กระซิบรัตติกาล

ตอนที่ 11 — เสียงกระซิบจากความมืด

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 982 คำ

ความเย็นยะเยือกที่เข้าปกคลุมไม่ใช่แค่กายภาพอีกต่อไป นทีรู้สึกได้ถึงมัน ราวกับมันแทรกซึมเข้าไปในกระดูกดำดิ่งสู่แก่นกลางของจิตวิญญาณ ความหนาวเหน็บนี้ไม่ใช่สิ่งที่ลมเย็นพัดผ่าน แต่เป็นความรู้สึกที่เกิดจากภายใน เป็นสัญญาณเตือนอันน่าหวาดผวาที่ร่างกายเขาส่งมา

เขายืนนิ่งอยู่กลางห้องโถงที่มืดสลัวของคฤหาสน์เก่าแก่แห่งนี้ ลมเย็นพัดหวีดหวิวผ่านช่องว่างของหน้าต่างบานใหญ่ที่แตกเป็นริ้วรอย ดวงจันทร์คืนนี้ถูกเมฆดำครึ้มบดบังจนแทบมองไม่เห็นแสงสว่างใดๆ ‌มีเพียงแสงไฟสลัวจากตะเกียงน้ำมันที่เขาจุดไว้ส่องสว่างเป็นวงแคบๆ สร้างเงาตะคุ่มที่เต้นระบำไปทั่วผนังหินที่เต็มไปด้วยฝุ่น

“เฮือก!” เสียงหอบหายใจของนทีดังขึ้นในความเงียบ เขาสูดอากาศเข้าปอดอย่างแรง พยายามขับไล่ความรู้สึกบางอย่างที่กำลังเกาะกุม เขาจำได้ว่าเขาเข้ามาที่นี่ด้วยความหวังว่าจะได้พบคำตอบเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับพ่อ แต่ยิ่งเขาค้นลึกเข้าไปเท่าไหร่ เขากลับยิ่งพบเจอแต่ความน่าสะพรึงกลัวที่ไม่อาจอธิบายได้

ความหนาวเย็นครั้งก่อนที่ประทะร่างเขา ​มันไม่ใช่ลมเย็นธรรมดา มันเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นมากระชากเอาความอบอุ่นทั้งหมดออกจากตัวเขาไป ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าและสัมผัสที่เย็นเยียบจนชาไปทั้งร่าง ยิ่งยามค่ำคืน ความรู้สึกนั้นก็ยิ่งเด่นชัด ราวกับว่าความมืดกำลังถูกแต่งแต้มด้วยสีสันแห่งความหวาดกลัว

“ใครอยู่ตรงนั้น?” นทีเอ่ยถามเสียงสั่น แสงตะเกียงในมือสั่นไหวตามแรงมือ ‍เขาพยายามเพ่งมองไปยังมุมมืดที่สุดของห้องโถง แต่มีเพียงเงาที่ดูราวกับมีชีวิตเคลื่อนไหว

ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเสียงลมที่พัดผ่านรอยร้าวของผนัง เสียงไม้เก่าครวญคราง เสียงของสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่อาจซ่อนตัวอยู่ตามซอกหลืบ

เขาเดินอย่างระมัดระวัง เท้าเหยียบย่ำไปบนพรมหนาที่เปื่อยยุ่ย ฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่ว ‌นทีหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงแผ่วเบาดังมาจากทางเดินด้านใน เสียงนั้นเบาเสียจนแทบจะกลืนหายไปกับเสียงลม แต่เขามั่นใจว่ามันไม่ใช่เสียงลม

“กระซิบ…”

เสียงนั้นแผ่วเบา ราวกับน้ำกระซิบที่ลอดผ่านช่องประตูที่ปิดสนิท นทีรีบหันไปมองต้นเสียง เขาเดินเข้าไปใกล้ประตูไม้บานใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า มันปิดสนิท ดูหนักแน่นและแข็งแรงเกินกว่าจะเป็นประตูธรรมดา

“ใคร… ‍ใครน่ะ?” เสียงของเขาฟังดูแหบพร่า เขาเกลียดความกลัวที่กำลังกัดกินหัวใจ เขากำหมัดแน่น พยายามรวบรวมสติ

ความหนาวเย็นรอบตัวทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง จนเขาสังเกตเห็นไอน้ำบางๆ ลอยออกมาจากลมหายใจของตนเอง นี่ไม่ใช่สภาพอากาศปกติของป่ากลางฤดูร้อนอย่างที่เขาคิดไว้ตอนแรก

“ได้ยินไหม?” ​เสียงกระซิบนั้นดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ฟังดูชัดเจนขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยังคงความแผ่วเบา น่าขนลุก ราวกับมันกำลังพยายามสื่อสารกับเขาจากอีกมิติหนึ่ง

นทีตัดสินใจ เขาก้าวเข้าไปใกล้ประตูบานนั้น มือของเขาสั่นเล็กน้อยเมื่อเอื้อมไปจับลูกบิดทองเหลืองเย็นเฉียบ

“อย่า…” เสียงกระซิบนั้นดังขึ้นทันที ​ราวกับมีใครบางคนกำลังเตือนเขาจากภายใน

เขาชะงักมือไปในอากาศ ลมหายใจติดขัด หัวใจเต้นระส่ำแรงขึ้นทุกที เขาไม่รู้ว่าเสียงนี้มาจากใคร หรือมาจากอะไร แต่สัญชาตญาณบอกเขาว่าเขาไม่ควรเปิดประตูบานนี้

“ใคร… ทำไมถึงมากระซิบ?” นทีพยายามถามออกไป

“ความลับ… ​ซ่อนอยู่…” เสียงนั้นตอบกลับมา สั้นๆ ห้วนๆ

ความลับ? ความลับอะไร? หรือว่ามันเกี่ยวข้องกับพ่อของเขา? ความคิดนี้กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของนทีให้พุ่งสูงขึ้น แต่ก็แลกมาด้วยความหวาดหวั่นที่เพิ่มทวีคูณ

“บอกฉันสิ! ความลับอะไร?” เขาผลักดันตัวเองให้ถามออกไป

“ที่นี่… ไม่ปลอดภัย… เจ้าไม่ควรมา…” เสียงกระซิบนั้นเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นโทนที่ดูล่อลวงมากขึ้น แฝงด้วยความเศร้าสร้อยบางอย่าง

นทีถอนหายใจ เขามองไปยังประตูบานนั้นอีกครั้ง ลูกบิดทองเหลืองดูเหมือนจะแผ่ไอเย็นออกมา แม้จะยังไม่ได้สัมผัสมันก็ตาม

“ฉันต้องรู้…” เขาพึมพำกับตัวเอง “ฉันต้องรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพ่อของฉัน”

เขาตัดสินใจอีกครั้ง เขากำลูกบิดแน่น แล้วบิดมันลงไป…

กึก!

เสียงกลอนประตูที่ปลดล็อกดังสนั่นไปทั่วห้องโถง นทีผลักประตูออกไปช้าๆ

เบื้องหน้าเขาคือความมืดมิดที่มิดชิดยิ่งกว่าที่ใดที่เขาเคยพบเจอ แสงตะเกียงของเขาส่องเข้าไปได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เผยให้เห็นเพียงผนังด้านในที่ชื้นแฉะและมีคราบตะไคร่เกาะหนา

แต่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกขนลุกไปถึงขีดสุดคือ… กลิ่น

กลิ่นอับชื้น กลิ่นสาบ กลิ่นเหมือนเลือดที่แห้งกรัง กลิ่นเหล่านี้ปะปนกันจนทำให้เขาแทบจะอาเจียน

“มีอะไรอยู่ข้างใน?” เขาถามออกไปอย่างหวาดกลัว

ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงความเงียบที่หนักอึ้ง ท้องไส้ของเขากำลังปั่นป่วน

ทันใดนั้นเอง…

“ฉึ่ก!”

เสียงบางอย่างดังขึ้นจากภายในความมืด เสียงเหมือนของมีคมที่ถูกกระชากออกมาอย่างรวดเร็ว

นทีผงะถอยหลังแทบจะล้ม เขาพยายามเพ่งมองเข้าไปในความมืดนั้น แต่ก็มองไม่เห็นอะไรเลย

“ใคร…?”

“แกร๊ก…”

เสียงกึกกักของสิ่งที่ดูเหมือนจะเคลื่อนไหวอยู่ภายในดังขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้ดูเหมือนมันจะกำลังคลานเข้ามาใกล้ประตู

นทีรู้สึกถึงความเย็นที่แล่นไปทั่วร่างอีกครั้ง มันไม่ใช่ความเย็นจากภายนอก แต่มันคือความเย็นที่เกิดจากความหวาดกลัวสุดขีด

“ถอยไป!” เขาตะโกนเสียงดัง พยายามรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี

เขารู้สึกได้ถึงลมเย็นที่พัดผ่านใบหน้า ราวกับมีใครบางคนกำลังหายใจรดต้นคอ

“เจ้า… มา… ผิด… ที่…” เสียงกระซิบนั้นดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่แค่เสียงกระซิบ แต่มันคือเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและความเจ็บปวด

นทีไม่รอช้า เขากระชากประตูให้ปิดลงอย่างแรง เสียงดังสนั่นราวกับจะผนึกความน่าสะพรึงกลัวทั้งหมดไว้ภายใน

“เปรี้ยง!”

ประตูบานนั้นปิดสนิท แต่เสียงที่ดังมาจากภายในยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเขา

“อ๊ากกกก!”

เสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้มันดังกว่าเดิม ชัดเจนกว่าเดิม มันไม่ใช่เสียงกรีดร้องของมนุษย์เสียทีเดียว แต่มันคือเสียงที่เต็มไปด้วยความทุกข์ทรมานอันแสนสาหัส

นทีทรุดตัวลงนั่งกับพื้นเย็นเฉียบของห้องโถง เขาหอบหายใจอย่างหนัก เหงื่อกาฬแตกพลั่กเต็มใบหน้า

“นี่มัน… อะไรกันแน่…”

เขามองไปยังประตูบานนั้นด้วยความหวาดผวา ไม่เคยมีสิ่งใดที่ทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวได้มากเท่านี้มาก่อน

ความหนาวเย็นยังคงเกาะกินไปทั่วร่าง เขาพยายามนึกย้อนไปถึงเรื่องราวที่พ่อของเขาเคยเล่าให้ฟัง ถึงตำนานของคฤหาสน์หลังนี้ ที่ถูกทิ้งร้างมานานแสนนาน

มีเรื่องเล่าลือเกี่ยวกับวิญญาณร้ายที่สิงสถิตอยู่ที่นี่ เรื่องเล่าที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงนิทานหลอกเด็ก

แต่ตอนนี้… เขาเริ่มไม่แน่ใจ

เสียงกระซิบนั้น… เสียงร้องนั้น… มันไม่ใช่เรื่องแต่ง…

นทีพยายามลุกขึ้นยืน เขาปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้าที่เปียกชื้นด้วยเหงื่อ

“ฉันต้องออกไปจากที่นี่” เขาพูดกับตัวเองเสียงดัง

แต่ทันทีที่เขาหันหลังให้กับประตูบานนั้น เขาก็ได้ยินเสียงประหลาดอีกครั้ง

“แกร๊ก…”

เสียงเหมือนกรงเล็บที่กำลังขูดกับพื้นหินดังขึ้นมาจากด้านหลังเขา

นทีชะงัก เขาไม่กล้าหันกลับไปมอง

“ใคร…?” เขาถามอีกครั้ง

เงียบ…

แล้วจู่ๆ…

“กรอด… กรอด…”

เสียงนั้นดังขึ้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ราวกับมีสัตว์ร้ายกำลังย่องเข้ามาหา

นทีรู้สึกถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านมาจากด้านหลัง เขาจินตนาการถึงดวงตาที่แดงก่ำ และกรงเล็บที่แหลมคม

“ขอร้องล่ะ… อย่า…” เขาพึมพำ

“ฉึ่ก!”

มีบางอย่างเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วผ่านหน้าเขาไป

นทีเบิกตากว้าง เขาเห็นเพียงเงาตะคุ่มสีดำที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

หัวใจของเขากำลังจะหยุดเต้น

เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่กำลังเผชิญหน้าอยู่คืออะไร แต่เขารู้แน่ๆ ว่ามันไม่ใช่คน

และมันก็กำลังตามล่าเขา…

เขาหันหลังวิ่งสุดชีวิต มุ่งหน้าไปยังทางออกของคฤหาสน์แห่งนี้

เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังไล่หลังมาติดๆ

“ย่ำ… ย่ำ… ย่ำ…”

เสียงเหล่านั้นทำให้เขาใจหายวาบ

“อย่า… มา… ยุ่ง… กับ… ข้า…” เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นมาจากทุกทิศทาง ราวกับจะตามติดเขาไปทุกย่างก้าว

นทีวิ่งไปตามโถงทางเดินที่มืดมิด เขาชนเข้ากับเฟอร์นิเจอร์เก่าๆ แสงตะเกียงในมือสั่นไหวอย่างรุนแรง

เขากำลังจะถึงประตูทางออก…

แต่แล้ว…

“ฟึ่บ!”

มีบางสิ่งเข้ามากระแทกที่ขาของเขาอย่างแรง

นทีเสียหลัก ล้มลงกระแทกพื้นอย่างแรง

ตะเกียงน้ำมันที่เขาถืออยู่หล่นกระแทกพื้น แสงไฟดับวูบลงทันที

ความมืดมิดเข้าครอบงำทุกสิ่ง

“อ๊ากกกกก!”

เสียงกรีดร้องของนทีดังขึ้น ก่อนจะถูกกลืนหายไปในความเงียบงันของรัตติกาล…

หน้านิยาย
หน้านิยาย
กระซิบรัตติกาล

กระซิบรัตติกาล

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น

ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!