กระซิบรัตติกาล

ตอนที่ 3 — เสียงกระซิบจากเงามืด

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 939 คำ

ความเงียบที่ปกคลุมป่าลึกนั้นหนักอึ้ง ราวกับมีสิ่งมีชีวิตบางอย่างกำลังหายใจอยู่รอบตัวนที ใบไม้แห้งที่เหยียบย่ำลงไปส่งเสียงดังผิดที่ผิดทางในความสงัดนั้น เขารู้สึกถึงความเย็นยะเยือกที่คืบคลานเข้ามา ไม่ใช่เพียงเพราะไอเย็นของยามพลบค่ำ แต่เป็นความเย็นที่มาจากภายในจิตใจ เป็นความรู้สึกที่เหมือนกำลังถูกจับตามองจากสิ่งที่ไม่สามารถมองเห็นได้

หมอกหนาทึบยิ่งโหมกระหน่ำเข้ามา ปกคลุมผืนป่าจนแทบมองไม่เห็นทางข้างหน้า ‌นทีหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา หวังจะเปิดไฟฉาย แต่หน้าจอกลับมืดสนิท ไม่มีสัญญาณ ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนของแบตเตอรี่ เขาขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิดปนความกังวล มือหนาควานหาไฟฉายพกพาที่เขาเตรียมมาเสมอเมื่อต้องเข้าป่า แต่กลับรู้สึกว่างเปล่า ​ไม่มีสิ่งนั้นอยู่เลย เป็นไปได้อย่างไร? เขามั่นใจว่าใส่ไว้ในกระเป๋าเป้ แต่ตอนนี้มันหายไปแล้ว

“บ้าจริง!” เขาพึมพำกับตัวเอง พยายามเก็บอาการตื่นตระหนกไว้ ‘คงจะลืมหยิบมา’ เขาปลอบใจตัวเอง ‍พลางก้าวเดินต่อไปอย่างระมัดระวังที่สุด ทุกก้าวที่เหยียบย่ำลงไป ราวกับกำลังก้าวเข้าสู่ดินแดนที่ไร้ผู้คน สิ่งมีชีวิตทุกอย่างถูกกลืนกินด้วยความมืดมิดและความเงียบงัน

ไม่นานนัก เขาก็ได้ยินเสียง เสียงที่ดังแว่วมาแต่ไกล แต่ทว่าชัดเจนเสียจนเขาต้องหยุดนิ่ง ‘เสียงอะไร?’ ‌เสียงนั้นเหมือนเสียงกระซิบแผ่วเบา แต่ดังเสียจนเหมือนอยู่ใกล้แค่เอื้อม เป็นเสียงที่ไร้รูปร่าง ไร้ที่มาที่ไป เหมือนลมที่พัดผ่านใบหู แต่ทว่ากลับมีความหมายบางอย่างที่เขาไม่อาจเข้าใจได้

“ใครน่ะ?” เขาตะโกนถามออกไป เสียงของเขากลืนหายไปในความกว้างใหญ่ของป่า ‍ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเสียงลมที่พัดหวีดหวิว และเสียงใบไม้ที่เสียดสีกัน

เสียงกระซิบนั้นดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ดังชัดเจนขึ้น ราวกับอยู่ใกล้เข้ามาอีกนิด ‘มา… ที่นี่… มา…’ ​เป็นคำพูดที่ขาดห้วง ไม่เป็นประโยค แต่ทว่าสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แทรกเข้ามาในทุกอณูของร่างกาย

นทีรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว เขาไม่เคยเป็นคนขี้กลัว แต่บรรยากาศรอบตัวและความผิดปกตินี้กำลังกัดกินความกล้าหาญของเขา เขาตัดสินใจเร่งฝีเท้าขึ้น มุ่งหน้าไปตามทางลูกรังที่ดูเหมือนจะพาเขาไปสู่บางสิ่งบางอย่างที่เขาไม่เคยคิดฝันมาก่อน

ในที่สุด เมื่อหมอกเริ่มจางลงเล็กน้อย ​เขาก็เห็นบางสิ่งบางอย่างอยู่เบื้องหน้า ร่างเงาตะคุ่มของอาคารหลังใหญ่ปรากฏขึ้นท่ามกลางความมืด สถาปัตยกรรมของมันดูแปลกตา ไม่คุ้นเคย คล้ายกับอาคารเก่าแก่ในสมัยก่อน แต่ทว่ากลับดูยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามเกินกว่าที่เขาจะคาดคิด

“คฤหาสน์…” เขาพึมพำ ชื่อของมันผุดขึ้นมาในหัวโดยอัตโนมัติ ​ราวกับว่าเขารู้จักที่นี่มานานแล้ว แต่ทว่าความทรงจำนั้นกลับพร่าเลือน

เมื่อเข้าใกล้มากขึ้น เขาก็เห็นรายละเอียดของคฤหาสน์หลังนั้นได้ชัดเจนขึ้น ตัวอาคารสร้างด้วยหินสีเข้ม ทึมเทา กระจกหน้าต่างบานใหญ่หลายบานดูมืดมิดราวกับดวงตาของสัตว์ร้ายที่กำลังจ้องมองมา ชายคากระเบื้องที่แตกร่อนบางส่วน และระเบียงที่ดูทรุดโทรมเกินกว่าจะใช้งานได้อีกต่อไป รั้วเหล็กดัดสูงที่ขึ้นสนิมเขรอะราวกับกรงเล็บกำลังโอบล้อมอาณาเขตของมันไว้

เสียงกระซิบนั้นดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มาจากทิศทางของคฤหาสน์ ราวกับกำลังเรียกเชิญเขาเข้าไป

‘เข้ามา… ข้างใน… อบอุ่น…’

นทีลังเล เขาเคยได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวกับหมู่บ้านร้างแห่งนี้ เรื่องเล่าเกี่ยวกับคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ถูกทิ้งร้างมานาน ไม่มีใครกล้าเข้ามาใกล้ ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าของเดิม มีเพียงข่าวลือที่เล่าขานต่อกันมาถึงความลึกลับและอาถรรพ์ที่สิงสถิตอยู่

แต่ทว่า ความสงสัย ความต้องการที่จะไขปริศนา บวกกับความรู้สึกที่ถูกดึงดูดอย่างประหลาด ทำให้เขาก้าวเท้าเข้าไปในประตูรั้วที่เปิดแง้มอยู่

ทันทีที่ก้าวผ่านรั้วเข้าไป อากาศก็เย็นลงอย่างเห็นได้ชัด ราวกับอุณหภูมิภายนอกถูกแช่แข็งไว้ เขาเดินไปตามทางเดินหินที่ปูด้วยอิฐมอญซึ่งตอนนี้เต็มไปด้วยวัชพืชรกเรื้อ ดอกไม้ป่าที่เคยสวยงามบัดนี้เ***่ยวเฉาและดำคล้ำ ราวกับถูกพิษร้ายบางอย่าง

เมื่อยืนอยู่เบื้องหน้าประตูทางเข้าหลักของคฤหาสน์ นทีก็เห็นว่ามันเป็นประตูไม้สักขนาดใหญ่ที่แกะสลักลวดลายอันวิจิตร แต่บัดนี้กลับมีรอยขีดข่วนเต็มไปหมด ประตูบานนี้ดูเหมือนจะปิดสนิท ไม่มีลูกบิดหรือกลอนประตูที่มองเห็นได้

เขายื่นมือไปสัมผัสเนื้อไม้เย็นเฉียบของประตูทันใดนั้นเอง ประตูบานใหญ่ก็ค่อยๆ แง้มออกช้าๆ พร้อมกับเสียงไม้ที่เสียดสีกันอย่างน่าขนลุก

“ใคร… ใครเปิดประตู?” เขาถามเสียงสั่น

ไม่มีคำตอบ มีเพียงลมเย็นที่พัดออกมาจากภายในพร้อมกับกลิ่นอับชื้นของฝุ่นและกาลเวลา

นทีสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เขารู้ดีว่าหากก้าวเข้าไปแล้ว จะไม่มีทางหวนกลับง่ายๆ แต่ทว่าความอยากรู้อยากเห็นนั้นมีมากกว่าความกลัว เขาผลักประตูเข้าไปช้าๆ

ภายในโถงทางเดินกว้างใหญ่และมืดมิด แสงสลัวจากภายนอกลอดผ่านหน้าต่างบานสูงที่ปกคลุมไปด้วยฝุ่นหนา ทำให้มองเห็นเค้าโครงของเฟอร์นิเจอร์โบราณที่ถูกคลุมด้วยผ้าสีขาวเอาไว้ รูปภาพบนผนังที่ซีดจางจนมองไม่เห็นใบหน้าของผู้คนในภาพ

เสียงกระซิบนั้นดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ดังมาจากภายในโถงทางเดินนี้เอง

‘มา… ที่นี่… ปลอดภัย…’

นทีสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ เขาเดินเข้าไปช้าๆ เท้าของเขากระทบกับพื้นไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด ราวกับกำลังร้องคร่ำครวญ

ทันใดนั้นเอง เขาก็เห็นบางสิ่งบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ที่ปลายโถงทางเดิน เงาร่างตะคุ่มสีดำสนิท คล้ายมนุษย์ แต่ทว่ากลับดูบิดเบี้ยวผิดรูป ผอมเกร็ง และไร้ความชัดเจน

“ใคร… อยู่ตรงนั้น?” นทีถามอย่างตะกุกตะกัก

เงาร่างนั้นไม่ตอบ เพียงแต่ค่อยๆ เคลื่อนเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ในความมืดมิดนั้น นทีเห็นว่ามันมีดวงตาที่สะท้อนแสงสลัวๆ ราวกับดวงตาของสัตว์กลางคืน

‘มา… เรา… รอ… เจ้า…’ เสียงกระซิบนั้นดังขึ้นอีกครั้ง ทว่าคราวนี้กลับมีความรู้สึกบางอย่างแฝงอยู่ เป็นความรู้สึกที่ทั้งเศร้าสร้อยและโหยหา

นทีถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว ความกลัวที่เคยเก็บงำไว้ปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง เขาหันหลังกลับหมายจะวิ่งหนี แต่ทว่าประตูทางเข้าหลักกลับปิดสนิทลงอย่างเงียบเชียบ

“ไม่! เปิดประตู! เปิดเดี๋ยวนี้!” เขาร้องตะโกน พยายามผลักประตูอย่างสุดแรง แต่ทว่ามันแน่นหนาเกินกว่าที่เขาจะขยับได้

เงาร่างนั้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนถึงระยะที่นทีสามารถมองเห็นรายละเอียดของมันได้ชัดเจนขึ้น มันไม่ใช่เงา แต่เป็นร่างของใครบางคน สวมเสื้อผ้าเก่าขาดรุ่งริ่ง ใบหน้าซีดเซียว ดวงตาเบิกโพลงราวกับกำลังหวาดกลัวสุดขีด

“ช่วย… ด้วย…” เสียงของร่างนั้นแหบพร่า แผ่วเบา ราวกับจะขาดใจ

นทีเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เขาไม่เคยเห็นใครอยู่ในสภาพนี้มาก่อน

“คุณ… คุณเป็นใคร?” เขาถาม

ร่างนั้นไม่ตอบ เพียงแต่ยื่นมือที่ผอมเกร็งมาทางเขา ชี้ไปยังภายในคฤหาสน์

‘อย่า… ไป… ข้างใน…’

ก่อนที่นทีจะได้ตอบสนอง ร่างนั้นก็ถูกดึงเข้าไปในความมืดของโถงทางเดินด้วยแรงบางอย่างที่มองไม่เห็น และแล้วเสียงกรีดร้องอันน่าสยดสยองก็ดังขึ้น ก่อนจะค่อยๆ เงียบหายไป เหลือไว้เพียงความเงียบที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิม

นทีทรุดตัวลงนั่งกับพื้น เขาหายใจหอบถี่ เหงื่อผุดขึ้นเต็มใบหน้า เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เขารู้เพียงอย่างเดียวว่า ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เขาควรจะอยู่

เสียงกระซิบนั้นดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ดังมาจากทั่วทุกทิศทาง ราวกับมีคนมากมายกำลังกระซิบอยู่รอบตัวเขา

‘เจ้า… ต้อง… อยู่… ที่นี่…’

‘เรา… ไม่… ปล่อย… เจ้า…’

‘ยินดี… ต้อนรับ… สู่… บ้าน…’

นทีเงยหน้าขึ้นมองไปรอบๆ ในความมืดสลัวนั้น เขารู้สึกถึงสายตาที่จับจ้องมา เขารู้สึกถึงลมเย็นที่พัดผ่านไป ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกำลังลูบไล้ไปตามใบหน้าของเขา

เขาติดอยู่ที่นี่แล้ว

ความมืดรอบตัวเริ่มคืบคลานเข้ามา ปกคลุมเขาจนมองไม่เห็นแม้แต่เงาของตัวเอง

เขาได้ยินเสียงฝีเท้าแผ่วเบา ดังมาจากภายในคฤหาสน์ ราวกับกำลังมีคนเดินเข้ามาหาเขา

ใครกันแน่ที่กำลังจะมา? และอะไรคือความลับที่ซ่อนอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้?

นทีรู้เพียงว่า ค่ำคืนนี้จะเป็นค่ำคืนที่ยาวนานและน่าสะพรึงกลัวที่สุดในชีวิตของเขา

หน้านิยาย
หน้านิยาย
กระซิบรัตติกาล

กระซิบรัตติกาล

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น

ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!