โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
30 ตอน · 1,128 คำ
สายหมอกสีขาวที่เคยห่อหุ้มเมืองโบราณไว้ราวกับปีกแห่งความลับ ค่อยๆ เลือนหายไปอย่างช้าๆ แสงอรุณแรกของวันสาดส่องลงมายังมวลหมู่ต้นไม้ที่ปกคลุมซากอารยธรรมโบราณ บัดนี้เผยให้เห็นโครงสร้างอันยิ่งใหญ่ที่ถูกซ่อนเร้น ทว่าสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของเทพินนั้น มิใช่เพียงซากอิฐหินที่ผุพังตามกาลเวลา หากแต่เป็นความสง่างามที่ยังคงหลงเหลือ แม้ผ่านไปนับพันปี
"เหลือเชื่อ..." เทพินพึมพำ เสียงของเขาแฝงไว้ด้วยความฉงนและทึ่ง เขาก้าวเท้าลงจากเนินเขาที่เคยปกคลุมด้วยหมอกหนา ค่อยๆ เดินเข้าไปในใจกลางของเมืองที่ถูกลืมเลือน ประตูเมืองหินโบราณตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า สลักเสลาด้วยลวดลายอันซับซ้อน บอกเล่าเรื่องราวแห่งอดีตกาลที่มิอาจหยั่งถึง แม้กาลเวลาจะกัดกร่อนจนอิฐบางส่วนแตกหัก แต่ความศักดิ์สิทธิ์และความยิ่งใหญ่ยังคงแผ่ซ่านออกมา
"เมืองแห่งนี้... มิใช่เพียงเมืองธรรมดา" เทพินกล่าวกับตัวเอง ดวงตาสีอำพันของเขากวาดมองไปรอบๆ สถาปัตยกรรมที่เขาเห็นนั้น มิใช่สไตล์ใดๆ ที่เขาเคยพบเจอในโลกมนุษย์ หรือแม้แต่ในสวรรค์ชั้นต่างๆ มันมีความผสมผสานระหว่างความแข็งแกร่งของหิน ความอ่อนช้อยของลายสลัก และความน่าเกรงขามที่ชวนให้รู้สึกถึงพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่
ขณะที่เขากำลังสำรวจ ซากปรักหักพังที่ปกคลุมไปด้วยมอสและเถาวัลย์ ก็เผยให้เห็นถึงถนนหินที่ปูเรียงอย่างเป็นระเบียบ นำไปสู่ใจกลางเมือง เทพินเดินไปตามทางนั้น หัวใจของเขาเต้นระรัวด้วยความคาดหวัง เขารู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่ซ่านมาจากภายในเมือง ราวกับว่ามันกำลังเรียกหาเขา
"พลังงานนี้... คล้ายกับพลังของข้า" เทพินกล่าว เสียงของเขาเริ่มมีความหนักแน่นขึ้น เขาสัมผัสได้ถึงความคุ้นเคยในพลังงานรอบกาย ราวกับว่ามันคือส่วนหนึ่งของเขาที่หลงเหลืออยู่
เมื่อเดินลึกเข้าไป เทพินก็มาถึงจัตุรัสกลางเมือง ที่นี่คือศูนย์กลางแห่งความอลังการ เขาเงยหน้ามองขึ้นไปเบื้องบน เพดานของท้องฟ้าสีครามที่ไร้เมฆหมอกทอประกายลงมา ตรงกลางจัตุรัส มีแท่นบูชาหินขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ รายล้อมด้วยเสาหินแกะสลักเป็นรูปเทวดาและสัตว์ในตำนาน แต่สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคืออาคารขนาดมหึมาที่อยู่เบื้องหลังแท่นบูชานั้น
มันคือ "วิหารแห่งแสง" ที่ถูกกล่าวขานในตำนาน เทพินจำได้ทันที รูปลักษณ์ของมันช่างตรงกับคำบอกเล่าของเหล่านักปราชญ์โบราณที่เขาเคยได้ยินมา วิหารแห่งนี้สร้างขึ้นจากหินสีขาวบริสุทธิ์ที่เปล่งประกายราวกับมีแสงสว่างในตัวเอง แม้กาลเวลาจะผ่านไปนานแสนนาน แต่มันก็ยังคงความงดงามไร้ที่ติ ประตูทางเข้าวิหารเป็นซุ้มโค้งขนาดใหญ่ แกะสลักเป็นรูปดวงอาทิตย์ส่องรัศมี สื่อถึงพลังแห่งแสงสว่างอันไร้ที่สิ้นสุด
เทพินเดินเข้าไปใกล้ประตูวิหาร เขารู้สึกได้ถึงพลังอันบริสุทธิ์ที่แผ่กระจายออกมาจากภายใน มันช่างเย็นฉ่ำและปลอบประโลมดวงวิญญาณของเขา ราวกับน้ำทิพย์ที่หล่อเลี้ยงสรรพสิ่ง
"ในที่สุด... ข้าก็มาถึง" เทพินพึมพำ เขาสัมผัสได้ว่าสถานที่แห่งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อชะตากรรมของเขา
เมื่อเขาแตะมือลงบนประตูวิหาร บานประตูหินขนาดใหญ่ก็ค่อยๆ แง้มออกเองอย่างนุ่มนวล เผยให้เห็นภายในที่สว่างไสวราวกับมีดวงอาทิตย์สถิตอยู่ภายในจริงๆ แสงสีทองสาดส่องออกมาทุกทิศทาง ขับไล่ความมืดมิดให้จางหายไป
ภายในวิหารนั้น กว้างขวางโอ่อ่ากว่าที่เทพินเคยจินตนาการ ผนังทุกด้านสลักเสลาด้วยเรื่องราวแห่งเทพเจ้า การสร้างโลก และการต่อสู้ระหว่างความดีและความชั่ว เพดานสูงเสียดฟ้าประดับด้วยอัญมณีหลากสีที่ส่องประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวบนท้องฟ้า
ตรงกลางวิหาร มีแท่นพิธีสีขาวบริสุทธิ์ตั้งอยู่ บนแท่นนั้น ประดิษฐาน "ศิลาแห่งแสง" ซึ่งเป็นวัตถุที่เทพินตามหามาตลอด ศิลาแห่งนี้มีลักษณะคล้ายคริสตัลขนาดใหญ่ ส่องประกายสีทองอ่อนๆ ราวกับมีชีวิต
เมื่อเทพินเดินเข้าไปใกล้ศิลาแห่งแสง เขาก็รู้สึกได้ถึงพลังอันมหาศาลที่ไหลเวียนอยู่ภายใน มันเป็นพลังบริสุทธิ์ที่สามารถเยียวยา บันดาล และทำลายล้างได้ในเวลาเดียวกัน
"ศิลาแห่งแสง... ข้ามาเพื่อทวงคืนท่าน" เทพินกล่าว เสียงของเขาดังก้องไปทั่วทั้งวิหาร
ขณะที่เขากำลังจะเอื้อมมือไปสัมผัสศิลาแห่งแสง ทันใดนั้น ภาพนิมิตก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเขา ภาพเหล่านั้นสว่างไสวและชัดเจน ราวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า
ภาพแรกคือ เหล่าเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ในอดีตกาล กำลังรวมตัวกัน ณ วิหารแห่งนี้ พวกเขากำลังสนทนากันด้วยใบหน้าอันเคร่งเครียด
"อัสนี... พลังของท่านนั้นยิ่งใหญ่เกินกว่าที่ใครจะควบคุมได้" เทพองค์หนึ่งกล่าว
"แต่พลังนี้... คือสิ่งที่เรามอบให้เขา เพื่อปกป้องสมดุลแห่งสากล" เทพอีกองค์หนึ่งตอบ
เทพินยืนนิ่ง จ้องมองภาพนิมิตด้วยความฉงน เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงเห็นภาพเหล่านี้
ภาพต่อมา คือภาพของเทพเจ้าตนหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับเทพินในร่างเทพ กำลังยืนอยู่หน้าศิลาแห่งแสง ดวงตาของเขาฉายแววแห่งความเศร้าโศก
"ข้า... อัสนี... จะต้องแบกรับภาระอันยิ่งใหญ่นี้ไว้เพียงลำพัง" เขากล่าว
"หากข้าพลาด... โลกทั้งใบจะตกอยู่ในความมืดมิด"
เทพินรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านมาจากภาพนิมิตนั้น เขาเริ่มตระหนักได้ว่า "อัสนี" ในภาพนั้น คือตัวเขาเองในอดีตกาล
ภาพสุดท้าย ปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นภาพของกลุ่มคนสวมชุดคลุมสีดำ กำลังบุกเข้ามาในวิหารแห่งนี้ พวกเขามีเป้าหมายเดียว คือการแย่งชิงศิลาแห่งแสง
"จงปกป้องศิลาแห่งแสง! อย่าให้ตกไปอยู่ในมือของเหล่าอธรรม!" เสียงตะโกนดังขึ้น
เทพินเห็นตัวเองในร่างเทพ กำลังต่อสู้กับกลุ่มคนเหล่านั้นอย่างดุเดือด แต่ดูเหมือนว่าเขาจะเสียเปรียบ พลังของศัตรูนั้นร้ายกาจเกินกว่าที่เขาจะรับมือได้
"เป็นไปไม่ได้... ข้า... ข้าเคยพ่ายแพ้เช่นนั้นหรือ?" เทพินถามตัวเอง ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
ภาพนิมิตค่อยๆ จางหายไป ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าและคำถามมากมายในใจของเทพิน
"ท่านคือผู้ถูกเลือก... อัสนี" เสียงลึกลับดังขึ้นจากที่ใดที่หนึ่งภายในวิหาร
เทพินสะดุ้งเฮือก หันมองไปรอบๆ แต่ก็ไม่พบใคร
"ผู้ถูกเลือก... อะไรกัน?" เทพินถาม
"ท่านคือผู้สืบทอดพลัง... ผู้ที่จะต้องปกป้องสมดุลแห่งสากล" เสียงลึกลับตอบ
"คำทำนาย... คือสิ่งที่เหล่าเทพเจ้าได้กำหนดไว้เมื่อครั้งโบราณกาล"
"ท่านคือผู้ที่จะต้องเผชิญหน้ากับความมืดมิดที่กำลังจะกลับมา"
เทพินก้าวถอยหลังอย่างช้าๆ คำพูดเหล่านั้นทำให้เขารู้สึกหนักอึ้ง เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต้องแบกรับภาระอันใหญ่หลวงถึงเพียงนี้
"แล้ว... ชะตากรรมของข้าในอดีตเล่า? ข้าพ่ายแพ้จริงหรือ?" เทพินถาม
"ในอดีต... ท่านได้รับบาดเจ็บสาหัส และต้องสูญเสียบางสิ่งไป... แต่ท่านมิได้พ่ายแพ้โดยสมบูรณ์" เสียงลึกลับกล่าว "ศิลาแห่งแสง... คือพลังที่จะช่วยฟื้นฟูท่าน และทำให้ท่านบรรลุถึงศักยภาพสูงสุด"
เทพินยืนนิ่ง เขาเริ่มเข้าใจแล้ว ว่าทำไมเขาถึงถูกดึงดูดมายังสถานที่แห่งนี้ ทำไมพลังของเขาถึงรู้สึกคุ้นเคยกับเมืองโบราณแห่งนี้
"แล้ว... ความมืดมิดที่กำลังจะกลับมา... มันคืออะไร?" เทพินถาม
"คือเหล่าอธรรม... ผู้ที่ต้องการทำลายสมดุล และนำพาสรรพสิ่งสู่ความสิ้นสูญ"
"พวกมันกำลังแข็งแกร่งขึ้น... และกำลังจะปรากฏกายอีกครั้ง"
เทพินมองไปยังศิลาแห่งแสงอีกครั้ง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
"ถ้าเช่นนั้น... ข้าจะต้องเตรียมพร้อม"
เขาก้าวเข้าไปหาศิลาแห่งแสงอย่างมั่นคง มือของเขาค่อยๆ เอื้อมออกไปสัมผัสกับพื้นผิวที่เย็นฉ่ำของคริสตัล
ทันทีที่นิ้วของเขาสัมผัสกับศิลาแห่งแสง แสงสีทองก็สว่างวาบขึ้นอย่างรุนแรง มันแผ่กระจายออกไปทั่วทั้งวิหาร และแผ่ซ่านเข้าไปในร่างของเทพิน
ความเจ็บปวดแล่นริ้วเข้ามาในร่างของเขา แต่ในขณะเดียวกัน พลังอันมหาศาลก็หลั่งไหลเข้ามาเติมเต็มทุกอณูของร่างกาย
"ข้า... อัสนี... ผู้พิทักษ์แห่งแสง... จะไม่ยอมให้ความมืดครอบงำ!" เทพินตะโกน เสียงของเขาเต็มไปด้วยพลังและความแน่วแน่
ภาพในนิมิตค่อยๆ จางหายไป แต่ความทรงจำและความรู้สึกนั้นยังคงอยู่ เทพินรู้สึกได้ถึงพลังที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างทวีคูณในตัวเขา
เขามองไปรอบๆ วิหารอีกครั้ง ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่แค่ซากปรักหักพังอีกต่อไป แต่มันคือวิหารแห่งพลัง สถานที่ที่กำหนดชะตากรรมของเขา
แต่แล้ว... ขณะที่เขากำลังจะก้าวออกจากวิหาร เทพินก็ได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากด้านนอก เสียงนั้นไม่ใช่เสียงลมพัด หรือเสียงสัตว์ป่า แต่เป็นเสียงฝีเท้าจำนวนมาก กำลังมุ่งหน้าเข้ามายังวิหารแห่งนี้
"แย่แล้ว..." เทพินพึมพำ เขารู้สึกได้ถึงพลังงานอันชั่วร้ายที่แผ่ซ่านมาจากทิศทางนั้น
"พวกมันมาถึงแล้ว..."
เขาหันกลับไปมองศิลาแห่งแสงอีกครั้ง ดวงตาของเขาเปล่งประกายด้วยความเด็ดเดี่ยว
"ถ้าเช่นนั้น... ข้าก็ต้องปกป้องมัน"
แต่แล้ว... เสียงฝีเท้าก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ และเทพินก็เห็นเงาตะคุ่มจำนวนหนึ่งกำลังปรากฏขึ้นที่ปากทางเข้าวิหาร
"นี่มัน... เกิดอะไรขึ้น?" เทพินถามด้วยความฉงน
เงาเหล่านั้นค่อยๆ ชัดเจนขึ้น เผยให้เห็นรูปร่างของมนุษย์... แต่เป็นมนุษย์ในชุดเกราะสีดำสนิท ดวงตาของพวกเขาส่องแสงสีแดงฉานราวกับถ่านเพลิง
"พวกมัน... คือใครกัน?" เทพินถามอย่างระแวง
"พวกเรา... คือผู้ที่จะนำพาความมืดมิดมาสู่โลกนี้" หนึ่งในนั้นกล่าว เสียงของเขาทุ้มต่ำและน่าสะพรึงกลัว
"และเรา... จะต้องนำศิลาแห่งแสงนี้ไป"
เทพินยืนขึ้นอย่างองอาจ มือของเขายกขึ้น พร้อมที่จะปลดปล่อยพลัง
"ฝันไปเถอะ!"
แต่ในขณะที่เทพินกำลังเตรียมตัวต่อสู้ เขาก็สังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่างที่น่าตกใจ... ในหมู่ผู้ที่บุกรุกเข้ามานั้น... มีร่างหนึ่งที่เขาคุ้นเคย... ร่างนั้น... มีลักษณะคล้ายกับ...
"เป็นไปไม่ได้..." เทพินอุทานด้วยความตกตะลึง
ใครกันแน่... ที่เขาจะต้องเผชิญหน้าด้วย? และชะตากรรมของเขาในครั้งนี้... จะจบลงอย่างไร?

เทวาบัญชา ท้าสวรรค์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก