ลมพยัคฆ์ผ่าสิบทิศ

ตอนที่ 24 — ลมสุริยะล้างเถ้าธุลี

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,005 คำ

สายฝนที่โหมกระหน่ำยังคงกระหน่ำซัดลงมาไม่ขาดสาย ชำระล้างคราบไคลและความสกปรกของตรอกแคบที่ครั้งหนึ่งเคยเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและความหวาดผวา เสียงฟ้าร้องก้องกังวานเมื่อครู่ บัดนี้ได้จางหายไป เหลือทิ้งไว้เพียงเสียงฝนที่กระทบพื้นคอนกรีต เสียงน้ำไหลเซาะไปตามร่องระบายน้ำที่อุดตัน และความเงียบสงัดที่น่าขนลุกยิ่งกว่าเดิม

คมไพร หรือ ‌"เงาพยัคฆ์" ยืนนิ่งท่ามกลางม่านฝนที่โปรยปราย ร่างกายที่เปียกโชกด้วยน้ำฝนไม่ได้ทำให้ความเย็นเยียบในดวงตาของเขาลดลงเลย ตรงกันข้าม มันกลับยิ่งทำให้ประกายแห่งความเด็ดเดี่ยวและความมุ่งมั่นเปล่งประกายเจิดจ้าขึ้น เขาปาดน้ำฝนที่ไหลเข้าตาอย่างรวดเร็ว สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ ตรอกที่ตอนนี้เต็มไปด้วยเศษซากปรักหักพัง ​กระสอบทรายที่ขาดรุ่งริ่ง และถังขยะที่ล้มระเนระนาด

เบื้องหน้าเขาคือร่างไร้วิญญาณของชายฉกรรจ์สองคนที่ก่อนหน้านี้ยังคงเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ใบหน้าของพวกเขายังคงบิดเบี้ยวด้วยความตกใจและความเจ็บปวดที่ยังไม่จางหาย คมไพรไม่รู้สึกสมเพชหรือเสียใจ เขาแค่รับรู้ว่าภารกิจของเขาได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และนี่เป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้น

"อึ่ก..." เสียงครางเบาๆ ดังขึ้นจากมุมหนึ่งของตรอก ‍คมไพรหันขวับไปทันที มือขวาของเขายกขึ้นกุมด้ามมีดสั้นที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อแจ็คเก็ตอย่างรวดเร็ว

ปรากฏร่างของชายอีกคนหนึ่ง สวมชุดสีดำทะมึนกำลังพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้น เขายังคงมีสติ แต่ร่างกายบอบช้ำจากการต่อสู้เมื่อครู่ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเลือดและโคลน

"แก..." ชายคนนั้นมองคมไพรด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น "แกจะไปไหน..."

คมไพรไม่ตอบ ‌เขาก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างเงียบเชียบราวกับแมวป่า ท่ามกลางสายฝนที่ยังคงโปรยปราย

"แก...แกฆ่าพวกเรา...แกมันปีศาจ!" ชายคนนั้นพยายามตะโกน แต่เสียงของเขาแหบพร่าและอ่อนแรง

คมไพรหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าชายคนนั้น ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในแววตาที่สิ้นหวังของอีกฝ่าย

"ข้าไม่ใช่ปีศาจ" คมไพรเอ่ยเสียงเรียบ "ข้าคือเงาพยัคฆ์"

"เงาพยัคฆ์..." ชายคนนั้นพึมพำชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ ‍"แก...แกมันอันตรายเกินไป...แกจะไม่มีวัน...อั่ก!"

ก่อนที่ชายคนนั้นจะพูดจบ คมไพรก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า มือข้างหนึ่งตะครุบจับคางของอีกฝ่ายไว้แน่น แล้วออกแรงบิดอย่างรุนแรง เสียงกระดูกลั่นดังกร๊อบ! ร่างของชายคนนั้นทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นอย่างสิ้นฤทธิ์

คมไพรปล่อยมือออก เขาทิ้งร่างนั้นไว้ตรงนั้นโดยไม่หันกลับไปมองอีก เขาเดินต่อไป ​ลึกเข้าไปในตรอกที่มืดมิดและวกวน

"เป้าหมายต่อไป...ตึกร้างริมแม่น้ำ" เขาพึมพำกับตัวเอง เสียงแหบพร่าเล็กน้อยจากการตากฝน

ทันใดนั้นเอง เสียงเครื่องยนต์ดังสนั่นหวั่นไหวก็ดังมาจากปากตรอก แสงไฟหน้ารถที่สว่างจ้าสาดส่องเข้ามา คมไพรหันขวับไปมอง

รถกระบะสีดำคันใหญ่ที่เต็มไปด้วยโคลนและร่องรอยการต่อสู้ พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วด้วยความเร็วสูง ราวกับจะบดขยี้ทุกสิ่งที่ขวางหน้า

"พวกมันตามมา!" ​คมไพรตะโกนในใจ เขาไม่มีเวลาให้ลังเล

ทันทีที่รถกระบะคันนั้นพุ่งเข้ามาในตรอกที่แคบและเต็มไปด้วยสิ่งกีดขวาง คนขับซึ่งเป็นชายฉกรรจ์หุ่นบึกบึนก็เบรกกะทันหัน เสียงยางบดพื้นดังเอี๊ยดอ๊าด ร่างของคมไพรเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว เขาหลบหลีกไปด้านข้างอย่างฉิวเฉียด ก่อนที่รถจะพุ่งชนกับกำแพงด้านในสุดของตรอก

"แกหนีไม่พ้น!" ชายฉกรรจ์อีกคนหนึ่งกระโดดลงมาจากรถ ​ถือปืนลูกซองในมือ

คมไพรไม่รอช้า เขาชักมีดสั้นคู่ใจออกมาจากฝัก เขากระโจนเข้าใส่ชายคนนั้นด้วยความเร็วสูง

การต่อสู้ระยะประชิดเริ่มขึ้นอีกครั้งท่ามกลางสายฝนที่ยังคงโปรยปราย เสียงปืนลูกซองดังสนั่นหวั่นไหว แต่คมไพรก็สามารถหลบหลีกได้ทันอย่างหวุดหวิด เขาใช้ความคล่องแคล่วและความชำนาญในการต่อสู้ระยะประชิดเข้าโจมตี

มีดสั้นในมือของคมไพรวาดปาดฟันอย่างแม่นยำและรวดเร็ว ชายฉกรรจ์คนนั้นพยายามใช้ปืนลูกซองเป็นอาวุธ แต่คมไพรก็สามารถปัดป้องและเข้าประชิดตัวได้ เขาใช้แขนข้างหนึ่งล็อคปืนไว้ ในขณะที่มืออีกข้างหนึ่งกำลังจะใช้มีดสั้นสังหาร

แต่แล้ว...

เสียงเครื่องยนต์อีกเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากปากตรอก คราวนี้ไม่ใช่รถกระบะ แต่เป็นมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ที่ขับขี่ด้วยความเร็วสูง

"แย่แล้ว!" คมไพรพึมพำ เขาต้องตัดสินใจอย่างรวดเร็ว

เขาตัดสินใจปล่อยชายฉกรรจ์คนนั้นไปชั่วคราว เขาหันหลังกลับ แล้ววิ่งพุ่งออกไปทางปากตรอกอย่างรวดเร็ว

"หยุดเดี๋ยวนี้นะ!" ชายฉกรรจ์คนนั้นตะโกนไล่หลัง

คมไพรไม่สนใจ เขาพุ่งออกไปเผชิญหน้ากับมอเตอร์ไซค์คันนั้น

"ไปให้พ้น!" ชายที่ขับมอเตอร์ไซค์ตะโกน เขาดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าของกลุ่ม

คมไพรไม่ตอบ เขากระโดดขึ้นไปบนรถกระบะคันที่จอดนิ่งอยู่ แล้วใช้เท้าทั้งสองข้างถีบเข้าใส่คนขับมอเตอร์ไซค์อย่างแรง

"อั่ก!" ชายที่ขับมอเตอร์ไซค์เสียหลัก ล้มลงพร้อมกับมอเตอร์ไซค์คันใหญ่

คมไพรไม่เสียโอกาส เขาคว้ากุญแจรถกระบะที่หล่นอยู่ แล้วกระโดดขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับ

"แก! แกจะหนีไปไหน!" ชายฉกรรจ์คนแรกที่คมไพรปล่อยไว้ก็วิ่งตามออกมา

คมไพรสตาร์ทเครื่องยนต์เสียงดังคำราม เขากระทืบคันเร่งอย่างแรง รถกระบะคันใหญ่พุ่งทะยานออกไปจากตรอกแคบๆ นั้น ราวกับพายุหมุน

"ฮ่า ฮ่า ฮ่า!" เสียงหัวเราะแหม็ดแห้งดังออกมาจากลำคอของคมไพร "พวกแกตามข้าให้ทันก็แล้วกัน!"

การไล่ล่าที่หวาดเสียวเริ่มขึ้นแล้ว ถนนในเมืองหลวงที่เปียกชุ่มไปด้วยสายฝน กลายเป็นสนามแข่งที่เต็มไปด้วยอันตราย รถกระบะคันใหญ่ของคมไพรพุ่งทะยานไปตามท้องถนนอย่างบ้าคลั่ง เสียงหวีดหวิวของลม เสียงเครื่องยนต์ที่คำราม และเสียงแตรรถที่ดังสนั่นหวั่นไหว

รถกระบะสีดำคันหนึ่งพุ่งตามมาติดๆ คมไพรหันไปมองกระจกมองหลัง แววตาของเขาฉายประกายแห่งความท้าทาย

"ถ้าอยากได้ข้า...ก็ต้องมีฝีมือหน่อย" เขาพึมพำ

คมไพรหักพวงมาลัยอย่างกะทันหัน รถกระบะของเขาก็พุ่งเข้าไปในซอยแคบๆ ที่ดูเหมือนจะไม่มีทางออก

"คิดว่าตรอกแคบๆ จะหยุดข้าได้หรือไง!" ชายในรถกระบะที่ตามมาตะโกนอย่างบ้าคลั่ง

คมไพรยิ้มมุมปาก เขาคุ้นเคยกับตรอกเหล่านี้เป็นอย่างดี เขาใช้ทักษะการขับขี่ที่เหนือชั้น หลบหลีกสิ่งกีดขวางต่างๆ นานา กระสอบทราย ถังขยะ รถที่จอดอยู่ข้างทาง สิ่งเหล่านี้กลายเป็นอุปสรรคที่คมไพรสามารถผ่านพ้นไปได้อย่างง่ายดาย

รถกระบะคันที่ตามมาพยายามจะเร่งเครื่องแซง แต่ด้วยความแคบของตรอก ทำให้พวกเขาลำบาก

"เลี้ยวซ้าย!" คมไพรตะโกนสั่งตัวเอง เขากระโดดลงจากรถอย่างรวดเร็ว

รถกระบะของคมไพรยังคงพุ่งต่อไปอย่างรวดเร็วราวกับลูกศร แต่คมไพรกลับวิ่งเลาะไปตามผนังของอาคาร เขาใช้ความคล่องแคล่วในการปีนป่าย ห้อยโหน และกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางต่างๆ

การไล่ล่ากลับตาลปัตร กลายเป็นคมไพรที่กำลังล่อให้ศัตรูเข้ามาติดกับ

เขาวิ่งเข้าไปในตรอกที่มืดมิดกว่าเดิม กลิ่นอับชื้นและกลิ่นสาบของน้ำเน่าลอยคละคลุ้ง คมไพรได้ยินเสียงฝีเท้าของศัตรูที่กำลังไล่ตามมาติดๆ

"แกหนีไม่พ้นหรอก เงาพยัคฆ์!" เสียงตะโกนดังมาจากด้านหลัง

คมไพรชะลอฝีเท้าลง เขากระโดดเข้าไปในมุมอับของตรอก พรางตัวให้กลมกลืนไปกับเงามืด

รถกระบะของศัตรูพุ่งเข้ามาจอดสนิทที่ปากตรอก แล้วชายฉกรรจ์หลายคนก็กระโดดลงมาจากรถ

"ค้นให้ทั่ว! มันต้องอยู่ที่นี่!" เสียงหัวหน้าสั่ง

คมไพรซ่อนตัวอยู่เงียบๆ เขารอคอยจังหวะที่เหมาะสม

ทันใดนั้นเอง!

คมไพรทะยานออกจากมุมอับราวกับพยัคฆ์ เขาเข้าโจมตีศัตรูที่อยู่ใกล้ที่สุดอย่างรวดเร็ว ใช้มีดสั้นสังหารอย่างเลือดเย็น

การต่อสู้กลับเข้าสู่ระยะประชิดอีกครั้ง ท่ามกลางความมืดและความเงียบสงัดของตรอกแคบๆ

เสียงปืนดังขึ้น เสียงกระสุนกระทบผนังดังสนั่นหวั่นไหว แต่คมไพรก็สามารถหลบหลีกได้อย่างคล่องแคล่ว

เขาต่อสู้ด้วยความเด็ดเดี่ยว มุ่งมั่น และไร้ความปรานี

ในที่สุด เขาก็จัดการกับศัตรูที่เหลือทั้งหมดได้

คมไพรเช็ดเลือดที่เปื้อนใบหน้าออก เขามองไปรอบๆ ตรอกที่บัดนี้เงียบสงัดอีกครั้ง

"สำเร็จไปอีกขั้น" เขาพึมพำ

เขาหันไปมองทางที่รถกระบะของศัตรูจอดอยู่ เขาตัดสินใจจะนำรถคันนี้ไปใช้

"เป้าหมายต่อไป...ฐานทัพลับของพวกมัน"

คมไพรสตาร์ทเครื่องยนต์ของรถกระบะคันใหม่ เขาขับรถออกไปจากตรอกนั้น มุ่งหน้าสู่เป้าหมายต่อไป

แต่แล้ว...

เขาสังเกตเห็นบางอย่างผิดปกติ

แสงไฟสว่างจ้าสาดส่องมาจากอาคารสูงตรงหน้า

"ฐานทัพ...อยู่ที่นั่น?"

คมไพรชะลอรถลง เขาเพ่งมองไปยังอาคารหลังนั้นอย่างละเอียด

มันคือฐานทัพลับขององค์กรที่เขาตามล่า

"เอาล่ะ...มาดูกันว่าแผนการลอบเร้นของข้าจะสำเร็จหรือไม่"

คมไพรดับเครื่องยนต์ เขาเดินลงจากรถอย่างเงียบเชียบ เขาเริ่มวางแผนการลอบเร้นเข้าไปในฐานทัพศัตรู

สายฝนเริ่มซาลง แต่ความท้าทายของ "เงาพยัคฆ์" ยังคงดำเนินต่อไป

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ลมพยัคฆ์ผ่าสิบทิศ

ลมพยัคฆ์ผ่าสิบทิศ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!