ตอนที่ 2 — ประตูแห่งอดีตที่ถูกปลุก

ตอนที่ 2 — ประตูแห่งอดีตที่ถูกปลุก

เทวาบัญชา ท้าสวรรค์ · 30 ตอน

สายหมอกสีขาวที่ปกคลุมเมืองโบราณมาเนิ่นนาน เริ่มคลายตัวออก ราวกับม่านหมอกยามรุ่งอรุณที่ถูกแสงแดดทอประกาย เมืองที่ถูกลืมเลือน บัดนี้เผยให้เห็นโครงสร้างอันยิ่งใหญ่ที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้ผืนป่าที่รกทึบซากปรักหักพังของกำแพงหินที่สูงตระหง่าน บัดนี้ถูกปกคลุมด้วยมอสสีเขียวสด และต้นไม้เลื้อยพันจนแทบมองไม่เห็นรูปทรงเดิม เสาหินที่เคยตั้งตระหง่าน ‌ชำรุดหักโค่นลงอย่างน่าเสียดาย แต่ยังคงแสดงให้เห็นถึงฝีมืออันประณีตของช่างโบราณ

เทพิน ก้าวเท้าลงมาจากโขดหินที่เขาใช้เป็นที่พักพิงยามค่ำคืน แสงอาทิตย์อ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องผ่านช่องว่างของใบไม้มาต้องใบหน้าคมคายของเขา ดวงตาของเขา ซึ่งเต็มไปด้วยประกายอำไพดุจดั่งดวงดาวที่ส่องแสงเหนือฟากฟ้า ยามนี้ฉายแววสำรวจและสงสัย ​ใคร่รู้ในสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า ทุกอณูของเมืองโบราณแห่งนี้ ส่งกลิ่นอายของอดีตกาลที่ทรงพลัง แต่ก็แฝงไว้ด้วยความเศร้าสร้อย ราวกับจะบอกเล่าเรื่องราวที่ถูกลืม

“ไม่น่าเชื่อว่า… จะยังมีสถานที่แบบนี้หลงเหลืออยู่” เทพินพึมพำกับตัวเอง เสียงทุ้มต่ำก้องสะท้อนในความเงียบสงัดของผืนป่า ‍เขาเดินสำรวจไปรอบๆ สัมผัสก้อนหินที่เย็นเฉียบราวกับเพิ่งถูกปั้นขึ้นมาเมื่อวาน แม้จะผุพังไปตามกาลเวลา แต่พลังงานโบราณบางอย่างยังคงไหลเวียนอยู่ภายใต้พื้นดิน

ขณะที่เขากำลังเดินลึกเข้าไปในเมือง ท่ามกลางความรกเรื้อของพรรณไม้ ก็พลันได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบา ราวกับเสียงลมที่พัดผ่านใบไม้ แต่ทว่าเสียงนั้นกลับมีความหมาย ‌มีท่วงทำนองราวกับบทสวดโบราณที่ยากจะเข้าใจ

“ใคร… อยู่ตรงนั้น?” เทพินชะงัก เขาหันซ้ายหันขวา แต่ไม่พบสิ่งมีชีวิตใดๆ เห็นแต่เพียงเงามืดที่ไหวเอนตามแรงลม

เสียงกระซิบนั้นกลับดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ชัดเจนขึ้น ราวกับอยู่ใกล้เข้ามาทุกที ‍“ผู้ถูกเลือก… ผู้แบกรับโชคชะตา… จงเข้ามา… เข้ามาสู่… วิหารแห่งแสง…”

เทพินขมวดคิ้ว “วิหารแห่งแสง?” เขาไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน แต่น้ำเสียงที่เชิญชวนนั้นช่างน่าพิศวง ​ราวกับมีแรงดึงดูดที่มองไม่เห็น เขาลองเดินตามทิศทางของเสียงกระซิบนั้นไปเรื่อยๆ ซึ่งพาเขาผ่านซากปรักหักพังที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น

ไม่นานนัก เขาก็มาถึงลานกว้างใจกลางเมือง ที่ซึ่งครั้งหนึ่งคงเคยเป็นจัตุรัสอันโอ่อ่า บัดนี้เหลือเพียงเนินดินที่ถูกปกคลุมด้วยหญ้าสูง แต่ตรงกลางของลานนั้น มีสิ่งที่ทำให้เทพินต้องตกตะลึง…

นั่นคือประตูหินขนาดมหึมา ​ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า ประตูนั้นสลักเสลาด้วยลวดลายที่ซับซ้อน ละเอียดอ่อนจนน่าอัศจรรย์ มันไม่ใช่ลวดลายธรรมดาทั่วไป แต่เป็นสัญลักษณ์ของดวงดาว จักรราศี และกลุ่มดาวต่างๆ ที่เรียงร้อยต่อกันอย่างลงตัว ​ราวกับแผนที่แห่งจักรวาลที่ถูกสลักลงบนหินโบราณ

“นี่มัน…” เทพินเอ่ยเสียงแผ่วเบา เขายื่นมือออกไปสัมผัสผิวหินที่เย็นเฉียบ แม้จะเก่าแก่ แต่สัญลักษณ์เหล่านั้นกลับเปล่งประกายอ่อนๆ เมื่อถูกนิ้วของเขาแตะต้อง ราวกับว่ามันกำลังตอบรับต่อการมาเยือนของเขา

เสียงกระซิบที่เคยได้ยินเมื่อครู่ ดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้มาจากประตูหินโดยตรง “เจ้า… คือผู้ถูกเลือก… จงเปล่งเสียง… แห่งพลัง… ที่สถิตในตัวเจ้า… เปิดประตูแห่งอดีต… สู่หนทางแห่งสวรรค์…”

เทพินเงยหน้ามองประตูหิน ดวงตาของเขาสะท้อนประกายแห่งความมุ่งมั่น “พลังที่สถิตในตัวข้า?” เขายังไม่เข้าใจว่าพลังนั้นคืออะไร แต่เขารู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่กำลังก่อตัวขึ้นในอก

เขาหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามรวบรวมสมาธิ เขาจำได้ว่าในตอนเด็กๆ เขาเคยสัมผัสกับพลังบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ พลังที่ทำให้สิ่งของรอบตัวเคลื่อนไหวได้เอง หรือทำให้เขารู้สึกถึงอารมณ์ของผู้อื่นอย่างชัดเจน

“อัสนี…” เขาพึมพำชื่อของตนในฐานะเทพ ดวงตาของเขาพลันลืมขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เต็มไปด้วยประกายอันแรงกล้า

“เทวาบัญชา!” เขาเปล่งเสียงออกมาเต็มกำลัง เสียงของเขาดังก้องกังวานไปทั่วทั้งลานกว้าง ราวกับเสียงฟ้าผ่าที่ทรงพลัง

ทันทีที่คำว่า “เทวาบัญชา” หลุดออกจากริมฝีปากของเทพิน ประตูหินมหึมาก็เริ่มสั่นสะเทือน สัญลักษณ์ที่อยู่บนบานประตูก็พลันสว่างวาบขึ้น แสงสีทองเจิดจ้าสาดส่องออกมาจากรอยสลักเหล่านั้น ขับไล่ความมืดมิดของเมืองโบราณให้เลือนหายไป

เสียงครืดคราดดังกึกก้อง บานประตูหินหนักอึ้งค่อยๆ แง้มออกช้าๆ เผยให้เห็นเบื้องหลังที่มืดมิดราวกับอุโมงค์ที่ทอดยาวลึกลงไป แต่ทว่ากลับมีกลิ่นอายอันบริสุทธิ์ และแสงสว่างสีขาวนวลที่ลอดออกมาจากภายใน

เทพินยืนตะลึงกับภาพตรงหน้า นี่คือประตูที่เชื่อมต่อกับอดีตอย่างแท้จริงหรือไม่? หรือมันกำลังจะนำพาเขาไปสู่สถานที่ที่เหนือจินตนาการ?

“เข้ามา… อัสนี…” เสียงกระซิบนั้นกลับมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้อ่อนโยนและอบอุ่นยิ่งกว่าเดิม

เทพินไม่ลังเลอีกต่อไป ด้วยความกล้าหาญที่เกินกว่ามนุษย์ทั่วไป เขาเดินตรงไปยังประตูหินที่เปิดอ้าออก เขา ก้าวเท้าแรกเข้าไปในความมืดมิดนั้น

ทันทีที่เขาผ่านประตูเข้าไป ประตูหินก็ค่อยๆ ปิดลงเบื้องหลังเขาอย่างเงียบเชียบ เหลือเพียงความว่างเปล่า และสายลมที่พัดผ่านซากปรักหักพังของเมืองโบราณที่ถูกลืม

ภายในอุโมงค์ ลำแสงสีขาวนวลส่องนำทางเทพิน เขาเดินไปเรื่อยๆ ไม่นานนัก ทางเดินก็เริ่มกว้างขึ้น และเขาก็ได้พบกับสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า

นั่นคือ… วิหารแห่งแสง!

วิหารแห่งนี้ ไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นดินตามที่เขาคาดเดาไว้ แต่ลอยอยู่กลางอากาศ! โครงสร้างของวิหารทำจากวัสดุที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน มันเปล่งประกายราวกับถูกถักทอขึ้นมาจากแสงดาว ผนังของวิหารโปร่งใส มองเห็นทิวทัศน์เบื้องล่างที่เป็นทุ่งหญ้าเขียวขจีอันกว้างใหญ่ และผืนฟ้าสีครามสดใส

ใจกลางวิหาร มีแท่นบูชาขนาดใหญ่ตั้งอยู่ บนแท่นบูชานั้น มีคริสตัลขนาดมหึมาที่เปล่งประกายแสงสีทองอร่าม มันมีพลังงานที่ทรงพลังแผ่ออกมาอย่างมหาศาล ราวกับศูนย์กลางของพลังแห่งจักรวาล

เทพินค่อยๆ ก้าวเข้าไปในวิหารแห่งแสง เขารู้สึกได้ถึงความสงบสุข และพลังอันอบอุ่นที่โอบล้อมเขาไว้ นี่คือสถานที่ที่เขาถูกลิขิตให้มาอย่างแน่นอน

ขณะที่เขากำลังจะเดินเข้าไปใกล้แท่นบูชา ก็พลันได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากอีกด้านหนึ่งของวิหาร

“ในที่สุด… เจ้าก็มาถึง”

เทพินหันไปมอง เขาเห็นร่างหนึ่งยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า ร่างนั้นสวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวกับปุยเมฆ ใบหน้าของเขาดูสง่างามไร้กาลเวลา แต่ดวงตาของเขา… เต็มไปด้วยความเศร้าสร้อยที่ยากจะบรรยาย

“ท่านคือใคร?” เทพินถามด้วยความสงสัย

ร่างนั้นยิ้มบางๆ “ข้าคือผู้ดูแลวิหารแห่งนี้… นามของข้าคือ… อรุณ”

“อรุณ…” เทพินทวนคำ “ท่าน… เชิญข้ามาที่นี่?”

“ใช่… อัสนี” อรุณเอ่ย ดวงตาของเขาจ้องมองเทพินด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย “โชคชะตาของเจ้า… ได้ถูกลิขิตไว้แล้ว… เจ้าต้อง… รับคำท้าทายจากสวรรค์”

“คำท้าทาย?” เทพินขมวดคิ้ว “หมายความว่าอย่างไร?”

“พลังที่เจ้าแบกรับ… ไม่ใช่เพียงพรจากสวรรค์… แต่คือภาระอันยิ่งใหญ่” อรุณก้าวเข้ามาใกล้ “โลกกำลังตกอยู่ในอันตราย… และเจ้า… คือความหวังเดียว… ที่จะปกป้องมัน”

“อันตราย? อันตรายจากอะไร?” เทพินถามอย่างร้อนรน

อรุณชี้ไปยังคริสตัลสีทองบนแท่นบูชา “พลังแห่งความมืด… กำลังคืบคลานเข้ามา… มันต้องการ… กลืนกินทุกสิ่ง… รวมถึงพลังแห่งสวรรค์… ที่สถิตอยู่ในตัวเจ้า”

เทพินมองไปยังคริสตัลนั้น เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่กำลังคุกคาม ราวกับเงาที่แผ่ขยายออกไปจากความมืด

“ข้า… จะต้องทำอย่างไร?” เทพินถามด้วยความเด็ดเดี่ยว

“เจ้าต้อง… ฝึกฝน… เพื่อปลุกพลังที่แท้จริงของอัสนี… และจะต้อง… เดินทางไปยัง… หุบเขามรณะ…” อรุณกล่าวเสียงเคร่งเครียด “ที่นั่น… เจ้าจะได้พบ… กับอุปสรรค… ที่จะทดสอบ… ความแข็งแกร่ง… และจิตใจของเจ้า…”

“หุบเขามรณะ?” เทพินรู้สึกถึงความหนาวเย็นที่แล่นไปทั่วร่าง ชื่อนี้ฟังดูน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก

“ใช่… หุบเขามรณะ… คือสถานที่… ที่ความตาย… ปกครอง… แต่หากเจ้าสามารถ… พิชิตมันได้… เจ้าก็จะ… แข็งแกร่งพอ… ที่จะเผชิญหน้า… กับพลังแห่งความมืด…”

อรุณหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวัง “จำไว้… อัสนี… พลังที่แท้จริง… ไม่ได้อยู่ที่… แขนขา… แต่อยู่ที่… หัวใจ… และความกล้าหาญ… ของเจ้า…”

เทพินมองไปยังอรุณ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น และความเข้าใจต่อชะตากรรมที่กำลังจะเผชิญ เขาพร้อมแล้ว… พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง… เพื่อปกป้องโลกใบนี้… และค้นหาความจริง… เกี่ยวกับตัวตนของเขา… ในฐานะ "อัสนี"… เทพผู้กอบกู้…

แต่ก่อนที่เขาจะได้ถามคำถามเพิ่มเติม เสียงประกาศกึกก้องก็ดังขึ้นจากภายนอกวิหาร ราวกับเสียงจากสวรรค์

"คำท้าทายที่แท้จริง… กำลังจะเริ่มต้นขึ้น… จงเตรียมตัวให้พร้อม… อัสนี!"

แสงสว่างจากคริสตัลบนแท่นบูชาพลันวาบขึ้นอีกครั้ง สาดแสงเจิดจ้าจนเทพินต้องยกมือขึ้นบังตา เขารู้สึกถึงพลังงานอันมหาศาลที่กำลังปั่นป่วนอยู่ในอากาศ พร้อมกับความรู้สึกอันน่าสะพรึงกลัวว่า… มีบางสิ่ง… กำลังจับตาดูเขาอยู่… จากเงามืด…

การเดินทางของเทพิน… ในฐานะอัสนี… ผู้แบกรับเทวาบัญชา… ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว… และมันกำลังจะพาเขาไปสู่… สมรภูมิที่อันตรายที่สุด… ที่ซึ่ง… ชะตากรรมของโลก… จะถูกตัดสิน…

หน้านิยาย
หน้านิยาย

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!