ลมพยัคฆ์ผ่าสิบทิศ

ตอนที่ 28 — หมากสุดท้ายของพยัคฆ์

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 937 คำ

หยาดฝนที่เคยหลั่งรินอย่างเกรี้ยวกราด บัดนี้อ่อนแรงลงจนกลายเป็นเพียงละอองบางเบาที่พรมลงมาบนใบหน้าของคมไพร ชโลมไล้ความเย็นยะเยือกจนรู้สึกได้ถึงกระดูกสันหลัง ความเงียบที่ปกคลุมตรอกแคบแห่งนี้หนักอึ้งราวกับจะกดทับทุกสิ่งให้จมลงไปใต้ผืนดิน เสียงฝีเท้าที่กระทบกับพื้นเปียกชื้นเมื่อครู่ได้เลือนหายไปพร้อมกับสายลมที่พัดพาความเหน็บหนาวเข้ามาแทนที่ เขาแน่ใจว่าศัตรูไม่ได้จากไปไหน เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบการเล่นเกมอันโหดร้ายนี้เสียใหม่

คมไพรพิงแผ่นหลังกับผนังอิฐเย็นเฉียบ ปลายนิ้วกวาดไปตามรอยแตกของปูนเก่าที่ร่อนหลุด ‌เกล็ดฝุ่นละเอียดปลิวว่อนเมื่อเขาขยับตัว ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง ทุกเงามืด ทุกซอกหลืบล้วนมีความหมาย อาจเป็นที่ซ่อนของคมกระสุน หรือกับดักที่ถูกวางไว้รอเหยื่ออย่างเขา

"พวกแกคิดว่าวิธีนี้จะได้ผลหรือไง" เขาพึมพำกับตัวเอง ​เสียงแหบพร่าเล็กน้อยจากการขาดน้ำและความเหนื่อยล้าสะสม "การเงียบไปแบบนี้ ยิ่งทำให้ฉันระแวงมากกว่าเดิม"

เขาจำได้ดีถึงช่วงเวลาไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ ที่เขาต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มนักฆ่าติดอาวุธครบมือในตรอกแคบแห่งนี้ การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด ดาบสั้นที่คมกริบในมือเขาปัดป้องคมดาบของศัตรูที่พุ่งเข้ามาอย่างแม่นยำ เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นกึกก้องไปทั่วบริเวณ กลิ่นอายของเลือดและความตายอบอวลไปทั่ว

เขาใช้ทุกท่วงท่าที่ร่ำเรียนมา ‍ความเร็วที่เหนือมนุษย์ การเคลื่อนไหวที่พลิ้วไหวราวกับสายลม การโจมตีที่เฉียบขาดราวกับคมพยัคฆ์ ท่า "พยัคฆ์คำราม" ที่ทำให้คู่ต่อสู้เสียหลัก ท่า "กรงเล็บพยัคฆ์" ‌ที่เฉือนเข้ากลางลำตัว ท่า "พยัคฆ์สำแดงฤทธิ์" ที่ใช้ศอกกระแทกเข้าเต็มใบหน้า

แต่พวกมันก็ไม่ใช่กระจอก การประสานงานของพวกมันไร้ที่ติ การโจมตีที่ต่อเนื่องราวกับคลื่นทะเลที่ซัดสาดเข้ามาไม่หยุดหย่อน แต่สุดท้ายด้วยความเด็ดเดี่ยวและความชำนาญเหนือกว่า คมไพรก็สามารถจัดการกับนักฆ่าเหล่านั้นได้ทั้งหมดอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด

ทว่า... ‍ความสงบที่เกิดขึ้นกลับไม่น่าไว้วางใจเลยสักนิด

จู่ๆ เสียงเครื่องยนต์คำรามดังขึ้นจากปากตรอกด้านหนึ่ง เป็นเสียงเครื่องยนต์ที่คุ้นหู เสียงของรถหุ้มเกราะที่ใช้ในการขนส่งอาวุธหนัก และมันกำลังพุ่งตรงมาที่นี่!

คมไพรเบิกตากว้าง รีบผละออกจากที่กำบัง เขาเหลือบมองไปทางต้นเสียง เห็นแสงไฟหน้ารถสาดจ้าเข้ามาในความมืด ​ชี้เป้าไปยังตำแหน่งที่เขาเพิ่งจะยืนอยู่เมื่อครู่

"ไม่ยอมให้เล่นตุกติกง่ายๆ หรอก" เขาคิดอย่างเด็ดเดี่ยว

ทันใดนั้นเอง ประตูเหล็กบนผนังด้านตรงข้ามที่เขาพิงอยู่ก็เปิดผัวะออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นร่างของชายในชุดดำอีกคน ใบหน้าของเขาถูกปิดบังด้วยหน้ากาก แต่ดวงตาที่ปรากฏออกมานั้นเย็นชาและมุ่งมั่น

"เงาพยัคฆ์... ถึงเวลาปิดบัญชีแล้ว" ​เสียงทุ้มต่ำดังลอดหน้ากากออกมา

คมไพรไม่ตอบอะไร แต่ยกดาบสั้นขึ้นตั้งท่า การต่อสู้รอบที่สองกำลังจะเริ่มต้นขึ้น แต่ครั้งนี้ต่างออกไป ไม่ใช่การต่อสู้ในตรอกแคบ แต่เป็นการต่อสู้ที่จำกัดวง แคบยิ่งกว่าเดิม!

ชายในชุดดำก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็ว มือขวาของเขาถือปืนพกสั้นที่ดูคุ้นตา ​แต่มีลำกล้องที่ยาวผิดปกติ บ่งบอกว่าเป็นรุ่นที่ปรับแต่งมาเพื่อการยิงที่แม่นยำในระยะใกล้

"พวกแกมาเป็นชุดเลยสินะ" คมไพรพูดเยาะเล็กน้อย แม้จะรู้ดีว่าสถานการณ์ไม่เป็นใจ

"แค่หมากตัวสุดท้ายที่บอสส่งมาปิดเกม" ชายชุดดำตอบเสียงเรียบ "เขาบอกว่าถ้าจับเป็นได้ จะให้ค่าตอบแทนสูง แต่ถ้าตาย... ก็แค่ลบชื่อทิ้ง"

คมไพรยิ้มเย้ย "น่าเสียดายที่ฉันไม่เคยชอบเป็นหมากของใคร"

สิ้นคำพูด ร่างของเขาก็พุ่งเข้าใส่ทันที ดาบสั้นในมือวาดเป็นวงกว้าง พุ่งเป้าไปที่แขนข้างที่ถือปืน ชายชุดดำไม่ตกใจ เขาชักปืนออกมายิงทันที!

ปัง! ปัง!

เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวในพื้นที่แคบ แรงสะท้อนจากลำกล้องทำเอาปืนสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง กระสุนเฉียดผ่านคมไพรไปเฉียดหู

คมไพรหมอบลงหลบไปด้านข้าง เลื่อนตัวไปตามพื้นอย่างรวดเร็ว พยายามเข้าใกล้เป้าหมายให้มากที่สุด ความเร็วคืออาวุธของเขา

ชายชุดดำยังคงยิงไม่หยุด แต่การเคลื่อนไหวของคมไพรที่คล่องแคล่วทำให้เขาเล็งได้ยากขึ้นเรื่อยๆ

"แกเร็วจริง" เขาชมอย่างไม่เต็มใจนัก

"ก็แค่ฝึกมาเยอะ" คมไพรตอบกลับ ขณะเดียวกันก็ใช้ดาบสั้นเกี่ยวเข้าที่ข้อเท้าของชายชุดดำ

เอี๊ยด!

ชายชุดดำเสียหลัก สะดุดล้มลง คมไพรไม่รอช้า เขาทิ้งตัวพุ่งไปข้างหน้า ใช้ดาบสั้นปาดเข้าที่ลำคอของศัตรู

ฉัวะ!

เลือดสดๆ พุ่งกระจายออกมาจากลำคอที่ถูกเฉือน ชายชุดดำร้องโหยหวน ก่อนจะล้มลงแน่นิ่งไปกับพื้น

คมไพรถอนหายใจยาว เขาหันกลับไปมองทางปากตรอก เห็นรถหุ้มเกราะคันนั้นกำลังถอยหลังอย่างรวดเร็ว ราวกับว่าการล้มลงของชายชุดดำทำให้พวกมันตัดสินใจเปลี่ยนแผน

"กำลังจะไปไหนกันเล่า" เขาพึมพำ

ทันใดนั้นเอง เขาก็ได้ยินเสียงไซเรนดังมาจากระยะไกล และมันกำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

"พวกเจ้าหน้าที่ตำรวจ?" เขาขมวดคิ้ว

เขาจำได้ว่าก่อนหน้านี้ เขาได้ฝากข้อความถึงเพื่อนเก่าคนหนึ่งที่เป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ไว้ ว่าจะมีการเคลื่อนไหวที่ผิดกฎหมายเกิดขึ้นในพื้นที่นี้ เขาหวังว่าเพื่อนของเขาจะเข้าใจเจตนาของเขา

รถหุ้มเกราะคันนั้นหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงไซเรนที่ดังใกล้เข้ามา เร่งความเร็วกลับไปอีกครั้ง คราวนี้คมไพรตัดสินใจแล้ว เขาไม่สามารถปล่อยให้พวกมันหนีไปได้

เขาเริ่มออกวิ่งตามรถคันนั้นไปทันที โดยไม่ลังเล เขาพุ่งออกจากตรอกแคบ มุ่งหน้าไปยังถนนใหญ่ที่รถกำลังเคลื่อนที่อยู่

รถหุ้มเกราะเร่งความเร็วขึ้นอย่างน่าหวาดเสียว มันพุ่งทะยานไปตามถนนที่เปียกชุ่มด้วยน้ำฝน ก่อให้เกิดละอองน้ำฟุ้งกระจายไปทั่ว

คมไพรวิ่งตามไปติดๆ เขากระโดดขึ้นไปบนฝากระโปรงรถยนต์คันหนึ่งที่จอดอยู่ริมถนน ก่อนจะใช้แรงส่งตัวกระโดดขึ้นไปบนหลังคารถหุ้มเกราะ

เสียงเครื่องยนต์คำรามดังอื้ออึงอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขา เขาต้องทรงตัวอย่างระมัดระวัง เพราะรถกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง

"ไม่ปล่อยให้หนีไปง่ายๆ แน่!" เขาตะโกนก้อง

เขาเห็นว่าที่ด้านท้ายของรถหุ้มเกราะ มีประตูเปิดอ้าอยู่เล็กน้อย ราวกับว่าพวกมันกำลังจะขนถ่ายอะไรบางอย่าง

คมไพรตัดสินใจ เขาปีนไปตามหลังคารถอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าไปยังด้านท้าย

ขณะเดียวกัน รถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไล่ตามมาติดๆ สัญญาณไซเรนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณ

คมไพรถึงด้านท้ายรถ เขาเห็นว่ามีชายสองคนกำลังจะปิดประตูลง

"หยุดเดี๋ยวนี้!" เขาตะโกน

ชายทั้งสองหันมาด้วยความตกใจ เห็นคมไพรยืนอยู่บนหลังคารถ พร้อมดาบสั้นในมือ

"แกอีกแล้ว!" ชายคนหนึ่งร้อง

ทั้งสองคนชักปืนออกมา แต่คมไพรเร็วกว่า เขาใช้ดาบสั้นฟันไปที่ลำแขนของชายคนหนึ่งอย่างแม่นยำ

ปัง!

ปืนหลุดมือของชายคนนั้นกระเด็นไป ชายอีกคนพยายามจะยิง แต่คมไพรใช้เท้าถีบเข้าที่หน้าของเขาอย่างแรง

ผลัวะ!

ชายคนนั้นเซถอยหลังไป สองคนนั้นล้มกลิ้งลงไปจากรถ

คมไพรเห็นจังหวะ เขาโหนตัวลงไปภายในรถหุ้มเกราะ

ภายในรถหุ้มเกราะที่กว้างขวาง มีกล่องไม้จำนวนมากวางเรียงรายอยู่เต็มไปหมด เขามองเห็นตราสัญลักษณ์ขององค์กรปริศนาที่เขาเคยเห็นในฐานทัพของศัตรู

"นี่มันอะไรกันแน่วะ" เขาพึมพำ

ทันใดนั้นเอง ประตูเหล็กด้านข้างของรถหุ้มเกราะก็เปิดออก เผยให้เห็นใบหน้าของชายที่เขาคุ้นเคย... บอสขององค์กรนี้!

"ยินดีต้อนรับสู่กับดักสุดท้ายของข้า คมไพร" ชายคนนั้นยิ้มเยาะ

"นาย!" คมไพรเบิกตากว้าง

"คิดว่าจะหนีรอดไปได้ง่ายๆ อย่างนั้นหรือ" บอสกล่าว "ทุกย่างก้าวของแก ฉันรู้หมด ฉันวางแผนทุกอย่างไว้แล้ว"

"แค่นี้เองเหรอ" คมไพรท้าทาย "คิดว่าฉันจะยอมแพ้ง่ายๆ งั้นเหรอ"

"แน่นอน ไม่ใช่ตัวของแก" บอสหัวเราะ "แต่ตอนนี้... แกกำลังจะถูกบดขยี้"

ทันใดนั้นเอง รถหุ้มเกราะก็เบรกอย่างกะทันหัน ทำให้คมไพรเสียหลัก ล้มลงไปกองกับพื้น

เขามองเห็นว่ารถหุ้มเกราะคันนี้กำลังจะพุ่งชนเข้ากับกำแพงของฐานทัพศัตรูที่อยู่เบื้องหน้า!

นี่คือกับดักสุดท้ายของเขา!

เขาจะต้องทำอย่างไรต่อไป? เขาจะสามารถเอาชีวิตรอดจากสถานการณ์ที่สิ้นหวังนี้ได้หรือไม่? และนี่คือจุดจบของ "เงาพยัคฆ์" อย่างแท้จริงแล้วหรือ?

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ลมพยัคฆ์ผ่าสิบทิศ

ลมพยัคฆ์ผ่าสิบทิศ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!