เสียงหัวเราะแห้งผากยังคงเป็นเพื่อนสนิทของนที มันเกาะกินอยู่ภายในโสตประสาท ราวกับปรสิตที่ค่อยๆ กัดกินจิตวิญญาณของเขาไปทีละน้อย ทุกครั้งที่เขาพยายามจะปะติดปะต่อภาพใบหน้าของผู้คนรอบข้างที่เคยรู้จัก หรือแม้แต่เงาของตนเองในกระจก ภาพเหล่านั้นก็มักจะพร่าเลือนไป ถูกกลบด้วยเสียงหัวเราะอันแหบแห้งที่ดังเสียดแทงราวกับเศษแก้วบาดลำคอ
คืนนี้ก็เช่นกัน เขาหลับตาลงอย่างเชื่องช้า หวังเพียงเสี้ยววินาทีที่จะได้พบกับใบหน้าของแม่ที่อบอุ่น รอยยิ้มของเพื่อนสนิท หรือแม้แต่เงาสะท้อนของตัวเองที่เคยภาคภูมิใจ แต่แล้ว… มันก็กลับมาอีกครั้ง เสียงหัวเราะเย็นเยียบ ไร้ซึ่งความสุขใดๆ มีเพียงความอ้างว้างและความบ้าคลั่งที่แฝงเร้นอยู่
นทีผุดลุกขึ้นนั่ง หายใจหอบถี่ เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นตามไรผม ดวงตาเบิกกว้างมองไปรอบๆ ห้องนอนที่เขาพักอาศัยในคฤหาสน์หลังนี้ แสงจันทร์สาดส่องลอดหน้าต่างบานใหญ่เข้ามาเป็นลำ สร้างเงาประหลาดที่เต้นระบำไปมาบนผนังปูนเปลือย ราวกับมีบางสิ่งกำลังซ่อนตัวอยู่
“บ้าเอ๊ย…” เขาพึมพำกับตัวเอง พยายามข่มเสียงหัวเราะที่ดังวนเวียนอยู่ในหัว มันไม่เคยจางหายไปเลยแม้แต่วินาทีเดียว เขาพยายามทุกวิถีทางที่จะขับไล่มันออกไป ไม่ว่าจะด้วยการทำสมาธิ การท่องบทสวดที่เคยจำได้ หรือแม้กระทั่งการกรีดร้องออกมาสุดเสียง แต่มันก็เหมือนกับน้ำที่ไหลผ่านทราย ไม่เหลือร่องรอยให้สัมผัสได้เลย
เขาลุกเดินไปที่หน้าต่าง ปลายนิ้วเย็นเฉียบแตะลงบนกระจกที่เย็นชืด มองออกไปข้างนอก ท่ามกลางความมืดสลัวของป่าลึก มีเพียงแสงจันทร์ที่ส่องนำทาง เขาเห็นเงาของต้นไม้ใหญ่ที่บิดเบี้ยวราวกับอสุรกายกำลังยื่นแขนยื่นขาออกมา ราวกับจะตะครุบทุกสิ่งที่มีชีวิต
“ที่นี่มัน…” เขาพึมพำอีกครั้ง ความรู้สึกไม่สบายใจถาโถมเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อนตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในคฤหาสน์หลังนี้ และมันก็ทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน
สายตาของเขากวาดมองไปทั่วบริเวณห้องนอนอีกครั้ง คราวนี้มันหยุดนิ่งอยู่ที่มุมหนึ่งของห้อง ที่ซึ่งเงาของเฟอร์นิเจอร์เก่าแก่ดูเหมือนจะมีความเคลื่อนไหวบางอย่าง เขาขมวดคิ้ว พยายามเพ่งมองให้ชัดขึ้น
เงาเหล่านั้น… มันไม่ใช่แค่เงาธรรมดา มันดูเหมือนจะมีการเคลื่อนไหวที่ผิดธรรมชาติ ราวกับมีใครบางคนกำลังเต้นระบำอยู่เบื้องหลังกำแพง หรือไม่ก็กำลังลากอะไรบางอย่างไปมา
นทีรู้สึกถึงเลือดที่สูบฉีดแรงขึ้นในเส้นเลือด หัวใจเต้นระรัวราวกับจะทะลุออกมานอกอก เขาถอยหลังกลับไปช้าๆ เท้าที่เปลือยเปล่าสัมผัสกับพื้นไม้เย็นเฉียบ
“ใคร… ใครอยู่ตรงนั้น” เขาตะโกนถามเสียงสั่นเครือ แต่มีเพียงความเงียบที่ตอบกลับมา
เสียงหัวเราะแห้งผากในหัวดังขึ้นอีกครั้ง ราวกับจะเย้ยหยันความกลัวของเขา
“ไม่… ไม่ใช่ความจริง…” เขาพยายามปลอบตัวเอง เขาเคยเป็นนักสำรวจมืออาชีพ เคยเผชิญหน้ากับอันตรายมานับไม่ถ้วน แต่ที่นี่… ที่แห่งนี้มันแตกต่างออกไป มันไม่ใช่เพียงแค่ความอันตรายทางกายภาพ แต่มันกำลังคุกคามจิตใจของเขา
ทันใดนั้นเอง เขาก็ได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากด้านนอกห้อง เป็นเสียงเหมือนอะไรบางอย่างถูกลากไปตามพื้นไม้ที่ยาวเหยียดของโถงทางเดิน มันเป็นเสียงที่น่าขนลุก ชวนให้จินตนาการไปถึงสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด
นทีรีบเดินไปที่ประตูห้องอย่างเงียบเชียบ เอามือที่สั่นเทาไปจับลูกบิดทองเหลืองเย็นเฉียบ เขาค่อยๆ หมุนมันลงไปอย่างช้าๆ พยายามลดเสียงให้น้อยที่สุด
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำเอาเขาแทบหยุดหายใจ
ในโถงทางเดินอันมืดมิดที่แสงจันทร์สาดเข้ามาเพียงริบหรี่ มีบางสิ่งกำลังเคลื่อนไหวอยู่
มันไม่ใช่คน… และก็ไม่ใช่สัตว์
มันเป็นเงา… เงาที่บิดเบี้ยว ผิดรูปผิดร่าง เคลื่อนที่อย่างเชื่องช้าผิดธรรมชาติ ราวกับมีคนกำลังลากร่างที่ไร้ชีวิตไปตามพื้น
เงาที่ว่านั้นดูเหมือนจะมีแขนขาที่ยาวเก้งก้างผิดปกติ และดูเหมือนจะ… กำลังลากตัวเองไปข้างหน้าอย่างทุลักทุเล
“ใคร… ใครนั่น!” นทีตะโกนถามอีกครั้ง คราวนี้เสียงดังกว่าเดิม แต่ก็ยังคงสั่นเครือ
เงาหยุดนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะค่อยๆ หัน… หรืออาจจะเรียกว่า “หมุน” ส่วนที่เหมือนกับ “หัว” ของมันมาทางนที
นทีไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของมันได้ชัดเจน เพราะมันคือเงา แต่เขากลับรู้สึกได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัวกำลังจ้องมองมาที่เขา
ความรู้สึกที่เหมือนถูกมองผ่านม่านหมอกหนาทึบ แต่กลับสัมผัสได้ถึงสายตาที่เย็นชาและว่างเปล่า
ทันใดนั้นเอง… เสียงหัวเราะแห้งผากที่ดังอยู่ในหัวของนทีก็เหมือนจะดังขึ้นอีกครั้ง ราวกับจะผสานเสียงกับความน่าสะพรึงกลัวที่อยู่ตรงหน้า
“มัน… มันคืออะไรกันแน่…” นทีพึมพำ มืออีกข้างของเขาควานหาอาวุธ ซึ่งในกรณีนี้ คือแท่งเหล็กที่เขาหยิบมาจากห้องครัวก่อนหน้านี้
เงายังคงนิ่งอยู่ตรงนั้น ราวกับกำลังประเมินสถานการณ์
จู่ๆ เงาก็เริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง แต่คราวนี้มันเคลื่อนที่เร็วขึ้นกว่าเดิมมาก มันกำลังพุ่งตรงมาทางเขา!
นทีผงะถอยหลังอย่างแรง สันหลังชนเข้ากับผนังห้อง เขาพยายามจะปิดประตู แต่ดูเหมือนขาของเขาจะแข็งไปเสียแล้ว
เงาพุ่งเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนกระทั่งมันอยู่ห่างจากเขาไม่ถึงห้าก้าว นทีเบิกตากว้าง มองดูเงาที่เริ่มปรากฏรูปร่างที่ชัดเจนขึ้น
มันเหมือนกับร่างมนุษย์ที่ผอมโซ ผิวหนังเ***่ยวย่น และดวงตาที่… ว่างเปล่า
แต่สิ่งที่น่าขนลุกที่สุดคือ… มันกำลังยิ้ม! เป็นรอยยิ้มที่กว้างผิดธรรมชาติ แสดงให้เห็นฟันที่แหลมคมราวกับเข็ม
นทีรู้สึกเหมือนเลือดในกายแข็งตัว เขามองเห็นเงาที่กำลังยิ้มนั้นค่อยๆ ยกมือที่ผอมเกร็งขึ้นมา…
“อย่า… อย่าเข้ามานะ!” เขาตะโกนสุดเสียง ยกแท่งเหล็กขึ้นมาเตรียมป้องกันตัว
แต่ก่อนที่เงาจะเข้าถึงตัวเขา…
จู่ๆ ก็มีเสียงดังมาจากด้านบนของคฤหาสน์ เสียงนั้นดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับมีบางสิ่งขนาดใหญ่กำลังตกลงมา
เงาที่กำลังจะทำร้ายนทีหยุดชะงักไปทันที มันหันมองขึ้นไปบนเพดานด้วยท่าทีที่ดูเหมือน… หวาดกลัว?
เสียงดังสนั่นหวั่นไหวหยุดลง พร้อมๆ กับที่เงาก็หายวับไปจากสายตาของนทีอย่างกะทันหัน ราวกับไม่เคยมีสิ่งมีชีวิตใดๆ อยู่ตรงนั้นมาก่อน
นทีทรุดตัวลงนั่งกับพื้น หายใจหอบอย่างหนัก เหงื่อไหลท่วมตัว เขาค่อยๆ เงยหน้ามองขึ้นไปบนเพดาน
“เสียงนั้น… มันมาจากไหน?” เขาพึมพำ
เงาได้หายไปแล้ว แต่ความหวาดกลัวยังคงเกาะกินอยู่ในใจของเขา
เขามองไปรอบๆ โถงทางเดินอีกครั้ง มันกลับมาสู่ความเงียบสงัดดังเดิม มีเพียงแสงจันทร์ที่ยังคงสาดส่อง
แต่เขารู้ดี… ว่าในความเงียบสงัดนั้น ไม่ได้มีเพียงเขาอยู่คนเดียว
เขาเหลือบไปมองยังประตูห้องของเขาที่ยังคงแง้มอยู่ ลมเย็นยะเยือกพัดผ่านเข้ามา ราวกับจะมีบางสิ่งกำลังรอคอยเขาอยู่
อะไรกันแน่ที่กำลังเกิดขึ้นในคฤหาสน์หลังนี้? เสียงหัวเราะแห้งผากนั้นเกี่ยวพันกับเงาที่เขาเพิ่งเห็นอย่างไร? และเสียงดังสนั่นหวั่นไหวที่ทำให้เงาตัวนั้นหายไป คืออะไรกันแน่?
นทีค่อยๆ ลุกขึ้นยืน เขารู้ดีว่าเขาไม่สามารถอยู่ที่นี่เฉยๆ ได้อีกต่อไป เขาต้องค้นหาความจริง… ไม่ว่าความจริงนั้นจะน่าสะพรึงกลัวเพียงใดก็ตาม
เขาตัดสินใจที่จะเดินสำรวจตามโถงทางเดินนั้นต่อไป เพื่อหาที่มาของเสียงปริศนา และเพื่อเผชิญหน้ากับสิ่งชั่วร้ายที่คอยคุกคามเขาอยู่
แต่ในขณะที่เขากำลังจะก้าวเท้าออกไป…
เขาก็ได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากชั้นบนอีกครั้ง
ครั้งนี้มันไม่ใช่เสียงดังสนั่นหวั่นไหว แต่เป็นเสียงที่เบาลง… และน่าขนลุกยิ่งกว่าเดิม
เสียงนั้นคือ… เสียงร้องไห้… เสียงร้องไห้ของเด็กผู้หญิง
นทีหยุดชะงัก หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง เสียงร้องไห้นั้นดังมาจากชั้นบน… จากห้องที่เขาไม่เคยกล้าเข้าไปสำรวจ
เขาจะต้องตัดสินใจ… จะเผชิญหน้ากับเสียงนั้นหรือไม่? หรือจะถอยกลับไปซ่อนตัวในความมืด?
ชะตากรรมของเขากำลังแขวนอยู่บนเส้นด้ายบางๆ ในค่ำคืนอันมืดมิดของคฤหาสน์ร้างแห่งนี้

กระซิบรัตติกาล
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก