล็กน้อย ยืดเส้นยืดสาย เตรียมพร้อมรับมือกับคลื่นมนุษย์ที่กำลังถาโถมเข้ามา

"ระวังหลัง" เสือตะโกน ก่อนจะพุ่งตัวออกไปทางซ้าย ​ปะทะเข้ากับร่างแรกที่วิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว เสียงปะทะกันของหมัดและเสียงกระดูกลั่นดังขึ้นท่ามกลางสายฝน

คมไพรหันไปทางขวา เขาเห็นร่างสูงใหญ่สามร่างกำลังก้าวเข้ามาอย่างช้าๆ แต่ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความมั่นใจราวกับมีพลังเหนือธรรมชาติ พวกมันสวมชุดสีดำสนิทเช่นกัน แต่แตกต่างจากสองร่างแรกอย่างชัดเจน เครื่องแบบดูดีมีราคา และแฝงไว้ด้วยความอันตรายที่ยากจะประเมิน

"พวกมันคือ ​'มือสังหาร' ของอสรพิษ" เสียงของคมไพรแฝงความเย็นเยียบ "ไม่ใช่แค่ทหารรับจ้างธรรมดา"

ร่างแรกพุ่งเข้าใส่คมไพรอย่างรวดเร็ว มันเลื้อยราวกับงูพิษ ใช้กรงเล็บที่คมกริบฟาดฟัน คมไพรหลบหลีกอย่างคล่องแคล่ว หมุนตัวพลิ้วไหว ​ก้าวถอยหลังเพียงเล็กน้อยก่อนจะสวนกลับด้วยศอกที่หนักหน่วงเข้าที่สีข้างของมัน ร่างนั้นเซถอยหลังไป แต่ก็ยังยืนหยัดอยู่ได้

"แข็งแกร่งกว่าที่คิด" คมไพรพึมพำ ดวงตาจับจ้องไปยังร่างอีกสองร่างที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างเป็นจังหวะ ราวกับจะล้อมกรอบเขา

ร่างที่สองก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับอาวุธที่ส่องประกายในมือ มันคือมีดสั้นด้ามยาวที่เคลือบสารบางอย่างคมไพรสัมผัสได้ถึงพลังงานที่แผ่ออกมาจากใบมีดนั้น

"อย่าโดนคมนั้น" เสือตะโกนจากอีกด้านหนึ่ง เขาต่อสู้กับกลุ่มที่เข้ามาทางซ้ายอย่างดุเดือด เลือดสีสดสาดกระเซ็นเป็นระยะ

คมไพรพุ่งเข้าหา มีดสั้นนั้นอย่างไม่ลังเล เขาใช้ความเร็วที่เหนือกว่าในการเข้าประชิด หมุนตัวหลบคมมีดที่ฟาดฟันมาอย่างฉิวเฉียด ก่อนจะใช้ฝ่ามือปะทะเข้ากับข้อมือของคู่ต่อสู้ บีบแรงจนกระดูกส่งเสียงดัง กลิ้ง ร่างนั้นสะบัดมีดหนีด้วยความเจ็บปวด

"ถึงตาข้าแล้ว!" คมไพรตะโกน ก่อนจะใช้ปลายเท้าถีบเข้าที่หน้าท้องของมันอย่างแรง ร่างนั้นกระเด็นไปชนกำแพงอย่างจัง

แต่คู่ต่อสู้ที่สามก็เข้ามาแทนที่อย่างรวดเร็ว ร่างนั้นไม่ได้พุ่งเข้าใส่ แต่กลับตั้งท่าตั้งรับอย่างสงบนิ่ง ใบหน้าถูกปกปิดด้วยหน้ากากสีดำสนิท คมไพรสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่แผ่ออกมาจากร่างนี้อย่างชัดเจน

"นี่แหละ ตัวจริง" คมไพรคิดในใจ

ร่างที่สามเริ่มเคลื่อนไหว การเคลื่อนไหวของมันผิดแปลกไปจากมนุษย์ทั่วไป มันยืดตัว ย่อตัว พลิกแพลงราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังจะตะครุบเหยื่อ คมไพรรับรู้ได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตายที่คละคลุ้ง

"ระวังมัน!" เสือตะโกนเตือน เขาจัดการกับศัตรูที่เหลือทางด้านซ้ายได้แล้ว แต่ก็มีสภาพไม่สู้ดีนัก เลือดไหลซึมตามแขนและใบหน้า

คมไพรไม่ตอบ เขากำหมัดแน่น จ้องมองไปยังร่างที่สามอย่างไม่ลดละ ร่างนั้นก้าวเข้ามาอย่างช้าๆ แต่ทรงพลัง แต่ละย่างก้าวเหมือนจะบดขยี้ทุกสิ่งให้แหลกลาญ

"เจ้าคือ 'เงาพยัคฆ์' สินะ" เสียงทุ้มต่ำดังลอดออกมาจากหน้ากาก "ข้าคือ 'สยบ' ผู้สลายทุกเงา"

"สยบ?" คมไพรเลิกคิ้ว "ชื่อไม่สมกับฝีมือ"

"เจ้าจะได้รู้" สยบตอบกลับ ก่อนจะพุ่งตัวเข้าใส่คมไพรอย่างรวดเร็ว ร่างของมันเคลื่อนไหวเร็วจนแทบมองไม่เห็น

การต่อสู้ระหว่างคมไพรและสยบเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด เป็นการต่อสู้ที่แตกต่างจากที่คมไพรเคยเจอมา สยบไม่ได้เน้นที่พละกำลัง แต่เน้นที่ความรวดเร็วและแม่นยำราวกับใบมีดที่คมกริบ

คมไพรใช้ทักษะการต่อสู้ระยะประชิดของเขาตอบโต้ เขาเคลื่อนไหวพลิ้วไหวราวกับสายลม หลบหลีกการโจมตีที่รุนแรงและคาดเดาได้ยากของสยบ

"เจ้าแข็งแกร่ง" สยบกล่าวพลางหลบการสวนกลับของคมไพร "แต่เจ้ายังขาดประสบการณ์"

"ประสบการณ์หาได้จากที่ไหน?" คมไพรสวนกลับ "จากซากศพของผู้ที่ขวางทางข้า?"

คมไพรเห็นช่องว่าง เขาพุ่งเข้าใส่ด้วยหมัดตรงที่ทรงพลัง แต่สยบก็ยังคงพลิ้วไหวหลบได้ราวกับจับวาง สยบใช้จังหวะที่คมไพรเสียหลัก พุ่งเข้าประชิดและใช้กรงเล็บที่ซ่อนอยู่ในชุดฟาดฟันเข้าที่แขนของคมไพร

คมไพรสะดุ้งด้วยความเจ็บปวด เลือดไหลซึมออกมาจากบาดแผลที่แขน "เจ้ามันเจ้าเล่ห์!"

"ความแข็งแกร่งที่แท้จริงไม่ได้มาจากพลังเพียงอย่างเดียว" สยบตอบกลับ "แต่มาจากสติปัญญาและการใช้โอกาส"

การต่อสู้ดำเนินต่อไปอย่างดุเดือด แต่ละฝ่ายต่างก็มีบาดแผล เสื้อผ้าของคมไพรเริ่มขาดวิ่นจากคมกรงเล็บของสยบ ในขณะที่สยบก็มีรอยฟกช้ำจากการปะทะกับหมัดของคมไพร

"พอแค่นี้เถอะ" สยบกล่าวพลางถอยห่าง "ข้ามาที่นี่เพื่อภารกิจ ไม่ใช่เพื่อเล่นสนุก"

"ภารกิจอะไร?" คมไพรถาม พลางยกมือขึ้นกุมแขนที่บาดเจ็บ

"ภารกิจที่เจ้าไม่ควรรู้" สยบตอบพลางหยิบวัตถุบางอย่างออกมาจากกระเป๋า เป็นกล่องเหล็กเล็กๆ ที่มีสัญลักษณ์แปลกประหลาด "แต่เจ้าได้ขวางทางข้าแล้ว"

คมไพรสังเกตเห็นสัญลักษณ์นั้น เขาเคยเห็นมันที่ไหนมาก่อน... แต่จำไม่ได้

"เจ้าจะหนีไม่ได้" สยบกล่าวพลางหันหลังให้คมไพร "การเดินทางของเจ้าเพิ่งจะเริ่มต้น"

พูดจบ สยบก็หายลับไปในเงามืดของตรอก ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่กลับมาอีกครั้ง สายฝนยังคงตกพรำๆ ชำระล้างร่องรอยของความรุนแรงที่เพิ่งเกิดขึ้น

คมไพรยืนนิ่ง มองตามร่างของสยบไปจนลับตา เขาหันไปมองเสือที่กำลังเช็ดเลือดที่ใบหน้า

"มันไปแล้ว?" เสือถาม

"ไปแล้ว" คมไพรตอบ "แต่ทิ้งอะไรบางอย่างไว้"

คมไพรหยิบกล่องเหล็กที่สยบทำหล่นมาดู สัญลักษณ์ที่สลักอยู่บนกล่องนั้นดูคุ้นเคยอย่างประหลาด

"นี่มันอะไรกันแน่?" เสือถาม

"ไม่รู้" คมไพรตอบ "แต่ข้าคิดว่า ข้าต้องหาคำตอบให้ได้"

คมไพรเงยหน้ามองท้องฟ้าที่ยังคงมีเมฆครึ้ม ฝนเริ่มตกหนักขึ้น ราวกับจะบอกว่า พายุที่แท้จริงกำลังจะมาถึง


"เมื่อครู่มันบอกว่า 'การเดินทางของเจ้าเพิ่งจะเริ่มต้น' หมายความว่ายังไง?" เสือถามขณะที่ทั้งสองคนกำลังเดินฝ่าสายฝนออกจากตรอก มุ่งหน้าไปยังที่ปลอดภัย

"ข้าก็ไม่แน่ใจ" คมไพรตอบ "แต่สังเกตไหม ว่าพวกมันไม่ได้พยายามจะฆ่าเราจริงๆ จังๆ"

"หมายความว่ายังไง?" เสือขมวดคิ้ว

"พวกมันดูเหมือนจะแค่... ชะลอเราไว้" คมไพรอธิบาย "พวกมันรู้ว่าเราจะมาที่นี่ และก็เตรียมการไว้แล้ว"

"แล้วทำไมไม่ฆ่าเราให้ตายไปเลยล่ะ?" เสือถามด้วยความสงสัย

"บางที... พวกมันอาจจะอยากให้เราไปเจออะไรบางอย่าง" คมไพรพูดเสียงเรียบ "หรือบางที... พวกมันอาจจะมีแผนที่ใหญ่กว่านี้"

คมไพรชู "กล่องเหล็ก" ขึ้นมามองอีกครั้ง สัญลักษณ์บนกล่องยังคงทำให้เขาสับสน

"เจ้าว่าสัญลักษณ์นี่คืออะไร?" เสือถาม

"ข้าไม่รู้" คมไพรตอบ "แต่มันดูสำคัญมาก"

ขณะที่ทั้งสองกำลังเดินไปตามถนนที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝน ภาพในหัวของคมไพรพลันนึกถึงเหตุการณ์ในอดีต เรื่องราวในวัยเด็กที่เขาเคยได้ยินเกี่ยวกับองค์กรลับที่ทรงอำนาจ ที่มีสัญลักษณ์คล้ายคลึงกัน

"ข้าว่า... ข้าเริ่มจะเดาออกแล้ว" คมไพรพูดขึ้นมาอย่างกะทันหัน

"เดาออกอะไร?" เสือถาม

"สัญลักษณ์นี่... มันอาจจะเป็นสัญลักษณ์ของ 'พยัคฆ์ดำ'" คมไพรพูดเสียงเบา

"พยัคฆ์ดำ? องค์กรในตำนานนั่นน่ะเหรอ?" เสือตาโต

"ใช่" คมไพรพยักหน้า "ถ้ามันเป็นจริง... แสดงว่าเรื่องที่เรากำลังเผชิญมันใหญ่กว่าที่เราคิดมาก"

"ใหญ่แค่ไหน?" เสือถามด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

"ใหญ่จนอาจจะสั่นคลอนไปทั้งแผ่นดิน" คมไพรตอบ ดวงตาของเขามองไปยังความมืดเบื้องหน้า ราวกับจะมองเห็นภาพอนาคตอันเลวร้ายที่กำลังคืบคลานเข้ามา

"แล้วเราจะทำยังไงต่อไป?" เสือถาม

"เราต้องหาคำตอบ" คมไพรว่า "และเราต้องเตรียมตัวให้พร้อม"

คมไพรบีบกล่องเหล็กในมือแน่น เขารู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งเขาเข้าใกล้ความจริงมากเท่าไหร่ อันตรายก็ยิ่งจะถาโถมเข้ามามากขึ้นเท่านั้น

"เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับทุกอย่าง" คมไพรพึมพำกับตัวเอง "เพราะพายุ... กำลังจะมาถึงแล้ว"

เขารู้ดีว่า การต่อสู้ครั้งนี้ จะยิ่งยากลำบากและอันตรายกว่าที่เคยเป็นมา แต่เขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน ด้วยคมมีดที่แหลมคมกว่าเดิม และจิตใจที่แข็งแกร่งกว่าเดิม


การบรรยายเพิ่มเติมเพื่อเสริมความยาวและบรรยากาศ:

สายฝนที่ตกหนักขึ้น ทำให้ทัศนวิสัยแย่ลงไปอีก แสงไฟจากเสาไฟข้างทางสาดส่องเป็นลำแสงลอดผ่านม่านน้ำ ทำให้เห็นภาพฝุ่นละอองที่ลอยฟุ้งในอากาศอย่างชัดเจน เสียงรถยนต์ที่วิ่งผ่านไปมาดังแห้งแล้งกว่าปกติราวกับจะสะท้อนความเหงาของผู้คนที่ยังคงต้องใช้ชีวิตภายใต้ความมืดมิดของเมืองแห่งนี้

คมไพรเหลือบมองไปยังตรอกที่เขาเพิ่งจากมา กลิ่นอายของความตายยังคงค้างอยู่จางๆ ในอากาศ เขาหันกลับมามองถนนเบื้องหน้า ที่ทอดยาวไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ราวกับจะเป็นเส้นทางสู่ชะตากรรมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

"เราจะไปที่ไหนต่อ?" เสือถาม พลางปาดน้ำฝนออกจากใบหน้า

"เราต้องไปที่ 'เรือนลับ' ก่อน" คมไพรตอบ "เราต้องวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้มาให้ละเอียดที่สุด"

"เรือนลับ" คือฐานลับแห่งที่สองของพวกเขาที่ซ่อนตัวอยู่ในย่านที่ผู้คนพลุกพล่านของเมืองหลวง เป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับการวางแผนและวิเคราะห์ข้อมูล

"แล้วเรื่อง 'สยบ' ล่ะ?" เสือถาม

"เขาเป็นอันตราย" คมไพรกล่าว "เราต้องระวังตัวเป็นพิเศษ"

คมไพรหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา มองดูหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นมา ท่ามกลางความมืด เขาพยายามจะติดต่อกับ "นภา" สายลับสาวคนสนิทของเขา แต่สัญญาณกลับติดขัด อาจเป็นเพราะสภาพอากาศที่เลวร้าย หรืออาจเป็นเพราะมีบางสิ่งบางอย่างที่กำลังแทรกแซงการสื่อสาร

"สัญญาณไม่ดี" คมไพรพูด

"สงสัยโดนเล่นงานแล้วสิ" เสือว่าพลางสูดลมหายใจลึก

"ไม่ใช่แค่โดนเล่นงาน" คมไพรขมวดคิ้ว "รู้สึกเหมือนมีใครกำลังจับตาดูเราอยู่"

เขากวาดสายตาไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว พยายามมองหาความผิดปกติ แต่ก็ไม่พบสิ่งใด นอกจากผู้คนที่กำลังเร่งรีบเดินทางกลับบ้านภายใต้สายฝน

"อย่าคิดมาก" เสือปลอบ "เราผ่านมาเยอะแล้ว"

"ครั้งนี้มันไม่เหมือนเดิม" คมไพรตอบ "อันตรายมันซับซ้อนกว่าที่คิด"

คมไพรเงยหน้ามองไปยังตึกสูงระฟ้าที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แสงไฟนีออนหลากสีสันสะท้อนบนพื้นผิวของอาคาร ราวกับดวงตาของยักษ์ที่กำลังจับจ้องมองพวกเขาอยู่

"ทุกย่างก้าวของเรา... มันกำลังถูกจับตามอง" คมไพรพึมพำ

เขารู้ดีว่า นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการผจญภัยครั้งใหม่ที่เต็มไปด้วยปริศนาและการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม "ลมพยัคฆ์ผ่าสิบทิศ" กำลังจะเริ่มกางปีกออกโบยบิน ท่ามกลางพายุแห่งความขัดแย้งและอันตรายที่กำลังจะมาถึง.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ลมพยัคฆ์ผ่าสิบทิศ

ลมพยัคฆ์ผ่าสิบทิศ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!