ลมพยัคฆ์ผ่าสิบทิศ

ตอนที่ 20 — แสงเงาในหลุมพราง

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,092 คำ

สายฝนยังคงโปรยปรายไม่ขาดสาย ราวกับจะชำระล้างบาปหนาของเมืองหลวงแห่งนี้ให้สิ้นซาก เสียงฟ้าร้องเมื่อครู่ได้จางหายไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงัดที่น่าสะพรึงกลัวกว่าเดิมในตรอกแคบแห่งนี้ คมไพร หรือ "เงาพยัคฆ์" หอบหายใจหนักหน่วง ‌ลิ้นชักคอแห้งผาก เลือดที่เคยทะลักออกมาจากบาดแผลที่สีข้างเริ่มจางลง กลายเป็นเพียงคราบเหนียวเหนอะหนะที่ผสมปนเปไปกับน้ำฝนเย็นเฉียบที่ไหลนองไปตามพื้น ซากศพสองร่างนอนแน่นิ่งไม่ไหวติงอยู่รอบกาย กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอับชื้นของตรอกแคบ กลายเป็นบรรยากาศที่ชวนคลื่นไส้

เขาพิงแผ่นหลังกับผนังอิฐเย็นเฉียบ พยายามสงบสติอารมณ์ สมาธิของเขาถูกบั่นทอนด้วยความเจ็บปวดที่แล่นริ้วไปทั่วร่าง ​แผลที่สีข้างยังคงปวดตุบๆ ทุกครั้งที่หายใจ ลมหายใจของเขาหนักอึ้งราวกับมีก้อนหินถ่วงทับอยู่ บาดแผลเหล่านี้ไม่ได้รุนแรงถึงชีวิต แต่ก็มากพอที่จะทำให้การเคลื่อนไหวทุกครั้งกลายเป็นเรื่องยากลำบาก

"นี่มัน... แค่เริ่มต้นสินะ" เสียงแหบพร่าของคมไพรพึมพำกับตัวเอง ดวงตาคมกริบเหลือบมองไปรอบๆ ‍ตรอกแคบที่มืดมิด ราวกับกำลังประเมินสถานการณ์ เขาเพิ่งผ่านพ้นการปะทะอันดุเดือดกับนักฆ่าสองคนที่ถูกส่งมาเพื่อปิดปากเขา แต่เขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่จุดจบ นี่เป็นเพียงสัญญาณเตือนว่าเขาได้ก้าวเข้ามาในอาณาเขตที่อันตรายกว่าที่คิด

คมไพรขยับตัวอย่างเชื่องช้า พยายามประคองบาดแผล เขากวาดสายตามองหาเครื่องมือที่จะช่วยชีวิตเขาได้ ไม่ว่าจะเป็นมีด ‌สารพัดอย่างที่อาจจะซ่อนอยู่ตามซอกหลืบ หรือแม้กระทั่งของที่ใช้ทุบตีได้ แต่ในความมืดและความสิ้นหวังที่รายล้อม สิ่งที่เขาเจอมีเพียงเศษขยะและคราบสกปรก

"ไม่เป็นไร... ยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องทำ" เขาพยายามปลุกเร้าตัวเองให้มีกำลังใจ แม้ว่าร่างกายจะส่งสัญญาณเตือนถึงความอ่อนล้า เขารู้ว่าเป้าหมายที่แท้จริงของเขายังรออยู่ ‍และเขาจะยอมให้บาดแผลเหล่านี้มาหยุดยั้งเขาไม่ได้

เขาก้มลงไปหยิบมีดสั้นที่ตกอยู่ข้างร่างหนึ่งในนักฆ่า มันเปื้อนเลือดจนมองแทบไม่เห็นด้ามจับ แต่คมมีดก็ยังคงแหลมคม เขายืดแขนออกไป ปลดกระเป๋าเล็กๆ ที่ซ่อนไว้ใต้เสื้อผ้าอย่างระมัดระวัง ภายในมีอุปกรณ์ปฐมพยาบาลฉุกเฉินบางส่วน ยาแก้ปวด ​และเข็มเย็บแผล

"โชคยังเข้าข้างอยู่บ้าง" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง ก่อนจะเริ่มลงมือปฐมพยาบาลบาดแผลของตัวเองอย่างรวดเร็วและชำนาญ การเย็บแผลในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่คมไพรไม่เคยมีทางเลือกอื่นนอกจากการเอาชีวิตรอด

ขณะที่เขากำลังสาละวนกับการรักษาบาดแผล เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจากปากตรอกด้านหนึ่ง เสียงนั้นดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ คมไพรชะงัก ​เขาหันขวับไปมองด้วยสัญชาตญาณนักล่า ดวงตาฉายแววระแวดระวัง

"ใครน่ะ!" เสียงตะโกนดังขึ้น พร้อมกับลำแสงจากไฟฉายสาดส่องเข้ามาในตรอก

คมไพรผุดลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว แม้ว่าการเคลื่อนไหวนั้นจะทำให้เขารู้สึกเจ็บแปลบไปทั่วร่างกาย เขามีดสั้นในมือพร้อมที่จะป้องกันตัว

"ถอยไป!" เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง เป็นเสียงของผู้ชายที่ฟังดูดุดัน

คมไพรไม่ตอบ ​เขาถอยร่นเข้าไปในความมืดของตรอกด้านในมากขึ้นเรื่อยๆ เขาต้องหาทางออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ก่อนที่สถานการณ์จะเลวร้ายไปกว่าเดิม

"พวกแกจะทำอะไรกับข้า?" เสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากด้านนอก คมไพรจำเสียงนั้นได้ทันที เป็นเสียงของ "วายุ" ลูกน้องคนสนิทของ "พยัคฆ์ดำ"

"เรามีคำสั่งให้จัดการเจ้า!" เสียงตะโกนตอบกลับมา

คมไพรขมวดคิ้ว วายุอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? หรือว่าเขาจะถูกพามาที่นี่? ความคิดมากมายผุดขึ้นในหัวของเขา

ทันใดนั้นเอง เสียงปืนก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วตรอก คมไพรเห็นเงาตะคุ่มของคนหลายคนวิ่งเข้ามาในตรอกด้านหน้าอย่างรวดเร็ว พวกเขาแต่งกายด้วยชุดสีดำสนิท ใบหน้าถูกปกปิดด้วยหน้ากาก

"บ้าจริง!" คมไพรสบถออกมาเบาๆ เขาถูกล้อมกรอบเสียแล้ว

เขาหันมองไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว ตรงหน้าเป็นทางตัน แต่ด้านข้างมีช่องทางแคบๆ ที่ดูเหมือนจะลอดออกไปได้ เขาตัดสินใจทันที โดยไม่ลังเลที่จะพุ่งเข้าไปในช่องทางนั้น

"อย่าให้มันหนีไป!" เสียงตะโกนดังไล่หลังมา

คมไพรใช้แรงเฮือกสุดท้ายพุ่งตัวผ่านช่องทางแคบๆ นั้นไป เขารู้สึกว่าเนื้อผ้าของเสื้อผ้าขาดวิ่นไปบางส่วนเมื่อเสียดสีกับผนังที่ขรุขระ เขาปีนป่ายข้ามกำแพงอิฐเตี้ยๆ ออกมาอีกด้านหนึ่ง

เขาพบว่าตัวเองอยู่ในตรอกแคบอีกแห่งหนึ่ง ที่นี่มีถังขยะวางเรียงรายอยู่เต็มไปหมด กลิ่นเหม็นเน่าอบอวลไปทั่ว แต่ก็ยังดีกว่าการถูกล้อมไว้

คมไพรหอบหายใจอย่างหนัก เขาพยายามบังคับตัวเองให้วิ่งต่อไป แม้ว่าทุกย่างก้าวจะเต็มไปด้วยความเจ็บปวด

"เฮ้ย! นั่นมันใครวะ?" เสียงหนึ่งตะโกนดังขึ้นมาจากปากตรอกด้านหน้า

คมไพรเงยหน้าขึ้นมอง เขาเห็นรถยนต์คันหนึ่งจอดขวางทางอยู่ ไฟหน้ารถสว่างจ้าจนแสบตา และมีชายร่างใหญ่สองคนยืนขวางอยู่

"ไปทางไหนดีวะเนี่ย?" เขาพึมพำกับตัวเอง

ทันใดนั้นเอง รถกระบะคันหนึ่งก็พุ่งเข้ามาจากด้านหลังตรอกที่เขาเพิ่งวิ่งออกมา เสียงเครื่องยนต์ดังสนั่น คมไพรหันกลับไปมอง

"วายุ!" เขาร้องออกมาด้วยความดีใจ

รถกระบะคันนั้นมีวายุนั่งอยู่หลังพวงมาลัย ด้านข้างมี "มาลิน" นั่งอยู่ด้วย ใบหน้าของเธอฉายแววเป็นห่วง

"คมไพร! รีบขึ้นมา!" มาลินตะโกนเรียก

คมไพรไม่รอช้า เขาพุ่งตัวไปทางรถกระบะอย่างรวดเร็ว เขาปีนขึ้นไปนั่งเบาะหลังอย่างทุลักทุเล

"ใครมันตามแกมาวะ?" วายุถามพลางเหยียบคันเร่ง

"พวกมัน... คงรู้แล้วว่าข้าอยู่ที่นี่" คมไพรตอบ หอบหายใจ

"พวกมันตามเรามาตั้งแต่แรก!" มาลินเสริม "แต่วายุขับรถพาพวกมันหลงไปนิดหน่อย"

"ไม่เป็นไร! ตอนนี้เรากำลังจะถูกตามเจอแล้ว!" วายุพูดพลางเหลือบมองกระจกหลัง

เงาสะท้อนของรถยนต์สีดำคันหนึ่งปรากฏขึ้นในกระจกหลัง มันกำลังพุ่งเข้ามาใกล้เรื่อยๆ

"พวกมันเร็วมาก!" คมไพรกล่าว

"ฉันจะพาแกไปที่ปลอดภัย" วายุตอบ ดวงตาแน่วแน่

วายุหักพวงมาลัยอย่างรวดเร็ว รถกระบะพุ่งเข้าสู่ถนนที่กว้างขึ้น เสียงยางเสียดสีกับพื้นถนนดังลั่น

"พวกมันตามมาแล้ว!" มาลินชี้ไปที่รถยนต์คันสีดำที่กำลังไล่ตามมาอย่างกระชั้นชิด

"เตรียมตัวให้ดี!" วายุตะโกน "ฉันจะพาแกไปเจอคนที่แกตามหา"

คมไพรเหลือบมองมาลิน เขาเห็นความมุ่งมั่นในแววตาของเธอ เขาเข้าใจว่าเธอรู้ว่าเขากำลังจะไปไหน

การไล่ล่าเริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจัง รถยนต์คันสีดำพยายามแซงขึ้นมา แต่รถกระบะของวายุก็เบี่ยงหลบได้อย่างหวุดหวิด

"พวกมันเก่งนะ!" คมไพรกล่าว

"พวกมันไม่ใช่คนธรรมดา" มาลินตอบ "พวกมันคือหน่วยสกัดกั้นของ 'กลุ่มอินทรีเพลิง'"

"กลุ่มอินทรีเพลิง?" คมไพรทวนคำ เขารู้จักชื่อนี้ดี เป็นองค์กรอาชญากรรมที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศ

"ใช่! พวกมันร้ายกาจมาก" วายุเสริม "แต่ฉันจะพาแกหนีไปได้แน่"

รถกระบะพุ่งทะยานไปบนถนนที่เปียกชื้นจากสายฝน ท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืน การไล่ล่าที่เต็มไปด้วยความหวาดเสียวได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

คมไพรเอนหลังพิงเบาะ เขารู้สึกถึงแรงกระแทกจากการขับขี่ที่รวดเร็ว เขาหลับตาลงชั่วครู่ พยายามรวบรวมสติและแรงทั้งหมดที่มี

"เรากำลังจะไปที่ไหน?" เขาถาม

"ไปที่ที่ปลอดภัยที่สุด" วายุตอบ "ไปที่ที่แกจะได้เจอ 'มังกรเพลิง' คนที่จะช่วยแกได้"

"มังกรเพลิง?" คมไพรทวนคำอีกครั้ง ชื่อนี้ฟังดูคุ้นหูเหลือเกิน

"ใช่! เขาคือคนที่แกตามหามาตลอด" มาลินเสริม "เขาคือคนที่จะบอกความจริงทุกอย่างแก่แก"

คมไพรเปิดตาขึ้น ดวงตาของเขาสุกสกาวไปด้วยความหวังและความมุ่งมั่น เขากำลังจะได้พบกับคนที่จะไขปริศนาทั้งหมด และเปิดเผยความจริงที่ซ่อนเร้นอยู่

แต่ก่อนที่จะถึงจุดหมาย เขาจะต้องผ่านพ้นการไล่ล่าอันดุเดือดนี้ไปให้ได้เสียก่อน

รถยนต์คันสีดำเร่งเครื่องแซงขึ้นมาอีกครั้ง มันพยายามบีบให้รถกระบะของวายุมุดเข้าข้างทาง

"ระวัง!" มาลินร้อง

วายุหักพวงมาลัยอย่างกะทันหัน รถกระบะหมุนคว้างไปเล็กน้อย ก่อนจะกลับมาตั้งลำได้อีกครั้ง

"พวกมันจะเล่นงานเราแล้ว!" วายุตะโกน

คมไพรเห็นเงาตะคุ่มของชายสองคนกำลังจะกระโดดลงมาจากรถยนต์คันสีดำ

"ฉันจะจัดการเอง!" คมไพรพูดพลางพยายามลุกขึ้นยืน

"อย่า! มันอันตรายเกินไป!" มาลินห้าม

"ข้าไม่เป็นไร" คมไพรตอบ "ข้ายังมีแรงพอ"

คมไพรปลดล็อกประตูด้านหลังอย่างรวดเร็ว เขาเปิดประตูออกพร้อมที่จะกระโดดลงไปเผชิญหน้ากับศัตรู

"คมไพร! ไม่นะ!" มาลินร้อง

แต่คมไพรไม่สนใจ เขาเห็นช่องว่างระหว่างรถยนต์คันสีดำกับรถกระบะของวายุ เขาตัดสินใจกระโดดลงไป

เสียงเครื่องยนต์ดังสนั่นหวั่นไหว รถยนต์คันสีดำพุ่งเข้ามาใกล้เรื่อยๆ คมไพรต้องตัดสินใจอย่างเด็ดขาด

เขากระโดดลงจากรถกระบะอย่างรวดเร็ว ขณะที่รถยนต์คันสีดำกำลังจะมาถึง

"เฮ้ย! ไอ้เวรนี่! แกจะทำอะไร!" เสียงตะโกนดังมาจากรถยนต์คันสีดำ

คมไพรลงสู่พื้นถนนอย่างทุลักทุเล เขาสัมผัสได้ถึงแรงกระแทกที่ทำให้ข้อเท้าของเขาแทบพลิก

"แกจะไปไหน!" ชายสองคนในชุดสีดำกระโดดลงมาจากรถยนต์ และวิ่งเข้ามาหาเขา

คมไพรตั้งท่าเตรียมพร้อม เขาเห็นประกายไฟแลบออกมาจากปลายกระบอกปืนของชายคนหนึ่ง

"แกจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น!" ชายคนนั้นตะโกน

คมไพรยิ้มมุมปากเล็กน้อย "ข้าจะไป... ที่ที่ข้าต้องไป"

เขากระชากมีดสั้นในมือออกมา แสงไฟจากรถยนต์คันสีดำสะท้อนบนคมมีดเป็นประกายเย็นเยียบ

การต่อสู้ครั้งใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ภายใต้แสงไฟจากรถยนต์ที่สาดส่องเข้ามาในความมืด คมไพร หรือ "เงาพยัคฆ์" จะสามารถเอาชนะศัตรูที่แข็งแกร่งกว่านี้ได้หรือไม่? และเขาจะไปถึงจุดหมายที่เขาตามหาได้สำเร็จหรือเปล่า?

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ลมพยัคฆ์ผ่าสิบทิศ

ลมพยัคฆ์ผ่าสิบทิศ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!