สายฝนที่โหมกระหน่ำยังคงไม่ลดละ ท้องฟ้าสีเทาเข้มขรึมราวกับจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เสียงฟ้าร้องที่เคยกระหึ่มเมื่อครู่ บัดนี้ได้เลือนหายไป เหลือทิ้งไว้เพียงความเงียบอันน่าขนลุกในตรอกแคบแห่งนี้ ความชื้นฉ่ำแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณู กลิ่นอายของดินเปียกผสมกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศ คมไพร หรือที่รู้จักในนาม "เงาพยัคฆ์" ยืนนิ่งราวกับรูปสลักท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย ใบหน้าคมคายของเขาเปื้อนคราบน้ำฝนและเลือดที่แห้งกรัง ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววเหี้ยมหาญ บัดนี้กลับฉายแววกรุ่นโกรธที่แฝงเร้นอยู่ภายใต้ความเยือกเย็น
เบื้องหน้าเขา ร่างของลูกสมุนของ "อสรพิษ" หลายสิบชีวิตนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นเปียกโชก บางรายสิ้นลมหายใจไปแล้วด้วยคมมีดของคมไพร บางรายยังคงครางครวญด้วยความเจ็บปวดบาดแผลที่ฉกรรจ์ สมรภูมิแห่งนี้กลายเป็นนรกบนดินที่ถูกอาบย้อมด้วยสีเลือดและความตาย
“แก… แกมันปีศาจ!” เสียงแหบพร่าของหนึ่งในลูกสมุนที่บาดเจ็บสาหัสดังขึ้นอย่างอ่อนแรง พยายามรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายเพื่อตะโกนด่าทอคมไพร
คมไพรไม่ตอบ เพียงแต่ก้าวเท้าที่เปียกชื้นเดินผ่านร่างเหล่านั้นไปอย่างไม่ไยดี เขาเช็ดคมมีดสั้นเล่มโปรดที่เปื้อนเลือดออกอย่างใจเย็น สาดน้ำฝนล้างคราบเลือดออกจนหมด ก่อนจะเก็บเข้าฝักอย่างรวดเร็ว
“แก… จะต้องชดใช้!” เสียงตะโกนไล่หลังดังขึ้นอีกครั้ง แต่ก็ถูกกลืนหายไปในเสียงสายฝนที่ดังขึ้นกว่าเดิม
คมไพรหันไปมองท้องฟ้าที่มืดครึ้มอีกครั้ง การต่อสู้ในตรอกแคบนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น เขาต้องการมากกว่านี้ เขาต้องการเผชิญหน้ากับ "อสรพิษ" โดยตรง ต้องการยุติวงจรความเลวร้ายที่มันสร้างขึ้นมานานแสนนาน
ทันใดนั้น เสียงเครื่องยนต์คำรามกึกก้องก็ดังขึ้นมาจากปากตรอก ภาพสะท้อนของไฟหน้ารถที่สว่างจ้าแหวกผ่านความมืดมิดของค่ำคืนที่ฝนตกหนัก รถยนต์สีดำสนิทหลายคันพุ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ราวกับนักล่าที่ตามกลิ่นเหยื่อ
"อสรพิษ" ไม่เคยปล่อยให้ศัตรูที่กล้าท้าทายอำนาจของมันรอดชีวิตไปได้ง่ายๆ
คมไพรยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน เขาคาดการณ์ไว้แล้วว่าการโจมตีครั้งนี้จะนำมาซึ่งการตอบโต้ที่รุนแรงกว่าเดิม เขาพร้อมเสมอ
ลูกสมุนของ "อสรพิษ" ที่เหลืออยู่ รีบถอยร่นกลับไปทางรถยนต์ที่เพิ่งมาถึงอย่างรวดเร็ว พวกเขาเข้าใจดีว่าการเผชิญหน้ากับ "เงาพยัคฆ์" คนเดียว ก็เท่ากับส่งตัวเองไปตายแล้ว การมาถึงของกองกำลังเสริมนี้ ไม่ได้มีไว้เพื่อช่วยเหลือพวกเขา แต่มีไว้เพื่อกวาดล้างหลักฐานและตามล่า "เงาพยัคฆ์" ต่างหาก
คมไพรไม่รอช้า เขาพุ่งทะยานไปทางปากตรอกอย่างรวดเร็ว ฝีเท้าของเขาที่เหยียบย่ำไปบนพื้นเปียกโชกนั้นปราศจากเสียง รองเท้าบู๊ตหนังสีเข้มของเขาไม่ทิ้งร่องรอยบนพื้นแอสฟัลต์ที่ชุ่มน้ำ
เมื่อเขาปรากฏตัวขึ้นที่ปากตรอก รถยนต์สีดำคันแรกก็ชะลอความเร็วลงอย่างกะทันหัน ประตูรถเปิดออกพร้อมกับร่างของชายฉกรรจ์สวมชุดสีดำหลายคน ก้าวลงมาอย่างรวดเร็ว มือของพวกเขาชักอาวุธปืนออกมาจากซอง
"แกหนีไม่พ้นหรอก ไอ้เงาพยัคฆ์!" เสียงตะโกนดังขึ้นจากชายที่ดูเหมือนหัวหน้ากลุ่ม
คมไพรไม่ตอบ เพียงแต่กวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว เขาเห็นช่องว่างระหว่างรถยนต์คันแรกและคันที่สอง เขาคำนวณระยะทางและความเร็วของศัตรู ก่อนจะตัดสินใจ
"เฮ้ย! ยิงมัน!"
เสียงปืนดังขึ้นเป็นชุด คมไพรหลบหลีกกระสุนด้วยความคล่องแคล่วราวกับสายลม เขาใช้รถยนต์คันแรกเป็นกำบัง หมุนตัวหลบลูกปืนที่พุ่งเข้ามาอย่างฉิวเฉียด
“เร็วเข้า! ล้อมมันไว้!” หัวหน้ากลุ่มตะโกนสั่ง
คมไพรตัดสินใจ เขาไม่ต้องการต่อสู้ในที่เปิดโล่งเช่นนี้ เขาเห็นซอกแคบๆ ระหว่างตึกสองหลังที่สามารถใช้เป็นทางหนีได้
“ไปทางนั้น!” เขาตะโกนบอกตัวเอง ก่อนจะพุ่งตัวออกจากที่กำบัง
กระสุนยังคงดังสนั่นหวั่นไหว แต่คมไพรก็ยังคงเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว เขาหลบหลีกราวกับเต้นรำท่ามกลางคมกระสุน
“อย่าให้มันหนีไปได้!”
คมไพรพุ่งเข้าสู่ซอกแคบระหว่างตึก ร่างกายของเขาสามารถลอดผ่านไปได้อย่างง่ายดาย แต่สำหรับศัตรูที่ใหญ่กว่า เขาต้องใช้ความพยายามมากขึ้น
เสียงปืนดังไล่หลังเข้ามา แต่ทิศทางของเสียงเริ่มห่างออกไป แสดงว่าศัตรูเริ่มแตกแถวออกตามหาเขา
“บุกเข้าไปในตรอกนั้น!”
คมไพรยิ้มมุมปาก นี่แหละคือสิ่งที่เขาต้องการให้เกิดขึ้น การแยกกำลังของศัตรู จะทำให้เขาสามารถจัดการทีละกลุ่มได้ง่ายขึ้น
เขาเร่งฝีเท้า ฝ่าม่านฝนที่ยังคงโปรยปรายเข้าไปในความมืดของตรอกแคบ ตรอกแห่งนี้เต็มไปด้วยขยะและสิ่งสกปรก กลิ่นเหม็นอับลอยคละคลุ้ง แต่สำหรับคมไพรแล้ว ที่แห่งนี้คือสนามเด็กเล่นของเขา
เสียงฝีเท้าของศัตรูเริ่มใกล้เข้ามา คมไพรหยุดฝีเท้าลงข้างถังขยะขนาดใหญ่ เขาซ่อนตัวอยู่หลังถังขยะนั้น รอคอยจังหวะ
ร่างของชายสองคนปรากฏขึ้นที่ปากตรอก พวกเขามองซ้ายมองขวาอย่างระแวง
“แกเห็นมันไหม?” คนหนึ่งกระซิบถาม
“ไม่เห็น สงสัยมันจะหนีไปทางอื่นแล้ว” อีกคนตอบ
“เฮอะ! ไอ้เงาพยัคฆ์น่ะ แค่ไอ้ขี้ขลาด”
คำพูดนั้นทำให้คมไพรขมวดคิ้ว เขารู้ดีว่าเขาจะต้องทำให้พวกมันรู้ว่า "เงาพยัคฆ์" ไม่ใช่คนที่จะประมาทได้
เมื่อชายทั้งสองเดินผ่านไป คมไพรก็พุ่งออกจากที่ซ่อนอย่างรวดเร็ว
“วู้ว!”
คมไพรใช้มีดสั้นของเขาปาดลำคอของชายคนแรกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะใช้ร่างของเขาเป็นเกราะกำบัง ยันร่างที่กำลังล้มลงไปกระแทกกับร่างของชายคนที่สอง
“อะไรกัน!”
ชายคนที่สองยังไม่ทันได้ตั้งตัว คมไพรก็ใช้เข่ากระทุ้งเข้าที่ท้องของเขาอย่างแรงจนจุก จากนั้นก็ใช้สันมีดฟาดเข้าที่ท้ายทอย
เสียงร้องโหยหวนถูกกลืนหายไปในเสียงฝน คมไพรจัดการศัตรูทั้งสองอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ เขาตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีใครได้ยินเสียงการต่อสู้
เขาเดินต่อไปในตรอกแคบแห่งนั้น ฝนยังคงเทลงมาอย่างไม่หยุดยั้ง แต่คมไพรกลับรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นในกาย ราวกับกระแสไฟฟ้าที่วิ่งพล่านไปทั่วร่าง
“มีเท่านี้เหรอ… ไอ้พวกขี้ขลาด” เขาพึมพำกับตัวเอง
แต่แล้ว เขาก็ได้ยินเสียงยานพาหนะดังมาจากอีกด้านหนึ่งของตรอก ซึ่งเป็นทางออกอีกด้านหนึ่ง
คมไพรชะลอฝีเท้าลง เขาได้ยินเสียงฝีเท้าของคนจำนวนมากกำลังเดินเข้ามา
“แกแน่ใจเหรอว่ามันหนีมาทางนี้?”
“แน่ใจสิ! มันไม่มีทางไปไหนได้แล้ว”
คมไพรยิ้มมุมปาก เขาถูกต้อนจนมุมแล้วสินะ
เขาเดินเข้าไปในมุมอับของตรอก และเห็นรถยนต์สีดำคันหนึ่งจอดขวางทางออกอยู่ มีชายชุดดำยืนล้อมเขาไว้กว่าสิบคน
“หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ ไอ้เงาพยัคฆ์!” เสียงตะโกนดังขึ้น
คมไพรหันไปมอง รถยนต์คันนั้นมีกระจกสีดำทึบ ทำให้มองไม่เห็นว่าใครอยู่ภายใน
“แกจะหนีไปไหนได้อีก”
คมไพรไม่ตอบ เขากำหมัดแน่น สัมผัสได้ถึงพลังที่กำลังปะทุขึ้นภายใน
“ถึงเวลากินหมากของแกแล้ว… ไอ้เงาพยัคฆ์”
เสียงนั้น… คมไพรจำได้ดี
เป็นเสียงของ "อสรพิษ"
ลมหายใจของคมไพรเริ่มหนักขึ้น เขาไม่คาดคิดว่า "อสรพิษ" จะปรากฏตัวออกมาเองเช่นนี้
“แกมาถึงนี่ได้ยังไง?” คมไพรเอ่ยถาม เสียงของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
“ทำไม? เซอร์ไพรส์เหรอ?” เสียงของ "อสรพิษ" ดังขึ้นอย่างเย้ยหยัน “ฉันเป็นคนวางแผนทุกอย่างมาตั้งแต่แรกแล้ว ไอ้โง่!”
คมไพรหรี่ตาลง เขารู้สึกได้ถึงกลิ่นอายของแผนการร้ายที่กำลังจะเปิดเผย
“แผนอะไร?”
“แกคิดว่าการที่แกบุกเข้ามาในตรอกนี้ เป็นเรื่องบังเอิญหรือไง? แกถูกล่อมาที่นี่ต่างหาก! มาให้ฉันจัดการ!”
เสียงหัวเราะของ "อสรพิษ" ดังสะท้อนไปทั่วตรอกแคบ
คมไพรเงยหน้ามองท้องฟ้าอีกครั้ง สายฝนยังคงเทลงมาไม่หยุด ราวกับจะบอกใบ้ถึงพายุที่กำลังจะมาถึง
เขาต้องเผชิญหน้ากับ "อสรพิษ" ในสภาพแวดล้อมที่เสียเปรียบนี้
“แกจะมาทำอะไรที่นี่?” คมไพรถามอีกครั้ง พยายามรวบรวมสติ
“มาเก็บกวาดของเหลือเดนไงล่ะ… และกำจัดแกให้สิ้นซาก!”
ทันใดนั้น ประตูรถยนต์สีดำก็เปิดออก ร่างของ "อสรพิษ" ปรากฏตัวขึ้น เขาสวมชุดสีดำสนิท ใบหน้าของเขาซีดเซียว แต่แววตาฉายประกายอำมหิต
“แกมันโง่จริงๆ นะ คมไพร… หรือฉันควรจะเรียกว่า ‘เงาพยัคฆ์’ ดี? ฉันรู้ว่าแกคือใครมานานแล้ว”
คมไพรเบิกตากว้างด้วยความตกใจ “แก… รู้ได้ยังไง?”
“เรื่องนั้นมันไม่สำคัญหรอก สิ่งที่สำคัญคือ… แกกำลังจะตาย!”
"อสรพิษ" ยิ้มกว้าง เผยให้เห็นฟันขาวที่ตัดกับริมฝีปากซีดเซียว
คมไพรเตรียมพร้อม เขาถอยหลังไปสองสามก้าว เพื่อให้มีพื้นที่ในการเคลื่อนไหว
“ฉันจะให้โอกาสแกเป็นครั้งสุดท้าย… ยอมแพ้ซะ แล้วแกอาจจะรอดไปได้” "อสรพิษ" พูดพลางก้าวออกมาจากรถ
คมไพรหัวเราะเบาๆ “ไม่มีทาง… ฉันไม่เคยยอมแพ้!”
“งั้นก็… เชิญรับความตายได้เลย!”
"อสรพิษ" ส่งสัญญาณให้ลูกน้องของเขารุมเข้าโจมตีคมไพร
คมไพรอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก เขาถูกล้อมรอบด้วยลูกน้องของ "อสรพิษ" กว่าสิบคน และเผชิญหน้ากับ "อสรพิษ" เอง
เขาจะทำอย่างไรต่อไป? ท่ามกลางสายฝนที่โหมกระหน่ำ และการเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจอย่าง "อสรพิษ" นี้
คมไพรจะสามารถเอาชีวิตรอดจากสถานการณ์นี้ไปได้หรือไม่? หรือนี่คือจุดจบของ "เงาพยัคฆ์"?

ลมพยัคฆ์ผ่าสิบทิศ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก