ลมพยัคฆ์ผ่าสิบทิศ

ตอนที่ 18 — ฝ่าวงล้อม สู่เงื้อมมือพยัคฆ์

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 909 คำ

สายฝนที่โปรยปรายอย่างไม่ยอมหยุดหย่อน ยิ่งเพิ่มความอึมครึมให้กับตรอกแคบที่คมไพร หรือ "เงาพยัคฆ์" กำลังเผชิญหน้า สายน้ำเย็นเฉียบไหลนองตามพื้น คราบเลือดที่เปรอะเปื้อนอยู่ก่อนหน้าถูกชะล้างไปบางส่วน แต่ก็ไม่สามารถกลบกลิ่นคาวเลือดที่ยังคงอบอวลอยู่ในอากาศได้ ‌เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ย่ำมาตามตรอก ซ้ำด้วยเสียงโลหะกระทบกัน เป็นสัญญาณเตือนภัยที่ดังชัดเจนเกินกว่าจะมองข้าม

คมไพรขยับตัวอย่างแผ่วเบา เลื่อนร่างที่เปียกปอนไปซ่อนหลังกองถังขยะเก่าๆ ที่ส่งกลิ่นเน่าเหม็น เขากวาดสายตามองไปยังปากตรอกที่เริ่มปรากฏเงาตะคุ่มของชายฉกรรจ์หลายนาย แต่ละคนสวมเครื่องแบบสีเข้ม ​ใบหน้ากร้านแดดกร้านลม ฉายแววอำมหิต แสงไฟสลัวๆ จากเสาไฟริมถนนสะท้อนบนคมดาบที่ถูกชักออกมาจากฝัก อาวุธที่พวกเขาถือล้วนถูกเตรียมพร้อมสำหรับการสังหาร

“พวกมันมาแล้ว” เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นจากด้านหลัง คมไพรหันไปมอง พบรุ้ง ‍หญิงสาวที่เขาเพิ่งช่วยชีวิตไว้ กำลังยืนหอบเหนื่อยอยู่ไม่ไกล เธอมีบาดแผลเล็กน้อยที่แขน แต่ดวงตายังคงฉายแววความมุ่งมั่น

“ถอยไปก่อน อยู่เฉยๆ อย่าขยับ” คมไพรออกคำสั่งเสียงเบา แต่หนักแน่น ‌น้ำเสียงของเขาก่อให้เกิดความมั่นใจในตัวรุ้ง “ฉันจะจัดการเอง”

รุ้งพยักหน้ารับ แม้จะมีความกังวล แต่เธอก็เชื่อมั่นในความสามารถของ "เงาพยัคฆ์" เธอถอยร่นเข้าไปในมุมอับอีกชั้นหนึ่ง ซ่อนตัวให้มิดชิดที่สุดเท่าที่จะทำได้

คมไพรสูดลมหายใจลึกเข้าปอด กลิ่นอายของความตายและความอันตรายปะปนกันไปหมด ‍เขาปลายนิ้วสัมผัสคมมีดสั้นที่ซ่อนอยู่ในรองเท้าบูท เป็นอาวุธคู่ใจที่ไม่เคยทำให้เขาผิดหวัง ความเย็นของเหล็กกล้าแล่นไปทั่วฝ่ามือ เป็นเหมือนพลังที่เติมเข้ามา

“เจอตัวแล้ว! ไอ้เวรตะไลนั่นอยู่ตรงนั้น!” เสียงตะโกนดังลั่น ทำลายความเงียบสงัดของค่ำคืน ดวงตาของคมไพรเบิกกว้างขึ้น ​เขาไม่มีเวลาให้ลังเลอีกต่อไป

ร่างของคมไพรทะยานออกจากที่ซ่อนอย่างรวดเร็วราวกับพยัคฆ์ที่ล่าเหยื่อ เขาพุ่งเข้าใส่กลุ่มศัตรูที่อยู่ใกล้ที่สุดด้วยความเร็วสูง ฝ่ามือข้างหนึ่งตบเข้าที่ใบหน้าของชายคนแรกอย่างแรง จนอีกฝ่ายเซถลาไปชนกับเพื่อนร่วมทีม เสียงร้องโหยหวนดังขึ้น

ก่อนที่ศัตรูคนอื่นจะได้ตั้งตัว คมไพรก็พลิกตัวหลบคมดาบที่ฟาดฟันลงมาอย่างแม่นยำ เขาใช้จังหวะที่คู่ต่อสู้เสียหลัก ชักมีดสั้นออกมาจากฝัก ​ฟันสวนขึ้นไปที่ลำคอของศัตรูอย่างรวดเร็ว คมมีดกรีดผ่านเนื้อหนัง เสียงร้องที่ขาดห้วงดังขึ้นก่อนที่ร่างนั้นจะทรุดฮวบลงสู่พื้น

เพียงพริบตาเดียว สถานการณ์ก็พลิกผัน จากการซุ่มโจมตี กลายเป็นการต่อสู้แบบประชิดตัวในพื้นที่จำกัด เสียงดาบกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว เสียงตะโกนด่าทอ ​และเสียงร้องโอดครวญ ผสมปนเปกันไปหมด

คมไพรเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว เขาใช้สภาพแวดล้อมให้เป็นประโยชน์ ผลักศัตรูให้ชนกับกำแพง ใช้ถังขยะเป็นเกราะกำบัง และอาศัยความมืดเป็นเงาอำพราง เขาคือพยัคฆ์ร้ายในเงามืด ที่พร้อมจะขย้ำศัตรูทุกเมื่อ

“ไอ้สารเลว! อย่าคิดว่าจะหนีไปได้!” หนึ่งในศัตรูที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้ากลุ่ม ตะโกนก้อง เขาเป็นชายร่างใหญ่ ใบหน้ามีรอยแผลเป็น บ่งบอกถึงประสบการณ์การต่อสู้ไม่น้อย

“คิดว่าพวกแกจะจับฉันได้ง่ายๆ หรือไง?” คมไพรตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา เขาเตะปลายมีดสั้นใส่หน้าผากของศัตรูคนหนึ่งอย่างจัง ทำให้อีกฝ่ายต้องถอยกรูดไป

การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด คมไพรสามารถจัดการกับศัตรูไปได้หลายนาย แต่จำนวนของพวกมันก็ยังคงมีมากกว่า เขาสัมผัสได้ถึงความเหนื่อยล้าที่เริ่มเข้ามาเยือน ร่างกายของเขาเปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝนและเหงื่อ

“ถอย! พวกแกถอยไปตั้งหลักก่อน! อย่าให้มันหลุดไปได้!” หัวหน้ากลุ่มออกคำสั่ง ถึงแม้จะสูญเสียกำลังไปไม่น้อย แต่พวกมันก็ยังคงไม่ยอมแพ้

คมไพรเห็นโอกาส เขารู้ว่านี่คือจังหวะที่จะต้องหนีออกมา เขาหันไปมองรุ้งที่ยังคงหลบซ่อนอยู่ “รุ้ง! ออกมาเร็ว!”

รุ้งรีบวิ่งออกมาจากที่ซ่อน คมไพรคว้าแขนเธอไว้ “ไปทางนี้!”

ทั้งสองวิ่งฝ่าออกไปจากตรอกที่เต็มไปด้วยศพและเลือด ฝีเท้าของพวกเขาวิ่งไปตามทางเดินแคบๆ เสียงตะโกนไล่หลังดังตามมาไม่หยุดหย่อน

“มันหนีไปแล้ว! พวกแกมันไร้ประโยชน์!” เสียงหัวหน้ากลุ่มกัมปนาจ

ทันใดนั้น เสียงเครื่องยนต์คำรามดังสนั่นมาจากปากตรอก รถยนต์สีดำสนิทคันหนึ่ง พุ่งเข้ามาจอดขวางทางอย่างรวดเร็ว ประตูรถเปิดออก เผยให้เห็นใบหน้าเคร่งขรึมของชายหนุ่มในชุดสูทสีดำ เขาคือ “พยัคฆ์ดำ” ชายผู้เป็นหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการลับขององค์กรที่คมไพรกำลังต่อสู้ด้วย

“ขึ้นมา!” พยัคฆ์ดำตะโกนสั่ง

คมไพรและรุ้งไม่รอช้า รีบวิ่งเข้าไปในรถทันทีที่ประตูเปิดออก คมไพรปิดประตูรถอย่างแรง เสียงปืนดังขึ้นจากด้านหลัง กระสุนเจาะทะลุประตูรถไปอย่างเฉียดฉิว

“เหยียบให้มิดไมล์เลย!” คมไพรตะโกนใส่พยัคฆ์ดำ

พยัคฆ์ดำออกคำสั่งผ่านวิทยุสื่อสาร “หน่วยสนับสนุน! ส่งกำลังเสริมมาปิดล้อมตรอกซอย 13! พวกมันกำลังหลบหนี!”

จากนั้นเขาก็กดคันเร่งจนสุด แรงกดดันจากเครื่องยนต์อันทรงพลัง ดันร่างของทั้งสองให้ติดเบาะ รถยนต์คันหรูพุ่งทะยานออกไปราวกับลูกศร พุ่งเข้าสู่ความมืดของค่ำคืน

เสียงไซเรนดังไล่ตามมาจากด้านหลัง เป็นสัญญาณว่าการไล่ล่าครั้งใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น

“พวกนั้นตามมาแล้ว!” รุ้งอุทานด้วยความตกใจ

“ไม่ต้องห่วง” พยัคฆ์ดำกล่าวอย่างใจเย็น “รถคันนี้ไม่ใช่รถธรรมดา มันถูกออกแบบมาเพื่อการหลบหนีโดยเฉพาะ”

คมไพรเหลือบมองไปที่กระจกมองหลัง เห็นแสงไฟหน้ารถของศัตรูกำลังไล่ตามมาติดๆ พวกมันมีจำนวนมาก และดูเหมือนจะมีความมุ่งมั่นที่จะจับตัวเขาและรุ้งให้ได้

“แผนการของเราต้องเปลี่ยนไป” คมไพรกล่าว “เราต้องไปที่ฐานทัพศัตรูตอนนี้”

“อะไรนะ? นายแน่ใจเหรอ?” พยัคฆ์ดำเลิกคิ้ว

“แน่ใจ” คมไพรยืนยัน “ฉันมีข้อมูลบางอย่างที่ต้องไปยืนยัน และฉันคิดว่าที่นั่นคือที่ที่พวกมันจะพาเราไปอยู่ดี”

“แล้วถ้ามันอันตรายเกินไปล่ะ?” รุ้งถาม

“ถ้าเราไม่ไป เราก็ตายอยู่ที่นี่” คมไพรตอบอย่างเด็ดขาด “พวกมันต้องการอะไรจากเราบางอย่าง และฉันก็อยากรู้ว่าคืออะไร”

การไล่ล่าด้วยยานพาหนะสุดหวาดเสียวเริ่มต้นขึ้น รถยนต์สีดำทะยานไปตามถนนที่เปียกชื้น ราวกับกำลังเต้นรำกับความตาย ฝนที่ยังคงโปรยปรายทำให้ทัศนวิสัยแย่ลง แต่พยัคฆ์ดำก็ยังคงขับขี่ได้อย่างไร้ที่ติ

“พวกมันกำลังพยายามปิดล้อมเรา” พยัคฆ์ดำรายงาน “เราต้องหาทางเลี่ยงวงล้อม”

“ไปทางนี้!” คมไพรชี้ไปที่ตรอกเล็กๆ ที่ดูเหมือนจะเป็นทางตัน “เชื่อใจฉัน!”

พยัคฆ์ดำหักเลี้ยวรถอย่างกะทันหัน พุ่งเข้าไปในตรอกแคบๆ นั้นอย่างหวุดหวิด รถที่ไล่ตามมาบางคันเบรกกะทันหัน แต่บางคันก็เสียหลักชนเข้ากับรถคันหน้า สร้างความโกลาหลขึ้น

“ยอดเยี่ยม!” พยัคฆ์ดำชื่นชม

“ยังไม่จบแค่นั้น” คมไพรกล่าว “ทางออกของเราคือการลอบเร้นเข้าไปในฐานทัพของพวกมัน”

“ฐานทัพของพวกมัน? นายรู้ตำแหน่งเหรอ?” พยัคฆ์ดำถาม

“ฉันมีข้อมูลคร่าวๆ” คมไพรตอบ “และฉันคิดว่าเรามีโอกาสที่จะเข้าไปได้โดยที่พวกมันไม่ทันตั้งตัว”

รถยนต์คันนั้นพุ่งทะยานต่อไป ทิ้งไว้เบื้องหลังเพียงเสียงไซเรนที่ค่อยๆ จางหายไป แต่ความตึงเครียดในรถกลับทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ

คมไพรเหลือบมองรุ้งที่นั่งนิ่งอยู่ข้างๆ แม้จะดูหวาดกลัว แต่ก็ยังคงมีประกายความกล้าหาญอยู่ในดวงตาของเธอ เขาหันกลับมามองพยัคฆ์ดำที่กำลังตั้งสมาธิกับการขับรถ

“เราจะไปที่นั่น” คมไพรกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “และเราจะค้นหาความจริง ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม”

เบื้องหน้าพวกเขาคือความมืดมิด และภารกิจที่อันตรายยิ่งกว่าครั้งไหนๆ แต่ "เงาพยัคฆ์" ไม่เคยหวั่นกลัวต่ออันตราย เขาพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกอุปสรรค เพื่อเป้าหมายที่เขาต้องการบรรลุ

การลอบเร้นเข้าไปในฐานทัพศัตรูที่เต็มไปด้วยอันตราย กำลังรอพวกเขาอยู่เบื้องหน้า การต่อสู้ครั้งนี้จะตัดสินชะตากรรมของพวกเขา และอาจรวมถึงชะตากรรมของเมืองทั้งเมืองด้วย

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ลมพยัคฆ์ผ่าสิบทิศ

ลมพยัคฆ์ผ่าสิบทิศ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!