สายฝนยังคงโปรยปรายไม่ขาดสาย ราวกับจะชำระล้างบาปหนาของเมืองหลวงแห่งนี้ให้สิ้นซาก เสียงฟ้าร้องเมื่อครู่ได้จางหายไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงัดที่น่าสะพรึงกลัวกว่าเดิมในตรอกแคบแห่งนี้ คมไพร หรือ "เงาพยัคฆ์" ยังคงยืนนิ่ง สายตาคมกริบกวาดสำรวจรอบกายอย่างระแวดระวัง ร่างกายของเขายังคงเปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝน แต่ในความเย็นยะเยือกนั้น กลับมีเปลวไฟแห่งความมุ่งมั่นลุกโชนอยู่ภายใน
เบื้องหน้าเขาคือซากศพของเหล่าองครักษ์รับจ้าง สภาพศพถูกห่อหุ้มด้วยสายน้ำเย็นเฉียบ ผสมปนเปไปกับเลือดสีแดงฉานที่กำลังเจือจางลงไปในแอ่งน้ำสกปรก กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปกับกลิ่นอายของฝน สร้างบรรยากาศที่ชวนให้สะอิดสะเอียนยิ่งนัก คมไพรขมวดคิ้วแน่น ความโหดเหี้ยมที่เขาเพิ่งแสดงออกไปเมื่อครู่ กำลังถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในใจ การต่อสู้ครั้งนี้มันเข้มข้นกว่าที่คาดไว้เสมอ
"ไอ้พวกขี้ข้า" เสียงแหบพร่าดังขึ้นจากมุมมืด คมไพรหันขวับตามเสียง พบกับร่างของชายร่างผอมสูง ใบหน้าซูบเซียว ดวงตาเบิกโพลงราวกับผีดิบ สวมเสื้อคลุมสีเข้มจนแทบจะกลืนไปกับความมืด เขากำมีดสั้นในมือแน่น ปลายมีดสะท้อนแสงไฟสลัวจากป้ายนีออนที่อยู่ห่างออกไป
"แกเป็นใคร?" คมไพรเอ่ยถาม พลางเตรียมพร้อมรับมือ
"ข้าคือผู้สังหาร" ชายผู้นั้นตอบเสียงเย็นเยียบ "หน้าที่ของข้าคือเก็บกวาดพวกที่รบกวนนายท่าน"
"ถ้านายท่านของแกคือไอ้พวกขี้ยาที่ฉันเพิ่งจัดการไป พวกมันก็สมควรตายแล้ว" คมไพรตอบกลับอย่างไม่ยี่หระ
"แกไม่รู้อะไรเสียแล้ว" ชายผู้นั้นหัวเราะเสียงแห้ง "นายท่านของข้าคือผู้ที่อยู่เหนือกฎหมาย ผู้ที่มองเห็นอนาคต และแก... คือเงาที่กำลังบดบังเส้นทางของเขา"
พูดจบ ชายผู้นั้นก็พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อ มีดสั้นในมือของเขาฟาดฟันลงมาเป็นประกาย คมไพรเบี่ยงตัวหลบอย่างฉิวเฉียด ใบมีดเฉียดผ่านอากาศไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด เขาสวนกลับด้วยสันฝ่ามือ กระแทกเข้าที่สีข้างของอีกฝ่าย ชายผู้นั้นเซถอยหลังไปเล็กน้อย แต่ก็ยังคงตั้งมั่น
การต่อสู้ในตรอกแคบครั้งนี้ ดุเดือดและอันตรายยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ลมฝนที่พัดแรงทำให้การเคลื่อนไหวของทั้งคู่ดูเชื่องช้าลงเล็กน้อย แต่ก็แลกมาด้วยการมองเห็นที่จำกัด เสียงฝนที่ดังกลบเสียงต่อสู้ ทำให้ยากต่อการได้ยินทิศทางของคู่ต่อสู้ คมไพรใช้ความได้เปรียบจากสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคย เขาเคลื่อนไหวไปตามซอกมุมของตรอกอย่างคล่องแคล่ว ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของความมืดมิด
มีดสั้นของชายผู้นั้นยังคงฟาดฟันอย่างไม่ลดละ คมไพรหลบหลีกไปพลาง วางแผนการโจมตีกลับไปพลาง จังหวะหนึ่ง เขาสังเกตเห็นช่องว่าง เขาปล่อยหมัดตรงเข้าใส่กรามของอีกฝ่ายอย่างจัง เสียงกระดูกกระทบกันดังกรอบ แก้มของชายผู้นั้นยุบลงไปเล็กน้อย แต่เขายังคงไม่ล้ม
"แกมันแข็งแกร่งกว่าที่ข้าคิด" ชายผู้นั้นกัดฟันพูดพลางยกมือขึ้นปาดเลือดที่ไหลซึมจากมุมปาก "แต่มันก็แค่นั้นแหละ"
ทันใดนั้น เขาก็ชักเอาอาวุธอีกชิ้นออกมาจากเสื้อคลุม มันคือดาบสั้นที่มีใบมีดโค้งงอ ปลายดาบมีลักษณะคล้ายเขี้ยวเสือ ใบมีดสะท้อนแสงไฟจากข้างนอก บ่งบอกถึงความคมกริบที่น่ากลัว
"ดาบพิฆาตเงา" คมไพรพึมพำชื่อของมันอย่างคุ้นเคย เขาเคยได้ยินชื่อเสียงของอาวุธชนิดนี้มาก่อน มันเป็นดาบที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการลอบสังหารโดยเฉพาะ
ชายผู้นั้นหัวเราะเสียงแหบพร่า "แกก็รู้สินะ แสดงว่าแกไม่ใช่คนธรรมดา"
"ฉันไม่เคยเป็นคนธรรมดา" คมไพรตอบ พลางยืดตัวตรง "และฉันก็ไม่คิดจะตายในตรอกแคบๆ แบบนี้ง่ายๆ"
การต่อสู้ดำเนินต่อไปด้วยความดุเดือด ชายผู้นั้นใช้ดาบพิฆาตเงาโจมตีอย่างรวดเร็วและแม่นยำ คมไพรต้องใช้ทักษะทั้งหมดที่มีเพื่อป้องกันตัวเอง เขาอาศัยความคล่องแคล่วและความแข็งแกร่งทางร่างกายเข้าปะทะ แม้ว่าเขาจะไม่มีอาวุธ แต่กำปั้นและเท้าของเขาก็สามารถสร้างความเสียหายได้อย่างร้ายกาจ
ในจังหวะหนึ่ง ชายผู้นั้นฟาดดาบใส่คมไพรเต็มแรง คมไพรยกแขนขึ้นปัดป้อง แต่แรงปะทะมหาศาลทำให้เขาสะบักสะบอม ร่างกายล้มลงไปกระแทกกับกำแพงอิฐเย็นเฉียบ
"แกจบแล้ว เงาพยัคฆ์" ชายผู้นั้นเย้ยหยัน ก่อนจะก้าวเข้ามาหมายจะปิดฉาก
แต่คมไพรไม่ยอมแพ้ เขาสังเกตเห็นท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ที่พาดอยู่ด้านบนของตรอก เขาใช้แรงเฮือกสุดท้าย พุ่งตัวขึ้นไปเกาะเกี่ยวท่อไว้ได้ทันท่วงที
"แกคิดว่าแกจะหนีไปไหนได้?" ชายผู้นั้นตะโกนถาม
"ฉันไม่ได้จะหนี" คมไพรตอบ "แค่จะเปลี่ยนมุมมองนิดหน่อย"
พลันนั้น คมไพรก็กระโดดลงมา เขาไม่ได้ลงมาโจมตี แต่กลับใช้ร่างกายของตนเองดันถังขยะใบใหญ่ที่วางอยู่ให้กลิ้งไปข้างหน้า เสียงโครมครามดังสนั่น ถังขยะพุ่งเข้าชนชายผู้นั้นอย่างจัง ทำให้เขากระเด็นไปติดกำแพง
ก่อนที่ชายผู้นั้นจะตั้งตัวได้ คมไพรก็พุ่งเข้าไปคว้าคอเสื้อของเขาไว้ "บอกฉันมา ใครคือเจ้านายของแก? ถ้าแกไม่บอก ฉันจะทำให้นายของแกเสียใจที่ส่งแกมา"
ชายผู้นั้นพยายามดิ้นรน แต่ก็ไม่สามารถหลุดพ้นจากคมไพรไปได้ "แกไม่มีวันรู้"
"ฉันมีวิธีที่จะรู้" คมไพรตอบเสียงเย็น ก่อนจะบีบคอของชายผู้นั้นแรงขึ้น "บอกฉันมา ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน"
ในขณะที่คมไพรเผชิญหน้ากับภัยคุกคามในตรอกมืดมิดนั้น รถตู้สีดำคันหนึ่งก็วิ่งฝ่าสายฝนมาด้วยความเร็วสูง มันเลี้ยวเข้ามาในถนนใหญ่ใกล้เคียงกับตรอกที่คมไพรอยู่ ภายในรถ มีชายร่างท้วมหน้าตาบึ้งตึงกำลังกุมโทรศัพท์ไว้แน่น
"ท่านครับ... ข้อมูลที่ได้มาผิดพลาดไปแล้ว... องครักษ์ชุดดำเสียชีวิตทั้งหมด... และ..." ชายผู้นั้นหยุดพูดไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังประมวลผลข้อมูลอันน่าตกใจ
"และอะไร?" เสียงอีกฝ่ายดังมาจากปลายสายด้วยน้ำเสียงกร้าว
"มีเงาปริศนา... สามารถจัดการพวกมันได้ทั้งหมด... และเขา... กำลังมุ่งหน้ามาที่นี่"
ใบหน้าของชายร่างท้วมซีดเผือด เขาเงยหน้าขึ้นมองออกไปนอกกระจกรถ เห็นแสงไฟสลัวของเมืองหลวงที่พร่ามัวไปด้วยสายฝน
"นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!" เขาตะคอกอย่างหัวเสีย "เตรียมการรับมือ! เราต้องหยุดเงาพยัคฆ์ให้ได้!"
รถตู้คันนั้นเร่งความเร็วขึ้นอีก บรรยากาศในรถเต็มไปด้วยความตึงเครียด พวกเขาจะต้องเผชิญหน้ากับ "เงาพยัคฆ์" ที่กำลังบุกเข้ามาอย่างแน่นอน
คมไพรยังคงบีบคอชายผู้นั้นอยู่ แม้ว่าเลือดจะไหลซึมจากแผลตามร่างกาย แต่สายตาของเขาก็ยังคงมุ่งมั่น "บอกฉันมา ใครคือคนที่อยู่เบื้องหลัง?"
"แก... ไม่มีวัน..." ชายผู้นั้นพยายามจะพูด
แต่แล้ว เสียงไซเรนก็ดังใกล้เข้ามา คมไพรหันไปมอง เห็นแสงไฟสีฟ้าสีแดงกะพริบระยิบระยับอยู่ไกลๆ
"ดูเหมือนว่าจะมีแขกไม่ได้รับเชิญ" คมไพรเอ่ยขึ้น ก่อนจะปล่อยชายผู้นั้นให้ล้มลงไปกองกับพื้น
เขาไม่รอช้า วิ่งออกจากตรอกแคบ มุ่งหน้าไปยังทิศทางที่รถตู้สีดำวิ่งไป ทิ้งให้ชายผู้นั้นนอนจมกองเลือดและความมืดเพียงลำพัง
สายฝนยังคงตกหนัก ถนนเปียกลื่น รถยนต์หลายคันวิ่งสวนทางไปมา คมไพรอาศัยความมืดและสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยในการพรางตัว เขาเคลื่อนไหวไปตามขอบถนนอย่างรวดเร็ว สายตาจับจ้องไปยังรถตู้สีดำที่กำลังแล่นอยู่ข้างหน้า
เขาเห็นมันเลี้ยวเข้าไปในซอยเล็กๆ ที่ดูเงียบสงัด ราวกับเป็นทางเข้าสู่โลกอีกใบ คมไพรไม่รอช้า รีบวิ่งตามเข้าไปทันที
ซอยนั้นแคบและมืดมาก แสงไฟจากถนนใหญ่ส่องเข้ามาได้เพียงเล็กน้อย บรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยความวังเวง ร่มไม้ที่ปกคลุมหนาทึบยิ่งทำให้ความมืดทวีคูณขึ้น
รถตู้สีดำจอดสนิทหน้าประตูเหล็กบานใหญ่ คมไพรชะลอฝีเท้าลง เขาแอบซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ พลางสังเกตการณ์
ชายร่างท้วมคนนั้นเปิดประตูรถลงมา เขาเดินไปที่ประตูเหล็กแล้วกดรหัสบางอย่าง เสียงกลไกดังขึ้น ก่อนที่ประตูเหล็กจะค่อยๆ แง้มเปิดออก เผยให้เห็นลานกว้างภายใน
"นี่มัน... ฐานทัพลับของพวกมันหรือเปล่า?" คมไพรพึมพำกับตัวเอง
เขาเห็นชายร่างท้วมเดินหายเข้าไปในอาคารหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางลาน คมไพรตัดสินใจ เขาต้องเข้าไปข้างในเพื่อหาข้อมูล
การลอบเร้นเข้าไปในฐานทัพศัตรูนั้นอันตรายอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคืนที่ฝนตกหนักเช่นนี้ แต่คมไพรไม่เคยถอย เขามีภารกิจที่ต้องทำให้สำเร็จ
เขาค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้ประตูเหล็กที่ยังแง้มอยู่ สังเกตการณ์รอบๆ อย่างระมัดระวัง ไม่มีใครเห็น ไม่มีใครได้ยิน
คมไพรสูดหายใจลึก ก่อนจะสอดตัวผ่านช่องประตูเข้าไปในฐานทัพศัตรูอย่างเงียบเชียบ
ก้าวแรกที่เข้าไปในฐานทัพแห่งนี้ ความรู้สึกเย็นยะเยือกก็แล่นปราดไปทั่วร่าง ราวกับได้ก้าวเข้าสู่แดนสนธยา
เบื้องหน้าเขาคือโลกใบใหม่ที่เต็มไปด้วยอันตรายที่มองไม่เห็น...

ลมพยัคฆ์ผ่าสิบทิศ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก