แสงอรุณบนปลายหนาม

ตอนที่ 23 — เปลวเพลิงแห่งคำสาป

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,209 คำ

แสงสีเหลืองหม่นของยามเช้ายังคงย่ำยีม่านหมอกหนาทึบที่ปกคลุมย่านแห่งนี้อย่างไม่ลดละ มันเป็นแสงที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น เป็นเพียงสัญญาณเตือนถึงวันใหม่ที่จะต้องเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งภายใต้เงาของความเสื่อมโทรม กลิ่นอายของเหล้าค้างคืน ปัสสาวะ และควันบุหรี่ที่อวลไปทั่ว ยังคงเกาะติดจมูกราวกับเป็นส่วนหนึ่งของอากาศที่หายใจเข้าไป ดาวลืมตาขึ้นช้าๆ ‌เปลือกตาหนักอึ้งราวกับถูกเคลือบด้วยฝุ่นผงแห่งค่ำคืนที่เพิ่งผ่านพ้นไป เสียงอึกทึกจากถนนเบื้องล่างดังแว่วมาเป็นระยะๆ เสียงหัวเราะโหยหวน เสียงตะโกนด่าทอ เสียงดนตรีจังหวะหยาบโลน มันคือเพลงบรรเลงแห่งชีวิตในย่านนี้ ที่ไม่เคยหยุดพักให้ใครได้มีโอกาสหายใจ

เธอพลิกตัวนอนตะแคง มองไปยังเงาตะคุ่มของตึกร้างตรงข้ามผ่านช่องหน้าต่างที่เปรอะเปื้อนคราบสกปรก ​มือเรียวข้างหนึ่งยกขึ้นกุมขมับ ความปวดหนึบที่แล่นริ้วเข้ามา มันไม่ใช่แค่ความเหนื่อยล้าทางกาย แต่เป็นความเหนื่อยล้าที่กัดกินไปถึงจิตวิญญาณ

เมื่อคืน... คืนที่ดาวต้องเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้าย ภาพใบหน้าของ "เสี่ยใหญ่" ชายอ้วนฉุนเฉียวที่มีรอยแผลเป็นพาดผ่านสันจมูก ‍ยังคงติดตาตรึงใจ เขาคือเจ้าของบ่อนใหญ่ที่ดาวเคยเข้าไปขอความช่วยเหลือ หวังเพียงเศษเงินเล็กน้อยเพื่อประทังชีวิต แต่กลับถูกล่อลวงให้เข้าไปพัวพันกับเรื่องราวที่อันตรายยิ่งกว่า

“ดาว... ดาว” เสียงแหบพร่าของน้าบุญดังขึ้น พลางก้าวเข้ามาในห้องเล็กๆ ที่มีดาวพักอยู่ ‌น้าบุญเป็นหญิงวัยกลางคน ผิวกร้านแดด ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความทุกข์ยาก แต่ดวงตายังคงฉายแววอ่อนโยน เธอถือถาดที่มีโจ๊กและไข่ต้มสองฟองมาให้

“ตื่นแล้วเหรอจ๊ะ วันนี้น้าทำโจ๊กให้ กินซะหน่อยนะ” น้าบุญวางถาดลงบนโต๊ะไม้โยกเยกตัวหนึ่ง

ดาวมองหน้าผู้มีพระคุณด้วยความรู้สึกผิด ‍“น้าบุญคะ... ดาวขอโทษ”

น้าบุญส่ายหน้าเบาๆ “ไม่มีอะไรต้องขอโทษหรอกดาว แค่ตื่นมากินข้าวก็ดีแล้ว”

“แต่เมื่อคืน...” ดาวกลืนน้ำลาย น้ำเสียงสั่นเครือ

“น้าเข้าใจ” น้าบุญนั่งลงข้างๆ วางมือที่หยาบกร้านลงบนบ่าของดาว ​“เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน มันไม่ใช่ความผิดของหนูเลยสักนิด”

คำพูดของน้าบุญเหมือนน้ำเย็นที่ราดลงบนไฟที่กำลังโหมไหม้ในใจของดาว แต่ถึงกระนั้น ความรู้สึกผิดก็ยังคงเกาะกินเธออยู่ “หนู... หนูไม่น่าไปเชื่อคำพูดของมันเลย”

“บางครั้ง เราก็ต้องทำในสิ่งที่เราไม่อยากทำ เพื่อให้เราอยู่รอด” ​น้าบุญพูดอย่างปลอบโยน “แต่ดาวรู้ไหม... ทุกอย่างที่เกิดขึ้น มันเป็นบทเรียน”

ดาวพยักหน้าช้าๆ บทเรียนอันแสนเจ็บปวด บทเรียนที่สอนให้เธอรู้ว่าในย่านแห่งนี้ ไม่มีที่ว่างสำหรับความอ่อนแอ ไม่มีใครที่จะยื่นมือมาช่วยเหลือโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

“แล้ว... ​เรื่องเงินนั่นล่ะคะ” ดาวถามเสียงเบา

น้าบุญถอนหายใจ “น้าจัดการให้แล้ว ไม่ต้องห่วง”

ดาวมองน้าบุญอย่างไม่เข้าใจ “จัดการยังไงคะ? น้าไปขอยืมใครมาอีกหรือเปล่า?”

“เปล่าหรอก” น้าบุญยิ้มบางๆ “น้า... น้าเอาของบางอย่างไปจำนำไว้”

“ของอะไรคะ?” ดาวถามด้วยความเป็นห่วง

“ของเก่าๆ ที่พ่อแม่ของน้าทิ้งไว้ให้” น้าบุญตอบเสียงแผ่ว “มันเป็นแค่สิ่งของ ที่เก็บไว้ก็คงไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร”

ดาวรู้สึกเหมือนมีอะไรมาจุกที่คอ เธอรู้ดีว่าของเหล่านั้นมีความหมายกับน้าบุญมากเพียงใด มันคือสิ่งเดียวที่เชื่อมโยงเธอกับอดีตที่สวยงาม

“น้าบุญคะ... หนู...”

“ไม่ต้องพูดอะไรนะดาว” น้าบุญจับมือดาวไว้แน่น “เราอยู่ด้วยกัน เราต้องช่วยกัน”

ดาวมองเข้าไปในดวงตาของน้าบุญ เห็นถึงความรัก ความเสียสละ และความหวังที่ยังคงมีอยู่ แม้จะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่บีบคั้นถึงเพียงนี้

“ขอบคุณนะคะ น้าบุญ” ดาวพูดเสียงสั่นเครือ “ดาวจะไม่ทำให้ผิดหวัง”

หลังจากกินโจ๊กร้อนๆ และไข่ต้ม ดาวก็รู้สึกมีเรี่ยวแรงขึ้นมาบ้าง เธอแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าเก่าๆ แต่สะอาดสะอั้น เตรียมพร้อมที่จะออกไปเผชิญโลกภายนอกอีกครั้ง

“วันนี้จะไปไหนล่ะดาว” น้าบุญถาม

“ดาวจะไปหาคุณสมศักดิ์ที่โรงงาน” ดาวตอบ “ดาวว่าจะขอรับงานเพิ่ม”

น้าบุญพยักหน้าเห็นด้วย “ดีแล้วๆ งานโรงงานถึงจะหนัก แต่ก็ยังดีกว่าไปเสี่ยงกับอะไรที่มันไม่แน่นอน”

สมศักดิ์เป็นเจ้าของโรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากย่านนี้ เขาเป็นคนใจดี มีเมตตา และมักจะให้โอกาสคนยากคนจนเสมอ ดาวเคยไปทำงานที่นั่นพักหนึ่งในช่วงที่สถานการณ์การเงินของเธอแย่ที่สุด

เมื่อดาวเดินออกมาจากห้องเช่าเล็กๆ ที่อับทึบ อากาศยามเช้าก็ปะทะเข้ากับใบหน้าของเธอ แม้จะยังคงมีความชื้นและกลิ่นอายของความเสื่อมโทรม แต่ก็มีความรู้สึกสดชื่นที่แตกต่างออกไป

เธอเดินผ่านตรอกซอกซอยที่ยังคงมีผู้คนออกมาจับจ่ายซื้อขายอาหารเช้า บางคนมีสีหน้าเหนื่อยอ่อน บางคนมีสีหน้าหงุดหงิด แต่ก็มีบางคนที่ยิ้มแย้ม ราวกับว่าไม่มีอะไรจะมาทำให้พวกเขาสิ้นหวังได้

ขณะที่เดินผ่านหน้าร้านขายของเก่าแห่งหนึ่ง สายตาของดาวก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้เธอต้องหยุดชะงัก

ที่หน้าแผงลอยเล็กๆ นั้น มีชายชราคนหนึ่งกำลังนั่งขายของเก่าจำพวกพระเครื่อง เหรียญกษาปณ์ และเครื่องรางของขลังต่างๆ แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของดาว คือสร้อยคอเงินเก่าแก่เส้นหนึ่ง ที่มีจี้รูปดอกบัวสีขาวแกะสลักอย่างประณีตห้อยอยู่

หัวใจของดาวเต้นแรงอย่างรวดเร็ว เธอจำได้ทันทีว่ามันคือสร้อยคอเส้นเดียวกับที่แม่ของเธอเคยใส่ มันเป็นของที่แม่รักมาก และเป็นของชิ้นสุดท้ายที่แม่มอบให้ก่อนที่จะจากไป

“คุณลุงครับ” ดาวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

ชายชราเงยหน้าขึ้นมอง “มีอะไรให้ช่วยจ๊ะหนู”

“สร้อยเส้นนั้น... คุณลุงได้มาอย่างไรหรือครับ” ดาวชี้ไปที่สร้อยคอ

ชายชราขมวดคิ้วเล็กน้อย “อ๋อ... เส้นนี้เหรอ” เขาหยิบสร้อยขึ้นมาพิจารณา “ได้มาจากผู้หญิงคนหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว เขาคงจะเอามาจำนำ แล้วก็ไม่มีใครมารับไป”

น้ำตาของดาวเริ่มคลอเบ้า “คุณลุงครับ... ผมขอซื้อสร้อยเส้นนั้นได้ไหมครับ”

ชายชราพยักหน้า “ได้สิหนู ราคากันเอง”

ดาวรีบล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ กะว่าจะหยิบเงินที่น้าบุญให้มาเมื่อเช้า แต่แล้วเธอก็ชะงักมือ

เงินจำนวนนั้น... มันถูกน้าบุญเอาไปจำนำของรักของหวงของตัวเองเพื่อช่วยเหลือเธอ

“คุณลุงครับ... ผม... ผมขอเวลาสักครู่ได้ไหมครับ” ดาวกล่าวเสียงตะกุกตะกัก

“ได้เลยจ้ะหนู” ชายชราตอบอย่างใจเย็น

ดาวรีบวิ่งออกจากร้านขายของเก่า มุ่งหน้ากลับไปยังห้องเช่าของเธอ

เมื่อไปถึง เธอก็พบว่าน้าบุญกำลังนั่งอยู่ในห้องเล็กๆ นั้น ใบหน้าของเธอหมองลงกว่าเดิม

“น้าบุญคะ” ดาวร้องเรียก พลางรีบเข้าไปกอดน้าบุญ

“ดาว... เป็นอะไรไปลูก” น้าบุญตกใจ

“ดาวเจอสร้อยของแม่ค่ะ! ที่ร้านขายของเก่าตรงนั้น” ดาวพูดเสียงสั่น “แต่วันนี้ ดาว... ดาวไม่มีเงินพอที่จะซื้อ”

น้าบุญมองดาวด้วยแววตาที่เข้าใจ “สร้อยของแม่...”

“ดาวรู้ว่าน้าบุญเอาเงินที่ได้จาก... จากการจำนำไปให้ดาวแล้ว” ดาวพูดเสียงสั่น “แต่น้าบุญคะ... สร้อยเส้นนี้มันมีความหมายกับดาวมากจริงๆ”

น้าบุญยิ้มอย่างอ่อนโยน “ไม่เป็นไรหรอกดาว”

“แต่...”

“น้า... น้าจะไปเอาของอีกชิ้นมาให้” น้าบุญลุกขึ้น เดินไปยังมุมห้องที่เคยมีชั้นวางของเก่าๆ อยู่

เธอหยิบกล่องไม้เล็กๆ ใบหนึ่งออกมา เปิดออก ข้างในนั้นมีแหวนทองคำฝังพลอยสีแดงเม็ดเล็กๆ หนึ่งวง

“นี่... นี่คือแหวนแต่งงานของแม่” น้าบุญยื่นแหวนให้ดาว “น้าเอาไปจำนำก่อนหน้านี้แล้ว วันนี้... น้าจะไปไถ่มันออกมา แล้วเอาไปแลกกับสร้อยของแม่นะ”

ดาวมองแหวนในมือด้วยความรู้สึกผิดอย่างสุดซึ้ง “น้าบุญคะ... ไม่ได้นะคะ! แหวนวงนี้...”

“ไม่มีอะไรที่สำคัญไปกว่าความสุขของหนูหรอกดาว” น้าบุญพูด พลางเอามือลูบผมของดาว “ไปเถอะ... ไปเอาสร้อยของแม่มา”

น้ำตาของดาวไหลอาบแก้ม เธอรู้ดีว่านี่คือการเสียสละครั้งใหญ่ของน้าบุญอีกครั้ง

“ดาวจะขอสัญญา... ว่าดาวจะตั้งใจทำงานหนัก และจะไถ่ทุกอย่างที่น้าบุญเสียสละไปกลับคืนมาให้ได้” ดาวสาบาน

น้าบุญกอดดาวไว้แน่น “น้าเชื่อใจหนู”

เมื่อดาวได้สร้อยคอของแม่กลับคืนมา เธอก็รู้สึกเหมือนได้รับพลังใจอันมหาศาลกลับคืนมาด้วย ความทรงจำดีๆ เกี่ยวกับแม่ ความรัก ความหวังที่แม่เคยมีให้ มันกลับมาจุดประกายในใจเธออีกครั้ง

ดาวเดินกลับออกมาจากห้องเช่าอีกครั้ง คราวนี้ สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

แสงแดดสีเหลืองหม่นที่เคยดูไร้ความหมาย ตอนนี้กลับดูอบอุ่นขึ้นมาบ้าง ความมืดมิดของย่านนี้ยังคงอยู่ แต่ดาวรู้สึกว่าเธอได้พบ "แสงอรุณ" เล็กๆ ที่จะนำทางเธอไปข้างหน้า

เธอเดินตรงไปยังโรงงานของคุณสมศักดิ์ ด้วยความมุ่งมั่นที่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

“คุณสมศักดิ์ครับ” ดาวเอ่ยขึ้นเมื่อพบกับเจ้าของโรงงาน

“อ้าว ดาว ดีใจที่ได้เจอนะ” คุณสมศักดิ์ทักทาย “มาสมัครงานเหรอ”

“ครับผม” ดาวตอบ “ผมอยากขอทำงานเพิ่มอีกครับ ผมพร้อมที่จะทำงานหนักแค่ไหนก็ได้”

คุณสมศักดิ์มองดาวพิจารณา “ช่วงนี้งานโรงงานเราก็มีเยอะอยู่เหมือนกัน แต่ก็ต้องดูว่าดาวจะไหวไหมนะ งานที่นี่ค่อนข้างหนัก”

“ผมไหวครับ” ดาวตอบอย่างหนักแน่น “ผมอยากได้เงินจริงๆ ครับ”

คุณสมศักดิ์ยิ้ม “ดีมาก... งั้นก็เริ่มงานพรุ่งนี้เลยแล้วกันนะ”

ดาวโค้งคำนับด้วยความซาบซึ้ง “ขอบคุณมากครับคุณสมศักดิ์”

เมื่อได้รับข่าวดีเรื่องงาน ดาวก็รีบกลับไปหาน้าบุญด้วยความสุข

“น้าบุญคะ! ดาวได้งานแล้วค่ะ! งานที่โรงงานคุณสมศักดิ์!” ดาวตะโกนบอกด้วยความดีใจ

น้าบุญยิ้มรับ “ดีใจด้วยนะลูก”

“แต่... ก่อนจะไปทำงาน” ดาวพูด “ดาวขอไปจัดการเรื่องสร้อยก่อนนะคะ”

ดาวเดินกลับไปที่ร้านขายของเก่าอีกครั้ง คราวนี้เธอมีเงินในมือพอที่จะซื้อสร้อยเส้นนั้นแล้ว

เมื่อเธอได้สร้อยคอของแม่มาไว้ในครอบครอง เธอก็รู้สึกเหมือนได้กุญแจสำคัญดอกหนึ่งมาไขประตูสู่อนาคต

แต่ขณะที่เธอกำลังจะเดินออกจากร้าน หางตาของเธอก็เหลือบไปเห็นชายร่างสูงใหญ่คนหนึ่งยืนแอบอยู่มุมตึก เขาคือ “มาด” ชายหนุ่มที่เคยคุ้นหน้าคุ้นตาในย่านนี้ เขาเป็นคนที่มีอิทธิพลพอสมควร และมักจะมีเรื่องราวไม่ค่อยดีนัก

มาดยิ้มมุมปากให้ดาว ก่อนจะเดินหายไปในฝูงชน

ดาวรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลบางอย่าง ความรู้สึกที่ว่า การได้สร้อยเส้นนี้กลับคืนมา อาจจะนำพาเรื่องราวที่เลวร้ายยิ่งกว่าเดิมมาสู่เธอ

ในขณะที่ดาวกำลังจะเดินต่อไป เธอก็ได้ยินเสียงตะโกนดังมาจากด้านหลัง

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”

ดาวหันกลับไปมองด้วยความตกใจ สิ่งที่เธอเห็นคือชายฉกรรจ์สองคน กำลังวิ่งตรงเข้ามาหาเธอด้วยท่าทีคุกคาม!

เปลวเพลิงแห่งคำสาป... ดูเหมือนจะเริ่มลุกไหม้ขึ้นมาอีกครั้งแล้ว

หน้านิยาย
หน้านิยาย
แสงอรุณบนปลายหนาม

แสงอรุณบนปลายหนาม

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น

ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!