แสงอรุณบนปลายหนาม

ตอนที่ 2 — เงาในแสงสี

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 964 คำ

แสงไฟนีออนสีแดงฉานที่เคยสาดส่องเมื่อคืนก่อน บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยแสงสีเหลืองสลัวของยามเช้าที่พยายามแทรกตัวผ่านม่านหมอกหนาทึบ ย่านแห่งนี้ไม่เคยหลับใหลจริง ๆ เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบของความอึกทึกจากเสียงหัวเราะร่าเริงในบ่อน เป็นเสียงตะโกนต่อรองราคาของพ่อค้าแม่ขายที่เริ่มตั้งแผงริมทางเท้า และเสียงเครื่องยนต์ของรถกระบะที่ขนส่งสินค้า เสียงเหล่านั้นดังระงมราวกับบทเพลงที่ไม่เคยจบสิ้น

ดาวลืมตาขึ้นมา ‌การนอนหลับของเธอไม่ได้เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขสบาย หากแต่เป็นการพักผ่อนเพื่อสะสมกำลังสำหรับวันใหม่ที่รออยู่เบื้องหน้า กลิ่นอับชื้นของที่พักเล็ก ๆ ที่เธออาศัยอยู่ปะปนกับกลิ่นควันธูปที่จุดบูชาเจ้าที่เจ้าทาง กลิ่นเหล่านั้นเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเธอมานานจนแทบจะคุ้นเคย

เธอขยับตัวลุกขึ้นนั่ง มองไปยังมุมห้องที่สะท้อนภาพชีวิตอันขัดแย้ง ในมุมหนึ่งมีกองเสื้อผ้าที่ต้องซักตาก ​อีกมุมหนึ่งมีสมุดบันทึกเล่มเก่าที่เธอเก็บไว้ราวกับสมบัติล้ำค่า บนชั้นวางเล็ก ๆ มีรูปถ่ายใบหนึ่งวางอยู่ เป็นรูปของเธอกับหญิงชราที่เคยเป็นเหมือนแสงสว่างเดียวในชีวิต รอยยิ้มของหญิงชราในภาพนั้นยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำของดาวเสมอ

“อีกไม่นานนะแม่” ดาวพึมพำกับตัวเอง เสียงของเธอแหบพร่าเล็กน้อยจากการขาดน้ำ ‍“ดาวจะทำตามสัญญา”

เธอเดินไปยังหน้าต่างบานเล็กที่ถูกปิดด้วยม่านลูกไม้เก่าคร่ำคร่า ดึงม่านเปิดออก เผยให้เห็นภาพของท้องฟ้าที่ยังคงขมุกขมัว ดวงอาทิตย์เพิ่งจะโผล่พ้นขอบฟ้ามาได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แสงสีแดงฉานของเมื่อคืนดูเหมือนจะเลือนหายไปกับสายลมยามเช้า แต่ทิ้งร่องรอยของความมืดและความหวังที่ปะปนกันไว้อย่างไม่อาจแยกจากกันได้

ดาวถอนหายใจยาว หยิบชุดที่เตรียมไว้แล้วขึ้นมาสวมใส่ เสื้อผ้าของเธอเรียบง่าย ‌แต่สะอาดสะอ้าน สะท้อนถึงความใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เป็นเหมือนเกราะป้องกันตนเองจากความสกปรกของสภาพแวดล้อม

หลังจากการเตรียมตัวเสร็จสิ้น ดาวก็ก้าวออกจากที่พัก เดินตรงไปยังโรงงานที่เธอทำงานอยู่ ‍โรงงานแห่งนี้ตั้งอยู่ไม่ไกลจากย่านแสงสี แต่บรรยากาศภายในกลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แสงไฟนีออนสีขาวสว่างจ้า เสียงเครื่องจักรที่ทำงานดังกระหึ่ม และกลิ่นน้ำมันเครื่องที่อบอวลไปทั่ว

“ดาว! มาแล้วเหรอ” เสียงของป้านวลดังขึ้นจากมุมหนึ่งของโรงงาน ป้านวลเป็นหัวหน้าคนงาน ​เธอเป็นหญิงวัยกลางคนที่มีใบหน้าเปื้อนยิ้ม แต่แววตากลับมีความแข็งแกร่งซ่อนอยู่

“ค่ะป้านวล” ดาวตอบรับ พลางเดินเข้าไปทักทาย “เมื่อคืนฝนตกหนักเลยนะคะ”

“เออ นั่นสิ ดีนะที่โรงงานเราหลังคาดีหน่อย ไม่งั้นข้าวของเปียกหมด” ​ป้านวลกล่าว “รีบไปเข้าที่ได้แล้ว เดี๋ยวงานจะล้นมือ”

ดาวพยักหน้ารับ แล้วเดินไปยังสายพานการผลิตของเธอ งานของเธอคือการตรวจสอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ผ่านเข้ามาอย่างรวดเร็ว เธอต้องใช้ความแม่นยำและสมาธิสูง ดวงตาของเธอกวาดมองชิ้นส่วนทีละชิ้นอย่างรวดเร็ว มือของเธอก็ขยับอย่างคล่องแคล่วในการคัดแยกชิ้นส่วนที่มีตำหนิออกจากสายพาน

งานนี้ต้องทำซ้ำไปซ้ำมาเป็นเวลาหลายชั่วโมง ​แต่ดาวไม่เคยรู้สึกเบื่อหน่าย เธอรู้ดีว่าทุกชิ้นส่วนที่เธอตรวจสอบ คือส่วนหนึ่งของรายได้ที่จะนำมาจุนเจือครอบครัว และเป็นบันไดขั้นเล็ก ๆ ที่พาเธอเข้าใกล้เป้าหมายที่ตั้งไว้

“เหนื่อยไหมดาว” เสียงทุ้ม ๆ ดังขึ้นข้างหู ดาวหันไปมอง เป็นสมชาย เพื่อนร่วมงานที่นั่งอยู่ตรงข้ามเธอ สมชายเป็นชายหนุ่มที่มีใบหน้าซื่อ ๆ รอยยิ้มของเขามักจะปรากฏอยู่เสมอ

“นิดหน่อยค่ะ พี่สมชายล่ะคะ” ดาวตอบ

“ก็เหมือนทุกวันแหละ” สมชายหัวเราะเบา ๆ “แต่เห็นดาวขยันแบบนี้ พี่ก็ดีใจนะ รู้สึกเหมือนมีกำลังใจไปด้วย”

“ขอบคุณค่ะ” ดาวยิ้มรับ “เราก็ต้องสู้ไปด้วยกันนี่คะ”

บทสนทนาของพวกเขาถูกขัดจังหวะด้วยเสียงหัวหน้างานที่ตะโกนสั่งงาน เสียงเหล่านั้นดังเสียดแทงเข้าไปในโสตประสาท แต่ทั้งดาวและสมชายก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตาทำงานต่อไป

ช่วงพักกลางวัน ดาวนั่งกินข้าวกล่องที่เตรียมมาอย่างเรียบง่าย เธอสังเกตเห็นว่ามีชายแปลกหน้าสองคนกำลังเดินวนเวียนอยู่รอบ ๆ โรงงาน ชายทั้งสองมีท่าทีลับ ๆ ล่อ ๆ ดวงตาของพวกเขากวาดมองไปรอบ ๆ ราวกับกำลังมองหาอะไรบางอย่าง

“พวกนั้นเป็นใครน่ะคะป้านวล” ดาวถามป้านวลที่นั่งอยู่ข้าง ๆ

“ไม่รู้เหมือนกัน” ป้านวลตอบ สายตาของเธอก็เหลือบมองชายทั้งสองอย่างระแวง “ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน”

ดาวรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง เธอจำได้ว่าเคยเห็นใบหน้าของชายคนหนึ่งในกลุ่มนั้นจากข่าวที่ออกทีวีเมื่อไม่นานมานี้ เขาเป็นหนึ่งในแก๊งที่ชอบก่อกวนธุรกิจเล็ก ๆ น้อย ๆ ในย่านนี้

“สงสัยจะไม่ใช่คนดีแน่ ๆ” ดาวพึมพำ

เมื่อพักกลางวันหมดลง ทุกคนก็กลับไปทำงานของตนเอง แต่ความกังวลในใจของดาวก็ยังคงอยู่ เธอพยายามทำงานอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้เสียสมาธิ แต่สายตาของเธอก็ยังคงเหลือบมองไปที่ชายทั้งสองคนนั้นเป็นระยะ ๆ

ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องก็ดังขึ้นจากด้านนอกโรงงาน ทุกคนหันไปมองด้วยความตกใจ

“เกิดอะไรขึ้น!” หัวหน้างานตะโกน

สมชายรีบวิ่งออกไปดู ดาวตามไปติด ๆ เมื่อไปถึง พวกเขาก็เห็นภาพที่น่าตกใจ พ่อค้าแผงลอยที่อยู่ไม่ไกลกำลังถูกชายทั้งสองคนนั้นบังคับให้จ่ายเงินค่าคุ้มครอง พ่อค้าคนนั้นตัวสั่นงันงกด้วยความหวาดกลัว

“พวกมึงจะเอาอะไรนักหนา!” พ่อค้าตะโกน

“กูบอกแล้วไง! ค่าคุ้มครอง! ถ้าไม่มีให้ ก็ไปตายซะ!” ชายคนหนึ่งตะคอก

ดาวรู้สึกถึงความโกรธที่พลุ่งพล่านขึ้นมาในอก เธอเกลียดนักพวกที่ใช้กำลังข่มเหงผู้อ่อนแอ

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” ดาวตะโกนสุดเสียง

ชายทั้งสองหันมามองดาวด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะหัวเราะเยาะ

“เด็กน้อย! รู้ดีนักนะ!”

“พวกแกมันอันธพาล! จะทำร้ายคนอื่นไปถึงไหน!” ดาวก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่กลัว

“ระวังตัวหน่อยเถอะแม่สาวน้อย” ชายอีกคนพูดพลางยิ้มเยาะ “ถ้าไม่อยากมีปัญหา ก็กลับไปซะ”

แต่ดาวไม่ยอมถอย เธอรู้ดีว่าถ้าเธอไม่ทำอะไรในตอนนี้ มันก็จะไม่มีใครกล้าทำ

“ถ้าพวกแกจะทำร้ายเขา ฉันก็จะสู้!” ดาวประกาศกร้าว

สมชายเห็นท่าไม่ดี รีบเข้ามาดึงแขนดาวไว้ “ดาว! อย่าเลย! มันอันตราย!”

“ปล่อยฉันนะสมชาย! พวกเขาจะทำร้ายเขา!” ดาวพยายามสะบัดแขน

ในขณะที่ดาวกำลังต่อสู้กับสมชายอยู่นั้น ชายทั้งสองก็ฉวยโอกาสนั้นผลักพ่อค้าล้มลง แล้วหยิบเงินในกระเป๋าของเขาไปอย่างรวดเร็ว

“ฝากไว้ก่อนเถอะแม่สาวน้อย!” ชายคนหนึ่งตะโกนทิ้งท้าย ก่อนที่ทั้งสองจะวิ่งหายไปกับฝูงชน

เมื่อเหตุการณ์สงบลง ดาวรีบเข้าไปดูพ่อค้า เขากำลังพยายามลุกขึ้นยืน ใบหน้าซีดเผือด

“คุณเป็นอะไรมากไหมคะ” ดาวถามด้วยความเป็นห่วง

“ไม่เป็นไรมากหรอก” พ่อค้าตอบเสียงสั่น “ขอบคุณมากนะหนู ถ้าไม่มีหนู ฉันคงแย่กว่านี้”

“ไม่เป็นไรค่ะ” ดาวตอบ “แต่ฉันรู้สึกเสียใจที่ช่วยอะไรไม่ได้มากกว่านี้”

ป้านวลเดินเข้ามาตบไหล่ดาวเบา ๆ “ดีแล้วที่หนูไม่เข้าไปยุ่งมากนัก มันอันตรายเกินไป”

ดาวมองตามกลุ่มคนที่เริ่มมุงดูเหตุการณ์ เธอรู้สึกถึงความสิ้นหวังที่คืบคลานเข้ามาอีกครั้ง ย่านแห่งนี้มันโหดร้ายเกินไปจริง ๆ

“ดาว” สมชายพูดเสียงเบา “พี่รู้ว่าดาวอยากช่วย แต่บางที เราก็ต้องเลือกทางที่ปลอดภัยกว่า”

ดาวเงยหน้ามองสมชาย แววตาของเธอเต็มไปด้วยความผิดหวัง แต่ก็มีความมุ่งมั่นบางอย่างซ่อนอยู่

“ฉันเข้าใจค่ะสมชาย” ดาวตอบ “แต่ฉันไม่สามารถมองดูคนอื่นถูกรังแกได้”

เธอหันกลับไปมองทางที่ชายทั้งสองคนหายไป เสียงหัวใจของเธอยังคงเต้นแรง ความโกรธ ความหงุดหงิด และความสิ้นหวัง ปะปนกันไปหมด

ในยามที่แสงไฟนีออนสลัว ๆ ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นอีกครั้งเมื่อค่ำคืนมาเยือน ดาวก็ยังคงนั่งอยู่ที่มุมเดิมของที่พัก ความคิดของเธอวนเวียนอยู่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เธอรู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของอะไรบางอย่าง

ความฝันของเธอที่จะมีชีวิตที่ดีกว่านี้ ดูเหมือนจะยิ่งห่างไกลออกไปเรื่อย ๆ แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกว่ามีบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นในใจ ความมุ่งมั่นที่จะไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา

เธอหยิบสมุดบันทึกเล่มเก่าขึ้นมา เปิดไปยังหน้าที่ว่างเปล่า ปากกาในมือของเธอเริ่มขยับลงบนกระดาษ

“ในย่านที่แสงสีเป็นเหมือนกับดัก และเงาคือเพื่อนสนิท… ฉันจะต้องหาทางของฉันให้เจอ”

เธอยังคงเชื่อมั่นในคำพูดของตัวเอง แม้ว่าหนทางข้างหน้าจะเต็มไปด้วยขวากหนามก็ตาม

แสงดาวอันริบหรี่บนปลายหนาม… จะมีวันส่องประกายได้หรือไม่?

หน้านิยาย
หน้านิยาย
แสงอรุณบนปลายหนาม

แสงอรุณบนปลายหนาม

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น

ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!