ลมพยัคฆ์ผ่าสิบทิศ

ตอนที่ 30 — ฟ้าคำรณ ปฐพีสะท้าน

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,048 คำ

หยาดฝนที่เคยหลั่งรินอย่างเกรี้ยวกราด บัดนี้อ่อนแรงลงจนกลายเป็นเพียงละอองบางเบาที่พรมลงมาบนใบหน้าของคมไพร ชโลมไล้ความเย็นยะเยือกจนรู้สึกได้ถึงกระดูกสันหลัง ความเงียบที่ปกคลุมตรอกแคบแห่งนี้หนักอึ้งราวกับจะกดทับทุกอณูของลมหายใจ เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าที่ค่อยๆ คลายความมืดมน ทว่าดวงตาคมกริบของเขากลับจ้องลึกเข้าไปในความมืดมิดที่ยังคงครอบงำอยู่เบื้องหน้า ประกายสีแดงฉานจากสัญญาณเตือนภัยยังคงกระพริบเป็นจังหวะถี่ ‌ท่ามกลางเสียงไซเรนที่ดังระงมสะท้อนไปมาในเขตฐานทัพที่ถูกปิดล้อม

"ใกล้แล้วสินะ" คมไพรพึมพำกับตัวเอง มือข้างหนึ่งกุมด้ามปืนพกคู่ใจที่ซ่อนไว้ในเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีเข้ม อีกข้างหนึ่งปลายนิ้วสัมผัสกับชิปข้อมูลขนาดเล็กที่ซุกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน มันคือหัวใจสำคัญที่จะนำไปสู่การเปิดเผยเบื้องหลังการก่อการร้ายครั้งนี้ และการปลดปล่อยความจริงสู่สาธารณชน

เสียงฝีเท้าที่กำลังย่องเข้ามาใกล้ดังขึ้น คมไพรหันขวับ ใบหน้าของเขาคมเข้มขึ้นทุกขณะ ​เขาเห็นเงาร่างของทหารหน่วยพิเศษที่สวมชุดเกราะดำสนิทเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบในความมืด พวกเขาคือหน่วยล่าที่ถูกส่งมาเพื่อปิดปากเขาโดยเฉพาะ

"อย่าขยับ!" เสียงห้าวของหัวหน้าหน่วยสั่งการ ปืนไรเฟิลถูกยกขึ้นเล็งมาที่คมไพรอย่างแม่นยำ

คมไพรไม่ตอบโต้ เขาทรุดตัวลงอย่างรวดเร็ว หลบเข้าหลังกองถังขยะที่เปียกชื้น เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว เศษอิฐเศษปูนกระเด็นว่อน ‍แสงเลเซอร์สีแดงสาดส่องไปมาในตรอกแคบราวกับอสรพิษร้าย

"คิดจะหนีงั้นเหรอ!" ทหารอีกคนตะโกนไล่หลัง

คมไพรใช้จังหวะนั้น พลิกตัวอย่างรวดเร็ว เขาอาศัยความคุ้นเคยกับตรอกซอกซอยที่เหมือนเส้นเลือดฝอยของเมืองแห่งนี้ เขาวิ่งลัดเลาะไปตามซอกหลืบ ทิ้งให้กลุ่มทหารหน่วยพิเศษไล่ตามมาติดๆ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของพวกเขากระแทกพื้นดังสะท้อน ‌เป็นจังหวะที่เร่งเร้าให้คมไพรต้องเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น

ทันใดนั้น เสียงเครื่องยนต์คำรามดังขึ้นจากปากตรอกด้านหน้า รถกระบะคันหนึ่งพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง มันคือรถของพวกของเขาที่มาคอยรับ!

"เร็วเข้า!" เสียงตะโกนของวายุดังลอดออกมาจากกระจกรถที่ถูกเปิดออกครึ่งหนึ่ง

คมไพรไม่รอช้า เขากระโจนขึ้นไปบนกระบะท้ายอย่างคล่องแคล่ว ขณะที่รถกระบะออกตัวทะยานออกไป เสียงปืนยังคงดังตามหลังมาไม่หยุดหย่อน ‍ภาพของตรอกแคบอันเป็นฉากหลังถูกกลืนหายไปอย่างรวดเร็ว

"จะไปไหนต่อ?" วายุหันมาถาม ขณะที่คนขับอีกคนคือพยัคฆ์กำลังบังคับพวงมาลัยอย่างชำนาญ

"ฐานลับของพวกมัน ที่อยู่ใกล้ชายแดน" คมไพรตอบเสียงหอบ เขาล้วงหยิบชิปข้อมูลออกมา "นี่คือสิ่งที่เราต้องการ"

"แล้วเราจะเข้าไปยังไง?" พยัคฆ์ถามด้วยความกังวล

"มีทางเข้าลับ ​ผมรู้" คมไพรตอบ ดวงตาของเขาสะท้อนแสงไฟจากถนนที่กำลังวิ่งผ่าน "แต่เราต้องไปให้เร็วที่สุด"

การไล่ล่าด้วยยานพาหนะเริ่มต้นขึ้นแล้ว รถกระบะของคมไพรและพรรคพวกถูกไล่ตามมาด้วยรถยนต์หลายคันที่พุ่งทะยานออกมาจากฐานทัพอย่างไม่ลดละ เสียงปืนดังเป็นระยะๆ กระสุนปืนไรเฟิลเจาะทะลุกระจกข้างรถจนแตกละเอียด

"แย่แล้ว! พวกมันมาเยอะกว่าที่คิด!" ​วายุร้องเตือน

พยัคฆ์หักเลี้ยวรถอย่างกะทันหัน หลบหลีกการโจมตีจากด้านข้างได้อย่างเฉียดฉิว คมไพรที่นั่งอยู่ด้านหลัง กลิ้งตัวหลบกระสุนที่พุ่งเข้ามาอย่างแม่นยำ เขายกปืนพกขึ้นยิงสวนกลับไปอย่างรวดเร็ว สร้างความปั่นป่วนให้แก่ฝ่ายตรงข้าม

"เร่งเครื่องเลยพยัคฆ์! ใช้ทางลัด!" คมไพรออกคำสั่ง

พยัคฆ์พยักหน้า ​เขาเลี้ยวรถเข้าสู่ตรอกเล็กๆ ที่แคบจนแทบจะเสียดสีกับกำแพง แต่ด้วยทักษะการขับขี่ขั้นสูง เขาก็สามารถพาพวกเขาลอดผ่านไปได้สำเร็จ ฝ่ายไล่ล่าที่รถใหญ่กว่าต้องชะลอความเร็วและเสียจังหวะไปชั่วขณะ

"สุดยอดไปเลยพยัคฆ์!" วายุตะโกนด้วยความชื่นชม

"ยังไม่จบแค่นี้หรอก" พยัคฆ์ตอบ ดวงตาจับจ้องไปที่ถนนเบื้องหน้า

พวกเขาขับรถออกจากเมืองมุ่งหน้าสู่ชายแดน ทิวทัศน์สองข้างทางเปลี่ยนจากตึกสูงระฟ้าเป็นทุ่งหญ้าและป่าโปร่ง ท้องฟ้าเริ่มสว่างขึ้นเรื่อยๆ แต่ความตึงเครียดในรถกลับไม่ลดน้อยลงเลย

ไม่นานนัก พวกเขาก็มาถึงบริเวณที่คมไพรบอกว่าเป็นที่ตั้งของฐานลับ มันคือบริเวณที่ดูเหมือนเป็นเพียงพื้นที่รกร้างว่างเปล่า มีซากโรงงานเก่าๆ ตั้งอยู่ประปราย แต่คมไพรสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ

"ตรงนั้น" คมไพรชี้ไปยังเนินเขาเตี้ยๆ ที่ปกคลุมไปด้วยต้นไม้หนาทึบ "ทางเข้าอยู่ใต้ดิน"

พวกเขาจอดรถหลบซ่อนไว้ในพงหญ้า แล้วค่อยๆ เดินย่องเข้าไปยังบริเวณนั้นอย่างระมัดระวัง คมไพรนำทางโดยอาศัยข้อมูลจากชิป และความทรงจำของเขา

"ระวัง! มีกับดัก" วายุร้องเตือน เมื่อเห็นสลักที่ซ่อนอยู่ใต้ใบไม้

คมไพรใช้ทักษะการลอบเร้นที่ฝึกฝนมาอย่างดี เขาค่อยๆ ก้าวข้ามกับดักต่างๆ ไปอย่างชำนาญ จนมาถึงบริเวณที่มีรอยแยกของพื้นดินขนาดใหญ่ ซ่อนตัวอยู่ภายใต้ตาข่ายพรางพืช

"นี่คือทางเข้า" คมไพรกล่าว

"ดูเหมือนจะไม่มีใครเฝ้า" พยัคฆ์กล่าวพลางสำรวจรอบๆ

"อย่าประมาท" คมไพรเตือน "พวกมันอาจมีระบบตรวจจับที่มองไม่เห็น"

เขาหยิบเครื่องมือพิเศษออกมาจากกระเป๋า แล้วค่อยๆ สอดเข้าไปในรอยแยก เสียงกลไกบางอย่างดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่ประตูกลขนาดใหญ่จะค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นทางเดินลงสู่ใต้ดินที่มืดมิด

"ได้เวลาลุยแล้ว" คมไพรกล่าว พร้อมกับชักปืนพกออกมา

พวกเขาค่อยๆ หย่อนตัวลงไปในความมืด การผจญภัยครั้งสุดท้ายกำลังจะเริ่มต้นขึ้น

ภายในฐานลับใต้ดินนั้น สว่างไสวไปด้วยแสงไฟนีออนสีขาว เย็นเยียบ เสียงเครื่องจักรทำงานดังระงมไปทั่ว คมไพรและพรรคพวกเคลื่อนที่ไปตามทางเดินอย่างเงียบเชียบ ท่ามกลางระบบรักษาความปลอดภัยที่หนาแน่น

"นี่มัน... ฐานผลิตอาวุธชีวภาพ" วายุอุทาน เมื่อเห็นห้องทดลองที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์วิทยาศาสตร์อันซับซ้อน และภาชนะบรรจุสารเคมีอันตราย

"ไม่น่าเชื่อ พวกมันจะทำเรื่องเลวร้ายถึงขนาดนี้" พยัคฆ์กล่าวด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

คมไพรไม่พูดอะไร เขามุ่งหน้าไปยังห้องควบคุมหลัก ที่ซึ่งเขาเชื่อว่าจะเป็นที่เก็บข้อมูลสำคัญทั้งหมด

"ตรงนั้น!" คมไพรชี้ไปยังห้องขนาดใหญ่ที่มีประตูเหล็กหนา

พวกเขาค่อยๆ เข้าไปในห้องนั้น และพบกับห้องที่เต็มไปด้วยจอคอมพิวเตอร์และเซิร์ฟเวอร์จำนวนมาก

"นี่แหละเป้าหมายของเรา" คมไพรกล่าว "ผมจะเสียบชิปข้อมูลเข้าไป แล้วดึงข้อมูลทั้งหมดออกมา"

ขณะที่คมไพรเสียบชิปข้อมูลเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ เสียงสัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้นอีกครั้ง!

"แย่แล้ว! พวกเรารู้ตัวแล้ว!" วายุร้องเตือน

ประตูห้องควบคุมปิดลงอย่างรวดเร็ว เสียงฝีเท้าของทหารจำนวนมากดังมาจากด้านนอก

"ต้องรีบหน่อย" คมไพรเร่งมือ คมไพรเห็นข้อมูลกำลังไหลเข้าสู่ชิปอย่างรวดเร็ว

"พวกคุณถ่วงเวลาพวกมันไปก่อน ผมจะรีบดึงข้อมูลให้เสร็จ" คมไพรบอก

วายุและพยัคฆ์ไม่ลังเล พวกเขายกปืนขึ้น เตรียมพร้อมรับมือกับทหารที่กำลังจะบุกเข้ามา

เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว การต่อสู้ระยะประชิดในห้องควบคุมอันคับแคบเริ่มต้นขึ้น วายุและพยัคฆ์ต่อสู้กับทหารหน่วยพิเศษอย่างดุเดือด พวกเขาสามารถจัดการทหารบางส่วนได้ แต่จำนวนของศัตรูก็ยังคงมีมากกว่า

"อีกนิดเดียว!" คมไพรตะโกน ขณะที่ข้อมูลกำลังจะถูกดึงออกมาจนครบ

ทันใดนั้น หัวหน้าหน่วยพิเศษที่เคยปะทะกับคมไพรในตรอกแคบ ก็พุ่งเข้ามาในห้อง เขาปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าคมไพรอย่างกะทันหัน

"แกหนีไม่พ้นหรอก!" หัวหน้าหน่วยตะโกน พร้อมกับยกปืนขึ้นเล็ง

คมไพรหันไปเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาของทั้งสองคนประสานกันอย่างดุเดือด

"แกคิดว่าแค่นี้จะหยุดฉันได้งั้นเหรอ!" คมไพรตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา

การต่อสู้ระหว่างคมไพรกับหัวหน้าหน่วยพิเศษเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด พวกเขาปะทะกันอย่างดุเดือดในพื้นที่อันจำกัด ท่ามกลางเสียงปืนที่ดังไม่หยุดหย่อน

"ข้อมูลเสร็จแล้ว!" คมไพรตะโกน พร้อมกับคว้าชิปข้อมูลออกมา

"วายุ! พยัคฆ์! ออกไปกัน!" คมไพรตะโกน

วายุและพยัคฆ์ที่กำลังต่อสู้ ก็รีบถอยกลับมาหาคมไพร

"ไปทางไหน!" พยัคฆ์ถาม

"ทางเดิม!" คมไพรตอบ

พวกเขาพังประตูห้องควบคุมออก และวิ่งหนีออกจากฐานลับ ขณะที่ทหารหน่วยพิเศษจำนวนมากกำลังไล่ตามมา

การไล่ล่ากลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้พวกเขาต้องวิ่งหนีออกมาจากฐานทัพใต้ดิน และมุ่งหน้าไปยังรถที่จอดซ่อนไว้

"ไปที่เครื่องบิน!" คมไพรออกคำสั่ง "เราต้องนำข้อมูลนี้ไปให้เร็วที่สุด!"

พวกเขาขับรถออกจากบริเวณฐานลับอย่างรวดเร็ว ทิ้งระเบิดควันไว้เบื้องหลังเพื่อสร้างความสับสน

เมื่อมาถึงที่จอดรถ คมไพรก็เห็นเครื่องบินลำเล็กจอดรออยู่แล้ว

"เร็วเข้า!"

ทั้งสามคนกระโดดขึ้นเครื่องบินอย่างรวดเร็ว นักบินสตาร์ทเครื่องยนต์ และเครื่องบินก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า

เบื้องล่าง ฐานลับของพวกศัตรูกำลังถูกระดมกำลังเข้าควบคุม แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว

คมไพรเงยหน้ามองท้องฟ้าที่สดใสขึ้นเรื่อยๆ แสงแดดสาดส่องลงมา ชโลมไล้ใบหน้าของเขา

"ทุกอย่างจบแล้ว" คมไพรพึมพำ

เขาบีบชิปข้อมูลไว้ในมือ ความจริงอันดำมืดกำลังจะถูกเปิดเผย และโลกจะได้รู้ว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมด

สายลมพัดผ่านไป ทิ้งไว้เพียงความสงบที่ค่อยๆ คืบคลานกลับคืนมา

อวสาน

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ลมพยัคฆ์ผ่าสิบทิศ

ลมพยัคฆ์ผ่าสิบทิศ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!